โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ :: 01 :: เมียร์แคต
เมียร์แคต(Meerkat) คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ถ้าอยากรู้จักก็หาข้อมูลเอานะครับ ผมไม่มาแนะนำหรือเล่าชีวประวัติมันเพราะเมียร์แคตในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสัตว์แต่หมายถึง เมียร์แคต ที่เป็นชื่อเล่นผม! ตอนเด็กๆผมก็ชอบชื่ออยู่หรอก ดูเท่ แปลก ไม่ซ้ำใครแต่ใครจะไปคาดคิดล่ะครับว่าแค่ชื่อเล่นจะสร้างโศกนาฏกรรมที่ทำให้ผมกลายเป็น เมีย(ร์) คนทั้งโลก!
แค่นั้นมันยังไม่เท่าไหร่แต่หลังจากวันนี้เป็นต้นไปผมต้องก้าวเท้าเข้าสู่รั้วมหา’ลัย ผมนึกภาพออกเลยว่าผมจะเป็นยังไง ผมพยายามหลายครั้งแล้วกับการเปลี่ยนชื่อเล่นของตัวเอง แต่ผมเถียงแม่ไม่ได้ แม่ผมชอบชื่อนี้มากๆซ้ำยังเอารูปถ่ายสมัยเด็กๆที่ผมยืนท่าเมียร์แคตมาย้ำเตือนว่าไม่มีชื่อไหนเหมาะกับผมมากเท่าชื่อนี้อีกแล้ว ส่วนพ่อไม่ต้องถามถึงครับ รายนั้นปฏิเสธแม่ไม่ได้
ไม่ว่าจะคิดเรื่องนี้อีกกี่ล้านรอบผมก็ทำได้แค่ถอนหายใจและถอนหายใจอย่างเดียว ผมพลิกตัวนอนคว่ำก่อนเลื่อนมือขึ้นไปหยิบบัตรนักศึกษาที่วางอยู่บนหมอนอีกใบ ผมหยิบมันมาดูก่อนถอนหายใจอีกรอบแล้วฝังหน้าลงหมอน ผมกลายเป็นนักศึกษาเต็มตัวแล้วและอีกไม่กี่วันก็เข้ากิจกรรมรับน้อง เอาตรงๆนะครับ ผมไม่อยากเข้าเลยเพราะผมไม่ได้อยากป้ายชื่อห้อยคอที่เขียนว่าเมียร์แคต ผมไม่อยากถูกล้ออ่ะ ไม่อยากถูกเรียกเมียร์ มันมีไม่กี่คนหรอกครับที่จะเรียกผมว่าแคตอ่ะ มีแค่เพื่อนสนิทผมนั่นแหละแต่พวกมันแม่งเสือกเรียนคณะอื่นไงแต่เอ๊ะ...ถ้าผมบอกชื่อแคตเฉยๆก็ไม่มีใครรู้ชื่อเต็มผมแล้วป้ะ? หึๆ ฉลาดสุดอะไรสุด
ครืดๆ...
ผงกหัวขึ้นจากหมอนแล้วยันตัวลุกขึ้นนั่ง วางบัตรนักศึกษาลงแล้วหยิบโทรศัพท์ที่นอนสั่นโง่ๆขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ แตะปลายนิ้วที่แอปสี่เหลี่ยมเขียวๆ พอมันขึ้นมาแล้วก็เข้าหน้าแชทกลุ่ม
ปอปาล์ม :: พวกมึง บ่ายสามว่างกันป้ะ ไปกินหมูกระทะเถอะว่ะ ถือว่าฉลองที่สอบเข้าม. เดียวกัน
หญิงบัวใจงาม :: คือมึงสอบเข้าจนจะรับน้องอยู่แล้ว ฉลองช้าไปไหมไอ้สัส
โซ่สนิม :: กูยังไงก็ได้ อยู่ที่พวกมึงนั่นแหละ
ผมอ่านข้อความของเพื่อนแล้วแตะช่องพิมพ์ข้อความ แป้นพิมพ์เด้งขึ้นมาผมก็แตะปลายนิ้วรัวๆ
กูชื่อแคต :: ไปดิ กูอยากกินให้หายช้ำ
พวกมันรู้ดีว่าผมช้ำเรื่องอะไร ผมบ่นกับพวกมันตั้งแต่เทอมสองของ ม.6 จนเข้ามหา’ลัยแล้วผมยังช้ำไม่หาย ช้ำเรื่องชื่อนี่แหละครับ
ปอปาล์ม :: จัดไปเพื่อนรัก เจอกันที่ร้านหมูทะเฮียผิงหน้าโรงเรียนนะ โต๊ะเดิมเลยกูไลน์ไปจองเรียบร้อย
หญิงบัวใจงาม :: เค เจอกัน
โซ่สนิม :: เออ
กูชื่อแคต :: จัดไป
ผมล็อคหน้าจอแล้วโยนโทรศัพท์ลงที่เดิมก่อนลุกเข้าห้องน้ำเพราะอีกไม่กี่นาทีมันก็บ่ายสามแล้วไง แทนที่จะทักมาก่อนหนึ่งชั่วโมง ผมล้างหน้าแปรงฟันพอเพราะถ้าอาบน้ำกลับมาผมก็ต้องอาบใหม่อยู่ดี กลิ่นควันกลิ่นอะไร พอจัดการตัวเองเสร็จผมก็เปลี่ยนชุดใส่กางเกงขาสั้นสามส่วนกับเสื้อยืดคอกลมธรรมดาๆสีฟ้าอ่อนและไม่ลืมโทรศัพท์กับกระเป๋าตังติดตัวไป มีแค่ร้อยกว่าบาทเองมั้งแต่พกไปให้ดูรวยเฉยๆ
"แม่ แคตไปกินหมูทะกับพวกไอ้ปาล์มนะ"
หลังจากเตรียมตัวเรียบร้อยแล้วผมก็ออกจากห้องลงมาข้างล่างตะโกนบอกแม่ในครัว ไม่ต้องรอเสียงตอบรับ ผมใส่รองเท้าเดินออกจากบ้านเรียบร้อย ร้านหมูทะเฮียผิงเป็นร้านประจำของพวกผมครับ พวกผมไปกินจนสนิทกับเจ้าของร้านและพี่ๆพนักงานที่ร้านอ่ะ ไปจนมีโต๊ะประจำและมีสิทธิที่พิเศษกว่าคนอื่นๆอีก กินหมดแล้วจะนั่งนานแค่ไหนก็ได้แถมร้านก็อยู่ไม่ไกล อยู่แค่หน้าโรงเรียนเก่า เดินไปไม่กี่สิบนาทีก็ถึงแล้ว
ร้านหมูกระทะเฮียผิง
พอเจอป้ายร้านที่เด่นกว่าร้านข้างๆและร้านแถวนี้ผมก็เลี้ยวเข้าไปเลยแล้วทักทายพี่ๆที่กำลังทำงานกันอยู่
"ไงแคต มาคนสุดท้ายเลยนะมึง"
ผมเลิกคิ้วขึ้นนิดๆเมื่อพี่ดิว พนักงานของร้านทักขึ้นพอเห็นหน้าโง่ๆของผม พี่เขาเลยบุ้ยปากไปทางโต๊ะประจำ ผมมองตามก่อนนิ่งแล้วถลาเข้าไปหาพวกเหี้ยมัน
"ทำไมมาเร็วฉิบหาย ได้ข่าวพวกมึงไกลกว่านะ"
ผมเลื่อนเก้าอี้ตัวข้างไอ้โซ่ลงนั่งแล้วมองหน้าเพื่อนรักเพื่อนนรกที่มากันครบหน้าทั้งที่บ้านผมใกล้สุด
"กูอยู่ข้างนอกพอดีเลยให้แม่แวะส่งอ่ะแต่ไอ้ปาล์มาก่อนพวกอีก"
บัวบอกก่อนคีบหมี่หยกเข้าปากแล้วเคี้ยวแก้มตุ้ยๆ
"กูใกล้รองจากมึง"
ตามด้วยไอ้โซ่ มันจัดการรินเป๊ปซี่ให้ผมหลังพูดจบ บ้านไอ้โซ่ใกล้จริงแต่ผมใกล้กว่า ทีนี้เหลือตัวสุดท้าย ทำไมมันมาถึงก่อนเพื่อน
"ตอนกูทักหา กูใกล้ถึงร้านแล้ว"
โอเค เข้าใจแล้ว ผมลงมือฉกหมูที่ย่างบนกระทะมาจิ้มน้ำจิ้มแล้วเอาเข้าปาก ชิ้นนั้นผมเห็นไอ้ปาล์มมันเล็งอยู่ผมเลยแย่งแม่ง หมั่นไส้เฉยๆไงไม่มีอะไรมาก มันด่าผมแล้วเอาหมูชิ้นใหม่วางลงบนกระทะ
"แล้วพวกมึงรับน้องที่ไหนวะ กูได้ยินมาว่าคณะวิศวะของมอนี้ชอบรับน้องนอกสถานที่"
ปาล์มเอ่ยถามบัวกับโซ่ ในกลุ่มของผมมีทั้งหมดสี่คนด้วยกัน ผม ปาล์ม บัวและโซ่ บัวมันเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มแต่มันแมนมากและห่ามห้าวสุดๆ ตอนมันบอกจะต่อวิศวะ พวกผมไม่แปลกใจเลยแต่ก็เป็นห่วงนิดๆอ่ะแหละไอ้โซ่เลยอาสาลงวิศวะไปเป็นเพื่อน จริงๆมันก็ตั้งใจจะลงวิศวะตั้งแต่แรกอยู่แล้วแต่พอบัวมันจะลงเลยพูดให้ตัวเองดูดี เหมือนตัวเองรักเพื่อน ห่วงเพื่อนสุด
"ที่ม. อ่ะแต่ถ้ารับเสื้อช็อปเห็นว่าจะพาขึ้นไปรับบนดอย ปีที่แล้วทะเล ปีนี้ขึ้นดอย ลำบากไปอีกจ้า"
บัวพูดไปกินไปแต่แบบน่าสนุกอ่ะ ขึ้นดอยรับเสื้อช็อปแม่งต้องสนุกแน่ๆแต่คณะผมมันธรรมดาๆอ่ะ ยังไม่รู้เลยด้วยว่าจะเจออะไร
"ทำไมของวิศวะน่าสนุกจังวะ คณะกูแม่งบอกเรียนอย่างเดียวอ่ะ ไม่ยอมมีรับน้องเลย"
ไอ้ปาล์มทำปากเป็ดแล้วโกยหมูเข้าปาก ปาล์มมันลงบริหารธุรกิจเพราะต้องช่วยงานที่บ้าน มันไม่อยากเรียนด้วยซ้ำ คณะที่มันสนใจจริงๆคือคณะนิเทศ มันฝันอยากกำกับหนังสักเรื่องอยากมีชื่อของตัวเองอยู่ในหน้าเอ็นเครดิต แต่มันไม่กล้าพอที่จะปฏิเสธครอบครัวหรืออาจจะเกรงใจเพราะตามนิสัย มันเอาแต่ใจกับที่บ้านสุดๆ
"เลิกคุยเรื่องที่มันอยู่ในมหา’ลัยได้ป้ะ กูขอล่ะพวกห่า"
ผมรีบพูดบอกแล้วยกเป๊ปซี่ดื่มย้อมใจ พวกมันทำหน้างงแต่พอเห็นสายตาเคืองๆของผมถึงได้พากันหัวเราะลั่นร้านจนคนหันมอง หน้าหนากว่าคอนกรีตก็เพื่อนผมไงครับ
"ฮ่าๆๆๆๆๆ เออ โทษทีๆ กูลืมเรื่องชื่อมึงไปเลย"
บัวหัวเราะปากกว้างจนผมหมั่นไส้ส่วนไอปาล์มมันทุบอกตัวเองปักๆเพราะสำลักจากการหัวเราะ ไอ้โซ่มันพยายามกลั้นขำเต็มที่โดยทำเป็นเมินหันหน้าออกนอกร้านแต่กรามที่ขึ้นเป็นสันเนี่ยมันบอกผมหมดล่ะว่าไอ้ห่านี่กำลังนั่งกัดฟันแน่นเพื่อไม่ให้ขำผม
"พวกเหี้ย"
ผมด่าแล้วลุกขึ้นหยิบจานบัวมาเทหมูใส่จานตัวเอง ฉกกุ้งจากไอ้ปาล์มมารวมถึงตับจากไอ้โซ่
"ของกำนันที่หัวเราะกู"
ชี้หน้าเรียงตัวแล้วตักน้ำจิ้มราดให้ทั่วก่อนคีบเข้าปาก พวกมันยังคงขำอยู่แต่ช่างแม่งเหอะ ผมจะกิน บอกเลยว่าตอนที่รู้จักกันแรกๆตอนม.ต้น ไอ้พวกเวงนี่ก็ชอบล้อชื่อผม เมียร์จ้ะ เมียร์จ๋า แต่เจอผมด่ากราดไปอ่ะเลยเรียกแคตแต่เดี๋ยวนี้ถ้าเรียกเมียร์ ผมก็ไม่เคืองพวกมันหรอกเพราะรู้เจตนาว่ากวนส้นตีนผมเฉยๆ
"เมียร์!"
"เมียร์พ่องมึงอ่ะไอ้เฮีย!"
ผมสวนกลับทันทีที่ได้ยินเสียง ผมจำเสียงได้ไงเลยสวนไปโดยไม่ต้องกลัวว่าจะโดนตีน ผมขมวดคิ้วก่อนหันมองเฮียผิง เจ้าของร้านหมูกระทะที่เดินยิ้มกวนตีนมาแต่ไกล ตอนรู้ชื่อผมใหม่ๆเฮียมันเนี่ยตัวดีเลย เรียกเมียร์ๆจนลูกค้าคนอื่นๆคิดว่าผมเป็นเมียมันจริงๆอ่ะ
"ฮ่าๆๆๆ มึงนี่เกรี้ยวกราดตลอด"
เฮียโยกหัวผมเบาๆแล้วให้พี่สินตักกุ้งมาให้อีก ไอ้ปาล์มแทบจะถลาไปกอดขาเฮียผิง กุ้งของโปรดมันเลยแล้วกุ้งร้านนี้ตัวแน่นๆทั้งนั้น กุ้งตัวใหญ่ๆจำนวนสองโลถูกยกมาวางบนโต๊ะพวกผม เราสี่คนยกมือไหว้ขอบคุณเฮียผิงแล้วลงมือกิน เนี่ย เหมือนตบหัวแล้วลูบหลังแต่ถ้าได้กุ้งบ่อยๆแบบนี้ผมยอมให้ตบ อิอิ
"พวกมึงอย่าลืมมาให้กูกวนตีนนะเว้ย ไม่ใช่เข้าม. แล้วลืมกันล่ะ"
"จะลืมได้ไงอ่ะเฮีย แดกคุ้มขนาดนี้ไม่ลืมหรอก"
ไอ้ปาล์มบอกก่อนแกะหัวกุ้งที่ลวกจนสุข มันตักน้ำซุปและน้ำจิ้มซีฟู้ดใส่ไปในหัวกุ้ง คนๆให้เข้ากับสมองก่อนยกซดเวลามันกินหัวกุ้งทีไรมันชอบทำแบบนี้ตลอด ทำจนหัวกุ้งข้างในใสสะอาดเลยจ้า
"ฮ่าๆๆ ยังไงก็ดีใจด้วยที่เข้าม. ได้ มื้อนี้ไม่ต้องจ่าย กูเลี้ยงเอง"
เท่านั้นแหละ พวกผมแทบลงไปกราบเท้าเฮียผิงเลย พวกผมสี่คนโซ้ยแหลกและดูท่าว่าผมจะต้องให้ไอ้โซ่ขับไปส่งที่บ้านแล้วล่ะ เดินไม่ไหวอ่ะ หนักท้องโคตรๆ
เรากินจนถึงสามทุ่มก็ทยอยเก็บซากกุ้งซากหอยไปทิ้ง เอาจานเข้าไปเก็บหลังร้าน เช็ดโต๊ะ เก็บเตา คือทำให้เรียบร้อยโดยที่พี่ๆร้านไม่ต้องมาตามเก็บให้ เห็นแบบนี้พวกผมนี่นิสัยดีนะครับ
"ไอ้โซ่ ไปส่งบ้านหน่อยดิ กูเดินไม่ไหวอ่ะ"
ผมเข้าไปเกาะสกู๊ปปี้สีเหลืองอ๋อยของมัน มันพยักหน้าก่อนคร่อมรถสวมหมวกกันน็อค ผมขึ้นไปนั่งแล้วกอดเอวซบหลังมัน ไม่ไหวอ่ะ จุกครับจุก จุกมากถึงมากที่สุด ทำไมผมถึงจุกขนาดนี้นะ
"ถ้าอ้วกใส่กู กูเทมึงลงข้างทางนะแคต"
"เออน่า ไม่อ้วกหรอก"
อ้วกทำไม เสียดายของ โซ่สตาร์ทเครื่องก่อนบิดหน้าตั้งไปส่งผม เอาจริงๆ กูจะอ้วกเพราะมึงขี่รถนี่แหละไอ้สัส! แค่สามนาทีสกู๊ปปี้ก็จอดหน้าบ้านผม ผมลงจากรถแล้วโบกมือไล่ให้กลับบ้านไป มันแทบจะลงมาเตะที่ผมใช้มันแล้วขับไล่ทันทีที่หมดประโยชน์ ผมยืนรอจนไอ้โซ่ขับออกไปจนสุดสายตาแล้วเปิดประตูรั้วเดินเข้าบ้าน บ้านผมเป็นบ้านในโครงการ หลังไม่ใหญ่มาก เป็นบ้านปูนสองชั้น สองห้องนอน สองห้องน้ำ หนึ่งห้องครัวและหนึ่งห้องนั่งเล่น มีประตูรั้วสีขาวสูงเท่าเอวเป็นประตูหน้าบ้าน ทุกๆหลังเป็นแบบนี้หมดแต่อยู่ที่ว่าใครจะปรับเปลี่ยนมันเป็นสีอะไรเพราะเราซื้อแล้ว มันก็กลายเป็นของเราแล้วไง
"เดินพุงนำมาเลยนะเมียร์แคต"
เข้าบ้านมาปุ๊บ แม่สุดที่รักก็ทักปั๊บซ้ำยังเรียกซะเต็มยศเลย ผมเบะปากแล้วเข้าไปนั่งข้างๆแม่ กอดเอวแม่หลวมๆเอนหัวซบไหล่ออดอ้อนเต็มที่ อ้อนจนกว่าจะได้รับการสมยอมจากมารดา
"แคตอยากเปลี่ยนชื่ออ่ะแม่ เฉพาะกิจก็ได้"
"ต้องให้แม่ย้ำอีกหรอจ้ะ?"
แม่หันมาพูดยิ้มๆแต่เป็นยิ้มที่ผมหนาวจับขั้วหัวใจ พอเห็นว่าผมเบ้ปาก สองมือนิ่มๆของแม่ก็ประกบเข้าที่แก้มผมแล้วส่งยิ้มหวานมาอีกรอบ หวานบาดใจมากแม่จ๋า...
"หรือแม่ต้องล้างรูปอัดกรอบสักห้าสิบรูปแล้วแปะรอบบ้านดีจ้ะ เมียร์แคตลูกรัก?"
"แม่อ่า แคตยอมแล้ว"
“ดีมากจ้ะ อ้อ แล้วอย่าไปบอกใครว่าชื่อแคตล่ะเพราะชื่อลูกคือเมียร์แคต เมียร์แคตที่น่ารักของแม่”
แม่พูดยิ้มยิ้มๆแล้วหอมแก้มผมทั้งซ้ายขวาอย่างเอาใจก่อนปล่อยมือออกแล้วหันกลับไปสนใจทีวีตามเดิม ผมหอมแก้มแม่บ้างแล้วลุกเดินคอตกขึ้นห้อง สุดท้ายผมก็ต้องได้ป้ายชื่อที่เขียนว่า 'เมียร์แคต' สินะ