บทนำ
“ไอ้บักพี่ผา แม่ง กวนตีนฉิบหายเลยโว้ยยยยยยยยยยยย!!” รินดารากรีดร้องสุดเสียงด้วยความเหลืออดกระทืบเท้าปึงปังพร้อมใบหน้าสวยที่กำลังยับยุ่งจนคนที่นั่งรออยู่ในศาลาริมน้ำต้องถอนหายใจด้วยความเคยชินกับเหตุการณ์ที่เกิดเช่นนี้บ่อยครั้งตั้งแต่วัยเด็กผ่านมาจนวัยรุ่นจนเข้าสู่วันทำงานแล้วตอนนี้
“เป็นอะไรกับพี่ผามาอี๊กกกกยัยปี”
“ตอนไหนจะหมดเวรหมดกรรมสักทีวะ คนบ้าอะไรปากหมาได้ยาวนานขนาดนี้ นี่ฉันเพิ่งกลับมา นึกว่าไอ้พี่ผาจะแต่งงานมีเมียห้ามีลูกเป็นสิบแล้วนะ ยังเหมือนเดิม!”
“หล่อเหมือนเดิม?”
“สถุนเหมือนเดิม!”
“โอ้ย แกก็พูดเกินไป พี่ผาไม่ได้เป็นขนาดนั้นเสียหน่อย พี่เขาสุภาพบุรุษจะตายชัก”
“ยัยผึ้ง ฉันเป็นเพื่อนแกมาสิบกว่าปีแล้วนะ ปีนี้รวมแล้วก็สิบสาม อยากหยุดความเป็นเพื่อนเท่านี้ป้ะ! สภาพบุรุษบ้าอะไร เมื่อคืนแกไม่เห็นเหรอว่าไอ้พี่ผา จก ล้วง ควักผู้หญิงขนาดไหน”
นึกถึงเรื่องเมื่อคืนตอนที่เธอไปดื่มฉลองการกลับมาบ้านเกิดเมืองนอนกับผกากานต์และเป็นการป๊ะกันคราแรกของเธอกับคู่เวร
รินดาราถูกสะกิดสีข้างจากผกากานต์ พร้อมใบหน้าสวยหวานที่พยักพเยิดให้หันไปมองกลุ่มผู้ชายที่นั่งอยู่โซนวีไอพีตรงข้าม หญิงสาวมุ่นคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อเห็นสาว ๆ สวย ๆ หลายคนกำลังคลอเคลีย นัวเนีย กันกับผู้ชายคนหนึ่งอย่างถึงพริกถึงขิง แต่ยังดีที่เสื้อผ้ายังอยู่ครบ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ เธอเห็นมาเยอะแยะ ในผับบาร์ที่ต่างประเทศมีให้เห็นเกลื่อน
ไม่เข้าใจว่ายัยผึ้งจะสะกิดทำไม
‘จำพี่ผาได้มั้ย’
วินาทีนั้นเป็นจังหวะที่เธอหันไปตอนที่เห็นใบหน้าหล่อเหลากำลังโน้มตัวลงกดริมฝีปากในตำแหน่งเนินเนื้อที่โผล่พ้นจากชุดเดรสสายเดี่ยวรัดรูปของสาวสวยที่นั่งบนตักเขา
แค่เห็นเสี้ยวหน้าก็จดจำได้ไม่ลืม
ไอ้บักพี่ผา!
“ฉันยังงงว่าพี่ผากับแกคงเคยมีกรรมสัมพันธ์ เอาจริง กับคนอื่นไม่เห็นมีปัญหาอะไรกันทั้งสองคนน่ะ ผ่านไปเป็นสิบ ๆ ปี พอมาเจอกันก็เหมือนเดิม ฮ่า ๆ ชาติก่อนเป็นผัวเมียกันมั้ยเนี่ย”
“ผัวเมียบ้าอะไร อ๋ออ อาจจะใช่ ชาติที่แล้วฉันคงเผลอฆ่าผัวตัวเอง ชาตินี้ก็คงตามมาเป็นเจ้ากรรมนายเวรอยู่แบบนี้”
“ฮ่า ฮ่า พูดไปเรื่อย” ผกากานต์ถึงกับขำพรืดทันที เห็นสีหน้าของเพื่อนรักที่ยังหน้านิ่วคิ้วขมวด ลมหายใจยังกระเพื่อมไหว ไม่มีทีท่าว่าจะเบาบางลง “อ่ะ ๆ ไหนเล่ามาวันนี้เป็นอะไรกันอีก”
รินดาราหลับตาพร้อมพรูลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ แต่พอหลับตาใบหน้าของคนที่ก่อกวนใจก็ลอยขึ้นมา
“ช่างเถอะ ไม่อยากเล่า เล่าแล้วเดี๋ยวอารมณ์ขึ้นอีก เราไปหาอะไรเจริญหูเจริญตากันเถอะเพื่อนรัก”
รินดาราวาดวงแขนพาดลงบ่าอีกข้างของผกากานต์ เดินนำไปขึ้นเรือที่มีคนของเพื่อนรักเธอรออยู่ก่อนแล้ว วันนี้ทั้งสองสาวมีนัดจะไปเดินตลาดน้ำกัน นั่งเรือทบทวนความหลังกินลมชมบรรยากาศที่ห่างหายไปนานเกือบสี่ปีเสียหน่อย
รินดาราเพิ่งจบปริญญาโทจากต่างประเทศ หลังจากที่เรียนจบปริญญาตรีที่ไทยก็สอบชิงทุน(บิดา)ไปเรียนต่อทันที ไม่มีอะไรมากถ้าขอไปเฉย ๆ ตาอ้วนขี้บ่น พอบอกจะไปเรียนต่อรีบปาเงินมาให้เป็นกระบุงเข้าบัญชีไว้ใช้มากโข มากพอที่จะเที่ยวกินได้อย่างสุขกายสบายใจ แบบที่ความรู้สึกผิดมีแค่ห้าเปอร์เซ็นต์เต็มร้อย แต่ก็ได้ใบปริญญามาปาใส่ท่านคืน ล้อเล่น นำมามอบใส่พานพุ่มพร้อมมาลัยแก้วสวยงาม คลานเข่า ไหว้สวยด้วยยื่นให้ท่านอย่างภาคภูมิใจ
“ปี คืนนี้ไม่ได้ไปด้วยนะ” ผกากานต์เอ่ยขึ้นเมื่อทั้งสองลงจากเรือแล้วกำลังขึ้นไปบนท่า
“อ้าว ไปไหนอ่ะ”
“แม่เพิ่งบอกว่าพรุ่งนี้จะพาไปวัดแต่เช้า ต้องตื่นมาทำอาหารตีห้า กลัวไปกับแกแล้วยาวตื่นไม่ไหว”
“อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ” รินดารายกมือขึ้นเหนือศีรษะ คลี่ยิ้มให้เพื่อนรักที่ยังคงรักการเข้าวัดทำบุญแบบนี้เสมอมา
“ฉันไม่กล้าชวนแก กลัวแกคิดอกุศลแล้วจะบาปกว่าเดิม”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดีแล้ว ช่วงเวลานี้ฉันยังมีกิเลสหนามากมายนัก เอาเป็นว่าไว้วันที่ดวงสัมพันธ์กับคำว่าบุญแล้วฉันจะไปเข้าวัดกับแกนะ”
“จ้า” ผกากานต์ลากเสียงยาวขานรับเพื่อน เมื่อวานถ้าไม่เห็นว่าเพื่อนเพิ่งกลับมา ตัวเธอเองคงไม่ไปสถานที่แบบนั้นแน่ และไม่คิดจะไปด้วยซ้ำ แต่ทำยังไงได้ตอนนี้ก็โตพอที่จะไปได้แล้ว ความจริงอายุก็เกินมาเยอะจากอายุขั้นต่ำที่ให้เข้าไปในสถานที่แห่งนั้น
“ที่นี่ยังเหมือนเดิมเลยอ่ะแก” รินดาราคล้องแขนเพื่อนสาว ก้าวขาเร็วขึ้นด้วยความตื่นเต้นเมื่อสายตากวาดเห็นอาหารมากมาย
ตลาดน้ำแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในตัวจังหวัด มีชื่อเสียงระดับประเทศ นักท่องเที่ยวทั้งไทย จีน ฝรั่ง แวะเวียนเที่ยวชมกันให้ควัก เป็นสถานที่ที่ทำรายได้เข้าจังหวัดได้อย่างดีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
“ไปกินราดหน้าร้านลุงโตกันเถอะ อยากกินมาก คิดถึงอาหารที่นี่ที่สุดดด น้ำลายสอ หิว จะกินทุกร้านเลย!” รินดาราว่าพลางดึงแขนผกากานต์จนตัวแทบจะลอยลิ่วไปตามแรง
“เบา ๆ หน่อยแก เดี๋ยวก็ล้มหรอก”
“จะได้คิวที่เท่าไหร่เนี่ย คนต่อเป็นพรืดดด รู้งี้แวะกินบ้านลุงแกก่อนมาเดินดีกว่า”
รินดาราบ่นอย่างไม่จริงจังนัก ไปถึงร้านไม่ได้เข้าไปต่อแถว แต่แค่ไปยืนเสนอหน้าให้ลุงโตเห็น พอเจ้าของร้านเห็นหน้าเธอแค่นั้น ก็ยกยิ้มกว้างเป็นการทักทาย ในขณะที่มือก็เป็นระวิง
“สองถ้วยเหมือนเดิมนะจ๊ะลุงจ๋า”
เจ้าของร้านยังยิ้มกว้างเช่นเดิม พร้อมพยักพเยิดหน้าไปทางแถวยาวประมาณสามสิบคิว เป็นเชิงบอกว่าให้ไปต่อคิว รินดาราถึงกับเบ้ปากทำท่าจะร้องไห้อย่างไม่จริงจังนัก คิดว่าลุงจะลัดคิวให้ในฐานะที่เธอเป็นลูกค้าขาประจำตั้งแต่เด็กจนโต และพ่อของเธอก็คือเพื่อนกับคุณลุง
“ชิ” แกล้งจิ๊ปากใส่ลุงหนึ่งที ก่อนจะสะบัดหน้าพรืด คว้าแขนผกากานต์ให้เดินตามไปต่อคิวด้วยกัน
“ผา ไอ้ผา บักผา!!!” เสียงทรงอำนาจดังขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อมองหาเจ้าของชื่อแล้วไม่เห็นลูกชายคนเล็ก บักคำผลาญ ผลาญเงินผลาญทองไม่เว้นแต่ละวัน แถมวัน ๆ ก็ไม่ทำอะไร ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง อายุอานามก็จะสามสิบแล้ว
“ไอ้ทิศ เอ็งไปขุดหลุมหามันให้หน่อย ว่ามันไปมุดอยู่หลุมไหน ขุดมันขึ้นมา ให้กูโขกหัวมันสักทีสองที” ผู้เป็นนายสั่งลูกน้องด้วยความหัวเสีย ไม่นานเกินรอก็ได้ตัวลูกชายที่กำลังยืนยกมือเกาหัว อีกข้างก็ยกขึ้นมาปิดปากที่กำลังหาว หวอด ๆ
“ครับคุณพ่อ คุณพระ พระบิดา” ใบหน้าหล่อเหลา คิ้วเข้ม นัยน์ตาคม จมูกโด่งเป็นสัน ปากหยักได้รูป ที่ถอดแบบมาจากทั้งบิดาและมารดารวมกันอยู่ในร่างของลูกชายคนเล็กได้อย่างสมบูรณ์แบบ รูปร่างหน้าตาภายนอกดูดีชนิดที่ว่า หากมันเป็นผู้หญิงก็คงจะใช้คำโบราณที่ว่าหัวกระไดไม่แห้ง ถึงจะเป็นผู้ชายก็ไม่ได้เบาใจนักหรอก ความกังวลว่าสักวันมันจะไปทำผู้หญิงที่ไหนท้องป่องมานี่ ไม่อยากจะคิด
เรื่องผู้หญิงก็ยังมีให้รู้ให้เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เรียกว่าเสเพลได้อย่างเต็มปากไอ้ลูกคนนี้
“วันพรุ่ง แกอย่าลืมนัดสำคัญของอาศักดิ์กับคุณนายสรนะเว้ย เข้าใจมั้ย! ฉันจะไปแล้ว”
“คร้าบ ไม่ลืมคร้าบ พ่อไปดีมาดีเถอะ ไม่ต้องห่วงทางนี้ ผมดูแลได้”
กำนันคล้ามสาดสายตาใส่ลูกชายตัวดี ที่พูดจาไม่ค่อยเข้าหูนัก แต่บางครั้งถึงลูกจะสำมะเรเทเมาไปบ้าง แต่เรื่องการเรื่องงานก็จัดการได้อย่างดีทุกครั้ง ซึ่งตัวเองไม่อยากชะล่าใจจึงจำเป็นต้องมาย้ำกับมันทุกครั้ง
“เออ ให้มันได้ความล่ะ” ทิ้งท้ายประโยคพร้อมร่างสูงใหญ่ไม่แพ้กันกับลูกชายเดินลงมาจากศาลา ขึ้นรถยนต์ที่ติดเครื่องรอได้สักพักแล้ว พร้อมผู้ติดตามอีกสองคนเดินให้ท้ายตามหลังไป
ยืนรอจนรถยนต์ส่วนตัวของบิดาพ้นจากประตูรั้วไป รอยยิ้มก็ประดับชัดบนใบหน้าหล่อเหล่าทันที
ความหมายคือว่าบ้านหลังนี้จะไม่มีใครนอกจาก เขา พี่ชายซึ่งเดี๋ยวก็กลับไปเข้าเวรอีกตอนหัวค่ำ แล้วก็คนดูแล แม่บ้าน คนสวนถึงจะมีอยู่สิบกว่าชีวิต แต่ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะตัวบงการบ้านไม่อยู่แล้ว จัดการปิดปากไม่ให้พูดก็ง่ายดายนัก
“มึงโทรไปหาไอ้จ้อดบอกว่ามาตั้งเวทีรอเลย!” ภวินทร์หันไปสั่งการลูกน้อง รอยยิ้มยังคงประดับบนใบหน้าไม่หยุด เมื่อนึกถึงน้อง ๆ หนู ๆ นุ่งน้อยห่มน้อยมากหน้าหลายตา ที่สามารถคัดจากแคตาล็อครายชื่อได้ว่าต้องการน้องคนไหนบ้าง และเรื่องนี้ไม่เสียเวลาเพราะเขาได้ทำการเลือกไว้ตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว!
“ครับ”
ภวินทร์เดินกลับมานอนเปลที่ผูกไว้ใต้ต้นมะม่วงเหมือนเดิม สองมือประสานสอดรองใต้ท้ายทอย ปลายเท้าก็กระดิกไปมาด้วยความสบายอารมณ์
“ไอ้พี่ผา!! ไอ้หื่นกาม ไอ้แก่ตัณหากลับ ไอ้ทุเรศ ไอ้ลามกกกกกก”
“ปี! ยัยเด็กบ้านี่ ปากร้ายเกินไปแล้ว เดี๋ยวเถอะ”
ภวินทร์ในวัยสิบเจ็ดที่กำลังปีนกำแพงห้องน้ำชาย ที่เชื่อมกับห้องน้ำหญิงเพื่อจะจับตุ๊กแกตัวใหญ่ที่กำลังวิ่งเข้าไปในห้องน้ำอีกฝั่ง เป็นจังหวะเดียวกันกับที่รินดาราเดินเข้ามาในห้องน้ำพอดี เห็นภาพของเขาที่กำลังอยู่ในท่าปีนกำแพงเหมือนจะข้ามฝั่ง พอสบประสานสายตากันรินดาราก็กรีดร้องขึ้นมาทันทีและทำให้คนอื่นเข้าใจว่าเขาเป็นพวกโรคจิตถ้ำมอง
อีกเหตุการณ์ก็เป็นตอนที่กลุ่มดาวโรงเรียนกำลังเดินอยู่บนริมฟุตพาธ แล้วตอนนั้นมีน้ำขัง รถมอเตอร์ไซค์กำลังแล่นมาในจังหวะที่เขาเห็นว่าน้องวาดดาว ดัมเมเยอร์ไม้เอกของโรงเรียนจะต้องเปียกแน่ ๆ เขาจึงพุ่งหลาวไปใกล้หมายที่จะเอาตัวเองปกป้องน้ำที่กำลังจะสาดกระเซ็นใส่ปรากฏว่าตอนนั้นยัยเด็กอ้วนที่เดินตามหลังน้องวาดดาวก็ย่อตัวลงผูกเชือกร้องเท้า ทำให้เขาต้องเบี่ยงตัวแล้วถลาไปที่พื้นพลิกตัวนอนหงายอยู่ข้างน้องวาดดาวที่ยืนอยู่ พอเขาเงยหน้าขึ้นก็เหมือนกับว่าตัวเองส่องดูใต้กระโปรง ทั้งที่ตอนนั้นไม่ได้เห็นอะไรด้วยซ้ำแต่ ยัยเด็กปากดีก็ตะโกนว่าเขาเป็นไอ้โรคจิตอีกหน
และยังมีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยช่วงชีวิตวัยเรียนที่ผ่านมาไม่เคยมีตอนไหนที่ไม่เจอยัยเด็กอ้วนคนนี้เลย! เจอทีไรซวยตลอด เหมือนเจอเรื่องอัปมงคลโดยแท้ ไม่เรื่องใดก็เรื่องนึง
โชคชะตาก็แบบนี้ เพราะพ่อของรินดาราเป็นคู่ค้าทางธุรกิจกันกับกำนันคล้ามตั้งแต่สมัยที่ทั้งคู่เป็นหนุ่ม และเป็นเช่นนั้นเรื่อยมา ก็ยังโชคดีหน่อยที่ เวลาทั้งสองบ้านนัดเจอกัน ยัยเด็กนี่ไม่จะไม่โผล่หัวมาให้เห็น แค่เจอกันที่โรงเรียนก็น่ารำคาญจะแย่อยู่แล้ว
ยัยตัวกลม ๆ เสียงแหวด ๆ เล่นใหญ่เกินเบอร์ แถมยังชอบกันท่าเขากับน้องวาดดาว ไม่ใช่แค่นั้นหรอก เหมือนจะกันท่าไปหมดกับผู้หญิงสวย ๆ ในโรงเรียนที่เขาหมายตา
แล้วยัยเด็กนี่มองผิวเผินก็ดูไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่เธอชอบใช้ความที่ตัวเองเป็นเด็กกิจกรรมของโรงเรียน คนรู้จักมากหน้าหลายตา และเอ็นดูเธอมากมายนัก เรียกว่าอยู่เป็นเสียมากกว่า
ล่าสุดเพิ่งได้เจอกันอีกในรอบหลายปี ไม่คิดว่าจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ ได้ข่าวแค่ว่าไปเรียนต่อและเพิ่งจบจากเมืองนอกมา
ยัยเด็กอ้วนตุ๊ต๊ะในวันนั้น กลายเป็นสาวสะพรั่ง หุ่นเพรียวบาง หน้าอก บั้นท้าย น่าขยุ้มขย้ำในวันนี้