Chapter 7. อดีตที่แสนหวาน...

2627 Words
ค่ำคืนที่แสนอบอุ่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ร่างสูงเดินถือดอกกุหลาบสีขาวเดินไปหยุดตรงหน้าบ้านหลังหนึ่งด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าหล่อคมเงยหน้าขึ้นมองหน้าต่างชั้นสองที่ยังคงเปิดไฟสว่างไสวอยู่ เขาก้มลงดอมดมดอกกุหลายที่ตั้งใจซื้อมาก่อนจะเงยหน้ามองตรงไปยังหน้าต่างบานเดิมอีกครั้ง “ยูแอล!” โฮ่งๆ โฮ่งๆ ...ในขณะที่เสียงทุ้มเรียกชื่อแฟนสาวของเขา น้องหมาน่าตาน่ารักก็ยังคอยส่งเสียงเห่าช่วยราวกับว่าคุ้นชินกับเขามานาน หรืออาจจะเป็นเพราะเขามาที่นี่บ่อยๆ ไม่นานนักผ้าม่านของหน้าต่างบานนั้นก็เปิดออกพร้อมกับชะโงกหน้าลงไปมองคนที่มายืนเรียกชื่อตน ก่อนใบหน้าสวยจะยิ้มร่าออกมาและรีบวิ่งลงมาจากชั้นสองเพื่อมาหาคนที่ยืนรอเธออยู่หน้าบ้านอย่างดีใจ ทั้งสองยืนอยู่ไม่ไกลกันนักมีเพียงรั้วไม้ระดับเอวกั้นเอาไว้ ชายหนุ่มในชุดเสื้อกล้ามสีขาวใส่เสื้อฮู้ดแขนยาวตัวใหญ่สีเทาคลุม กางเกงวอร์มสีเทาเข้ากับเสื้อนอกของเขา ชายหนุ่มยื่นดอกกุหลาบในมือให้เธอด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม...มันเป็นรอยยิ้มที่มองแล้วดูอบอุ่นใจและดูมีเสน่ห์ สายตาคมของเขาจ้องมองเธอด้วยความรักที่เต็มเปี่ยม “ดึกดื่นป่านนี้ทำไมยังไม่กลับหอพักอีก” “ก็เอากุหลาบมาให้นี่ไงคะ” “แค่นี้เหรอคะ? ถึงได้ยอมตากลมมาถึงที่นี่” “คิดถึงด้วยค่ะ...อยากเห็นหน้า” คำพูดหวานของชายหนุ่มในวัย28เอ่ยขึ้น ทำเอาหญิงสาววัย20เขินม้วนไปทั้งตัว มือเล็กเอื้อมไปรับดอกกุหลาบดอกนั้นมาถือไว้ในมือและมองมันอย่างดีใจ ชายหนุ่มเห็นท่าทีของเธอก็อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปยีผมของเธออย่างเอ็นดู “เอามาให้ทุกวันแบบนี้ไม่เบื่อเหรอคะ?” “จะเบื่อได้ยังไง ก็พี่รักของพี่นี่คะ” “พี่เจซีปากหวานเกินไปแล้ว” “เคยชิมเหรอ? ถึงได้รู้” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ เขายกยิ้มจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า เธอถึงกับเอนตัวหนีด้วยความเขิน แรกรักอะไรก็ดีไปหมด ใครจะคิดว่าจากวันนั้นเวลาผ่านล่วงเลยมาเป็นปีจะทำให้เขาเปลี่ยนไป... ยิ่งมีชื่อเสียงความกดดันต่างๆยิ่งมากขึ้น ทั้งจากค่ายเพลงทั้งจากแฟนคลับ หลายครั้งที่ต้องเผชิญกับคำพูดจาดูถูกและความเกลียดชัง ยิ่งมีคนรักมากก็ยิ่งมีคนเกลียดมากเป็นเรื่องธรรมดา แต่คนเรามักจะเก็บและจำแต่คำพูดแย่ๆ มาเป็นสำคัญเสมอ สังคมในวงการมายาหล่อหลอมให้เขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เปลี่ยนทั้งคน เปลี่ยนทั้งความสัมพันธ์ที่มีอยู่ จากที่เคยฟังคำพูดปลอบโยนของหญิงสาวก็กลับกลายเป็นฟังคนอื่นมากกว่า... “แม่งเอ้ย!!” ชายหนุ่มที่กระฟัดกระเฟียดเตะข้าวของที่วางอยู่ตามทางหลังเวทีอย่างหัวเสีย หญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนของเขาเดินเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง สองมือเล็กจับที่แขนแกร่งของชายหนุ่ม “พี่เจซี...ใจเย็นๆก่อน เดี๋ยวเรื่องก็ซาไปเอง อ๊ะ!” เจซีหันไปปรายตามองหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าแฟนของเขา ก่อนจะสะบัดมือนั้นทิ้งเพราะยังตกอยู่ในห้วงอารมณ์โทสะ การที่เขาขึ้นแสดงในวันนี้ เพลงของเขาถูกเยาะเย้ยจากเอ็มซีของช่องก่อนที่เขาจะขึ้นเวที แต่เขาก็กัดฟันทนแสดงจนจบ แต่ถึงอย่างนั้นเอ็มซีก็ยังคงพูดแซะเกี่ยวกับเพลงของเขาไม่หยุด “อย่ายุ่ง! เธอจะไปรู้อะไร” เจซีกล่าวเสียงแข็ง “ไอ้เจซี มึงก็ไม่ควรลงกับน้องมันนะเว้ย” ท็อปเปอร์หนึ่งในสมาชิกในวงที่เขาสนิทที่สุดพูดขึ้น สมาชิกอีกสามคนไม่มีใครกล้าแย้ง เพราะรู้ว่าเจซีตอนนี้อารมณ์รุนแรงแค่ไหน มันจะพลอยให้พวกเขาซวยไปด้วย จะมีก็แต่ท็อปเปอร์ที่สนิทกับเขามากที่สุด “ก็พวกแม่ง...” “เออน่า ช่างหัวมัน...ไปหาอะไรคลายเครียดทำดีกว่า ไหนๆงานก็เสร็จล่ะ” “รอรับรางวัลอีก” “ช่างรางวัลมัน เยอะจนไม่มีที่เก็บ ให้พวกมันส่งตามไป” ท็อปเปอร์พูดอย่างไม่ใส่ใจใบหน้าเปื้อนยิ้มและตบบ่าเจซีเบาๆ เจซีหันไปมองโดยไม่พูดอะไรได้แต่พยักหน้า ยูแอลที่ยืนอยู่มองทั้งคู่สลับกันไปมาอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวและคิดว่าคงไม่วายพากันไปดื่มเหมือนเช่นเคย “พี่เจซีจะไปไหนหรือคะ?” “เธอเป็นคนเซ้าซี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” เจซีขมวดคิ้วหลุบตามองร่างเล็ก เขากล่าวอย่างหงุดหงิดที่แฟนสาวถามขึ้น “ไม่ใช่อย่างนั้น...แค่จะบอกว่าพี่อย่าลืมทานยา...” “เห็นฉันเป็นเด็กหรือไง พูดมากอยู่ได้” “…….” ไม่รู้ว่าเพราะอารมณ์โกรธหรือเพราะเขาเบื่อเธอแล้วกันแน่ถึงได้พูดจาทำร้ายน้ำใจเธอได้ขนาดนี้ ยูแอลเม้มปากแน่นเลือกที่จะเงียบ ก่อนที่เกรซ ซาซ่าและฮานิจะเดินเข้ามาดึงเธอให้ออกจากตรงนั้น เธอถึงยอมเดินตามเพื่อนๆออกมากลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัว ในขณะที่นักเต้นทุกคนเก็บข้าวของฮานิก็ก้มหน้าก้มตายิ้มน้อยยิ้มใหญ่กดโทรศัพท์ไม่ยอมเก็บของสักที “ฮานิ ไม่รีบเก็บของเหรอ?” ยูแอลหันไปถามาเพื่อนสนิทของตน เพราะนัดกันไว้ว่าจะที่คอนโดเกรซแล้วค่อยไปปาร์ตี้กันต่อหลังเสร็จงานเหมือนเช่นทุกครั้ง ฮานิเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนแล้วยิ้มแห้งๆ ก่อนจะพูดขึ้น “วันนี้ฉันขอเทพวกแกนะ พอดีฉันมีนัดกับแฟน” “แหม...ยัยฮานิฮาใจ เลือกผู้มากกว่าเพื่อนหรือยะ” ซาซ่ากล่าว “แน่นอนสิยะ เพื่อนยังไงก็อยู่ด้วยกันเสมอ” ฮานิว่าตอบ “จ้าๆ ว่าแต่แฟนคนนี้ไม่เคยพามาแนะนำเลย” ยูแอลกล่าวด้วยความอยากรู้ เพราะเพื่อนของตนไม่เคยพูดถึง “นั่นสิ เดี๋ยวมีความลับกับเพื่อนนะยัยฮานิ” เกรซกล่าวเสริม “บอกไม่ได้จ้ะ เขาเป็นคนดังต้องเป็นความลับ” ฮานิพูดอย่างเริงร่าหยอกเล่นเพื่อนๆของตน “กับเพื่อนก็ความลับหรือยะ?” ซาซ่าอดไม่ได้ที่มองเพื่อนสาวตาขวาง ใช่ว่าฮานิจะไม่เคยคบคนดังแต่รอบนี้กลับไม่บอกเพื่อนพ้องว่าเป็นใครจากที่ปกติจะอวยยศแฟนตัวเองให้เพื่อนฟังไม่หยุด เพราะฮานิเป็นคนสวยจึงไม่แปลกที่เธอจะเปลี่ยนแฟนบ่อยๆ เพราะเบื่อบ้างล่ะ เพราะไม่ได้ดั่งใจบ้างล่ะ ก็สมกับนิสัยไฮโซติดหรูเอาแต่ใจของเธอ “ฉันไปก่อนนะพวกแก ไว้คราวหน้าฉันเลี้ยงคืน” ว่าจบฮานิก็รีบเก็บข้าวของรีบเดินออกไปทันทีโดยไม่รอฟังคำกล่าวลาของเพื่อนๆเลย ซาซ่าที่ช่างเม้าอยู่แล้วก็อดไม่ได้ที่จะหันมาพูดกับเพื่อนสาวทั้งสองคนที่เหลืออยู่ “แสดงว่าชีได้ผู้มีเงิน...ดารานักร้องคนไหนจะมีเงินได้เท่าพี่เจซีของยัยแอลกันล่ะ” “หรือว่ายัยฮานิโดนหลอก” เกรซเอ่ยอย่างหน้าตาตื่น ยูแอลหันไปมองเกรซด้วยความกังวลแต่ก็ไม่อยากคิดในแง่ลบมากเกินไป “ไม่หรอก...พวกดารานักร้องที่มีเงินมากมายก็เยอะแยะน่า แค่วงพี่เจซีดังมากในช่วงนี้เท่านั้นถึงได้มีรายได้เยอะ” “ก็จริงที่ยัยแอลพูด แต่อย่างยัยฮานิต้องคบระดับท็อปๆเท่านั้น หรือว่า...” ซาซ่าพูดหน้าตาตื่นหันไปทางเพื่อนๆทั้งสองคนสลับกัน “ว่า...” เกรซที่ตั้งหน้าตั้งตารอฟังมองซาซ่าอย่างลุ้นๆ “นางจะคบกับคนในวงพี่เจซี!” “พวกแกเลิกคิดเองเออเองได้แล้ว ไปกันสักทีเถอะ...จองโต๊ะไว้ไม่ใช่เหรอ?” ยูแอลพูดตัดบทพร้อมกับส่ายหน้าไปมาอย่างกับว่าที่ซาซ่าพูดมันเป็นเรื่องไร้สาระ มันจะเป็นไปได้ยังไงเพราะคนในวงของเจซีล้วนแต่มีแฟนกันหมดแล้ว ถึงจะพยายามไม่คิดแต่ก็อดเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้อยู่ดี เพราะเธอไม่อยากให้เพื่อนเจอเรื่องอื้อฉาวหรือเป็นมือที่สามของใครแบบนั้น หลังจากที่กลับมาถึงคอนโดเกรซทุกคนก็อาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปคลับที่หนึ่งในสมาชิกของวงเจซีเป็นเจ้าของอยู่ แสงไฟวิบวับเต็มไปหมด เสียงเพลงดังกระหึ่มก้องไปทั่วคลับและไม่ต้องสงสัยว่าเพลงที่เปิดเป็นเพลงของวงใคร เกรซเดินจูงมือยูแอลเดินฝ่าฝูงชนตามซาซ่าไปที่โต๊ะวีไอพีที่จองไว้บนชั้นสอง สามารถมองลงเห็นฟลอร์ด้านล่างได้ถนัดๆ เครื่องดื่มถูกนำมาเสิร์ฟหลังจากที่ซาซ่าสั่งไปพร้อมกับมีบริกรคอยดูแลประจำโต๊ะ “มาชนกันหน่อยเร็ว เหนื่อยกันมาทั้งวันกับค่อนคืนแล้ว” ซาซ่าเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกแก้วสีอำพันขึ้นรอเพื่อนสาวทั้งสอง ก่อนที่ทั้งสามคนจะชนแก้วแล้วยกมันขึ้นดื่มจนหมด บริกรก็คอยชงเครื่องดื่มให้ไม่ขาด ทั้งสามคนกอดคอกันเต้นไปมาอย่างสนุกสนาน...ใครจะไปคิดว่าสายตาเจ้ากรรมดันหันไปสะดุดกับโต๊ะข้างๆ เห็นชายหนุ่มที่แสนจะคุ้นเคยกำลังลุกขึ้นจูงมือสาวสวยในชุดเดรสสีแดงรัดรูปเดินเข้าไปทางห้องวีไอพี จังหวะที่ชายหนุ่มคนนั้นหันกลับมายิ้มให้หญิงสาวที่เดินตามตนทำเอายูแอลที่พยายามเพ่งมองอยู่ถึงกับชะงักงัน ใจดวงน้อยกระตุกวูบก่อนจะเต้นรัวๆ ภายในอกซ้ายหวิวไปหมด.. “แอล แกมองอะไรฮะ?” ซาซ่าที่เห็นเพื่อนยืนนิ่งค้างก็อดไม่ได้ที่จะถาม ยูแอลพยายามดึงสตืตัวเองและคิดว่าเพราะข้างในคลับมันมืดเธออาจจะมองเห็นไม่ชัด และอาจจะเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ทำให้สายตาของเธอเริ่มเบลอก็เป็นได้ “ไม่มีอะไร...ฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ยูแอลหันไปตอบเพื่อนอย่างเลี่ยงๆด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก เพราะความคาใจเธอต้องการที่จะเดินตามชายหญิงคู่นั้นไปเพื่อให้ได้รู้ชัดๆว่าสิ่งที่เห็นนั้นเพราะสายตาเธอพร่ามัวหรือว่ามันคือเรื่องจริง ซาซ่าพยักหน้ารับคำเพื่อนแต่ยังคงขมวดคิ้วอย่างสงสัยจนยูแอลเดินลับตาไป “แอลมันเป็นอะไรเหรอ?” เกรซเอ่ยถาม “ไม่รู้สิ แต่...สีหน้านางไม่ค่อยจะดีเลย” ซาซ่าตอบพร้อมด้วยสีหน้าเป็นห่วง “เราตามไปดูดีไหม” “นั่นสิ” ว่าจบซาซ่าก็หันไปฝากโต๊ะกับบริกรก่อนจะพากันเดินตามยูแอลไป สองขาเรียวในชุดเดรสสั้นสายเดี่ยวสีน้ำเงินเข้มเดินตามหลังหญิงสาวในชุดเดรสเกาะอกสีแดงที่ถูกชายหนุ่มจูงเข้าห้องวีไอพีซึ่งเป็นห้องปิดคล้ายกับห้องที่ต้องการเป็นส่วนตัวของคลับ ยูแอลชะงักฝีเท้าเป็นระยะเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยก่อนจะไปหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องวีไอพีที่ทั้งคู่พึ่งเดินเข้าไป เธอสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเอื้อมมือที่สั่นเทาไปแง้มประตูห้องวีไอพีบานนั้นอย่างช้าๆ สองร่างกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างได้ที่ เสื้อผ้าอาภรณ์ถูกปลดเปลื้องออก...เสียงครางหวานดังเป็นระยะๆ แม้ภายในห้องจะสลัวๆแต่เธอก็เห็นใบหน้าของทั้งสองคนได้อย่างชัดเจน...ยูแอลยืนนิ่งค้างมองสองร่างกำลังเล่นสวาทกันอย่างไม่สนใจใคร ร่างกายเล็กสั่นเทา สองขาเรียวก้าวขาไม่ออก...หยดน้ำใสๆไหลลงอาบแก้ม ราวกับโดนสายฟ้าฟาดลงมาจนชาไปทั้งร่าง...หัวใจดวงน้อยเองก็ชาไปหมด...เป็นเขา..แฟนหนุ่มของเธอกับเพื่อนรักที่บอกว่ามีนัดกับแฟน...และแฟนคนดังของเพื่อนสาวไม่ใช่ใครที่ไหน ไม่ใช่สมาชิกในวงเจซีแต่เป็นเจซีเอง...ใช่แล้ว...เจซีที่เป็นแฟนหนุ่มของเธอ... “แกไม่ต้องมองแล้วแอล” ซาซ่าและเกรซที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ช็อกไม่แพ้แอล แต่ที่แย่คือที่สุดตอนนี้คือเพื่อนของเขา ซาซ่าเดินเข้ามาประจันหน้ากับยูแอลเพื่อเอาตัวบดบังสายตาของยูแอลที่จ้องมองภาพตรงหน้าค้าง เกรซเข้ามาจับมือเพื่อนก่อนจะกอดไหล่เธอพร้อมกับพาเธอหันหลังกลับเดินไปที่โต๊ะของพวกเธออย่างช้าๆ “แกไม่ไหวก็กลับกันเถอะ” เกรซเอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วงซึ่งยูแอลตอนนี้ยังคงช็อกค้างเดินตามเกรซเหมือนหุ่น ซาซ่าเองก็ไม่แพ้กันคอยเดินตามประคองเพื่อนสาวด้วยสีหน้าเป็นห่วง งานกร่อยไปหมดแล้ว...ใครจะไปดื่มต่อได้ลง “พวกแก...อยู่ต่อเถอะ...ฉันขอไปสูดอากาศข้างนอกแป๊บนึง” ยูแอลเอ่ยขึ้นเสียงสั่น สภาพเธอตอนนี้หรือที่จะออกไปข้างนอกคนเดียว เพื่อนทั้งสองส่ายหน้าไปมาเป็นเชิงปฏิเสธด้วยความเป็นห่วง “ไม่ได้ แกจะไปคนเดียวในสภาพนี้ได้ยังไง” เกรซเอ่ยค้าน “ถือว่าฉันขอ...แค่แป๊บเดียว...ให้ฉันอยู่คนเดียว...” ได้ยินเสียงเพื่อนสาวที่สั่นเครืออย่างร้องขอก็อดไม่ได้ที่จะตามใจ การดันทุรังมันจะทำให้เพื่อนยิ่งแย่ไปกันใหญ่ เรื่องพึ่งเจอใหม่ๆ ปล่อยให้รวบรวมสติสักพักก็คงดี และอีกอย่างจากที่ดูตอนนี้ยูแอลไม่กล้าที่จะร้องไห้โฮออกมาเสียด้วยซ้ำ คงจุกอยู่ในอก ซาซ่าและเกรซจึงพยักหน้าเบาๆ ยอมให้เพื่อนสนิทอย่างยูแอลเดินออกจากคลับไปเพียงลำพัง ร่างเล็กเดินออกมาอย่างไร้จุดหมาย ท่าทางเหม่อลอยจนน่าเป็นห่วง นี่มันก็ดึกมากแล้วเส้นทางที่เดินก็ไร้ผู้คนจะมีก็แต่รถที่แล่นผ่านไปมาเท่านั้น นานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่เธอเดินน้ำตาไหลพรากตลอดทางจนมาหยุดอยู่ที่สวนสาธารณะริมแม่น้ำของเมือง หญิงสาวเดินเข้าไปนั่งอย่างหมดแรงที่เก้าอี้ข้างแม่น้ำกว้าง มองเหม่อไปยังแสงไฟและตึกสูงที่อยู่อีกฟากฝั่งของแม่น้ำนี้ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอดอีกครั้งก่อนจะปล่อยน้ำตาและเสียงสะอื้นไห้ออกมาเหมือนคนกำลังจะขาดใจ... “ดึกดื่นป่านนี้ผู้หญิงที่ไหนมานั่งร้องไห้อยู่อีก” ชายหนุ่มที่บังเอิญเดินผ่านมาพึมพำกับตัวเองพร้อมกับหยุดยืนมองหญิงสาวร่างเล็กที่นั่งปิดหน้าร้องไห้อยู่ตรงริมแม่น้ำ..
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD