bc

I Love You, Baddie. เกิดใหม่ครานี้ต้องดีกว่าเดิม

book_age4+
32
FOLLOW
1K
READ
family
HE
drama
mythology
like
intro-logo
Blurb

ฉันคุณหนูตระกูลเสิ่น ขอกลับมาทวงตำแหน่งคุณหนูของเสิ่นจวงอีกครั้ง คนไม่คู่ควรกรุณาหลบไปซะ!!!

เสิ่นหว่านหนิง คุณหนูตระกูลมหาเศรษฐีจอมเกเรถูกคนใกล้ตัวอย่าง หลินชิงเยว่ ทำให้จบชีวิตอย่างน่าอนาถ แต่แล้วก็เหมือนชะตาฟ้ากำหนดให้เธอได้มีโอกาสแก้ตัวอีกครั้ง หว่านหนิงกลับมามีชีวิตในช่วงหนึ่งปีก่อนที่จะพบกับครอบครัวหลิน แม้ว่าจะบอกกับเสิ่นเจิ้งถิงผู้เป็นพ่อถึงความร้ายกาจของหลินชิงเยว่มากเท่าไหร่ ก็เหมือนกับว่าเธอยิ่งกลายเป็นคนเลวมากขึ้นเท่านั้น การเกิดใหม่ครั้งนี้คุณหนูตระกูลเสิ่นจะเปลี่ยนชะตาได้หรือไม่? และเด็กหนุ่มผู้ที่มองเธออยู่ไกลๆ มาตลอดอย่าง ลู่เฉิงอวี้ ผู้ปรากฎตัวในการเกิดใหม่ครั้งนี้ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

แนะนำตัวละครสำคัญ

เสิ่นหว่านหนิง - นักเรียนชั้น ม.5 ที่ดูเกเรแต่ภายนอกกลับอ่อนโยน เธอมักใจดีกับคนที่ด้อยกว่าเพื่อระลึกถึงแม่ที่เคยลำบากและจากไปก่อนวัยอันควร

เสิ่นเจิ้งถิง - พ่อของหว่านหนิงผู้มีจิตเมตาไม่ต่างกับลูกสาว ในวงการธุรกิจเขาเป็นคนเก่งคนหนึ่ง แต่กลับไม่ทันคนเท่าไหร่ โดยเฉพาะกับสองแม่ลูกบ้านหลิน

หลินชิงเยว่ - นักเรียนชั้น ม.5 ที่ฉลาด ทำทุกอย่างได้เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

หลินซิ่วหลาน - แม่ของหลินชิงเยว่ เคยทำงานเป็นผู้ดูแลเสิ่นเจิ้งถิงในโรงพยาบาล

ลู่เฉิงอวี้ - เด็กหนุ่มห้องเรียนเดียวกันกับเสิ่นหว่านหนิง เขาแอบชอบหว่านหนิงและเข้าใจว่าเธอชอบคนยากคนจนมาโดยตลอด

chap-preview
Free preview
บทที่ 1 จบเพื่อเริ่มใหม่
บทที่ 1 จบเพื่อเริ่มใหม่ “อื๊อ…” โครม!!! ผลั่ก!!! ร่างระหงในชุดนักเรียนหลุดลุ่ยถูกปิดตามัดมือมัดเท้าอยู่ที่ท้ายรถเก๋งคันหนึ่ง เหงื่อของเธอไหลชุ่มจนผมเผ้าที่เคยยาวสยายกลายเป็นกลีบกระจุก เด็กสาวหายใจแรงและได้ยินเสียงเต้นของหัวใจอึกทึก เธอรวบรวมพลังครั้งสุดท้ายดิ้นให้หลุดจากพันธนาการ เสียงฝีเท้าและพูดคุยกันของเหล่าคนชั่วห่างออกไปแล้ว เธอจึงพยายามตะเกียกตะกายออกจากท้ายรถอย่างทุลักทุเล “แฮ่กๆ ดีนะที่พวกมันยังไม่ปิดประตูท้ายรถ พ่อ…พ่อล่ะ?!?” เสิ่นหว่านหนิง คุณหนูเจ้าของคฤหาสน์ตระกูลเสิ่น ไม่สิ…ตอนนี้มันเป็นสมบัติของเพื่อนเลวที่ชื่อ “หลินชิงเยว่” ไปเรียบร้อยแล้ว แม้กระทั่งกิจการหรือธุรกิจน้อยใหญ่ของ “เสิ่นเจิ้งถิง” พ่อผู้มีจิตใจดีราวกับเทพเซียนมาโปรด ตอนนี้ก็ตกเป็นของสองแม่ลูกตระกูลหลินไปเรียบร้อยแล้ว ร่างเล็กพยายามเดินหลบชายฉกรรจ์ที่หลินชิงเยว่จ้างมาทำเรื่องร้ายในคฤหาสน์ ระยะทางกว่าจะไปถึงห้องทำงานของพ่อ พบกับร่างของบอดี้การ์ดมากมายที่นอนแน่นิ่งอยู่ “นังชิงเยว่ แกมันร้ายนัก…พ่อคะ อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ” เด็กสาวหยุดเท้าไว้เพียงแค่หน้าประตูห้องทำงานแกะสลักลายวิจิตรเพราะได้ยินเสียงคนเหล่านั้นพูดคุยกัน ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงของชิงเยว่กรีดร้องพร้อมกับปาข้าวของ “ให้ตาย!!! นี่เรามาไม่ทันเหรอเนี่ย ดันหัวใจวายชิงตายไปเสียก่อนนะไอ้แก่!!!” “คุณหนูครับ พอแค่นี้เถอะครับ เราจะต้องจัดการกับเสิ่นหว่านหนิงก่อน” “พอได้ยังไง!?! นั่นมันกิจการค้าน้ำมันรายใหญ่เชียวนะ ดันขายกิจการไปได้แล้วแบบนี้จะทำยังไงต่อ” เสิ่นหว่านหนิงตะโกนอย่างดุดันใส่ชายที่รอรับคำสั่ง “เงินที่คุณหนูแย่งมาได้ก็มากพอแล้ว รีบๆ หน่อยเถอะครับก่อนตำรวจจะมา” หลินชิงเยว่กระฟัดกระเฟียดหนักแต่ก็ยอมทำตามที่บอดี้การ์ดหนุ่มส่วนตัว “จ้าวเหวิน” แนะนำ เธอรีบวิ่งไปยังด้านหน้าคฤหาสน์ ทำให้หว่านหนิงได้โอกาสเข้าไปดูเสิ่นเจิ้งถิงที่นอนคว่ำอยู่กับพื้น “พ่อคะ พ่อตื่นสิ…พ่อแกล้งตายใช่มั้ย? พ่อไม่ได้…ฮือ…” หัวใจที่แตกสลายของเด็กสาวยอมรับความจริงในที่สุด เธอกอดร่างใหญ่ของผู้เป็นพ่อไว้แน่นและร้องไห้เหมือนจะขาดใจ เสียงเอะอะของชายฉกรรจ์เหล่านั้นดังขึ้นอีกครั้งเรียกสติของเธอกลับมา “มันหายตัวไปแล้ว รีบตามหาเร็วเข้า!!!” หว่านหนิงกำลังลุกขึ้นเพื่อหาทางหนีเอาตัวรอดทั้งน้ำตา แต่แล้วที่คอของเธอกลับมีมีดคมกริบจ่ออยู่ข้างหน้า “หลินซิ่วหลาน” แม่ของหลินชิงเยว่ยิ้มที่มุมปากอย่างผู้รับชัยชนะ “ไปกับเราซะดีๆ คุณหนูเสิ่น ไม่สิ…ตอนนี้เธอไม่ใช่คุณหนูอีกต่อไปแล้ว ฮ่าๆๆ” “พวกแก…คิดเอาไว้นานแล้วสินะ ไอ้พวกคนใช้” “ผิดแล้วเสิ่นหว่านหนิง เธอน่ะตอนนี้ไม่เหลืออะไรแล้วไม่ใช่เหรอ? เรียกเราว่าคนใช้ได้ยังไงกัน ตอนนี้ต้องเรียก -คุณนายหลิน- สิถึงจะถูก ฮ่าๆๆ ไป๊!!!” ร่างเล็กถูกผลักให้เดินหน้าไปยังรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน ครั้งนี้เธอถูกจับใส่ท้ายรถได้สำเร็จ ความมืด…ความกลัวกำลังถาโถมใส่เด็กสาวผู้โดดเดี่ยว หว่านหนิงตั้งสติควานหาระบบปลดล็อกฉุกเฉินในส่วนของท้ายรถ ความทรงจำครั้งเก่าเมื่อยามเป็นเด็กตัวน้อยจอมซนแทรกเข้ามาในความคิด ………. “ฮือๆ อาหนิง ทำแบบนี้แล้วจะออกไปได้ยังไง?” “ชู่ว์ เงียบๆ ไว้สิ เดี๋ยวก็แพ้หรอก” เสิ่นหว่านหนิงตัวน้อยพยายามบอกเพื่อนชายที่เข้ามาแอบท้ายรถด้วยกันให้เงียบเอาไว้ จนกระทั่งอากาศเบาบางลง เพื่อนๆ ก็ยังหาทั้งสองไม่เจอ สติของทั้งคู่เริ่มเลือนราง แต่แล้วฝาท้ายรถก็เปิดออกพร้อมกับใบหน้าที่ตื่นตระหนกของผู้เป็นพ่อ วันนั้นหนิงหนิงตัวน้อยถูกดุด่ายกใหญ่จากการเล่นซ่อนแอบครั้งนั้น จนแล้วจนรอดเจิ้งถิงก็ไม่เคยตีลูกสาวเลย ความรักของผู้เป็นพ่อส่งผ่านทางสายตาที่ห่วงใย เป็นทั้งพ่อและแม่ที่ให้ความอบอุ่นแก่เธออยู่เสมอ ……….“ไม่เด็ดขาด ฉันจะไม่ยอมตายอยู่ที่นี่” หว่านหนิงหาที่เปิดฉุกเฉินท้ายรถได้สำเร็จ เธอรีบกระโจนออกจากรถที่กำลังแล่นอยู่ ในความมืดมิดยามค่ำคืน เด็กสาวกลิ้งไปกับพื้นถนน ร่างกายของเธอถลอกปอกเปิกเต็มไปด้วยบาดแผลอาบเลือด เธอพยายามยันกายลุกขึ้นและไม่รู้เลยว่าตัวเองอยู่ตรงจุดไหน แต่เท่าที่จำได้…ป่าโปร่งสองข้างทางนี้น่าจะเป็น “เขาชิงหลัว” เส้นทางท่องเที่ยวชมวิวที่เริ่มไม่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนแล้วนั่นเอง น่าเสียดายที่ไม่อาจหลุดรอดพ้นจากสายตาของคนโฉดชั่ว รถคันนั้นจอดและพากันวิ่งลงมาหาเธออย่างรวดเร็ว “หยุดนะ!!!” “ใครจะยอมอยู่ให้โง่ล่ะ” เสิ่นหว่านหนิงพาร่างกายบอบช้ำวิ่งเข้าข้างทาง ผ่านป่าและพุ่มไม้จนกระทั่งไปโผล่อีกด้านหนึ่งอย่างทุลักทุเล เธอเกือบหยุดไม่ทันเพราะตรงหน้าคือหุบเหวอันเลื่องชื่อที่เคยเป็นจุดชมวิว จุดท่องเที่ยวร้างในตอนนี้ไม่มีราวกั้นเหลืออยู่อีกแล้ว “อย่าเข้ามานะ…” ไม่มีใครฟังเสียงของเธอ ในความมือสลัวนั้นปรากฎร่างของคนที่เธอรู้จักดี “หลินชิงเยว่” เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก ใบหน้าที่เคยละมุนและไร้เดียงสาจนน่าสงสารนั้น กลายเป็นใบหน้าของนางร้ายที่กำลังกำชัยชนะอยู่ในมือ “เธอไปซะเถอะหว่านหนิง อยู่ต่อก็ไม่เหลืออะไรที่เป็นของเธออีกแล้ว” “ช…ชีวิตไง!!! ฉันยังมีชีวิตอยู่” “หึๆ แน่ใจเหรอ?” ชิงเยว่เดินเข้ามาใกล้และยกมือขึ้นผลักร่างเล็กที่อาบเลือดนั้นลอยละลิ่วลงสู่หุบเหว ภาพสุดท้ายในดวงตาของเด็กสาว ก็คือแม่ลูกตระกูลหลินที่กำลังยิ้มและหัวเราะอย่างเลือดเย็นอยู่บนหน้าผานั้น ก่อนที่ทุกอย่างจะดับลง ห้วงความคิดสุดท้ายและแสงสีขาวได้ฟุ้งเข้ามาราวกับควัน ภาพในอดีตโผล่มาเบื้องหลังควันขาวที่ฟุ้งกระจาย ตั้งแต่หลินชิงเยว่และหลินซิ่วหลานเข้ามาในชีวิต สองแม่ลูกที่เสิ่นเจิ้งถิงรับเข้ามาเป็นคนรับใช้ในบ้าน ความน่ารักใจดีของชิงเยว่ที่คอยสอนการบ้านให้แก่เธอ น้าซิ่วหลานที่ดูแลอาหารเสื้อผ้า และทำความสะอาดให้คฤหาสน์ตระกูลเสิ่นอย่างไม่ขาดกบกพร่อง พ่อเจิ้งถิงที่ทุ่มเทให้ซิงเยว่ได้เรียนโรงเรียนเดียวกัน เหตุการณ์ที่เด็กสาวมาดร้ายอย่างเธอถูกคนในห้องเรียนต่างเมินหนี พ่อที่เซ็นเอกสารยกที่ดินและกิจการพร้อมเงินทุนให้แก่ซิ่วหลาน และสุดท้ายก็คือเงาของใครสักคนที่ยืนหันหลังอยู่ มันเลื่อนเข้ามาใกล้จนกระทั่งควันสีขาวนั้นเข้ามากลบความทรงจำทั้งหลายอีกครั้ง “อ้าก!!! อูย…” เด็กสาวค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองรอบกายซึ่งเป็นเวลากลางวัน เธอสะดุ้งเฮือกและลุกขึ้นนั่งเพื่อมองดูร่างกายของตัวเอง รอยแผลต่างๆ หายไปแล้ว ไม่มีแม้กระทั่งรอยถลอกหรือแม้แต่เลือดสักหยดก็ไม่ปรากฎให้เห็น เธองุนงงแล้วจับใบหน้าของตัวเอง สภาพตอนนี้ยังสวมเครื่องแบบยูนิฟอร์มของโรงเรียนที่ไม่เคยเอาชายเสื้อใส่ในกระโปรง เนกไทที่คล้องคอหลวมๆ เพียงแค่เพื่อให้เห็นว่าใส่เหมือนคนอื่นเขา ผมเผ้าที่ไม่เคยรวบให้เรียบร้อย และรองเท้าผ้าใบเก่าๆ คู่ใจ ที่เริ่มขาดเป็นรูเพียงเท่านั้น “นี่เรา…เราตกเหวตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้กี่โมงแล้วเนี่ย” เด็กสาวยกข้อมือซ้ายขึ้นมามองก็พบว่าเป็นเวลาเที่ยงวัน แดดที่เริ่มร้อนแรงทำให้เธอรีบลุกหาที่กำบัง แล้วเธอต้องตกใจเมื่อสมาร์ทวอชบอกถึงวันที่ 15 กันยายน วันที่ถูกต้อง…แต่กลับพ่วงท้ายด้วยเลขของปีที่แล้วอย่างไม่น่าเชื่อ นิ้วเรียวบางลูบตรงหน้าจอของนาฬิกาที่มีรอยร้าวนิดหน่อยด้วยใจเต้นระทึก “ไม่จริงน่า หรือว่าเราฝันไป ไม่สิ…ถ้าอย่างนั้นอยู่ดีๆ ทำไมฉันถึงนอนอยู่ด้านล่างเหวนี้ล่ะ?” ตากลมโตมองไปบนท้องฟ้า เธอพยายามเดินเลียบป่าล่างเหวไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเจอทางขึ้นไปยังถนนลาดยาง เด็กสาวยกมือขึ้นเมื่อเห็นรถหรูสีดำคันหนึ่งผ่านมามันแล่นผ่านเธอไปแล้วจอดที่ข้างทาง ก่อนถอยมารับอย่างช้าๆ “ขะ…ขอติดรถไปด้วยนะคะ” หว่านหนิงเอ่ยกับชายในสูทสีดำด้านคนขับด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น “ขึ้นมาสิครับคุณหนู ว่าแต่ทำไมจู่ๆ ก็มาอยู่บนถนนเปลี่ยวได้ล่ะ” -นั่นสิ…ทำไมฉันถึงโผล่มาที่นี่ได้ ตอนนี้เวลานี้…ฉันต้องอยู่ที่โรงเรียนสิ- เสิ่นหว่านหนิงคิดและได้แต่ยิ้มแทนคำตอบ เธอพยายามมองหน้าชายที่ขับรถอยู่ผ่านกระจกมองหลัง ใบหน้านิ่งใต้แว่นตาดำนั้นทำให้เธอหวาดระแวงเล็กน้อย “ให้ผมไปส่งที่ไหนเหรอครับ? ที่โรงเรียนเลยหรือเปล่า?” “มะ…ไม่เป็นไรค่ะ ช่วยจอดที่ทางเข้าหมู่บ้านจิ่วซิ่ววานให้ทีนะคะ” ชายในสูทสีดำจอดรถตรงทางเข้าหมู่บ้านให้แก่เสิ่นหวานหนิง เด็กสาวลงรถแล้วเดินเข้าไปในหมู่บ้านนั้นอย่างรีบร้อน เขาหลิ่วตามองตามจนกระทั่งเธอหายไปยังตรอกหนึ่งของย่านที่อยู่อาศัยของบรรดานักธุรกิจอันมีชื่อ ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยสวนสวยงาม เขาส่ายหน้าเล็กน้อยเพื่อคลายความสงสัยก่อนขับรถจากไป -โรงเรียนมัธยมปลายเซิ่งหัว- “รอนานมั้ยครับนายน้อย?” “อืม มัวไปแวะที่ไหนมาล่ะ? เหยียนโจว” บอดี้การ์ดอารมณ์ดีนาม “กู้เหยียนโจว” ยิ้มซุกซนเมื่อนายน้อยหน้าตาย “ลู่เฉิงอวี้” เดินอ้อมมาขึ้นรถที่เขาเปิดประตูด้านหลังไว้รอ เด็กหนุ่มคลายเนกไทออกแล้วหยิบไอแพดขึ้นมาปัดหน้าจอ ขณะที่เหยียนโจวรีบเข้าประจำที่นั่งด้านคนขับ “เมื่อกี๊ไปส่งเด็กผู้หญิงคนหนึ่งน่ะครับ น่าแปลกที่จู่ๆ เธอก็ไปอยู่แถวเขาชิงหลัว ไม่มีกระเป๋าหรืออะไรติดตัวไปเลย” ดวงตาใต้แว่นเปรยขึ้นมองดูคนขับหนุ่ม เขาไม่มีความเห็นใดนอกจากทำสีหน้าเคร่งเครียดยิ่งกว่าเดิม แล้วหันมองผ่านกระจกรถเห็นท้องฟ้าฤดูใบไม้ร่วง ที่แตกต่างจากภาพเดิมที่เคยเห็นมา เสิ่นหว่านหนิงเดินเข้าบริเวณคฤหาสน์เสิ่นจวง เคหะสถานหลังงามที่ใหญ่โตหรูหราของตระกูลในหมู่บ้านของผู้มีอันจะกิน เธอเปิดประตูเข้าไปอย่างช้าๆ ขณะที่แม่บ้าน “หลิวอี๋” วิ่งเข้ามาต้อนรับด้วยความแปลกใจ “วันนี้กลับเร็วจังนะคะคุณหนู” “ป้าหลิว…” เด็กสาวโผเข้ากอดแม่บ้านวัยกลางคนด้วยความดีใจ เธอพยายามข่มเก็บน้ำตาเอาไว้ ภาพของหลิวอี๋ที่นอนจมกองเลือดยังติดตาเธออยู่ไม่หาย “โอ้ว…คุณหนูคะ ป้าไม่ได้ดุคุณหนูสักหน่อย ขี้อ้อนแต่วันเชียว” “ป้า…ฮึก…ป้าอย่าทิ้งหนูไปนะคะ” “พูดอะไรน่ะเรา ป่ะ…ขึ้นไปบนห้องนอนก่อนที่คุณเสิ่นจะกลับมาดุเอาดีกว่านะคะ เดี๋ยวป้าจะเอาอาหารเที่ยงไปเสิร์ฟให้เอง” เด็กสาวพยักหน้ารัวๆ ก่อนขอตัวขึ้นชั้นบน คล้อยหลังคุณหนูตระกูลเสิ่น…พ่อบ้าน “จางเหวินซาน” ก็เดินเข้ามาสะกิดที่ไหล่ของป้าหลิวอี๋ด้วยความอยากรู้

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

SAVAGE MAFIA ความสัมพันธ์สวาท NC25+++

read
6.3K
bc

แพ้รักยัยเด็กข้างบ้าน

read
38.6K
bc

Don't do it อย่าดื้อนะใจ๋

read
11.8K
bc

LIES ลวงรักเพลย์บอย

read
1K
bc

สแกรมเมอร์ที่รัก

read
1K
bc

พลาด(รัก)หมดใจ

read
8.0K
bc

ไม่คิดว่าจะร้าย

read
5.7K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook