ตอนที่ 1 โลกใบใหม่ (1/2)
ติ๊ด ๆ ติ๊ด ๆ ติ๊ด ๆ เสียงนาฬิกาปลุกในตอนเช้า ทำให้เจ้าของร่างบนเตียง ลุกขึ้นมาปิดเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ ด้วยความงัวเงีย เพราะยังรู้สึกเพลียจากการทำงานของเมื่อวาน
ดาว เด็กหนุ่มอายุ 18 ปี ที่เพิ่งเรียนจบชั้นมัธยมปลายหมาด ๆ ดีดตัวเองลุกจากที่นอนอย่างเร็ว เพราะเช้านี้เขามีเรื่องที่ต้องทำอีกมากมาย
หลังจากดาวทานอาหารเช้าง่าย ๆ ก็มานั่งรอคนงานที่จะเข้ามาปรับหน้าดินทำแปลงผัก และขุดหลุมปลูกต้นไม้ในไร่ของเขา
หากให้เล่าเกี่ยวกับตัวตนของดาว คิดว่าหลาย ๆ คนคงไม่เชื่อ ดาวเกิดและเติบโตที่อีกมิติหนึ่ง ที่คล้ายคลึงกับโลกใบนี้ แต่ก็ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว
ที่นั่น ดาวเป็นเกษตรกร ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ และยังมีความรู้เกี่ยวกับยาสมุนไพร ที่ใช้รักษาอาการเจ็บป่วย โดยที่มีคุณปู่หมอยาสมุนไพรเป็นคนสั่งสอน
ที่โลกนั้น มีพลังวิญญาณอยู่มาก อากาศก็บริสุทธิ์ คนส่วนมากมีพลังปราณในการรักษา หรือใช้ต่อสู้ได้ ซึ่งต่างจากโลกนี้
ดาวเสียชีวิต จากการนอนใหลตาย จึงไม่มีใคร สามารถช่วยชีวิตได้ทัน เพราะกว่าจะเช้า และคนมาพบร่าง ดาวก็เสียชีวิตไป ตั้งแต่ช่วงดึกของคืนนั้นแล้ว
เมื่อดาวรู้สึกตัว ก็เจอกับท่านเทพเส้นชะตา ท่านเทพยอมรับว่า รับดวงวิญญาณมาผิดคน จะส่งดาวไปเกิดใหม่ที่โลกอื่น โดยให้ดาวขอพรได้ 3 ข้อ
ตอนแรกดาวโกรธมาก ที่การทำงานของท่านเทพผิดพลาด และทำให้ชีวิตของดาวต้องตายก่อนเวลา แต่พอมาคิดดูอีกที ร่างที่โลกใบนั้นก็ได้สลายหายไปแล้ว มีแต่คงต้องไปเกิดใหม่เท่านั้น จึงได้ตอบรับกับท่านเทพเส้นชะตาไป
ดาวได้ใช้สิทธิ์พร 3 ข้อคือ
ข้อที่ 1 เขาสามารถนำน้ำวารีทิพย์ของเขา ไปยังอีกโลกหนึ่งได้ และใช้ยังไงก็ไม่มีวันหมด
ข้อที่ 2 เขาสามารถนำสมุนไพร ที่มีในไร่ของเขา ไปยังอีกโลกได้ พร้อมความทรงจำในการรักษา
ข้อที่ 3 เขาสามารถมองเห็นอาการเจ็บป่วย ของคนอื่นและตัวเองได้
เมื่อท่านเทพเส้นชะตาได้ฟังพร 3 ข้อ ก็ตอบตกลง เพราะคิดว่า หากชายหนุ่มคนนี้ ได้นำความรู้และทักษะที่มี ไปเพื่อช่วยเหลือคน โลกคงน่าอยู่ขึ้นอีกมาก
หลังจากนั้น ท่านเทพเส้นชะตา ก็ส่งดาวมาอยู่ในร่างเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ที่มีชื่อว่า ดาว เหมือนกัน
หลังจากที่ชายหนุ่มลืมตาตื่นขึ้น และมองไปรอบ ๆ ห้อง ที่คิดว่าน่าจะเป็นโรงพยาบาล ใช่เขามาอยู่ในร่างของเด็กหนุ่ม ที่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ พ่อและแม่เจ้าของร่างเสียชีวิตหมด เหลือเพียงร่างนี้ ที่ยังคงรอดมา แต่ดาวคิดว่าคงไม่ใช่ ไม่อย่างนั้นวิญญาณของเขา คงไม่มาอยู่ที่ร่างนี้
ดาวได้รับความทรงจำต่าง ๆ ของเจ้าของร่าง ทำให้พอจะรู้ว่า ประเทศที่เขาอยู่ในตอนนี้ มีชื่อว่า ธีร์วานันต์ ดาวอาศัยอยู่ที่จังหวัดเวียงฟ้า ซึ่งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศ
ครอบครัวนี้มีอาชีพทำไร่ ซึ่งดาวเมื่ออยู่โลกใบเก่า ก็ทำอาชีพนี้เหมือนกัน มันเป็นอาชีพที่เขารัก แต่ดาวอาจจะต้องศึกษาการปลูกพืชของโลกใบนี้เพิ่มเติม
เสียงรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่สองคัน บรรทุกคนงานเข้ามาในไร่ ดาวเมื่อเห็นคนงานมา ก็เดินออกมายืนรอที่หน้าบ้านทันที
เมื่อคนขับเปิดประตูลงจากรถ และเดินมาหาดาว ดาวก็รีบยกมือไหว้ทันที
“สวัสดีครับ ลุงโชค”
“เออ ๆ ไหว้พระเถอะหลาน”
“วันนี้ได้คนงานเยอะกว่าเมื่อวานอีกครับ” ดาวถามเพราะเมื่อวานคนงานไม่เยอะขนาดนี้
“ลุงหามาเพิ่มให้ งานจะได้เสร็จเร็ว ๆ หลานจะได้ลงต้นกล้าซะที อีกอย่างถ้าถึงฤดูทำไร่ทำนา ลุงกลัวว่าจะหาคนไม่ได้” ลุงโชครีบอธิบายกลัวหลานชายเข้าใจผิด
“ดีเลยครับลุง งานจะได้เสร็จเร็ว ๆ ผมขอบคุณลุงมากครับ”
“เฮ้ยเล็กน้อย อะไรที่ช่วยได้ ลุงก็อยากช่วย ไม่อย่างนั้น นังดากับไอ้เขม ได้มาเข้าฝันหักคอลุงแน่ ฮ่า ๆ” ลุงโชคพูดอย่างอารมณ์ดี
จากนั้นดาว ก็เดินนำคณะคนงาน ไปทำงานต่อจากที่ทำค้างไว้เมื่อวาน
ไร่ของดาว มีประมาณ 50 ไร่ จะว่าเยอะก็เยอะ หากเทียบกับคนคนเดียว ที่มีพื้นที่ทำกินขนาดนี้ แต่ถ้าหากจะทำผลผลิตขาย ดาวคิดว่าพื้นที่มันยังน้อยไป ในอนาคต เขาต้องหาทางซื้อเพิ่มแน่นอน
แต่ตอนนี้ เงินที่มีก็เริ่มจะลดลงเรื่อย ๆ เงินที่ได้มาจากประกันชีวิตของพ่อและแม่ของเจ้าของร่าง ดาวสัญญาว่า จะใช้เงินก้อนนี้ให้คุ้มค่าที่สุด
หลังจากใช้เวลาปรับหน้าดินกันอยู่พอสมควร ก็ถึงเวลาที่ต้องลงต้นกล้าในแปลงเพราะปลูก ก่อนหน้านี้ ดาวเข้าไปซื้อเมล็ดพืชผักจากในเมืองมาหลายชนิด เขานำเมล็ดเหล่านั้น มาแช่น้ำวารีทิพย์ไว้หนึ่งคืน หลังจากนั้น ก็นำไปเพาะจนเป็นต้นกล้า
เมื่อลงต้นกล้าผักเสร็จแล้วทุกแปลง ดาวก็พาคนงานไปลงต้นผลไม้ ที่สั่งมาจากในเมืองให้นำมาส่ง มีต้นมะม่วง ฝรั่ง แอปเปิล กล้วย
เมื่อทำการลงต้นผลไม้เสร็จ ดาวก็เปิดระบบน้ำเข้าไร่ในทันที น้ำนี้ถูกดูดมาจากสระน้ำในไร่อีกที ดาวได้นำน้ำวารีทิพย์ลงไปเทใส่ในสระน้ำแล้ว คิดว่าต้นไม้ทุกต้น น่าจะได้รับน้ำวารีทิพย์อย่างแน่นอน
วันเวลาผ่านเลยไป พืชผักในแปลงเพาะปลูก เริ่มโตพอที่จะเก็บขายเป็นผลผลิตแรกได้แล้ว ดาวใช้สายตากะปริมาณพืชผักที่ต้องเก็บขาย ก็รู้ว่า เขาคนเดียวคงไม่อาจทำเสร็จได้แน่ และอีกอย่าง เขายังไม่มีร้านที่จะรองรับพืชผักของตัวเองเลย คนเดียวที่ดาวนึกถึงในตอนนี้คือ ลุงโชค
“ฮัลโหลครับลุง ผมดาวนะครับ” ดาวตัดสินใจโทรหาลุงตัวเองทันที
[เออ ๆ ว่าไงหลานมีอะไร?]
“ลุงครับ ผักผมโตพอเก็บได้แล้ว ลุงช่วยหาคนงานมาเก็บผักให้ผมได้ไหมครับ?”
[ได้สิ เดี๋ยวลุงจัดการให้]
“มีอีกเรื่องครับลุง ผมไม่รู้ว่า จะนำผักไปขายร้านไหน ขายกับใคร ลุงพอมีคนรู้จัก ที่รู้เรื่องนี้บ้างไหมครับ?”
เมื่อลุงโชคได้ฟัง ก็นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง
[เอางี้นะหลาน พรุ่งนี้เช้า ลุงจะพาหลานเข้าไปในตัวเมือง ไปลองถามดู ลุงพอมีคนรู้จักอยู่บ้าง เราต้องลองดูกัน]
“ผมขอบคุณครับลุง ผมไม่รู้จะพึ่งใครแล้ว ขอบคุณลุงมาก ๆ ครับ”
ดาวพูดออกมาด้วยความซึ้งใจ ไม่ใช่ว่าหลาย ๆ คน จะเจอญาติพี่น้องที่ดีขนาดนี้
[เล็กน้อยน่า คิดมากหลาน พรุ่งนี้เจอกัน เดี๋ยวลุงไปรับแต่เช้าเลย]
“ครับลุง”
หลังจากวางสายกับลุงโชค ชายหนุ่มก็ถือตะกร้ากับมีด เพื่อไปตัดผักที่แปลง เขาคิดว่า จะลองให้แม่ค้านำผักไปลองชิมดูก่อน เพราะผักของเขารดด้วยน้ำวารีทิพย์ ที่ทำให้ผักทั้งหวานทั้งกรอบ รสชาติอร่อย ไม่เหม็นเขียว และยังมีพลังปราณอ่อน ๆ ที่ทำให้คนกินรู้สึกสดชื่น หายเหนื่อย แถมต้นก็อวบอ้วนน่ากิน เขาไม่เชื่อว่า แม่ค้าจะปฏิเสธผักเหล่านี้ หากได้ลองกินแล้ว