ชินภพมองเรือนร่างเย้ายวนของคนที่หลับใหลอยู่บนเตียงด้วยความสับสน ก่อนที่ใจจะเอนเอียงไปทางด้านมืดมากกว่า
“ลุกได้แล้ว!”
คนตัวเล็กถึงกับสะดุ้งแล้วรีบลนลานลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว
“หึ! นอนแก้ผ้ามาทั้งคืนเพิ่งจะนึกอายหรือไง ดัดจริต!”
ชายหนุ่มสาดวาจาเผ็ดร้อนจนคนที่กำลังดึงผ้าเช็ดตัวมาปิดเต้าตูมเต่งถึงกับหน้าร้อน
“รีบกลับห้องเธอไปได้แล้ว!”
“เอ่อ... คุณภพคะ”
“มีอะไร”
“ป่านไม่อยากทำแบบนี้แล้วค่ะ ป่านกลัวคุณลุงจะรู้”
เขาปรายตามองเธอก่อนจะบิดริมฝีปากอย่างดูแคลน
“ถ้าพ่อฉันจะรู้คงรู้ไปนานแล้วล่ะ ฉันเห็นเธอพูดแบบนี้ทุกครั้งก่อนจะออกจากห้องฉันไป แต่พออีกวันแค่ฉันพยักหน้าก็กระดิกหางวิ่งตามง่าย ๆ เพราะฉะนั้นเลิกพูดเถอะ มันไม่ช่วยให้เธอดูดีขึ้นมาหรอก”
ป่านทอทั้งเจ็บทั้งอาย แต่สิ่งที่เธอทำได้ก็แค่อดทน
“เดี๋ยว!”
คนที่กำลังจะก้าวลงจากเตียงชะงักเพราะเสียงเรียก
“คะ...”
“เดือนหน้าเธอเรียนจบแล้วนี่”
“ค่ะ”
“ฉันคงไม่ต้องพูดนะว่าเธอควรทำยังไงหลังเรียนจบ มันถึงเวลาแล้วล่ะที่เธอต้องเลิกเป็นภาระคนอื่นสักที”
กระบอกตาคนฟังร้อนผ่าวเพราะน้ำตาที่จวนเจียนจะหยด แต่ป่านทอก็กลั้นเอาไว้จนสุดกำลัง
“ป่านรู้ค่ะว่าต้องทำยังไง คุณภพไม่ต้องเป็นห่วง”
“ดี!”
ชินภพมองร่างเล็กที่เดินออกจากห้องไแด้วยสายตาที่ยากจะเข้าใจ พร้อมกับถามตัวเองว่าสิ่งที่เขากับเธอทำร่วมกันมันคือความผิดพลาดหรือตั้งใจกันแน่...
…
เด็กสาววัยสิบหกปีนั่งมองรูปของมารดาผู้ล่วงลับด้วยความอาวรณ์ ดวงตาไร้เดียงสาเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง หัวใจดวงน้อย ๆ ของป่านทอถูกความอ้างว้างว้าเหว่ครอบคลุมเต็มพื้นที่เมื่อสูญเสียมารดาซึ่งเป็นญาติเพียงคนเดียวของเธอ
“จะทำยังไงกับหนูป่านดีล่ะคะคุณท่าน เห็นแบบนี้ก็อดเวทนาไม่ได้”
นางน้อยถามผู้เป็นเจ้านายในขณะที่ดวงตาไม่ละไปจากเด็กสาว
“ฉันรับปากวิไว้แล้วว่าจะดูแลหนูป่านให้ดีที่สุด หนูป่านไม่มีใครแล้วเพราะฉะนั้นฉันคงต้องรักษาคำพูด เพราะญาติที่ยังพอเหลือก็คงไม่มีใครอยากรับภาระหรอก”
“เข้าใจแล้วค่ะ เป็นบุญของหนูป่านค่ะที่ยังมีคนให้พึ่งพิง”
“ใช่ ไร้ญาติขาดมิตรตั้งแต่ตัวเท่านี้ ถ้าไม่มีใครอ้าแขนรับคงเคว้งคว้างน่าดู”
คุณปราการพูดพลางมองเด็กสาวที่นั่งสะอื้นด้วยความเวทนา ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาใกล้ ๆ หลังจากคนทยอยออกจากศาลาจนหมด
“กลับกันเถอะหนูป่าน พรุ่งนี้ค่อยมากันใหม่”
ป่านทอถอนสะอื้นก่อนจะเงยหน้ามองเจ้าของเสียงที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา ทำให้คุณปราการที่เห็นดวงตากลมแดงช้ำแล้วรู้สึกสงสารจับใจ
“ไปเถอะ”
“คุณลุง... ฮึก...”
“กลับบ้านกันเถอะ”
น้ำตาของเด็กสาวพรั่งพรูออกมาอีกระลอกในขณะที่หันไปมองยังรูปของมารดา
“แม่... ฮึก... จะเหงาไหมคะ ป่าน... ฮึก... อยากอยู่เป็นเพื่อนแม่...”
คนฟังสะเทือนใจไม่น้อยกับประโยคน่าเวทนานั้น จึงนั่งลงใกล้ ๆ แล้วลูบศีรษะเล็กอย่างปลอบโยน
“แม่ไม่เหงาหรอก กลับบ้านกันนะพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”
ป่านทอพยักหน้าแทนคำตอบเพราะก้อนสะอื้นมันจุกอยู่ที่ลำคอจนพูดไม่ออก คุณปราการจึงส่งยิ้มบาง ๆ แล้วดึงให้เด็กสาวลุกขึ้นยืน
“ไม่ต้องกลัวนะหนูป่าน หนูยังมีลุงอยู่ทั้งคน”
น้ำเสียงนุ่มนวลที่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่นจริงจังทำให้หัวใจของป่านทออุ่นวาบ ถึงแม้ว่าผู้ชายตรงหน้าจะ เป็นเพียงบิดาเลี้ยงแต่เธอก็ให้ความเคารพและนับถือ เสมือนผู้ให้กำเนิด เพราะคุณปราการมีเมตตากับเธอเสมอมา
แต่ชีวิตของป่านทอมันไม่ได้ราบรื่นอย่างนั้น เพราะถึงคุณปราการจะต้อนรับเธอ แต่ชินภพลูกชายของเขากลับแสดงความรังเกียจชัดเจน
“ไม่ใช่เด็กคนนี้ไร้ญาติขาดมิตรเสียทีเดียวนี่ครับคุณพ่อ ญาติห่าง ๆ ก็ยังมีไม่ใช่เหรอ”
ชินภพแสดงความไม่พอใจทันทีที่รู้ว่าบิดาต้องรับอุปการะป่านทอ
“มีน่ะมี แต่เป็นญาติที่ไม่เคยได้ติดต่อกันเลยใครเขาจะอยากอ้าแขนรับ”
“ก็นั่นน่ะสิครับ ขนาดญาติยังไม่เอาคุณพ่อจะรับไว้ทำไม!”
ป่านทอที่แอบฟังอยู่ถึงกับสะอึก หัวใจเธอบีบรัดทั้งเจ็บปวดและสมเพชตัวเอง
“ภพ... เมตตาน้องเถอะลูก”
“พ่อเลิกยัดเยียดเด็กคนนั้นให้เป็นน้องผมสักทีเถอะครับ ผมมีน้องสาวคนเดียวคือพลอย”
คุณปราการได้แต่ถอนใจเมื่อลูกชายยังคงมีท่าทีกระด้างกระเดื่องกับเด็กสาวผู้น่าสงสารอย่างป่านทอ
“ถึงจะเป็นญาติห่าง ๆ เขาก็คงจะรับไว้ด้วยความยินดีถ้าเรามีเงินให้ เชื่อผมเถอะครับ ให้เงินไปสักก้อนแค่นี้ก็มีคนแย่งกันไปเลี้ยงดูแล้ว”
“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะภพ เราต้องคิดด้วยว่าหลังจากที่ไปแล้วจะเป็นยังไง ถ้าเขารับน้องไปเลี้ยงเพราะเห็นแก่เงิน วันหนึ่งที่น้องหมดประโยชน์เขาก็จะไม่ไยดี”
“สรุปก็คือคุณพ่อจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้ได้?”
“ถือว่าพ่อขอได้ไหม แค่ให้หนูป่านได้เรียนจบหรือโตพอที่จะดูแลตัวเองก็ยังดี”
“งั้นก็แล้วแต่ครับ!”
ชินภพลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องโถงด้วยท่าทางไม่พอใจชัดเจน ก่อนจะพบเข้ากับเด็กสาวที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างประตู และมันก็ทำให้รู้โดยไม่ต้องเดาเลยว่าป่านทอได้ยินทุกอย่างหมดแล้วซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกตกใจ เพราะใบหน้าที่ซีดเซียวไร้สีเลือดของเธอมันไม่ได้น่าสงสารเลยแม้แต่น้อย
“คือ... ป่าน...”
“ไร้มารยาท!!”
เขาตำหนิที่เธอแอบฟังโดยที่เด็กสาวได้แต่ก้มหน้าเพราะเธอเสียมารยาทจริง ๆ