bc

Gear&Brush เกียร์ล้อมรัก พู่กันล้อมใจ

book_age18+
8
FOLLOW
1K
READ
one-night stand
HE
friends to lovers
heir/heiress
blue collar
drama
sweet
city
childhood crush
like
intro-logo
Blurb

เมื่อความต่างของ ‘เฮดว้ากวิศวะ’ กับ ‘สาวอาร์ตผู้รักอิสระ’ กลายเป็นจิ๊กซอว์ที่เติมเต็มจักรวาลชีวิตคู่อย่างสมบูรณ์แบบ

ระหว่าง ‘ภีม’ เฮดว้ากมาดดุ เงียบขรึม ผู้มีระเบียบวินัยและเข้มงวดทุกกฎระเบียบ กับ ‘เพ้นท์’ สาวอาร์ตผู้มีสีสันและโลกแห่งจินตนาการ ความรักของพวกเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบตั้งแต่แรก แต่ผ่านทั้งคราบน้ำตา รอยยิ้ม บททดสอบในชีวิตมหาวิทยาลัย จนถึงวันที่เปลี่ยนผ่านสู่วัยทำงาน การแต่งงาน และการมี ‘น้องธันเดอร์’เป็นโซ่ทองคล้องใจ

เรื่องราวความรักที่อบอุ่น ลึกซึ้ง และตราตรึงใจ ที่จะทำให้คุณรู้ว่า... ความรักที่ดีที่สุด คือการมีเขาเป็น ‘My Engineer’ ตลอดไป

chap-preview
Free preview
ตอนที่ 1: การเผชิญหน้าครั้งแรกระหว่างสายว้ากกับสายอาร์ต
แดดยามเย็นสีส้มทองทอดตัวยาวกระทบกับลานปูนกว้างที่มีฟันเฟืองเหล็กขนาดใหญ่สัญลักษณ์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ ตั้งผงาดอยู่ตรงกลาง บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและทรงพลัง ความกดดันอันเป็นเอกลักษณ์ของระบบระเบียบเชียร์กำลังทำงานอย่างเต็มที่ เสียงตะโกนดังจังหวะสม่ำเสมอของเหล่าเฟรชชี่ ปี1คณะวิศวกรรมศาสตร์ เสียงเชียร์ดังกระหึ่มก้องไปทั่วบริเวณลานเกียร์คณะ ตรงหน้าแถวของเด็กปี1ที่นั่งหลังตรงเป๊ะ หยาดเหงื่อผุดซึมเต็มใบหน้า คือกลุ่มรุ่นพี่ปี4ในชุดเสื้อช็อปสีแดงเข้ม และในบรรดาคนเหล่านั้น มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่โดดเด่นออกมาอย่างน่าเกรงขาม ‘ภีม’ ภีมพัฒน์ เฮดว้ากปี 4 แห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ ยืนคุมเชิงรุ่นน้องด้วยมาดนิ่งดุ ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย สายตาคมกริบดุจจิ้งจอกล่าเนื้อภายใต้เรือนผมสีดำสนิทเซตทรงอย่างเป็นระเบียบ ร่างสูงโปร่งในเสื้อช็อปสีแดงเข้มปักชื่อที่อกซ้าย สวมแว่นตากันแดดสีดำ ยืนกอดอกนิ่งสงบอยู่ในเต็นท์กองอำนวยการ สายตาคู่นั้นไม่ได้แสดงอารมณ์ใดเป็นพิเศษ หากแต่แผ่รังสีความน่าเกรงขามจนไม่มีเด็กปีหนึ่งคนไหนกล้าเงยหน้าขึ้นมองตรงๆ “เสียงมีเท่านี้เหรอ! มวลพลังของวิศวะมันหายไปไหนหมด!” เสียงของ ‘ก้องภพ’ เพื่อนสนิทของภีม ในตำแหน่งรองเฮดว้าก ตะโกนสั่งการดังลั่น แต่สำหรับภีม เขารู้ดีว่าเด็กพวกนี้ยังกั๊กแรงไว้อยู่ มือหนาถอดแว่นตากันแดดสีดำออกอย่างช้าๆ ก่อนจะเดินก้าวออกมาจากเต็นท์ เสียงรองเท้าคอมแบตกระทบพื้นปูนเปรียบเสมือนเสียงระฆังเตือนภัยของรุ่นน้อง ความเงียบสงัดแทรกซึมเข้ามาแทนที่ทันทีที่ภีมหยุดยืนอยู่หน้าแถว ความนิ่งขรึมและมาดดุอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้ลานเกียร์ที่เคยกระหึ่มกลับกลายเป็นเงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงลมพัด “พวกคุณมาเรียนวิศวะ... ไม่ใช่มาเดินเล่นในสวนสาธารณะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำ แต่หนักแน่นและดุดันของภีมดังขึ้นเรียบๆ ไม่จำเป็นต้องตะโกน แต่กลับแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังเย็นวาบไปถึงสันหลัง “ถ้าแค่นี้ยังแสดงความพร้อมเพรียงไม่ได้ วันข้างหน้าจะไปรับผิดชอบชีวิตคนอื่นบนตึกสูงหรือในโรงงานได้ยังไง” ในขณะที่บรรยากาศฝั่งลานเกียร์กำลังตึงเครียดจนแทบหายใจไม่สะดวก ห่างออกไปไม่กี่เมตรใต้ร่มไม้ใหญ่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะศิลปกรรมศาสตร์... กลับมีอีกโลกหนึ่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ร่างเพรียวบางของ ‘เพ้นท์’ พิมพ์นารา สาวอาร์ตปี4 คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกจิตรกรรม กำลังนั่งทำสมาธิอยู่บนม้านั่งหินอ่อน เรือนร่างมีเสน่ห์ยวนใจในชุดเสื้อกล้ามสีขาวเข้ารูปพอดีตัว ทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีฟ้าพาสเทลตัวใหญ่ เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าอันงดงามตามธรรมชาติและผิวอมชมพูที่ท้าทายแสงแดดยามเย็น ผมยาวดัดลอนสีน้ำตาลอ่อนถูกรวบขึ้นอย่างหลวมๆ เผยลำคอขาวระหงและลาดไหล่เนียนสวย ดวงตากลมโตสุกใสมองผ่านเฟรมผ้าใบที่อยู่ในมือ ร่างบางใช้พู่กันแต้มสีน้ำมันลงบนผืนผ้าอย่างมีสมาธิ เพ้นท์แอบมานั่งตรงนี้ได้พักใหญ่แล้ว เธอตั้งใจมา “เก็บฟีลลิ่ง” ความขัดแย้งของโครงสร้างและอารมณ์’ ไปทำสเก็ตช์งานส่งอาจารย์ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาและจิตนาการของเธอไปได้ที่สุดในยามนี้กลับกลายเป็น “เฮดว้ากมาดดุ”คนนั้น สายตามองตรงไปยังชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อช็อปสีแดงเข้มฝั่งตรงข้ามที่กำลังยืนคุมเชิงรุ่นน้องอยู่ ‘ดุชะมัด... หน้าตาก็ดี แต่ทำไมชอบทำหน้าเหมือนคนโลกแตกตลอดเวลาขนาดนั้นนะ’ เพ้นท์คิดในใจพลางยกยิ้มริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ สำหรับสาวสายอาร์ตผู้รักอิสระและใช้ชีวิตตามอารมณ์อย่างเธอ การเห็นผู้ชายคนหนึ่งมานั่งจัดระเบียบคนอื่นด้วยกฎเกณฑ์ที่แข็งกระด้างมันช่างเป็นภาพที่น่าอึดอัดสิ้นดี ในสายตาของเพ้นท์ ภีมดูเหมือนไร้หัวใจ เป็นเพียงหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมสร้างให้ทำตามระเบียบและสั่งการคนอื่นเท่านั้น “คุณคนนั้น!” เสียงทุ้มดุของภีมดังแทรกขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ทิศทางของสายตาเขากลับไม่ได้มองไปที่เด็กปี1ในแถว หากแต่หันมาทางม้านั่งหินอ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่ที่เพ้นท์นั่งอยู่ เพ้นท์ชะงักพู่กันในมือ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะมองซ้ายมองขวา เมื่อพบว่าบริเวณนั้นมีเพียงเธอคนเดียว จึงชี้นิ้วเข้าหาตัวเองเป็นเชิงถาม ภีมก้าวขายาวๆ เดินตรงเข้ามาหาเธอทันที เพื่อนๆ แก๊งวิศวะอย่าง ‘สายฟ้า’ และ ‘ก้องภพ’ ต่างหันมามองหน้ากันด้วยความสงสัย ก่อนจะรีบเดินตามหลังภีมมาติดๆ “ใช่ คุณนั่นแหละ” ภีมหยุดเดินตรงหน้าเพ้นท์ ร่างสูงใหญ่ของเขาทอดเงาลงมาบดบังแสงแดดยามเย็นจนเพ้นท์ต้องแหงนหน้าขึ้นมอง สายตาคมกริบใต้คิ้วหนามองสแกนสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ความสวยจัดและหุ่นอวบอิ่มอันมีเสน่ห์ของเธอทำให้ภีมหรี่ตาลงเล็กน้อย แต่เขาก็เก็บความรู้สึกนั้นไว้ภายใต้มาดนิ่งดุตามเดิม “คะ? มีอะไรหรือเปล่าคะคุณเฮดว้าก” เพ้นท์เอียงคอถาม น้ำเสียงหวานสดใสแต่แฝงความกวนนิดๆ ตามนิสัยคนมีโลกส่วนตัวสูง “บริเวณนี้เป็นเขตกิจกรรมของคณะวิศวะ เสียงเคาะเฟรม เสียงหัวเราะ และการนั่งจ้องหน้าคนอื่นของคุณ มันรบกวนสมาธิของรุ่นน้องที่กำลังซ้อมเชียร์อยู่” ภีมพูดเสียงเรียบ แต่ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธออย่างไม่ลดละ เพ้นท์ขมวดคิ้วสวยเข้าหากันทันที เธอวางพู่กันลงบนจานสี ก่อนจะลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขา แม้ความสูงของเธอจะอยู่แค่ระดับอกของภีม แต่สาวอาร์ตอย่างเธอก็ไม่คิดจะยอมถอย “เดี๋ยวนะคะ... ตรงนี้มันคือม้านั่งกลางระหว่างสองคณะ ไม่ใช่พื้นที่ส่วนบุคคลของวิศวะสักหน่อย แล้วฉันก็นั่งวาดรูปของฉันเงียบๆ เสียงเชียร์พวกคุณยังดังกว่าเสียงพู่กันฉันเป็นร้อยเท่าด้วยซ้ำ” เพ้นท์กอดอก ตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่ยอมคน “แต่มันทำให้รุ่นน้องผมเสียสมาธิ” ภีมย้ำคำเดิมด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เวลาทำกิจกรรม ทุกอย่างต้องเป๊ะ ความวุ่นวายภายนอกแม้แต่นิดเดียวก็ถือเป็นสิ่งรบกวน ถ้านักศึกษาต่างคณะอยากเสพศิลปะ กรุณาขยับไปนั่งฝั่งตึกศิลปกรรมจะดีกว่าครับ” คำว่า ‘สิ่งรบกวน’ ทำเอาเพ้นท์เม้มริมฝีปากแน่นด้วยความหงุดหงิด เธอจ้องหน้าผู้ชายมาดนิ่งตรงหน้าด้วยความรู้สึกไม่ถูกฉะโฉลกอย่างแรง คนอะไรจะตึงเครียดและไร้เหตุผลได้ขนาดนี้ เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลแล้วคิดว่าทุกคนต้องหมุนรอบกฎของวิศวะหรือยังไง “ไร้สาระ...” เพ้นท์พึมพำเสียงเบาแต่ตั้งใจให้เขาได้ยิน “เผด็จการไร้หัวใจจริงๆ” “เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะ?” ภีมก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกหนึ่งก้าว กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมผสมกลิ่นสีน้ำมันจากตัวเพ้นท์ลอยมากระทบจมูกเขา เช่นเดียวกับที่เพ้นท์ได้กลิ่นน้ำมันเครื่องอ่อนๆ และกลิ่นกายแบบผู้ชายอบอวลมาจากตัวเขา “เปล่าค่ะ” เพ้นท์เชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มหวานประดับบนใบหน้าสวย แต่ดวงตากลับฉายแววท้าทาย “แค่นึกในใจว่า... เฮดว้ากคณะนี้คงโตมากับตารางเหล็กกับไม้บรรทัดเนอะ ถึงได้แข็งกระด้างและไม่มีความยืดหยุ่นในชีวิตเอาซะเลย” สายฟ้าที่ยืนอยู่ด้านหลังภีมถึงกับหลุดขำก๊ากออกมาเบาๆ จนโดนก้องภพสะกิดกะโหลกให้เงียบ ส่วนภีมทำเพียงแค่จ้องมองใบหน้าเนียนใสของเพ้นท์ด้วยสายตาที่ลึกล้ำขึ้น ชายหนุ่มขยับริมฝีปากแย้มยิ้มบางๆ ที่มุมปากเพียงครู่เดียวก่อนจะกลับมาทำหน้าเรียบนิ่งดังเดิม “ศิลปกรรมอาจสอนให้คุณใช้อารมณ์... แต่สำหรับวิศวะ เราใช้ระเบียบและความเป็นจริง” ภีมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ถ้ายังอยากนั่งตรงนี้ต่อ ก็ช่วยกรุณาอย่าทำตัวเป็น ‘สิ่งดึงดูดสายตา’ จนรุ่นน้องผมไม่มีสมาธิ... ไม่อย่างนั้นผมจะยึดอุปกรณ์วาดรูปของคุณ” “นี่คุณ!” เพ้นท์เบิกตากว้างด้วยความโมโหที่โดนขู่ ยังไม่ทันที่เพ้นท์จะได้ด่ากลับ เสียงของ ‘ข้าวโอ๊ต’ เพื่อนชายใจหญิง เพื่อนสนิทจากคณะศิลปกรรมตะโกนเรียกมาแต่ไกล “ยัยเพ้นท์! ยัยเพ้นท์เว้ย! อาจารย์เรียกตรวจสเก็ตช์งานด่วนเลย!” เพ้นท์สูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามกดอารมณ์กรุ่นโกรธเอาไว้ เธอถลึงตาใส่ภีมอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะรีบเก็บอุปกรณ์วาดรูปและเฟรมผ้าใบใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว เมื่อจัดของเสร็จ เพ้นท์ก็หมุนตัวเตรียมจะเดินจากไป แต่ก็ไม่ลืมที่จะหันกลับมาประจันหน้ากับเฮดว้ากมาดดุคนนั้นอีกครั้ง “จำไว้นะคะคุณเฮดว้าก... โลกนี้มันไม่ได้หมุนด้วยกฎเหล็กของคุณคนเดียว หวังว่าเราคงไม่ได้เจอกันอีก!” เพ้นท์สะบัดหน้าเดินแยกตัวออกไปทันที ร่างบางในชุดเสื้อกล้ามทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีฟ้าพาสเทลกับกางเกงยีนเข้ารูปสมส่วนเดินตรงไปยังตึกศิลปกรรม ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมละมุนที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ ภีมยืนมองตามแผ่นหลังบางและเรือนร่างทรงเสน่ห์ของสาวอาร์ตคนนั้นไปจนสุดสายตา ดวงตาคมกริบฉายแววบางอย่างที่ยากจะคาดเดา “เบาได้เบาไอ้ภีม คุณเขาอยู่ศิลปกรรมนะเว้ย ไม่ใช่รุ่นน้องปีหนึ่งของมึง” สายฟ้าเดินเข้ามาสะกิดไหล่เพื่อนรักพร้อมกับหัวเราะกวนๆ “แต่ยอมรับเลยว่ะ... คุณเพ้นท์ เอกจิตรกรรม โคตรสวย หุ่นอย่างแจ่ม มีแต่คนจีบทั้งนั้น มึงไปว้ากใส่เขาแบบนั้น ระวังจะโดนเกลียดเอานะครับ” ภีมไม่ได้ตอบคำถามของเพื่อน เขาลดสายตากลับมามองที่พื้นปูนตรงม้านั่งหินอ่อน ก่อนจะยื่นมือไปเก็บ ‘พู่กันด้ามยาว’ ด้ามหนึ่งที่เพ้นท์ทำตกไว้โดยไม่รู้ตัวขึ้นมาถือไว้ในมือ ชายหนุ่มหมุนพู่กันด้ามนั้นไปมาระหว่างนิ้วเรียวยาว ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความแตกต่างสุดขั้ว ความดื้อรั้น และดวงตาท้าทายคู่นั้นของสาวอาร์ต... กำลังสลักลงในหัวใจของเฮดว้ากมาดดุเข้าให้แล้ว “รบกวนสมาธิ... จริงๆ” ภีมพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเก็บพู่กันด้ามนั้นใส่กระเป๋าเสื้อช็อปตรงตำแหน่งหัวใจ แล้วหันหลังเดินกลับเข้าสู่ลานเกียร์เพื่อคุมเชิงต่อด้วยใบหน้าที่นิ่งสงบตามเดิม การเผชิญหน้าครั้งแรกระหว่าง "ภีม" เฮดว้ากมาดดุ ผู้เข้มงวดกับกฎระเบียบ และ "เพ้นท์" สาวศิลปกรรมสายอาร์ตผู้รักอิสระ นำไปสู่การปะทะคารมและความไม่เข้าใจกัน เพ้นท์มองภีมว่าเป็นคนเผด็จการไร้หัวใจ ในขณะที่ภีมมองเพ้นท์เป็นตัวป่วนดึงดูดสายตา ทว่าความแตกต่างสุดขั้วและความดื้อรั้นท้าทายกลับกลายเป็นชนวนแรกที่จุดประกายความสนใจประหลาดขึ้นในใจของทั้งสองฝ่ายโดยไม่รู้ตัว

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

Yüzbaşının Cerrahı

read
1.2M
bc

The Silver Wolf

read
486.5K
bc

The Billionaire’s Intern

read
1.0M
bc

Chosen, just to be Rejected

read
863.7K
bc

Inferno Demon Riders MC: My Five Obsessed Bullies

read
1.1M
bc

Claimed by the Biker Giant

read
2.2M
bc

Unscentable

read
2.2M

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook