แค่เคยคุ้น1

1061 Words
ชินภพมองเรือนร่างเย้ายวนของคนที่หลับใหลอยู่บนเตียงด้วยความสับสน ก่อนที่ใจจะเอนเอียงไปทางด้านมืดมากกว่า “ลุกได้แล้ว!” คนตัวเล็กถึงกับสะดุ้งแล้วรีบลนลานลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว “หึ! นอนแก้ผ้ามาทั้งคืนเพิ่งจะนึกอายหรือไง ดัดจริต!” ชายหนุ่มสาดวาจาเผ็ดร้อนจนคนที่กำลังดึงผ้าเช็ดตัวมาปิดเต้าตูมเต่งถึงกับหน้าร้อน “รีบกลับห้องเธอไปได้แล้ว!” “เอ่อ... คุณภพคะ” “มีอะไร” “ป่านไม่อยากทำแบบนี้แล้วค่ะ ป่านกลัวคุณลุงจะรู้” เขาปรายตามองเธอก่อนจะบิดริมฝีปากอย่างดูแคลน “ถ้าพ่อฉันจะรู้คงรู้ไปนานแล้วล่ะ ฉันเห็นเธอพูดแบบนี้ทุกครั้งก่อนจะออกจากห้องฉันไป แต่พออีกวันแค่ฉันพยักหน้าก็กระดิกหางวิ่งตามง่าย ๆ เพราะฉะนั้นเลิกพูดเถอะ มันไม่ช่วยให้เธอดูดีขึ้นมาหรอก” ป่านทอทั้งเจ็บทั้งอาย แต่สิ่งที่เธอทำได้ก็แค่อดทน “เดี๋ยว!” คนที่กำลังจะก้าวลงจากเตียงชะงักเพราะเสียงเรียก “คะ...” “เดือนหน้าเธอเรียนจบแล้วนี่” “ค่ะ” “ฉันคงไม่ต้องพูดนะว่าเธอควรทำยังไงหลังเรียนจบ มันถึงเวลาแล้วล่ะที่เธอต้องเลิกเป็นภาระคนอื่นสักที” กระบอกตาคนฟังร้อนผ่าวเพราะน้ำตาที่จวนเจียนจะหยด แต่ป่านทอก็กลั้นเอาไว้จนสุดกำลัง “ป่านรู้ค่ะว่าต้องทำยังไง คุณภพไม่ต้องเป็นห่วง” “ดี!” ชินภพมองร่างเล็กที่เดินออกจากห้องไแด้วยสายตาที่ยากจะเข้าใจ พร้อมกับถามตัวเองว่าสิ่งที่เขากับเธอทำร่วมกันมันคือความผิดพลาดหรือตั้งใจกันแน่... … เด็กสาววัยสิบหกปีนั่งมองรูปของมารดาผู้ล่วงลับด้วยความอาวรณ์ ดวงตาไร้เดียงสาเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง หัวใจดวงน้อย ๆ ของป่านทอถูกความอ้างว้างว้าเหว่ครอบคลุมเต็มพื้นที่เมื่อสูญเสียมารดาซึ่งเป็นญาติเพียงคนเดียวของเธอ “จะทำยังไงกับหนูป่านดีล่ะคะคุณท่าน เห็นแบบนี้ก็อดเวทนาไม่ได้” นางน้อยถามผู้เป็นเจ้านายในขณะที่ดวงตาไม่ละไปจากเด็กสาว “ฉันรับปากวิไว้แล้วว่าจะดูแลหนูป่านให้ดีที่สุด หนูป่านไม่มีใครแล้วเพราะฉะนั้นฉันคงต้องรักษาคำพูด เพราะญาติที่ยังพอเหลือก็คงไม่มีใครอยากรับภาระหรอก” “เข้าใจแล้วค่ะ เป็นบุญของหนูป่านค่ะที่ยังมีคนให้พึ่งพิง” “ใช่ ไร้ญาติขาดมิตรตั้งแต่ตัวเท่านี้ ถ้าไม่มีใครอ้าแขนรับคงเคว้งคว้างน่าดู” คุณปราการพูดพลางมองเด็กสาวที่นั่งสะอื้นด้วยความเวทนา ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาใกล้ ๆ หลังจากคนทยอยออกจากศาลาจนหมด “กลับกันเถอะหนูป่าน พรุ่งนี้ค่อยมากันใหม่” ป่านทอถอนสะอื้นก่อนจะเงยหน้ามองเจ้าของเสียงที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา ทำให้คุณปราการที่เห็นดวงตากลมแดงช้ำแล้วรู้สึกสงสารจับใจ “ไปเถอะ” “คุณลุง... ฮึก...” “กลับบ้านกันเถอะ” น้ำตาของเด็กสาวพรั่งพรูออกมาอีกระลอกในขณะที่หันไปมองยังรูปของมารดา “แม่... ฮึก... จะเหงาไหมคะ ป่าน... ฮึก... อยากอยู่เป็นเพื่อนแม่...” คนฟังสะเทือนใจไม่น้อยกับประโยคน่าเวทนานั้น จึงนั่งลงใกล้ ๆ แล้วลูบศีรษะเล็กอย่างปลอบโยน “แม่ไม่เหงาหรอก กลับบ้านกันนะพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่” ป่านทอพยักหน้าแทนคำตอบเพราะก้อนสะอื้นมันจุกอยู่ที่ลำคอจนพูดไม่ออก คุณปราการจึงส่งยิ้มบาง ๆ แล้วดึงให้เด็กสาวลุกขึ้นยืน “ไม่ต้องกลัวนะหนูป่าน หนูยังมีลุงอยู่ทั้งคน” น้ำเสียงนุ่มนวลที่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่นจริงจังทำให้หัวใจของป่านทออุ่นวาบ ถึงแม้ว่าผู้ชายตรงหน้าจะ เป็นเพียงบิดาเลี้ยงแต่เธอก็ให้ความเคารพและนับถือ เสมือนผู้ให้กำเนิด เพราะคุณปราการมีเมตตากับเธอเสมอมา แต่ชีวิตของป่านทอมันไม่ได้ราบรื่นอย่างนั้น เพราะถึงคุณปราการจะต้อนรับเธอ แต่ชินภพลูกชายของเขากลับแสดงความรังเกียจชัดเจน “ไม่ใช่เด็กคนนี้ไร้ญาติขาดมิตรเสียทีเดียวนี่ครับคุณพ่อ ญาติห่าง ๆ ก็ยังมีไม่ใช่เหรอ” ชินภพแสดงความไม่พอใจทันทีที่รู้ว่าบิดาต้องรับอุปการะป่านทอ “มีน่ะมี แต่เป็นญาติที่ไม่เคยได้ติดต่อกันเลยใครเขาจะอยากอ้าแขนรับ” “ก็นั่นน่ะสิครับ ขนาดญาติยังไม่เอาคุณพ่อจะรับไว้ทำไม!” ป่านทอที่แอบฟังอยู่ถึงกับสะอึก หัวใจเธอบีบรัดทั้งเจ็บปวดและสมเพชตัวเอง “ภพ... เมตตาน้องเถอะลูก” “พ่อเลิกยัดเยียดเด็กคนนั้นให้เป็นน้องผมสักทีเถอะครับ ผมมีน้องสาวคนเดียวคือพลอย” คุณปราการได้แต่ถอนใจเมื่อลูกชายยังคงมีท่าทีกระด้างกระเดื่องกับเด็กสาวผู้น่าสงสารอย่างป่านทอ “ถึงจะเป็นญาติห่าง ๆ เขาก็คงจะรับไว้ด้วยความยินดีถ้าเรามีเงินให้ เชื่อผมเถอะครับ ให้เงินไปสักก้อนแค่นี้ก็มีคนแย่งกันไปเลี้ยงดูแล้ว” “มันไม่ใช่อย่างนั้นนะภพ เราต้องคิดด้วยว่าหลังจากที่ไปแล้วจะเป็นยังไง ถ้าเขารับน้องไปเลี้ยงเพราะเห็นแก่เงิน วันหนึ่งที่น้องหมดประโยชน์เขาก็จะไม่ไยดี” “สรุปก็คือคุณพ่อจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้ได้?” “ถือว่าพ่อขอได้ไหม แค่ให้หนูป่านได้เรียนจบหรือโตพอที่จะดูแลตัวเองก็ยังดี” “งั้นก็แล้วแต่ครับ!” ชินภพลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องโถงด้วยท่าทางไม่พอใจชัดเจน ก่อนจะพบเข้ากับเด็กสาวที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างประตู และมันก็ทำให้รู้โดยไม่ต้องเดาเลยว่าป่านทอได้ยินทุกอย่างหมดแล้วซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกตกใจ เพราะใบหน้าที่ซีดเซียวไร้สีเลือดของเธอมันไม่ได้น่าสงสารเลยแม้แต่น้อย “คือ... ป่าน...” “ไร้มารยาท!!” เขาตำหนิที่เธอแอบฟังโดยที่เด็กสาวได้แต่ก้มหน้าเพราะเธอเสียมารยาทจริง ๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD