สายตาเฉี่ยวยืนจ้องมองหญิงสาวที่นั่งร้องไห้อยู่นานเหมือนต้องมนต์สะกด ไหนจะผิวขาวเนียนที่ต่างจากคนปกติธรรมดาในชุดสายเดี่ยวนั่นอีก มองดูก็รู้ว่าเธอเป็นคนที่ดูแลตัวเองและเขาก็คิดว่าเธออาจจะเป็นดารานักแสดงไม่ก็นักร้องวงใดวงหนึ่งก็ได้ ดูจากใบหน้าสวยที่เงยขึ้นมาปาดน้ำตานั้น...ผู้หญิงอะไรขนาดร้องไห้ยังสวยเลย แต่มันก็ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาชื่นชมเธอตอนนี้ มันน่าแปลกที่เห็นเธอร้องไห้เขากลับเศร้าใจตามไปด้วย
“ใบหน้าสวยๆแบบนี้ไม่เหมาะกับน้ำตาหรอกนะครับ”
ชายหนุ่มในเสื้อฮู้ดใส่หมวกเบสบอลปิดบังใบหน้าหล่อๆ อีกทั้งยังใส่แมสทำให้ยูแอลที่เงยหน้าขึ้นมาถึงกับผงะและจ้องมองเขาอย่างระแวง แม้ว่าชายหนุ่มจะยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เธอก็ตาม...กลางดึกแบบนี้ใครจะไปคิดดีได้ล่ะ ...เขาอาจจะเป็น...
“ผมไม่ใช่โจรหรอกครับ...ผมแค่มาพักผ่อนแล้วบังเอิญผ่านมาได้ยินเสียงคุณ”
“...พักผ่อน?...ตอนกลางคืนน่ะหรือคะ?”
เหมือนว่าเขาจะรู้ความคิดของหญิงสาวจึงได้รีบชิงพูดขึ้นก่อน แต่ก็ยังไม่คลายความระแวงของหญิงสาว เธอยังคงถามเขาทั้งที่ยืนอยู่คนละฝั่งของเก้าอี้ยาวอย่างไม่ไว้ใจ มือเล็กปาดน้ำตาตัวเองและพยายามตั้งสติอีกครั้งเพื่อจะขอตัวออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุดด้วยความหวาดระแวง ชายหนุ่มเห็นอย่างนั้นก็ถอดหมวกและแมสออกจ้องมองใบหน้าสวยของเธอเต็มๆตาเอ่ยแนะนำตัวเองก่อนทันที
“ผม จีเซลครับ เป็นนักร้องวงโนเนมของค่ายB-Krisวงหนึ่งที่พึ่งจะเดบิ้วท์ได้ไม่นาน”
เมื่อได้ยินอย่างนั้นยูแอลก็ค่อยโล่งใจหน่อย เพราะใบหน้าของเขาก็ดูคุ้นตาอยู่บ้างเพียงแค่ทีมเต้นของเธอยังไม่ได้ร่วมงานกับวงของเขาก็เท่านั้น เรือนผมสีทองหม่นนั้นดูสะดุดตาไม่น้อยคงจะเป็นนักร้องอย่างที่เขาว่า จีเซลเห็นสีหน้าที่ดูหวาดระแวงน้อยลงของยูแอลก็ยิ้มออกมาพร้อมกับหย่อนตัวลงนั่งไขว่ห้างที่เก้าอี้ตัวเดิมอย่างเป็นกันเอง
“แล้วคุณล่ะครับ?”
“ฉัน....”
“เอาจริงๆ ผมก็รู้จักคุณอยู่แล้วจากข่าว...ถ้าจำไม่ผิดน่าจะนักเต้นชื่อยูแอล...ใช่ไหมครับ?”
“.........”
ยูแอลได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับหน้าเจื่อน ข่าวที่เขาพูดถึงคงไม่พ้นข่าวเดทกับเจซีคนที่ทำร้ายจิตใจเธอตอนนี้ เพราะอย่างนั้นมันเลยทำให้เธอพูดไม่ออก สีหน้าของเธอดูเศร้าลงจนคนที่เอ่ยถามสังเกตเห็น
“ตัวจริง...สวยกว่าในรูปที่พาดหัวข่าวอีกนะครับ”
“...ขอบคุณนะ...”
“นั่งก่อนสิครับ มีเพื่อนนั่งชมวิวยามดึกเงียบๆก็ดีเหมือนกัน”
พูดจบจีเซลก็เขยิบตัวเองไปนั่งติดพนักวางมือของเก้าอี้อีกฟากเพื่อให้เกียรติหญิงสาว ยูแอลเห็นว่าเขาก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรจึงยอมนั่งลงอีกฝั่งของเก้าอี้อย่างเงียบๆ เพราะตอนนี้เธอยังไม่อยากไปไหนเหมือนกัน อยากนั่งเงียบๆอยู่ตรงนี้ก่อน ทั้งสองทั้งมองวิวแม่น้ำและวิวเมืองอีกฟากของแม่น้ำ เธอมองเหม่อพร้อมกับความคิดต่างๆนานาจนไม่ทันได้รู้ตัวว่าคนข้างๆนั่งมองหน้าเธออยู่ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่หันไปมองคนข้างๆอย่างนึกสงสัยว่าเขากำลังมีสีหน้ายังไงตอนนี้ แต่ก็เห็นเขาจ้องมองเธอก่อนที่จะหันกลับไปมองวิวดังเดิมเมื่อเธอหันไปสบตาเขา
“คุณ...มีอะไรจะพูดหรือเปล่าคะ?”
“อ๋อ...เปล่าครับ...แค่จะบอกว่า คุณเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่า...ผมกำลังคิดอยู่ว่าถ้าคุณยิ้มจะดูดีแค่ไหน”
“ผู้ชายปากหวานกันแบบนี้ทุกคนเลยหรือเปล่าคะ?”
“เปล่านะครับ...ผมแค่พูดตามจริง ตามที่ผมคิด”
เขาเขินที่พูดแบบนั้นออกไปจนเผลอลูบท้ายทอยตัวเองไปมา ใบหน้าเนียนใสของเขาแดงเรื่อขึ้นยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าเขาเขินจริงๆ นั่นทำให้เขาดูน่ารักและดูจริงใจจนเธออดเผลอยิ้มออกมาอย่างนึกขำ..ไม่คิดว่าจะมีผู้ชายที่ชมผู้หญิงแล้วเขินเองแบบจริงจังขนาดนี้
“นั่นไง...ดูดีจริงด้วย...สวยกว่าตอนร้องไห้อีกนะครับ”
“เขินแล้วยังจะชมไม่หยุดเลยนะคะ”
ทั้งสองพูดคุยกันไปยิ้มไปเขินไปจนลืมเรื่องที่มานั่งกลุ้มหรือเรื่องที่เจ็บปวดใจไปเสียสนิท จะว่าถูกชะตาก็คงไม่ผิด เธอเองก็รู้สึกสบายใจกับผู้ชายคนนี้อย่างบอกไม่ถูกทั้งที่ไม่เคยเจอกันมาก่อนหรืออาจจะเป็นเพราะว่าใจเธอตอนนี้กำลังอ่อนแอถึงได้ไว้ใจคนง่ายขนาดนี้
“ถ้าผมถามอะไรสักอย่างจะเป็นการละลาบละล้วงไหมครับ?”
“ถามเรื่องข่าวหรือคะ?”
“เรื่องนั้นผมพอจะรู้ว่ามันคงจะเป็นเรื่องจริง...แต่เรื่องที่คุณยูแอลร้องไห้นี่ใช่เรื่องรุ่นพี่เจซีด้วยหรือเปล่าครับ”
“.......”
ยูแอลไม่ได้ตอบอะไรเธอได้แต่ยิ้มเจื่อนๆแล้วหลบสายตาของเขาก็เท่านั้น เพียงเท่านี้จีเซลก็รู้แล้วว่าคงจะเป็นเรื่องรุ่นพี่ที่เขานับถือแน่ๆ ถึงเขาจะรู้สึกถูกใจยูแอลมากแต่เขาก็ไม่ได้มีความคิดที่จะเป็นมือที่สามของใครหรือแย่งของคนอื่น ยิ่งเป็นรุ่นพี่ที่เขานับถือด้วยแล้วยิ่งทำไม่ได้ไปกันใหญ่
“แล้วคุณละคะ? มาที่นี่เพราะเรื่องงานหรือเรื่องความรัก?”
“เรื่องเดียวกับคุณนั่นแหละครับ...ของผมคงแย่หน่อย”
พูดแล้วจีเซลก็ก้มหน้ามองมือตัวเองที่ประสานกันไว้แน่น พอโดนถามก็นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นมาทันที...อำนาจเงินมันน่ากลัวจริงๆ เขาจึงได้ตัดใจว่าจะเป็นคนที่มีเงินเยอะกว่านี้และประสบความสำเร็จในงานที่เขาทำให้ได้ ไม่ให้เป็นอย่างคำพูดของผู้หญิงที่ทิ้งเขาไปหาชายวัยกลางคนที่มีทรัพย์สมบัติมากพอปรนเปรอเธอจนซื้อใจเธอและทิ้งเขาไปได้
“ฉันว่าเรา...ไม่คิดต้องคิดเรื่องนั้นจะมีกว่าค่ะ...มันจะทำให้ใจเราแย่มากกว่าเดิม”
“นี่ผมได้คำปลอบใจจากคนที่พึ่งนั่งร้องไห้มานานเป็นชั่วโมงหรือครับเนี่ย”
“ฮะ? นี่คุณมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย?”
ยูแอลถึงกับทำหน้าเหรอหราเมื่อได้ยินว่าเขาเห็นเธอร้องไห้มานานแล้ว จีเซลหันมายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนแต่ก็ไม่ได้พูดอธิบายให้เธอไขข้อข้องใจ เขากลับลุกยืนเสียดื้อๆ พร้อมกับยื่นมือให้
“ดึกแล้ว กลับกันเถอะครับ...เดี๋ยวผมไปส่ง”
“เอ่อ....”
ยูแอลลังเลมองมือหนาของเขาและใบหน้าหล่อนั้นอยู่นานอย่างช่างใจ ก่อนจะค่อยๆยื่นมือออกไปจับมือหนานั้น....เขาแค่ช่วยพยุงเธอให้ลุกขึ้นก็เท่านั้น...
“ขอบคุณค่ะ แต่ไม่เป็นไรดีกว่า...ไว้...เรามีโอกาสได้ร่วมงานกันนะคะ”
“ผู้หญิงคนเดียวกลับบ้านเองดึกๆในชุดแบบนี้...คงไม่ปลอดภัยเท่าไหร่มั้งครับ”
“ฉันยังไม่ได้กลับบ้านหรอกค่ะ พอดีเพื่อนๆรออยู่”
“ที่ไหนล่ะครับ เดี๋ยวผมไปส่งก็ได้...เว้นแต่ว่าคุณจะยังไม่ไว้ใจผม”
จีเซลพูดพร้อมเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งทั้งที่ยังยิ้มให้เธอ ยูแอลเห็นอย่างนั้นก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธ เพราะยังเขาก็ดูน่าไว้ใจกว่าคนอื่นๆจริงๆนั่นแหละ เธอก้มสำรวจตัวเองก่อนจะเหลือบตามองจีเซลที่ยังเลิกคิ้วยืนรอคำตอบอยู่ และจากชุดที่เธอใส่ด้วยแล้วก็เป็นจริงอย่างที่เขาว่า
“งั้น...ต้องรบกวนคุณจีเซลแล้วค่ะ”
“หึๆ...ได้เลยครับคุณผู้หญิง”
“ส่งที่คลับ Blue sky ละกันค่ะ”
“โอ๊ะ...พอดีเลย...ผมก็นัดเพื่อนๆไว้ที่นั่น”
“จะว่าบังเอิญหรือโชคดีกันคะเนี่ย”
“นั่นสิครับ เชิญทางนี้ครับ...รถผมจอดอยู่ตรงนั้น”
จีเซลพร้อมผายมือไปทางรถของเขาที่จอดอยู่ข้างทางไม่ไกลนัก ยูแอลมองไปยังรถเปอเช่คาเยนน์สีดำคันหรูที่มือหนาผายไปก็หันไปยิ้มให้เขาเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามเขาไปยังรถ...แต่ไม่คิดว่าเขาจะเดินอ้อมไปเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับให้กับเธอ
“ฉันนั่งข้างหลังก็ได้นะคะ...เดี๋ยว....”
“ผมไม่มีแฟนครับ...พึ่งเลิกกันวันนี้เอง...”
“เอ่อ.....”
“เชิญเถอะครับ...คุณคงไม่เห็นว่าผมเป็นคนขับรถหรอกนะครับ”
การพูดทีเล่นทีจริงของจีเซลทำเอาหญิงสาวเกรงใจไม่น้อย การนั่งข้างหลังก็เหมือนกับว่าเห็นเขาเป็นคนขับจริงๆนั่นแหละ เธอจึงได้แต่พยักหน้ายิ้มๆแล้วยอมขึ้นไปนั่งข้างคนขับตามที่เขาเสนอ...แต่ในใจก็แอบคิดอยูว่าจะถามเรื่องที่เขาพึ่งพูดเมื่อครู่ดีไหม...เรื่องที่ว่าพึ่งเลิกกับแฟนวันนี้... ถึงจะคิดอย่างนั้นยูแอลกลับไม่ได้เอ่ยถามอะไรตลอดทาง เธอเอาแต่นั่งเงียบเพราะรู้สึกขัดๆเขินๆ แฟนคนแรกของเธอก็คือเจซี...เวลาไปไหนมาไหนเพียงลำพังก็ไปกับเจซีเสมอ ที่นั่งข้างคนขับที่เคยนั่งก็มีเจซีเป็นคนขับ แต่ตอนนี้กลับเป็นชายคนอื่น...นึกแล้วใจก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาเสียอย่างนั้น...
ไม่นานนักรถเปอเช่สีดำคันหรูก็แล่นเข้ามาจอดที่หลังผับที่เธอพึ่งเจอเรื่องที่น่าเจ็บปวดใจมาไม่กี่ชั่วโมงก่อน ยูแอลสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะทำท่าหันไปเปิดประตูแต่ก็ไม่ทันหนุ่มหล่อคนขับที่ลงจากรถเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ในช่วงที่เธอกำลังตกอยู่ในภวังค์ เขาเดินมาเปิดประตูรถให้เธออย่างสุภาพด้วยรอยยิ้ม
“...ขอบคุณค่ะ ที่จริงไม่ต้องก็ได้...”
“ไม่เป็นไรครับผมยินดี”
จีเซลพูดพร้อมรอยยิ้มหวานเธอจึงทำได้แค่ยิ้มตอบบางๆ ก่อนจะก้าวเท้าลงจากรถคันหรูนั้นแล้วไปหยุดยืนประจันหน้ากับเขา เพื่อที่จะเอ่ยคำขอบคุณอีกครั้งพร้อมกับต้องขอตัวลาจากเขาเสียแล้ว
“ยังไงก็ขอบคุณนะคะ...ฉันคงต้องขอตัวเข้าไปหาเพื่อนๆก่อน ขอให้สนุกนะคะ”
“ครับ...แล้วเราจะ...”
ไม่ทันที่จีเซลจะได้พูดอะไรต่อหรืออาจจะเพราะเขาทิ้งช่วงที่ต้องการจะพูดนานเกินไปด้วยความที่กำลังช่างใจว่าจะถามเธอดีไหม แต่เธอคนนั้นก็รีบเดินเข้าในคลับไปเสียก่อน จึงทำให้เขาได้แต่ยินเก้อมองแผ่นหลังขาวเนียนนั้นไปจนลับตา
“จะแลกช่องทางติดต่อกัน...ได้ไหม..เฮ้อ...ไปซะละ”
จีเซลยืนลูบท้ายทอยตัวเองอย่างเซ็งๆครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปในคลับตามเธอไป เขาเองก็ต้องไปเจอเพื่อนๆของเขาเหมือนกัน...แต่จะให้ลืมผู้หญิงที่เขาพึ่งเจอแล้วถูกใจเมื่อครู่ก็เห็นทีจะยาก เมื่อใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาและใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มอย่างลืมตัวของเธอยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
“ช้าจังเลยวะเพื่อน! งานนี้จัดเพื่อปลอบใจมึงนะครับ” วินซ์กล่าว
“เจ้าภาพเสือกมาช้า”
ซันชายน์ว่าเสริมพร้อมกับมองไปยังเพื่อนของเขาอย่างยิ้มๆ คนอื่นๆที่มาก่อนแล้วก็ยังคงนั่งดื่มและชูแก้วให้เขาหลังจากที่เขามาถึงตามนัดจนได้ จีเซลไม่ได้ตอบอะไรเดินเข้าไปนั่งที่โซฟาพร้อมกับรับแก้วสีอำพันจากบริกรจ้องมองไปยังฟลอร์คล้ายจะมองหาใครสักคน
“มาถึงก็หาสาวเลยหรือวะ”
ดีนอดที่จะแซวไม่ได้เมื่อเห็นเพื่อนสมาชิกรุ่นน้องในวงจ้องมองไปโซนด้านล่างไม่วางตา คนอื่นๆก็ต่างส่ายหน้าไปมาพร้อมกับโยกตัวไปตามจังหวะเพลงมองด้านล่างที่สาวๆต่างปล่อยลีลาการเต้นอย่างไม่มีใครยอมใครเช่นกัน จะมีก็แต่ไลก้าที่นั่งดื่มนิ่งๆ เหมือนหุ่นก็ไม่เชิง
“แต่คนนั้นสวยชิบเลยว่ะ”
ชาร์วีเอ่ยพร้อมกับมองแตกต่างไปจากเพื่อนๆ เขามองตรงไปยังโซนวีไอพีตรงข้ามโต๊ะที่พวกเขานั่ง คนอื่นๆต่างมองไปตามสายตาของชาร์วีรวมถึงจีเซลด้วยเช่นกัน หญิงสาวในชุดเดรสสายเดี่ยวสั้นสีน้ำเงินตัดกับสีผิวขาวเนียนออร่าของเธออย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าสวยเด่นชัดมาแต่ไกลพอๆกับเพื่อนสาวของเธอ แต่ที่มันสะดุดตาจีเซลเพราะเธอคือคนที่ติดรถของเขามาที่นี่ คนที่เขายังนึกภาพวนเวียนในหัวไม่หาย
“หึ...นึกว่าใคร...” ไลก้าเอ่ย
“หือ? มึงรู้จักคนอื่นด้วยเหรอไอ้ก้า” จีนส์หันไปแซวพร้อมกับทำหน้าไม่อยากเชื่อ
“ว่าแต่หน้าคุ้นๆนะ” ซันชายน์เอ่ยพร้อมกับพยายามเพ่งมองหญิงสาวตรงข้าม
“คลับมันก็ไม่ได้กว้างอย่างที่คิดสินะ...” จีเซลเอ่ย สายตาจ้องมองเธอไม่วางตาราวกับกลัวว่าจะหายไปจากสายตาของตนก่อนที่เขาจะยกยิ้มขึ้น ทั้งคำพูดและท่าทางของจีเซลทำเพื่อนๆของเขาต่างหันไปมองหน้าเขาอย่างสงสัยไม่น้อย...เพราะไม่คิดว่าจีเซลจะทำใจเรื่องแฟนคนล่าสุดได้เร็วขนาดที่เล็งสาวคนอื่นได้แบบนี้...