เป็นเพราะรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้วจึงเห็นใจ...หรือว่ารู้สึกสงสารหลังจากที่เห็นแววตาเศร้าผ่านนัยน์ตาคมของเขา...หรือว่าเป็นเพราะยังรักและห่วงเขากันแน่ ถึงได้พาตัวเองมาอยู่ข้างๆเขาตามที่เขาร้องขอในตอนนี้ ทั้งที่ความจริงเธอจะกลับเลยก็ได้ จะปฏิเสธก็ได้...ทำไมถึงไม่ทำ...
ยูแอลนั่งอยู่ในสตูดิโอส่วนตัวของเจซีในตึกสูงที่ประดับป้ายหน้าตึกว่า JC Entertainment บรรยากาศที่เจซีพยายามสร้างขึ้นเหมือนเมื่อก่อนที่พวกเขาเคยรักกัน...แต่ยูแอลกลับไม่ได้รู้สึกเหมือนเดิม ในตอนนี้เธอกลับไร้ความรู้สึกใดๆ เพียงแค่ต้องการจะอยู่เป็นเพื่อนให้เขาดีขึ้นจากความรู้สึกแย่ๆเท่านั้น ภายในใจของเธอตอนนี้กลับคิดถึงจีเซลเสียมากกว่า เธอก้มมองโทรศัพท์ของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าแต่...ก็ไม่เห็นสายเรียกเข้าหรือข้อความใดๆส่งมาเลย...เขายังไม่เลิกงานหรือเปล่านะ...
“หนูลองมาฟังเพลงที่พี่แต่งสิ เพลงนี้พี่ตั้งใจจะแต่งขึ้นโชว์เลยนะ...หนูว่าดีไหม?”
เจซีหันมาพูดกับยูแอลที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ข้างๆ ยูแอลหันไปทางเขาเล็กน้อยพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ เป็นการบอกว่าเธอจะฟังเพลงของเขา...เจซีเห็นอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาก่อนจะหันไปเปิดเพลงของเขาให้เธอได้ฟัง แม้จะเป็นเพลงที่แต่งในภาษาอื่นแต่ความหมายของเพลงมันก็พอจะทำให้เธอเข้าใจ
....ผมต้องอยู่คนเดียวกับหัวใจที่เย็นชาในโลกที่บ้าคลั่งนี้...I can’t live
....ผมหลับตาลงไม่ได้ยินแม้แต่เสียงของคุณ...แล้วคุณก็ปรากฏอยู่ข้างกายของผม...
....คุณช่างสวยงามเหลือเกิน...Hey Girl ผมรู้ว่าคุณก็ต้องการมัน...I know you want it baby...
ยูแอลนั่งฟังเนื้อเพลงที่เขาแต่งอย่างเงียบๆ เนื้อเพลงที่ฟังดูติดเรทก็เหมาะกับเขาอย่างที่เขาเป็น ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าเพลงของเขาที่ทำมามันดี ระหว่างที่ฟังเพลงเจซีเท้าแขนจ้องมองไปทางยูแอลตลอดเวลาไม่วางจนยูแอลต้องหันกลับไปมองเขา
“อะไรหรือคะ?”
“เปล่า...รู้ไหมตอนแต่งเพลงนี้พี่คิดถึงใคร”
“ไม่รู้ค่ะ ไม่อยากรู้ด้วย”
ยูแอลพยายามตอบปัดๆและเลี่ยงสายตาคมของเขา เจซียกยิ้มก่อนจะเอื้อมมือมาจับปลายคางมนของเธอพร้อมกับยื่นใบหน้าเข้าไปจ้องเธอใกล้กว่าเดิม เธอจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องสบตาเขาใกล้ๆ
“พี่คิดถึงหนูไงคะ...”
“..........”
“เพลงทุกเพลงที่พี่แต่ง...มันหมายถึงหนูทั้งหมด”
เจซีพูดจบก็หันไปเปลี่ยนเพลงใหม่ที่เธอเองก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเช่นกัน เพียงแค่ดนตรีขึ้นมันรู้สึกว่าเพลงนี้เศร้าแค่ไหน แล้วเนื้อเพลงที่เขาแต่งมันก็...
....คุณกำลังเดินจากไป...และผมทำอะไรไม่ได้เลย...
....ผมยืนอยู่ที่เดิมราวกับคนโง่...มองแผ่นหลังของคุณที่ไกลออกไปกลายเป็นจุดเล็กๆ...
....ผมคิดถึงช่วงเวลาของเรา...ผมคิดถึงคุณ...
....ถ้าหากมันยังไม่สายเกินไป...ถ้าคุณ...ยังคิดถึงผม.. เราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม...
....ถ้าคุณและผม...ถ้าเรายอมปรับเข้าหากัน...มันเป็นไม่ได้เลยใช่ไหม...
เพลงบรรเลงไปเรื่อยๆทั้งที่เจซีจ้องมองเธอด้วยสายตาที่มีความหมาย...เหมือนตั้งใจจะส่งบทเพลงนี้ให้เธออย่างไรอย่างนั้น เพราะทำนองเพลงและเนื้อเพลงที่มีความหมายทำให้เธอแอบรู้สึกเศร้าใจไม่น้อย...ครู่หนึ่งที่ภายในหัวของเธอตั้งคำถามกับตัวเองว่า...ถ้าเขาขอคืนดี...เธอจะใจอ่อนไหม? เธอจะกลับไปคบกับเขาหรือเปล่า...
ครืดดดดด ครืดดดดด... เสียงสั่นของโทรศัพท์ทำให้เธอหลุดออกจากภวังค์ความคิด ยูแอลยกมือถือขึ้นมาดูก็พบว่าจีเซลโทรมาหาเธอ เจซีหลุบตามองที่โทรศัพท์ของยูแอลด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจหนัก แต่ยูแอลก็เลือกที่ลุกออกจากเก้าอี้เดินออกไปนอกห้องสตูดิโอเพื่อรับโทรศัพท์นั้น
“อือ...ว่าไง”
(พี่อยู่ไหนหรือครับ? ผมเลิกถ่ายรายการแล้ว)
“อ๋อ...อยู่ที่ค่ายเจซีนี่แหละ”
(ผมพึ่งเจอเกรซกับซาซ่าใกล้ตึกที่ผมมาถ่ายงาน...เกรซบอกว่าวันนี้ยังไม่ได้ซ้อมไม่ใช่หรือครับ?)
“...อือ...ฉันมาฟังเพลงที่ต้องเต้นน่ะ...”
(...งั้นเหรอครับ...งั้นเดี๋ยวผมไปรอรับหน้าตึก)
“มะ..ไม่ต้องก็ได้..”
(ผมจะรอพี่นะครับ)
พูดจบจีเซลก็ตัดสายไปทันที ยูแอลมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ...ยังไงการอยู่ในห้องสตูดิโอกับเจซีสองคนมันก็ทำให้เธออึดอัดอยู่แล้ว เธอจึงตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องเพื่อบอกเจซีว่าเธอจะกลับ
“เอ่อ...คุณเจซี....”
ยูแอลเดินเข้าไปใกล้ๆเจซีที่กำลังนั่งเท้าคางมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เหมือนกำลังตัดแต่งเพลงอยู่ แต่เขากลับไม่ได้ขานตอบรับที่ยูแอลเรียกเลย...แต่เขาหันเก้าอี้ทั้งตัวมาหาเธอแทนพร้อมกับจ้องมองเธอด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่ง
“วันนี้ดึกมากแล้ว..ฉันจะขอกลับ....”
“เพราะมันโทรมาเหรอ? ถึงได้รีบแจ้นออกไปแบบนี้”
“..........”
“หึ...อดใจไม่ได้เลยสินะที่จะไปนอนด้วยกัน”
“ค่ะ”
ยูแอลสูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อได้ยินคำพูดถากถางของเขาก่อนจะตอบอย่างหนักแน่นไม่ปฏิเสธสักคำ...จะปฏิเสธไปทำไมในเมื่อเขาไม่ฟังอยู่แล้ว และไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องแก้ตัวกับเขา เจซีที่ได้ยินและเห็นท่าทีอย่างนั้นของยูแอลก็ยิ่งทำให้ไม่พอใจมากกว่าเดิม เขาขมวดคิ้วแน่นจ้องเธอเขม็ง
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวนะคะ...ขอให้คุณหายเป็นปกติเร็วๆ”
พูดจบก็หันหลังเดินไปทางประตูทันที ใจอยากจะรีบออกจากที่นี่เร็วๆเสียเต็มประดาจะได้ไม่ต้องมาฟังคำพูดจิกกัดอะไรอีกและที่สำคัญไม่อยากให้จีเซลรอนาน แต่ก็ไม่ทันได้ผลักประตูออกไปเสียด้วยซ้ำร่างบางของเธอก็ถูกแขนแกร่งโอบกอดจากด้านหลังแน่นโดยไม่รู้ตัวจนเธอถึงกับสะดุ้ง
“คุณเจซี!”
“ฉันไม่คิดจะให้เธอไปอยู่กับมันหรอก...คืนนี้เธอต้องอยู่กับฉัน”
“ไม่! ปล่อยฉันเถอะค่ะ!!”
ยูแอลพยายามจะสลัดแขนแกร่งนั้นให้หลุดจากกอดแต่เจซีกลับไม่ยอมปล่อยง่ายๆ แถมยังช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มไปโยนลงบนโซฟาสำหรับนั่งพักด้านหลังห้อง ก่อนที่เขาจะตามลงมาคร่อมทับร่างและล็อคข้อมือของเธอไว้เหนือหัวทันที
“ไหนบอกว่า...”
“เธอไม่รักษาคำพูดก่อนเองนี่...ทั้งที่บอกว่าจะอยู่ข้างๆกันคืนนี้แท้ๆ แต่กลับจะแจ้นออกไปหามัน!”
คำพูดที่ดูไม่แยแสของเจซีจากการไม่รักษาคำพูดของตัวเองทำให้ยูแอลถึงกับขมวดคิ้วเรียวแน่น...นั่นสินะ...จะเชื่ออะไรกับคำพูดของคนอย่างเขากันล่ะ ทั้งที่เขาเป็นคนบอกเองว่าแป๊บเดียว ในอดีตก็เป็นบทเรียนให้เธอได้อย่างสาหัสมาแล้วแท้ๆ แต่ทำไมเธอกลับไม่รู้จักจำ ยูแอลดิ้นรนอยู่ใต้ร่างหนาของเขาหวังว่าจะหลุดจากการเกาะกุม ทั้งๆที่รู้ว่าแรงของเธอมันทำไม่ได้ก็ตาม เธอต้องการแสดงท่าทีบอกคนตรงหน้าว่าเธอไม่สมยอม...และไม่อยากยอมอีกต่อไปแล้ว...
“หึ...ไอ้ท่าทีแบบนี้มันน่าหงุดหงิดจริงๆ”
“ปล่อย!! อย่าทำแบบนี้ ฉันไม่ชอบ!!”
“...เมื่อไหร่จะเข้าใจสักที...ว่าเธอเป็นเมียฉัน!”
“บอกกี่แล้วว่า ฉันไม่ใช่! ไม่ใช่มาตั้งนานแล้ว!!”
“เธอเป็น!! และจะต้องเป็นต่อไป!”
“กรี๊ดดดดด!! ไม่นะ!! หยุด!!”
พูดจบเจซีก็โน้มหน้าเข้าไปซุกไซร้ซอกคอขาวของคนใต้ร่างโดยไม่สนใจเสียงกรีดร้อง ไม่ว่าเธอจะดิ้นรนแค่ไหนเขาก็ล็อคเธอเอาไว้แน่นไม่ยอมให้หลุดออกจากเขาไปได้จนไม่สามารถกระชากหลุดออกมาได้ ซ้ำมืออีกข้างยังสอดเข้าไปใต้เสื้อยืดสีขาวตัวบางเพื่อสัมผัสเนื้อนูนเด่นตรงอกอย่างหลงใหล น้ำตาใสรื้นขึ้นมารอบดวงตาสวยอย่างห้ามไม่อยู่...เธอไม่อยากให้เขาทำแบบนี้กับเธอเลย...อย่างน้อยก็น่าจะถนอมน้ำใจกันบ้าง...แต่ทำไมเขาถึง...
“ฉันเกลียดพี่!! เกลียดที่สุด!! ฮึกๆ...ฮืออออ...”
อีกด้านหนึ่ง
จีเซลในเสื้อฮู้ดใส่หมวกเบสบอลปิดบังใบหน้ายืนรออยู่หน้าตึกของค่ายเพลงใหญ่ ซึ่งเป็นค่ายเพลงคู่แข่งของเขา...แต่ที่เขามายืนชะเง้อคอมองแบบนี้เป็นเพราะนักเต้นเพียงคนเดียวที่เขาหลงรัก แม้ผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาจ้องมองเขาอย่างสงสัยว่าใช่ไอดอลคนดังหรือไม่ แต่เขากลับไม่ได้คิดจะเดินหนีไปไหนทำได้เพียงแค่ก้มหน้าลงเพื่อปกปิดใบหน้าเท่านั้น...ที่ไม่หนีหรือหลบเพราะเขากลัวว่าหญิงสาวจะลงมาแล้วมองหาเขาไม่เจอก็เท่านั้น
“ใกล้จะลงมารึยังนะ”
จีเซลพึมพำกับตัวเองพร้อมกับยกข้อมือที่ใส่นาฬิกาเรือนหรูขึ้นมาดูเวลา ถ้าจำไม่ผิดหลังจากที่เขาโทรหาเธอแล้วก็น่าจะผ่านมาได้หนึ่งชั่วโมงแล้ว แต่ยังไม่เห็นวี่แววของหญิงสาวที่เขานัดไว้เลย สายตาเฉี่ยวชะเง้อคอมองเป็นพักๆ ยืนเอามือล้วงกระเป๋าเสื้อฮู้ดแขนยาวของตนอย่างตั้งใจรอ โชคร้ายหน่อยที่วันนี้อากาศหนาว...มันหนาวพอที่เวลาพ่นลมหายใจออกมาเป็นไอควันสีขาว...แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดที่จะกลับเลย ทำได้แต่เพียงยืนห่อตัวเขย่งเท้าไปมาเพื่อคลายความหนาวเฝ้ารอเธอคนนั้นอยู่อย่างนั้น...
“จีเซล...”
เสียงเรียกที่คุ้นเคยจากด้านหลังทำให้เขาหันกลับไปมอง ใบหน้าที่เรียบนิ่งในตอนแรกยิ้มร่าออกมาเมื่อเห็นคนที่เขาเฝ้ารอเดินเข้ามาหา...แต่...ใบหน้าสวยนั้นกลับเต็มไปด้วยคราบน้ำตา...เสื้อผ้าดูยับยู่ยี่จนรอยยิ้มนั้นของเขาหุบลง นัยน์ตาสีเทาเข้มมองเธอพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างสงสัย
“ใครมันทำพี่ร้องไห้อีกแล้ว...แล้วทำไม....”
“ไม่มีอะไรหรอก..”
“มันอีกแล้วใช่ไหม? มันทำอะไรพี่!!”
น้ำเสียงที่ดุดันแผดขึ้นจนคนร่างเล็กสะดุ้งโหยง เธอเองยังไม่หายตกใจเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เลยด้วยซ้ำ...ยูแอลกลืนลูกสะอื้นและพยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับเม้มปากแน่น จีเซลเห็นอย่างนั้นก็ถึงกับพูดไม่ออก...เขาทำได้แค่เดินเข้าไปกอดหญิงสาวตรงหน้าโดยไม่พูดอะไรเพียงเพราะเธอตกใจจากการแผดเสียงของเขา...
“ระ...รอนานใช่ไหม...พี่ขอโทษนะ..”
“.........”
เธอพยายามพูดให้มันเป็นปกติที่สุดแต่เสียงก็ยังคงสั่นเครืออยู่...อ้อมกอดอบอุ่นนั้นมันพาให้น้ำตาใสไหลลงอาบสองแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ที่พยายามคงจะมีแต่ก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอเท่านั้น...รู้สึกผิด...รู้สึกผิดกับคนตรงหน้าเหลือเกิน...
“เรา...กลับกันเถอะครับ...พี่หิวหรือเปล่า? ผมจะได้สั่งอะไรอร่อยๆมาให้”
“อึก..ฮึกๆ...”
เมื่อได้ยินอย่างนั้นเสียงที่เคยกลั้นไว้ก็พรั่งพรูออกมาราวกับสายน้ำ สองแขนเรียวกอดคนตรงหน้าแน่น...ใบหน้าสวยมุดอกแกร่งของเขา หลีกเลี่ยงที่จะให้เขาเห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวนี้ จีเซลไม่แม้แต่จะเค้นถามอะไรจากเธอสักคำทั้งที่เขาเป็นคนขี้หวงขี้หึงและคิดมาก เพราะเขาคิดถึงความรู้สึกของเธออยู่เสมอแม้ว่าตัวเองก็ต้องเก็บกลั้นความสงสัยและความคิดต่างๆนานานั้นไว้เพียงคนเดียวก็ตาม...แล้วทำไมเธอถึงยังรักเขาได้ไม่เต็มหัวใจสักที...ทำไมยังเหลือเผื่อที่ว่างไว้ให้กับคนแบบนั้น..เธอนี่มันเป็นผู้หญิงที่แย่จริงๆ...ยูแอลอดที่จะโทษตัวเองไม่ได้
“ถ้าอยากร้องก็ร้องออกมาเลย...ผมจะคอยเช็ดน้ำตาให้พี่เอง...ผมจะรอจนกว่าน้ำตานี้จะออกมาเพราะผมเพียงคนเดียว”
“...ทำไมกัน...ทำไมนายต้องรักคนอย่างฉัน...ฮึก...ทำไมนายไม่รักคนอื่น...”
“ความรักมันเลือกได้หรือครับ...ก็ผมรักพี่ไปแล้วจะให้ทำยังไงล่ะ”
ใบหน้าหล่อนั้นยิ้มออกมาราวกับว่าช่วยไม่ได้...ความรักมันไม่ใช่ใครก็ได้สักหน่อย... มือหนาเอื้อมไปเช็ดน้ำตาของเธออย่างแผ่วเบาราวกับว่าเธอเป็นเด็กน้อย ก่อนจะคว้าเธอเข้ามากอดปลอบอีกครั้ง....การกระทำของทั้งคู่อยู่ภายใต้สายตาคมที่มองจากด้านในตัวตึก...สายตาที่ทั้งเจ็บปวด...ทั้งโกรธเคือง...
“ใครหน้าไหนก็เอาเธอไปจากฉันไม่ได้ทั้งนั้น” เจซีกดเสียงต่ำอย่างเก็บกลั้นอารมณ์ที่มีอยู่ตอนนี้ สายตาคมจ้องมองไปทั้งสองร่างที่กอดกันแนบชิดจนเขากำหมัดแน่น...มันไม่จบง่ายๆอย่างนี้แน่...ผู้หญิงของเขายังไงก็ต้องเป็นของเขา...ไม่ว่าด้วยวิธีไหนเขาก็จะเอาเธอคืนกลับมาเป็นของเขาดังเดิม