bc

แค่เคยคุ้น

book_age18+
272
FOLLOW
1.4K
READ
forced
heir/heiress
like
intro-logo
Blurb

ชินภพมองเรือนร่างเย้ายวนของคนที่หลับใหลอยู่บนเตียงด้วยความสับสน ก่อนที่ใจจะเอนเอียงไปทางด้านมืดมากกว่า

“ลุกได้แล้ว!”

คนตัวเล็กถึงกับสะดุ้งแล้วรีบลนลานลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว

“หึ! นอนแก้ผ้ามาทั้งคืนเพิ่งจะนึกอายหรือไง ดัดจริต!”

ชายหนุ่มสาดวาจาเผ็ดร้อนจนคนที่กำลังดึงผ้าเช็ดตัวมาปิดเต้าตูมเต่งถึงกับหน้าร้อน

“รีบกลับห้องเธอไปได้แล้ว!”

“เอ่อ... คุณภพคะ”

“มีอะไร”

“ป่านไม่อยากทำแบบนี้แล้วค่ะ ป่านกลัวคุณลุงจะรู้”

เขาปรายตามองเธอก่อนจะบิดริมฝีปากอย่างดูแคลน

“ถ้าพ่อฉันจะรู้คงรู้ไปนานแล้วล่ะ ฉันเห็นเธอพูดแบบนี้ทุกครั้งก่อนจะออกจากห้องฉันไป แต่พออีกวันแค่ฉันพยักหน้าก็กระดิกหางวิ่งตามง่าย ๆ เพราะฉะนั้นเลิกพูดเถอะ มันไม่ช่วยให้เธอดูดีขึ้นมาหรอก”

ป่านทอทั้งเจ็บทั้งอาย แต่สิ่งที่เธอทำได้ก็แค่อดทน

“เดี๋ยว!”

คนที่กำลังจะก้าวลงจากเตียงชะงักเพราะเสียงเรียก

“คะ...”

“เดือนหน้าเธอเรียนจบแล้วนี่”

“ค่ะ”

“ฉันคงไม่ต้องพูดนะว่าเธอควรทำยังไงหลังเรียนจบ มันถึงเวลาแล้วล่ะที่เธอต้องเลิกเป็นภาระคนอื่นสักที”

กระบอกตาคนฟังร้อนผ่าวเพราะน้ำตาที่จวนเจียนจะหยด แต่ป่านทอก็กลั้นเอาไว้จนสุดกำลัง

“ป่านรู้ค่ะว่าต้องทำยังไง คุณภพไม่ต้องเป็นห่วง”

“ดี!”

ชินภพมองร่างเล็กที่เดินออกจากห้องไแด้วยสายตาที่ยากจะเข้าใจ พร้อมกับถามตัวเองว่าสิ่งที่เขากับเธอทำร่วมกันมันคือความผิดพลาดหรือตั้งใจกันแน่...

เด็กสาววัยสิบหกปีนั่งมองรูปของมารดาผู้ล่วงลับด้วยความอาวรณ์ ดวงตาไร้เดียงสาเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง หัวใจดวงน้อย ๆ ของป่านทอถูกความอ้างว้างว้าเหว่ครอบคลุมเต็มพื้นที่เมื่อสูญเสียมารดาซึ่งเป็นญาติเพียงคนเดียวของเธอ

“จะทำยังไงกับหนูป่านดีล่ะคะคุณท่าน เห็นแบบนี้ก็อดเวทนาไม่ได้”

นางน้อยถามผู้เป็นเจ้านายในขณะที่ดวงตาไม่ละไปจากเด็กสาว

“ฉันรับปากวิไว้แล้วว่าจะดูแลหนูป่านให้ดีที่สุด หนูป่านไม่มีใครแล้วเพราะฉะนั้นฉันคงต้องรักษาคำพูด เพราะญาติที่ยังพอเหลือก็คงไม่มีใครอยากรับภาระหรอก”

“เข้าใจแล้วค่ะ เป็นบุญของหนูป่านค่ะที่ยังมีคนให้พึ่งพิง”

“ใช่ ไร้ญาติขาดมิตรตั้งแต่ตัวเท่านี้ ถ้าไม่มีใครอ้าแขนรับคงเคว้งคว้างน่าดู”

คุณปราการพูดพลางมองเด็กสาวที่นั่งสะอื้นด้วยความเวทนา ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาใกล้ ๆ หลังจากคนทยอยออกจากศาลาจนหมด

“กลับกันเถอะหนูป่าน พรุ่งนี้ค่อยมากันใหม่”

ป่านทอถอนสะอื้นก่อนจะเงยหน้ามองเจ้าของเสียงที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา ทำให้คุณปราการที่เห็นดวงตากลมแดงช้ำแล้วรู้สึกสงสารจับใจ

“ไปเถอะ”

“คุณลุง... ฮึก...”

“กลับบ้านกันเถอะ”

น้ำตาของเด็กสาวพรั่งพรูออกมาอีกระลอกในขณะที่หันไปมองยังรูปของมารดา

“แม่... ฮึก... จะเหงาไหมคะ ป่าน... ฮึก... อยากอยู่เป็นเพื่อนแม่...”

คนฟังสะเทือนใจไม่น้อยกับประโยคน่าเวทนานั้น จึงนั่งลงใกล้ ๆ แล้วลูบศีรษะเล็กอย่างปลอบโยน

“แม่ไม่เหงาหรอก กลับบ้านกันนะพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”

ป่านทอพยักหน้าแทนคำตอบเพราะก้อนสะอื้นมันจุกอยู่ที่ลำคอจนพูดไม่ออก คุณปราการจึงส่งยิ้มบาง ๆ แล้วดึงให้เด็กสาวลุกขึ้นยืน

“ไม่ต้องกลัวนะหนูป่าน หนูยังมีลุงอยู่ทั้งคน”

น้ำเสียงนุ่มนวลที่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่นจริงจังทำให้หัวใจของป่านทออุ่นวาบ ถึงแม้ว่าผู้ชายตรงหน้าจะ เป็นเพียงบิดาเลี้ยงแต่เธอก็ให้ความเคารพและนับถือ เสมือนผู้ให้กำเนิด เพราะคุณปราการมีเมตตากับเธอเสมอมา

แต่ชีวิตของป่านทอมันไม่ได้ราบรื่นอย่างนั้น เพราะถึงคุณปราการจะต้อนรับเธอ แต่ชินภพลูกชายของเขากลับแสดงความรังเกียจชัดเจน

“ไม่ใช่เด็กคนนี้ไร้ญาติขาดมิตรเสียทีเดียวนี่ครับคุณพ่อ ญาติห่าง ๆ ก็ยังมีไม่ใช่เหรอ”

ชินภพแสดงความไม่พอใจทันทีที่รู้ว่าบิดาต้องรับอุปการะป่านทอ

“มีน่ะมี แต่เป็นญาติที่ไม่เคยได้ติดต่อกันเลยใครเขาจะอยากอ้าแขนรับ”

“ก็นั่นน่ะสิครับ ขนาดญาติยังไม่เอาคุณพ่อจะรับไว้ทำไม!”

ป่านทอที่แอบฟังอยู่ถึงกับสะอึก หัวใจเธอบีบรัดทั้งเจ็บปวดและสมเพชตัวเอง

“ภพ... เมตตาน้องเถอะลูก”

“พ่อเลิกยัดเยียดเด็กคนนั้นให้เป็นน้องผมสักทีเถอะครับ ผมมีน้องสาวคนเดียวคือพลอย”

คุณปราการได้แต่ถอนใจเมื่อลูกชายยังคงมีท่าทีกระด้างกระเดื่องกับเด็กสาวผู้น่าสงสารอย่างป่านทอ

“ถึงจะเป็นญาติห่าง ๆ เขาก็คงจะรับไว้ด้วยความยินดีถ้าเรามีเงินให้ เชื่อผมเถอะครับ ให้เงินไปสักก้อนแค่นี้ก็มีคนแย่งกันไปเลี้ยงดูแล้ว”

“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะภพ เราต้องคิดด้วยว่าหลังจากที่ไปแล้วจะเป็นยังไง ถ้าเขารับน้องไปเลี้ยงเพราะเห็นแก่เงิน วันหนึ่งที่น้องหมดประโยชน์เขาก็จะไม่ไยดี”

“สรุปก็คือคุณพ่อจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้ได้?”

“ถือว่าพ่อขอได้ไหม แค่ให้หนูป่านได้เรียนจบหรือโตพอที่จะดูแลตัวเองก็ยังดี”

“งั้นก็แล้วแต่ครับ!”

ชินภพลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องโถงด้วยท่าทางไม่พอใจชัดเจน ก่อนจะพบเข้ากับเด็กสาวที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างประตู และมันก็ทำให้รู้โดยไม่ต้องเดาเลยว่าป่านทอได้ยินทุกอย่างหมดแล้วซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกตกใจ เพราะใบหน้าที่ซีดเซียวไร้สีเลือดของเธอมันไม่ได้น่าสงสารเลยแม้แต่น้อย

“คือ... ป่าน...”

“ไร้มารยาท!!”

เขาตำหนิที่เธอแอบฟังโดยที่เด็กสาวได้แต่ก้มหน้าเพราะเธอเสียมารยาทจริง ๆ

chap-preview
Free preview
แค่เคยคุ้น1
ชินภพมองเรือนร่างเย้ายวนของคนที่หลับใหลอยู่บนเตียงด้วยความสับสน ก่อนที่ใจจะเอนเอียงไปทางด้านมืดมากกว่า “ลุกได้แล้ว!” คนตัวเล็กถึงกับสะดุ้งแล้วรีบลนลานลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว “หึ! นอนแก้ผ้ามาทั้งคืนเพิ่งจะนึกอายหรือไง ดัดจริต!” ชายหนุ่มสาดวาจาเผ็ดร้อนจนคนที่กำลังดึงผ้าเช็ดตัวมาปิดเต้าตูมเต่งถึงกับหน้าร้อน “รีบกลับห้องเธอไปได้แล้ว!” “เอ่อ... คุณภพคะ” “มีอะไร” “ป่านไม่อยากทำแบบนี้แล้วค่ะ ป่านกลัวคุณลุงจะรู้” เขาปรายตามองเธอก่อนจะบิดริมฝีปากอย่างดูแคลน “ถ้าพ่อฉันจะรู้คงรู้ไปนานแล้วล่ะ ฉันเห็นเธอพูดแบบนี้ทุกครั้งก่อนจะออกจากห้องฉันไป แต่พออีกวันแค่ฉันพยักหน้าก็กระดิกหางวิ่งตามง่าย ๆ เพราะฉะนั้นเลิกพูดเถอะ มันไม่ช่วยให้เธอดูดีขึ้นมาหรอก” ป่านทอทั้งเจ็บทั้งอาย แต่สิ่งที่เธอทำได้ก็แค่อดทน “เดี๋ยว!” คนที่กำลังจะก้าวลงจากเตียงชะงักเพราะเสียงเรียก “คะ...” “เดือนหน้าเธอเรียนจบแล้วนี่” “ค่ะ” “ฉันคงไม่ต้องพูดนะว่าเธอควรทำยังไงหลังเรียนจบ มันถึงเวลาแล้วล่ะที่เธอต้องเลิกเป็นภาระคนอื่นสักที” กระบอกตาคนฟังร้อนผ่าวเพราะน้ำตาที่จวนเจียนจะหยด แต่ป่านทอก็กลั้นเอาไว้จนสุดกำลัง “ป่านรู้ค่ะว่าต้องทำยังไง คุณภพไม่ต้องเป็นห่วง” “ดี!” ชินภพมองร่างเล็กที่เดินออกจากห้องไแด้วยสายตาที่ยากจะเข้าใจ พร้อมกับถามตัวเองว่าสิ่งที่เขากับเธอทำร่วมกันมันคือความผิดพลาดหรือตั้งใจกันแน่... … เด็กสาววัยสิบหกปีนั่งมองรูปของมารดาผู้ล่วงลับด้วยความอาวรณ์ ดวงตาไร้เดียงสาเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง หัวใจดวงน้อย ๆ ของป่านทอถูกความอ้างว้างว้าเหว่ครอบคลุมเต็มพื้นที่เมื่อสูญเสียมารดาซึ่งเป็นญาติเพียงคนเดียวของเธอ “จะทำยังไงกับหนูป่านดีล่ะคะคุณท่าน เห็นแบบนี้ก็อดเวทนาไม่ได้” นางน้อยถามผู้เป็นเจ้านายในขณะที่ดวงตาไม่ละไปจากเด็กสาว “ฉันรับปากวิไว้แล้วว่าจะดูแลหนูป่านให้ดีที่สุด หนูป่านไม่มีใครแล้วเพราะฉะนั้นฉันคงต้องรักษาคำพูด เพราะญาติที่ยังพอเหลือก็คงไม่มีใครอยากรับภาระหรอก” “เข้าใจแล้วค่ะ เป็นบุญของหนูป่านค่ะที่ยังมีคนให้พึ่งพิง” “ใช่ ไร้ญาติขาดมิตรตั้งแต่ตัวเท่านี้ ถ้าไม่มีใครอ้าแขนรับคงเคว้งคว้างน่าดู” คุณปราการพูดพลางมองเด็กสาวที่นั่งสะอื้นด้วยความเวทนา ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาใกล้ ๆ หลังจากคนทยอยออกจากศาลาจนหมด “กลับกันเถอะหนูป่าน พรุ่งนี้ค่อยมากันใหม่” ป่านทอถอนสะอื้นก่อนจะเงยหน้ามองเจ้าของเสียงที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา ทำให้คุณปราการที่เห็นดวงตากลมแดงช้ำแล้วรู้สึกสงสารจับใจ “ไปเถอะ” “คุณลุง... ฮึก...” “กลับบ้านกันเถอะ” น้ำตาของเด็กสาวพรั่งพรูออกมาอีกระลอกในขณะที่หันไปมองยังรูปของมารดา “แม่... ฮึก... จะเหงาไหมคะ ป่าน... ฮึก... อยากอยู่เป็นเพื่อนแม่...” คนฟังสะเทือนใจไม่น้อยกับประโยคน่าเวทนานั้น จึงนั่งลงใกล้ ๆ แล้วลูบศีรษะเล็กอย่างปลอบโยน “แม่ไม่เหงาหรอก กลับบ้านกันนะพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่” ป่านทอพยักหน้าแทนคำตอบเพราะก้อนสะอื้นมันจุกอยู่ที่ลำคอจนพูดไม่ออก คุณปราการจึงส่งยิ้มบาง ๆ แล้วดึงให้เด็กสาวลุกขึ้นยืน “ไม่ต้องกลัวนะหนูป่าน หนูยังมีลุงอยู่ทั้งคน” น้ำเสียงนุ่มนวลที่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่นจริงจังทำให้หัวใจของป่านทออุ่นวาบ ถึงแม้ว่าผู้ชายตรงหน้าจะ เป็นเพียงบิดาเลี้ยงแต่เธอก็ให้ความเคารพและนับถือ เสมือนผู้ให้กำเนิด เพราะคุณปราการมีเมตตากับเธอเสมอมา แต่ชีวิตของป่านทอมันไม่ได้ราบรื่นอย่างนั้น เพราะถึงคุณปราการจะต้อนรับเธอ แต่ชินภพลูกชายของเขากลับแสดงความรังเกียจชัดเจน “ไม่ใช่เด็กคนนี้ไร้ญาติขาดมิตรเสียทีเดียวนี่ครับคุณพ่อ ญาติห่าง ๆ ก็ยังมีไม่ใช่เหรอ” ชินภพแสดงความไม่พอใจทันทีที่รู้ว่าบิดาต้องรับอุปการะป่านทอ “มีน่ะมี แต่เป็นญาติที่ไม่เคยได้ติดต่อกันเลยใครเขาจะอยากอ้าแขนรับ” “ก็นั่นน่ะสิครับ ขนาดญาติยังไม่เอาคุณพ่อจะรับไว้ทำไม!” ป่านทอที่แอบฟังอยู่ถึงกับสะอึก หัวใจเธอบีบรัดทั้งเจ็บปวดและสมเพชตัวเอง “ภพ... เมตตาน้องเถอะลูก” “พ่อเลิกยัดเยียดเด็กคนนั้นให้เป็นน้องผมสักทีเถอะครับ ผมมีน้องสาวคนเดียวคือพลอย” คุณปราการได้แต่ถอนใจเมื่อลูกชายยังคงมีท่าทีกระด้างกระเดื่องกับเด็กสาวผู้น่าสงสารอย่างป่านทอ “ถึงจะเป็นญาติห่าง ๆ เขาก็คงจะรับไว้ด้วยความยินดีถ้าเรามีเงินให้ เชื่อผมเถอะครับ ให้เงินไปสักก้อนแค่นี้ก็มีคนแย่งกันไปเลี้ยงดูแล้ว” “มันไม่ใช่อย่างนั้นนะภพ เราต้องคิดด้วยว่าหลังจากที่ไปแล้วจะเป็นยังไง ถ้าเขารับน้องไปเลี้ยงเพราะเห็นแก่เงิน วันหนึ่งที่น้องหมดประโยชน์เขาก็จะไม่ไยดี” “สรุปก็คือคุณพ่อจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้ได้?” “ถือว่าพ่อขอได้ไหม แค่ให้หนูป่านได้เรียนจบหรือโตพอที่จะดูแลตัวเองก็ยังดี” “งั้นก็แล้วแต่ครับ!” ชินภพลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องโถงด้วยท่าทางไม่พอใจชัดเจน ก่อนจะพบเข้ากับเด็กสาวที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างประตู และมันก็ทำให้รู้โดยไม่ต้องเดาเลยว่าป่านทอได้ยินทุกอย่างหมดแล้วซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกตกใจ เพราะใบหน้าที่ซีดเซียวไร้สีเลือดของเธอมันไม่ได้น่าสงสารเลยแม้แต่น้อย “คือ... ป่าน...” “ไร้มารยาท!!” เขาตำหนิที่เธอแอบฟังโดยที่เด็กสาวได้แต่ก้มหน้าเพราะเธอเสียมารยาทจริง ๆ

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.3K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.8K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook