โซ่เดียงสา...1
พราวนภา อิ่มใจ เป็นหญิงสาวชาวเหนืออายุยี่สิบปี ที่ดิ้นรนเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เพื่อส่งเงินกลับบ้านไปดูแลจุนเจือครอบครัวที่ยากจน เธอเสียสละไม่เรียนและเข้ามาทำงานเพื่อส่งเสียให้น้องชายสองคนได้เรียน และด้วยความขยันบวกกับความมุ่งมั่นในการหาเงิน ก็ทำให้เธอทำงานแทบจะไม่เหลือเวลาพัก
“น้อง ๆ มาทางนี้หน่อย”
หญิงสาวรีบเดินเข้าไปหาลูกค้าทันทีที่ถูกเรียก ตอนนี้เธอทำงานอยู่ในตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟของห้องอาหารหรูระดับมิชลินสตาร์ในโรงแรมระดับห้าดาว อันที่จริงวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลายของเธอ ไม่อาจทำให้เธอทำงานในตำแหน่งนี้ แต่ด้วยความที่เธอเป็นเด็กขยัน ผู้จัดการห้องอาหารจึงดึงตัวเธอจากการเป็นแม่บ้านทำความสะอาดมาประจำตำแหน่งนี้
“รับอะไรดีคะ”
ลูกค้าวัยกลางคนจ้องมองเธอไม่วางตาเมื่อพราวนภาเดินเข้ามาใกล้ ถึงแม้สาวชาวเหนือจน ๆ อย่างเธอจะไม่มีสมบัติอะไร แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นสมบัติติดกายคือใบหน้าที่สวยหวานตรึงใจคนมอง
“นี่เธอ! มารับออร์เดอร์หรือมาขายสินค้ากันแน่ยืนยิ้มอยู่นั่นแหละ!”
เสียงแหลมของลูกค้าสาวต่อว่าเธออย่างไม่พอใจเมื่อเห็นสามีของเธอมองพนักงานเสิร์ฟตาไม่กะพริบ พราวนภาเองก็ตกใจจึงรีบถอยหลังออกมา แล้วยืนห่างด้วยกิริยานอบน้อม
“ทำไมต้องไปว่าน้องเขาด้วย คุณนี่ไม่มีเหตุผลเอาซะเลยนะ!”
“นี่คุณขึ้นเสียงใส่ฉันเพราะอีพนักงานเสิร์ฟเนี่ยนะ!”
“พอ! คุณจะสั่งอาหารมั้ย ถ้าไม่ก็กลับกันได้แล้ว!”
ฝ่ายหญิงทำท่าโกรธจัด แต่ก็เรียกพราวนภาเข้าไปจดเมนูที่ต้องการ แล้วกำชับว่าให้เธอเป็นคนมาเสิร์ฟอาหารด้วยตัวเอง พราวนภารู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย แต่เธอก็จำเป็นต้องทำตามที่ลูกค้าต้องการ
เมื่ออาหารทยอยออกมาหญิงสาวก็นำไปเสิร์ฟให้ตามปกติ จนถึงจานสุดท้ายที่เป็นต้มยำร้อน ๆ เมือเธอวางลงลูกค้าสาวก็ปัดถ้วยอย่างแรง จนทำให้น้ำต้มยำหกเลอะเต็มโต๊ะอาหาร และยังมีบางส่วนกระเด็นไปถูกเสื้อผ้าของคนที่จงใจทำหกอีกด้วย
“กรี๊ดดด...อีบ้า! แกแกล้งฉันเหรอ!”
“เปล่านะคะฉันไม่ได้ทำอะไรเลย!”
“ตอแหล! แกไม่พอใจฉันเลยตั้งใจจะราดน้ำร้อนนี่ใส่ฉัน!”
“ฉันเปล่านะ! คุณต่างหากที่ปัดชามจนหกเลอะเทอะ”
พราวนภาไม่ยอมรับข้อกล่าวหาที่ถูกยัดเยียดให้โดยง่าย จึงทำลูกค้าสาวเริ่มเสียงดังขึ้นจนลูกค้าคนอื่นเริ่มหันมามองด้วยความสนใจ
“แกอย่ามาใส่ความฉันนะ! ใครก็ได้เรียกผู้จัดการมาที่นี่ที ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าลูกค้าอย่างฉันกับพนักงานเสิร์ฟอย่างเธอใครจะน่าเชื่อถือมากกว่ากัน!”
เมื่อผู้จัดการห้องอาหารมาถึงลูกค้าสาวก็ไม่รอช้าที่จะตำหนิอย่างไม่พอใจ
“ห้องอาหารระดับนี้อบรมพนักงานมายังไง พนักงานเสิร์ฟของคุณเล่นหูเล่นตาให้ท่าสามีฉัน พอถูกฉันต่อว่าก็โกรธจนแกล้งทำต้มยำหกใส่ฉัน เพราะฉะนั้นคุณต้องไล่พนักงานคนนี้ออก!”
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับคุณลูกค้า ทางเราขออภัยกับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย แต่เรายังไม่สามารถไล่พนักงานออกหากยังไม่สืบทราบข้อเท็จจริง”
“นี่คุณกำลังว่าฉันโกหกอย่างนั้นเหรอ!”
“ไม่ใช่นะครับ แต่ทางเราต้องขอตรวจสอบให้ละเอียด กล้องวงจรปิดสามารถเช็กได้ หากพนักงานของเราทำผิดจริงต้องถูกไล่ออกอย่างแน่นอนครับ”
“ไม่จำเป็นต้องดูกล้องวงจรปิด สามีของฉันก็สามารถเป็นพยานให้ได้!”
ลูกค้าสาวหันไปหาสามีเพื่อให้ช่วยยืนยัน แต่แล้วสามีของเธอกลับลุกขึ้นแล้วเดินออกไปอย่างหงุดหงิด โดยไม่สนใจภรรยาที่เต้นผางด้วยความโกรธและอับอายแม้แต่น้อย
เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างสงบลงผู้จัดการก็เรียกพราวนภาเข้าไปพบ เพราะตั้งแต่เธอย้ายมาทำในห้องอาหารก็มักเกิดปัญหาทำนองนี้บ่อยครั้ง ถึงแม้พราวนภาจะไม่ได้ทำผิด แต่การที่ลูกค้ามีปัญหาบ่อยครั้งอาจมีผลกระทบตามมา เขาในฐานะผู้จัดการจึงต้องแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เข้ามา”
“ผู้จัดการเรียกฉันมีอะไรเหรอคะ”
ผู้จัดการวัยกลางคนถอนหายใจอย่างหนักอกแล้วมองลูกน้องด้วยความเห็นใจ
“พราวนภาที่ผมย้ายคุณมาประจำที่ห้องอาหารก็เพราะคุณขยัน งานที่ห้องอาหารสบายกว่างานแม่บ้านมาก”
“ค่ะ ฉันรู้ว่าผู้จัดการหวังดี”
“นั่นแหละ...แต่ตั้งแต่คุณย้ายมาก็มีปัญหากับลูกค้าตลอด ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ผิด แต่ยังไงโรงแรมก็ต้องเลือกลูกค้าเป็นหลัก”
พราวนภาหน้าซีดเมื่อได้ยินผู้จัดการพูดอย่างนั้น เพราะเธอกำลังเข้าใจว่าจะถูกไล่ออก
“ผู้จัดการหมายความว่ายังไงคะ...หมายความว่าจะไล่ฉันออกเหรอคะ”
“ไม่...ผมจะไล่คุณออกได้ยังไงในเมื่อคุณไม่ได้ทำอะไรผิด ผมแค่อยากจะบอกว่าคงต้องย้ายคุณไปทำตำแหน่งเดิม คุณจะว่ายังไง”
“ถ้าเป็นเรื่องนั้นไม่เป็นไรเลยค่ะ ฉันทำได้ไม่ว่าจะตำแหน่งอะไร ขอแค่ไม่ไล่ออกก็พอ”
ผู้จัดการส่งยิ้มเอ็นดูเมื่อเธอบอกจริงจัง ก่อนจะเอ่ยชมอย่างจริงใจ
“คุณเป็นคนขยันนะพราวนภา ไม่ว่าเจ้านายคนไหนก็อยากได้คนอย่างคุณเป็นลูกน้องทั้งนั้น ตั้งใจทำงานของคุณให้ดี เดี๋ยวก็จะมีสิ่งดี ๆ ตอบแทนเอง”
“ค่ะ ขอบคุณผู้จัดการมากค่ะ”
พราวนภารับคำอย่างแข็งขัน เพราะเรื่องทำงานเธอตั้งใจอยู่ตลอด เมื่อกลับไปทำหน้าที่แม่บ้านเพื่อน ๆ ก็พากันรุมล้อมถามไถ่ถึงเหตุผลที่เธอต้องย้ายกลับมาตำแหน่งเดิมทั้ง ๆ ที่งานห้องอาหารสบายกว่า พราวนภาก็เพียงบอกว่างานตรงนั้นไม่เหมาะกับเธอ เพราะไม่ต้องการอวดอ้างว่าหน้าตาของเธอทำให้เกิดปัญหา
มาร์โค่ มอนโตโร เป็นนักธุรกิจหนุ่มผู้โด่งดังของอิตาลี ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงไว้ด้วยความดุดัน นัยน์ตาสีน้ำตาลทองมักฉายแววหงุดหงิดจนเป็นนิสัย เขาเจ้าชู้ตามประสาผู้ชายที่มีโอกาสได้เลือก จึงทำให้ทุกค่ำคืนบนเตียงไม่เคยขาดสาว ๆ ที่พร้อมจะพลีกายปรนเปรอ บางคนต้องการแค่เงิน บางคนต้องการแค่เซ็กซ์ดิบเถื่อนถึงใจ แต่บางคนก็หวังสูงไปถึงการทำให้มาร์โค่ติดใจ ซึ่งแน่นอนว่ายังไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน
ชายหนุ่มใช้ผู้หญิงเปลืองยิ่งกว่ากระดาษชำระ เขาเย่อหยิ่งและไม่ใส่ใจความรู้สึกของใครนอกจากตัวเอง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาคิดว่าคู่ควรคือสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ แม้กระทั่งคนที่จะมาเป็นคู่นอนก็ต้องระดับดารานางแบบ สำหรับผู้หญิงตามผับบาร์ราคาถูกที่มีอยู่ดาษดื่นอย่าได้ฝันร่วมเตียงกับเขา
วันนี้มาร์โค่เดินทางมาเมืองไทยเพื่อร่วมงานแต่งของพี่ชาย และเข้าพักที่โรงแรมสุดหรูที่พี่ชายจัดหาไว้ให้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขามาประเทศไทยโดยไม่มีเรื่องธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะเมื่อก่อนมุ่งมั่นหาแต่ความยิ่งใหญ่จึงไม่ได้ผ่อนคลายนัก แต่ในวันนี้ที่เขาได้รู้เรื่องราวในอดีตของมารดาจึงทำให้มีพี่ชายเพิ่ม และเมื่อได้ปรับความเข้าใจกับดิเลียนผู้เป็นพี่ที่วันวานอยู่ในฐานะคู่แข่ง ก็เหมือนว่าเขาจะปลอดโปร่งและมีชีวิตที่ไม่เคร่งเครียดเช่นแต่ก่อน
“ฮัลโหล...”
ชายหนุ่มกรอกเสียงใส่โทรศัพท์เมื่อกดรับพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“แกเข้าพักหรือยัง”
“เข้าแล้ว แหม...เรื่องแค่นี้ต้องโทรเช็ก ทำอย่างกับฉันเป็นเด็ก ๆ ไปได้”
“เออ! ก็เห็นว่าไม่ค่อยคุ้นกับที่นี่”
“ไม่คุ้นแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าดูแลตัวเองไม่ได้นี่ ฉันมีปาก และที่สำคัญฉันมีเงิน อยากได้อะไรก็แค่พูดไม่เห็นจะยากเลย”
มาร์โค่ตอบพี่ชายอย่างยียวนจนดิเลียนตัดบทด้วยความหมั่นไส้
“เออ! ก็ดี งั้นแค่นี้แหละ”
“เฮ้ ๆ !!”
“อะไรอีก...”
“คืนนี้ปาร์ตีสละโสดนะ ห้องสวีตของโรงแรม ต้องมาให้ได้”
“เออ ไปได้อยู่แล้ว ประเพณีที่นี่เจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องแยกกันก่อน”
“งั้นก็ดี คืนนี้เจอกัน”
ชายหนุ่มตัดบทแล้วยิ้มอย่างนึกสนุกเมื่อคิดถึงปาร์ตีสละโสดที่เขาจัดเอาไว้ให้พี่ชาย
...
พราวนภาเดินเข้ามาทักทายเพื่อนร่วมงานในขณะที่กำลังแลกเปลี่ยนกะเพื่อเข้าทำงาน ใบหน้าสวยหวานของเธอยังคงมีรอยยิ้มแม้จะต้องกลับมาทำงานในตำแหน่งแม่บ้านที่เหนื่อยและหนักกว่าพนักงานเสิร์ฟ
“วันนี้เป็นไงบ้างนิสา”
“ดีนะ วันนี้ฉันได้ขึ้นไปทำที่ห้องวีไอพี 999 ชั้นบนสุดด้วย แล้ววันนี้เวรห้องวีไอพีเป็นของเธอ”
“แล้วเป็นไง”
“เป็นคนอิตาลี หล่อระเบิด หล่อเกินบรรยาย ถึงหน้าตาจะดุไปนิด แต่ก็ใจดี เขาทิปให้ฉันตั้งเยอะแน่ะ”
“ดีจัง”
พราวนภาบอกแล้วส่งยิ้มยินดีให้กับเพื่อน ถึงแม้พวกเธอจะเป็นเพียงแม่บ้าน แต่ก็มีความรู้เรื่องภาษาเพราะตั้งใจเรียนเพิ่มเติม เนื่องจากทำงานในโรงแรมที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความหรูหรา แขกที่มาพักก็ล้วนเป็นแขกกระเป๋าหนักและชาวต่างชาติ การที่สามารถสื่อสารกับลูกค้าชาวต่างชาติได้ พวกเธอก็มักจะได้ทิปแบบหนัก ๆ เวลาที่ถูกเรียกใช้
“ก็ดีน่ะสิ วันนี้ฉันจะซื้อหมูกระทะไปฝากน้อง ๆ สักหน่อย”
“จ้า...เด็ก ๆ คงดีใจที่พี่สาวหิ้วของโปรดไปฝาก”
“งั้นฉันไปก่อนนะพราว ขอให้คืนนี้เป็นคืนที่ดีของเธอ”
“จ้า...ขอบใจจ้ะ”
พราวนภากล่าวขอบคุณและยิ้มรับคำอวยพรของเพื่อน เพราะทุกครั้งที่แลกเปลี่ยนกะกันพวกเธอก็มักจะอวยพรเพื่อเป็นกำลังใจให้กันเสมอ
ในห้องสวีตสุดหรูของโรงแรมถูกเปลี่ยนเป็นคลับขนาดย่อม นักธุรกิจชั้นแนวหน้าหลายคนมารวมตัวกันในปาร์ตีสละโสดของดิเลียน ทุกคนที่มาล้วนแล้วแต่เป็นเพื่อนสนิทของดิเลียนทั้งสิ้น ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และสาว ๆ ที่มาในงานถูกเลือกสรรมาอย่างดี เพราะมาร์โค่ตั้งใจที่จะจัดงานนี้เพื่อพี่ชายของเขา
“เป็นไง...ปาร์ตีเล็ก ๆ ของฉันถูกใจมั้ย”
“อืม...จะดีกว่านี้ถ้าไม่มีสาว ๆ “
“เฮ้...อะไรกัน แค่จะมีเมียถึงขนาดเอียนสาว ๆ แล้วเหรอ”
ดิเลียนยิ้มอ่อนโยนเมื่อนึกถึงอาริสาเจ้าสาวของเขา
“ไม่หรอก...พูดไปนายก็ไม่เข้าใจ ฉันไม่อยากทำอะไรให้ริสาขัดเคืองใจ ยิ่งตอนนี้ท้องอยู่ ยิ่งไม่อยากให้มีเรื่องกวนใจ”
“หื้ม...ความรักมันน่ากลัวกว่าที่คิดนะเนี่ย”
“เอาเถอะ...วันหนึ่งนายมีความรักก็จะเข้าใจเองมาร์โค่”
มาร์โค่เบะปากพร้อมส่ายหน้า ดิเลียนจึงยิ้มอย่างขบขันกับท่าทางนั้น
“แต่ยังไงก็ต้องขอบใจนะที่จัดปาร์ตีนี้ให้ฉัน เอาไว้ฉันจะตอบแทนนายด้วย...”
“อะ ๆ ....”
มาร์โค่ยกมือขึ้นโบกเพื่อไม่ให้พี่ชายได้พูดต่อ
“ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพี่จะตอบแทนด้วยอะไร เอาไว้จะรอก็แล้วกันนะ”
เขาบอกแล้วยื่นแก้วในมือไปชนแก้วกับพี่ชายก่อนจะยักคิ้วให้อย่างอารมณ์ดี
ทุกคนที่มาร่วมในปาร์ตีต่างสนุกสนานและดื่มกินกันอย่างครึกครื้น ทั้งมาร์โค่และดิเลียนต่างก็เริ่มมึนเมาด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าพวกเขาจะหยุด เพราะยิ่งสนุกมากเท่าไรก็ยิ่งดื่มมากเท่านั้น
...
ห้องวีไอพี 899 เช็กเอาต์!
ห้องวีไอพี 899 เช็กเอาต์!
พราวนภาสะดุ้งตื่นหลังจากได้ยินเสียงหวานของพนักงานประชาสัมพันธ์ที่ส่งผ่านวอมา หญิงสาวรีบลุกขึ้นแล้วคว้ารถเข็นประจำตำแหน่งของตัวเอง พนักงานทำความสะอาดของโรงแรมมีหลายคน แต่ละคนรับผิดชอบคนละชั้นคนละโซน โดยที่สลับเปลี่ยนกันทุกวัน เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียม เพราะทุกคนจะได้รับผิดชอบห้องวีไอพีซึ่งเป็นห้องที่พนักงานหมายปอง และวันนี้เวรห้องวีไอพีก็เป็นของพราวนภา
ร่างอ้อนแอ้นเข็นรถเข็นที่บรรจุอุปกรณ์ทำความสะอาดมาหยุดยืนที่หน้าห้องพักชั้นบนสุด แล้วจึงเงยหน้ามองเลขห้องก่อนจะเปิดประตูเข้าไป ที่แรกที่พราวนภาเดินไปคือหัวเตียง เพราะทุกครั้งที่แขกเช็กเอาต์ก็มักจะวางเงินทิปเอาไว้ที่โต๊ะหัวเตียง
“เฮ้อ...ไม่มีเลย”
หญิงสาวถอนหายใจพร้อมทำสีหน้าผิดหวังเมื่อพบว่าโต๊ะหัวเตียงว่างเปล่า แต่เพียงครู่เดียวก็เดินกลับมาที่รถเข็นแล้วตรงไปยังห้องน้ำ ซึ่งเป็นที่แรกที่เธอต้องทำความสะอาด
“อื้อ...ทำไมเปิดยากจังนะ”
เสียงหวานบ่นพึมพำเมื่อพยายามเปิดฝาน้ำยาทำความสะอาดขวดใหม่ แต่ไม่ว่าจะออกแรงเท่าไรก็ไม่สามารถเปิดได้ พราวนภาสาละวนอยู่นานสุดท้ายจึงบิดมันสุดแรง
ก๊อก!
พรวด!!
ทันทีที่ฝาเปิดออกน้ำยาทำความสะอาดก็กระฉอกออกมาจนเลอะชุดพนักงานที่เธอสวมใส่ และปริมาณของมันก็มากพอที่จะทำให้ชุดของเธอชุ่มโชกได้
“โอ๊ย...แย่จัง”
หญิงสาวรีบวางขวดน้ำยาลงแล้วก้มลงสำรวจชุดที่สวมใส่ เมื่อพบว่ามันเปียกเป็นวงกว้างจึงเริ่มคิดหาวิธีจัดการ เพราะน้ำยาชนิดนี้เป็นน้ำยากัดชนิดรุนแรง ผิวเนื้ออ่อนบางที่ต้นแขนจนถึงเนินอกจึงเริ่มมีอาการแสบเล็กน้อย และคงจะมากขึ้นเรื่อย ๆ หากเธอไม่ล้างมันออก
“ไหน ๆ ก็เช็กเอาต์แล้วคงไม่มีใครรู้หรอกเนอะ”
เธอพึมพำบอกตัวเองขณะที่ตามองไปยังฝักบัวอาบน้ำ และอ่างอาบน้ำสุดหรู พราวนภาตัดสินใจปลดเปลื้องชุดพนักงานที่สวมใส่จนทั้งร่างเปล่าเปลือย แล้วจัดการอาบน้ำล้างตัวอย่างรวดเร็ว เพราะความแสบคันที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นทุกขณะ
หลังจากชำระร่างการเรียบร้อยหญิงสาวก็จัดการกับชุดที่เปื้อนของตัวเอง ก่อนจะสวมใส่ทีละชิ้นกลับคืนที่เดิม แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อประตูห้องพักถูกเปิดออก พร้อมร่างสูงของชายหนุ่มที่มีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาราวกับรูปสลัก
มาร์โค่จ้องมองหญิงสาวในชุดพนักงานทำความสะอาดด้วยความงุนงง แต่แล้วความงุนงงก็แปรเปลี่ยนเป็นพึงพอใจ เนื่องจากเธอยังแต่งตัวไม่เรียบร้อยเขาจึงเห็นเนินอกอิ่มที่ขาวนวล พลางคิดว่าการยั่วยวนด้วยการแต่งชุดแบบไม่เรียบร้อยเช่นนี้ดีไม่น้อย
“เข้าใจยั่วนะแม่คุณ ไม่คิดเลยว่าพี่ชายฉันจะรู้ใจถึงขนาดนี้”
ชายหนุ่มกวาดตามองร่างอ้อนแอ้นและใบหน้างดงามของหญิงสาวที่กำลังจ้องมองมาที่เขา เครื่องหน้าทุกอย่างของเธองดงามราวกับภาพวาด โดยเฉพาะดวงตายาวรีสุกสกาวคู่นั้นของเธอ ล้อมกรอบด้วยขนตางอนยาวทำให้ดูหวานซึ้งตรึงใจคนที่พบเห็น สรุปได้คือเขาถูกใจเธอจนเดินเข้ามาหาราวกับกำลังละเมอ
“ฉัน...คุณ...”
มือบางของพราวนภารวบสาบเสื้อเข้าหากันแล้วมองเขาด้วยความตกใจ แต่คำพูดและคำถามมากมายกลับติดอยู่ในลำคอ จวบจนร่างอ้อนแอ้นถูกเขารวบเข้าไปในอ้อมกอดจึงได้สติแล้วพยายามผลักไสดิ้นรน
“คุณ! ปล่อยฉัน! ปล่อยนะคะ!”
มาร์โค่ไม่สนใจคนที่กำลังดิ้นรนเพราะคิดว่าเธอกำลังแสดงละครเพิ่มความตื่นเต้นให้กับเขา และชายหนุ่มก็รู้สึกว่าเธอแสดงได้เก่งเหลือเกิน เพราะตอนนี้เขารู้สึกฮึกเหิมราวกับราชสีห์หนุ่มที่กำลังจะขย้ำลูกกวางไม่มีผิด
“กรี๊ดด!!...ปล่อย!!”
ชายหนุ่มลากเอาร่างเล็กไปโยนลงบนที่นอนนุ่มแล้วจึงตามไปทาบทับอย่างรวดเร็ว มือใหญ่กระชากสาบเสื้อที่ยังไม่ได้ติดกระดุมออก แล้วก้มลงซุกไซ้อกอวบใหญ่ที่ขาวผ่องละลานตาอย่างหื่นกระหาย กลิ่นสาวหอมหวานทำให้มาร์โค่ที่กำลังมึนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์เหมือนจะเมามากขึ้น
“ฮือ ๆ ...ปล่อย!!”
ร่างเล็กพยายามดิ้นรนพร้อมร้องบอกให้เขาปล่อยเธอ แต่ดูเหมือนคนที่กำลังมัวเมาในห้วงพิศวาสจะไม่ได้สนใจเท่าไรนัก มือหนายังคงฟอนเฟ้นไปทั่วร่างงาม และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
“อึก...อื้อ...”
ยอดทรวงสีหวานถูกเขาดูดกลืนและขบเม้มหนักหน่วง ทำให้ความรู้สึกรัญจวนเกิดขึ้นกับพราวนภาอย่างไม่อาจห้ามได้ แต่ถึงอย่างนั้นมือบางก็ยังไม่หยุดผลักไสเขา เพียงแต่อ่อนแรงลงเท่านั้น
“ชอบใช่มั้ย...ดิ้นอีกสิ ดิ้นแรง ๆ ฉันชอบ....”
เขากระซิบบอกแล้วก้มลงสนใจกับอกอิ่มอีกครั้ง ริมฝีปากร้อน ๆ เคล้าคลึงทรวงอกเต็มตึงของเธออย่างชอบใจ ดวงตาสีน้ำตาลทองฉ่ำเยิ้มด้วยความปรารถนา ซุกไซ้ร่างเล็กหอมกรุ่นด้วยความหลงใหล
จากดูดดึงกลายเป็นการขบกัดตามอารมณ์ดิบเถื่อนที่ปะทุขึ้น สร้างความเจ็บระคนซ่านเสียวให้คนไร้ประสบการณ์เป็นระยะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างไม่ยอมแพ้
“อ๊ะ...อื้อ...ปล่อยนะ!...”
“ดี! ดิ้นอีก!”
เพราะสัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกขึ้นทำให้มาร์โค่ไม่รับรู้ว่าเธอกำลังหวาดกลัว ตอนนี้เขากำลังสนุกในฐานะผู้ล่า การที่ได้เห็นเหยื่อทุรนทุราย ก็ยิ่งสร้างความตื่นเต้นและกระสันอยากจะครอบครอง จนพราวนภาเริ่มอ่อนแรงลงทีละน้อย
“ฮะ ฮะ ฮะ แสดงได้ดี! ฉันจะให้ทิปเธออย่างหนัก!”
เสียงสั่นพร่าเอ่ยชมแล้วจูบไซ้ผิวนุ่มอีกครั้ง ในใจนึกขอบคุณพี่ชายที่ส่งของขวัญเกรดพรีเมียมมาให้ แถมยังรู้ใจว่าคืนนี้เขาต้องการอะไรที่ตื่นเต้นอีกด้วย
“อื้ม...”
ในขณะที่ปากของเขาดื่มกินยอดอกสาว มือใหญ่ก็ดึงทึ้งเสื้อผ้าส่วนล่างของเธอไปด้วย จนตอนนี้ร่างทั้งร่างของพราวนภาเปล่าเปลือยไร้สิ่งกีดขวาง
“อือ...ปล่อยฉัน...อื้อ...”
เสียงร้องห้ามเริ่มอ่อนลงพอ ๆ กับแรงที่ค่อย ๆ ถดถอย เพราะตอนนี้นอกจากหมดแรงก็ยังมีความรัญจวนเข้าแทรกจนสมองพร่าเลือนราวกับอยู่ในความฝัน
มาร์โค่เลื่อนมือลงลูบไล้เนินสามเหลี่ยมอวบอูมเต็มมือ แล้วละเลงปลายนิ้วกับกลีบสาวจนน้ำหวานเอ่อซึม ก่อนที่จะบดบี้ปลายนิ้วกับติ่งเสียวกลางกลีบสาว จนสะโพกอวบส่ายร่อนไปมาอย่างไม่อาจห้าม ทั้งหมดเป็นไปตามธรรมชาติเรียกร้อง จวบจนเขาเห็นว่าเธอพรั่งพร้อมจึงถอยออกไปปลดเปลื้องอาภรณ์ของตัวเอง
ในขณะที่มือหนาดึงทึ้งเสื้อผ้าของตัวเองอย่างใจร้อนดวงตาคมก็จ้องมองภาพความงามยวนตาของร่างอ้อนแอ้นที่เต็มตึงทุกสัดส่วน ในระหว่างที่เขาผละไปพราวนภาก็เหมือนกลับมาเป็นตัวของตัวเอง ดวงตาคู่สวยที่หลับพริ้มในตอนแรกค่อย ๆ ปรือขึ้น และภาพที่เธอเห็นคือชายหนุ่มรูปร่างกำยำเปลือยเปล่า กำลังสวมเครื่องป้องกันให้กับแกนกายใหญ่โตที่ตั้งชันของตัวเอง
พราวนภาพยายามรวบรวมสติแล้วยันตัวลุกขึ้นด้วยความกลัวจนลนลาน แต่ยังไม่ทันถอยไปไหนข้อเท้าบอบบางก็ถูกเขารวบแล้วดึงเข้าไปหา
“ไม่นะ! ปล่อยฉัน!...”
“เลิกแสดงได้แล้ว เปลี่ยนบทเถอะ ตอนนี้ฉันต้องการแม่เสือสาวที่เร่าร้อน”
มาร์โค่แยกขาเรียวของเธอออกกว้างแล้วแทรกท่อนเอ็นเข้าไปในกลีบสาวบอบบางอย่างรุนแรง
“กรี๊ดดดดด!!!...”
เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดและความคับแคบรัดรึงของหลืบสาว ทำให้ชายหนุ่มรู้ในทันทีว่าคนใต้ร่างนั้นยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง กรามแกร่งบดกันแน่นเพราะความเสียวซ่านที่ถูกเธอบีบรัด
“ดิเลียนหาของได้ดีจริง ๆ ...ซี้ดดด...อาส์...ระดับสิบดาว!”
เขาเค้นเสียงบอกกับตัวเองแล้วก้มลงมองใบหน้าของพราวนภา จึงเห็นว่าเธอมีสีหน้าเจ็บปวด และน้ำตาก็ยังไหลออกทางหางตาไม่ขาดสาย
“ฮึก...ปล่อยฉัน...ฮึก...ฉันเจ็บ...”
“เอาน่า...ครั้งแรกก็แบบนี้แหละ โทษฉันไม่ได้นะ เธอไม่ยอมบอกฉันก่อนนี่”
เขากระซิบบอกแล้วค่อย ๆ ขยับสะโพกเนิบช้าเพื่อให้เธอได้ปรับตัว พราวนภาถอนสะอื้นแล้วผวาจับเอวเขาไว้แน่นเมื่อชายหนุ่มเคลื่อนไหว การกระทำนั้นของเธอมันทำให้มาร์โค่เข้าใจว่าเธอเต็มใจและตอบรับ จึงไม่รอช้าที่จะพาเธอฝ่ามรสุมสวาทไปด้วยกัน
“โอย...ซี้ด...เสียวมากเลย...”
เสียงครางราวกับสัตว์บาดเจ็บดังจากปากเขาไม่ขาดสายในขณะที่สะโพกแกร่งอัดกระแทกรัวเร็ว พราวนภาส่ายใบหน้าเปื้อนน้ำตาไปมากับหมอน ในสมองสับสนอื้ออึงกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น เธอทั้งเจ็บ ทั้งเสียวซ่าน และควรที่จะต่อต้านเขามากกว่านี้ แต่เธอกลับไม่ทำ และปล่อยให้เขาย่ำยีราวกับเต็มใจ หญิงสาวไม่รู้แม้กระทั่งใจตัวเองว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เธอรู้สึกคล้ายกับว่าเธอกำลังอยู่ในความฝัน
“อ๊าส์...ฉันใกล้แล้วนะ...โอ๊ะ!...”
มาร์โค่กระแทกกระทั้นส่วนบอบบางของเธออย่างไม่ปรานี ทุกจังหวะเข้าออกหนักหน่วงรุนแรงและเร่าร้อน ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ขาดแคลนเรื่องผู้หญิง แต่เธอทำให้เขารู้สึกราวกับหิวโหย จนต้องดื่มกินความสาวสดของเธออย่างตะกละตะกลาม
“อ๊าส์...สุดยอด...อ๊าส์!...”
เสียงครางกระเส่าดังที่ข้างหูเธอก่อนร่างหนาที่ขย่มโยกอยู่ด้านบนจะกระตุกถี่ ๆ ก่อนจะปลดปล่อยสายพันธุ์สวาทออกมาจนหมดสิ้น
มาร์โค่กอดคนใต้ร่างอย่างหวงแหนแล้วถอนตัวออก แต่เขาไม่ได้จากไปเพียงแต่ดึงเครื่องป้องกันให้พ้นทาง ก่อนที่เขาจะกลับเข้ามาใหม่ในแบบเนื้อแนบเนื้อ แล้วเริ่มบทรักอีกครั้งอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย