การซ้อมดำเนินไปอย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมง แม้ยูแอลจะพยายามมองที่กระจกและตั้งใจซ้อมแค่ไหนแต่ก็ต้องสบตากับจีเซลผ่านกระจกทุกครั้ง หรือไม่ก็จีเซลตั้งใจหันมองเธอโดยที่เธอมองเห็นสายตาของเขาผ่านกระจกบานใหญ่นั้น และแน่นอนว่าคนอื่นๆก็เห็นเหมือนกันว่าจีเซลไม่ค่อยมีสมาธิซ้อมเท่าไหร่นัก
“ผิดแล้ว! จีเซล!นายตั้งใจซ้อมหน่อยสิวะ!” ซันชายน์อดที่จะหันไปดุเพื่อนรุ่นน้องร่วมวงของเขาไม่ได้ ในขณะที่เขาสอนท่าเต้นอยู่แต่จีเซลกลับไม่ได้สนใจมองที่เขาสอนจนเต้นผิดไปหมด จีเซลเองก็ยืนหน้าสลดหลังจากโดนเพื่อนร่วมวงว่า...เขารู้ตัวดีว่าเขาไม่มีสมาธิเลยจริงนั่นแหละ
“ขอโทษครับ...”
“เอาล่ะๆ พักสักหน่อยเถอะ”
ดีนเลือกที่จะตัดบท ถึงคนอื่นๆในวงจะไม่รู้ว่าจีเซลไปมีเรื่องอะไรมา แต่พวกเขาก็เลือกที่จะให้พักซ้อมเผื่อว่าอะไรๆจะดีขึ้น เมื่อได้ยินอย่างนั้นคนอื่นๆก็ต่างพากันไปดื่มน้ำนั่งพัก ยูแอลเองก็ถูกซาซ่าและเกรซลากออกไปยังมุมห้องซ้อมเหมือนกัน
“ยัยแอล! เกิดอะไรขึ้น? คนที่มาหาแกคือซีอีโอใช่ไหม?” ซาซ่าเอ่ยถามหน้าตาตื่น
“อืม...”
“มิน่าล่ะ...มีเรื่องกันเหรอ? หน้าของจีเซลมีรอยช้ำด้วย...อย่าบอกนะว่า....” เกรซพูดเสริม
“อือ....”
ซาซ่าและเกรซถึงกับเอามือทาบอกไม่ต้องพูดอธิบายอะไรให้มากมายก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแม้ว่าเพื่อนสาวอย่างยูแอลจะตอบสั้นๆแค่คำเดียวก็ตาม ทั้งสามคนไม่ทันได้พูดอะไรกันไปมากกว่านั้นจีเซลก็เดินพรวดพราดเข้ามาคว้าข้อมือเล็กของยูแอลเดินออกจากห้องซ้อมไปทันทีท่ามกลางสายตาที่งุนงงของแดนเซอร์คนอื่นๆ ...เพราะไม่มีใครรู้เรื่องพวกเขา...มันจึงเป็นเป้าสายตาและเป็นที่น่าสงสัย...
“จีเซล...เดี๋ยวก่อน”
“............”
จีเซลเงียบตลอดทางที่ลากเธออกมาจากห้องซ้อมก่อนจะหยุดไม่ไกลหน้าห้องมากนัก เขาดันเธอเข้าไปติดที่กำแพงพร้อมกับแขนแกร่งค้ำยันกำแพงนั้นกั้นเธอไว้ไม่ให้หนีเขาอีก ยูแอลสบสายตาที่จริงจังของจีเซลก็ไม่กล้าที่จะทักท้วงใดๆ ได้แต่ยืนเงียบมองเขาอยู่อย่างนั้น
“...ช่วยอธิบายเถอะครับ...เห็นแบบนั้นแล้วผมสงบใจไม่ได้จริงๆ”
“จีเซล เรื่องนี้...เราค่อยคุยกันหลังซ้อมเสร็จได้ไหม?”
“..........”
“ฉันอยากให้นายโฟกัสที่งานของนายก่อน ไม่ใช่ที่ฉัน”
“.........”
“ฉันไม่อยากเป็นต้นเหตุให้นายที่พยายามอย่างหนักเพื่องานต้องมาเสียงานเพราะฉันหรอกนะ”
ยูแอลพูดพร้อมกับเอามือดันอกแกร่งของจีเซลให้ออกห่างเธอ จีเซลขบกรามแน่นอย่างไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับที่เธอพูดนัก...มันควรจะเป็นอย่างที่ยูแอลบอกจริงๆ เขาต้องโฟกัสกับงาน....แต่ถึงอย่างนั้น....
จีเซลจับข้อมือเล็กของเธอข้างที่ผลักอกเขาไว้แน่นพร้อมกับดึงเธอเข้ามาชิดตัวเขา ก่อนที่เขาจะใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างโอบกอดร่างเล็กนั้นแน่นราวกับว่ามันจะหายไป...ความรู้สึกภายในใจร้องบอกตัวเขาอย่างเอาแต่ใจว่าเธอเป็นผู้หญิงของเขาไม่ใช่ของใครทั้งนั้นและจะเป็นของเขาเพียงคนเดียว...
“คืนนี้พี่ต้องกลับกับผม...และอธิบายทุกอย่างให้ชัดๆ”
“อะ...อือ...ก็ได้อยู่หรอก”
“อธิบาย...บนเตียง...”
“ฮะ?...เอ่อ...จีเซล...”
ใบหน้าสวยร้อนผ่าวขึ้นมาเมื่อเสียงกระซิบของเขาใกล้ใบหูเล็กของเธอ น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความต้องการเด่นชัดจนรู้สึกเขิน...ความต้องการที่จะครอบครอง... ลมหายใจร้อนของเขาพ่นข้างใบหูเล็กจนใจสั่น...เพราะไม่เคยไปด้วยกันแบบไม่เมาเลยสักครั้ง...แบบนี้เธอคิดว่าต้องหาอะไรย้อมใจก่อนจะไปกับเขา
“ห้ามดื่มนะครับ...ผมอยากให้พี่รับรู้แบบมีสติ...ว่าพี่เป็นของผมยังไง” จีเซลพูดดักอย่างรู้ทันความคิดของคนตรงหน้า
“นะ...นายกล้ามากนะจีเซลที่พูดแบบนั้น ทั้งที่เรายังไม่ได้....”
“ผมคิดว่า เราน่าจะเป็นมากกว่าแค่การคุยกันแล้วนะครับ...”
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ นายน่ะ...แค่จีบฉันเองนะ”
ยูแอลพูดพร้อมกับทำหน้าดุแบบทีเล่นทีจริงทั้งที่ตัวเองก็เขิน เธอดุเพื่อสู้สายตาเฉี่ยวของเขา แต่จีเซลกลับไม่ได้มีสีหน้าที่เล่นด้วยกับเธอเลย แววตาสีหน้าของเขาดูจริงจังจนน่าหวั่นใจ จีเซลที่เคยยิ้มแย้มอ่อนโยนได้ถูกแทนที่เป็นจีเซลเวอร์ชั่นหล่อร้ายยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ไปเสียแล้ว...ซึ่งมันไม่ดีต่อใจเธอเลย...จากที่เธออายุมากกว่ากลับรู้สึกว่าตัวเธอเล็กนิดเดียวเหมือนกับเด็กสาวยังไงอย่างนั้น...ออร่าแบบนี้ของเขามันอะไรกัน....ไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน...ความฮอตที่แผ่ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติแบบนั้น...
“ผมบอกแล้วว่าเราเป็นมากกว่านั้นไปแล้ว คนจีบกันที่ไหนเขา....”
“ไม่ต้องพูดเลยนะ...”
ยูแอลรีบเอามือขึ้นไปปิดปากชายหนุ่มตรงหน้าพร้อมกับมองซ้ายมองขวาอย่างระแวงระวัง เขาจะพูดมากไปกว่านี้ไม่ได้เดี๋ยวคนอื่นอาจจะผ่านมาได้ยินก็แย่กันพอดี จีเซลหลุบตามองคนตัวเล็กก็พอจะรู้ว่าเธอกังวลเพราะอะไรทำไมถึงไม่ให้เขาพูด...เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็ยิ่งไม่อยากที่จะเสียเธอไป....เขาจะพยายามรักษาเธอไว้ข้างกายไม่ว่าทางไหนก็ตาม...
“หมดเวลาพักแล้ว...นายต้องตั้งใจซ้อมนะรู้ไหม?”
จีเซลยอมพยักหน้ารับคำ ก่อนที่ยูแอลจะยอมปล่อยมือออกจากริมฝีปากของเขา จีเซลอดมองว่าคนตัวเล็กว่าน่ารักไม่ได้จริงๆ ผู้หญิงอะไรยิ่งมองยิ่งรู้สึกหลง...ไม่ใช่แค่สวย...ทั้งความสามารถและความคิดของเธอมันแตกต่างไปจากผู้หญิงที่เขาเคยเจอมา...ไม่มีความงี่เง่าแม้ว่าเขาจะต้องห่วงชื่อเสียงของตัวเองก็ตาม เผลอๆเธอห่วงชื่อเสียงของเขามากกว่าตัวเขาเองเสียอีก...
ไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ยูแอลก็หันไปพยักเพยิดหน้าทางประตูเป็นเชิงบอกให้เขาเดินเข้าห้องซ้อมก่อน จีเซลเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งแต่ก็ยอมเดินเข้าห้องไปก่อนโดยมีเธอเดินตามเข้ามาทีหลัง ภายในห้องเริ่มรวมตัวกันเพื่อซ้อมรอบต่อไป...
คราวนี้จีเซลมีสมาธิมากขึ้นในการซ้อม แม้ในหัวจะคิดถึงแต่เรื่องของยูแอล...เรื่องที่เขาเคยเจอกันกับเธอมาก่อนหน้านี้...ตอนที่ยูแอลยังเป็นของเขาคนนั้น ถึงยูแอลจะจำเขาไม่ได้ก็ตาม แต่สำหรับจีเซลเขาไม่เคยลืมผู้หญิงที่นั่งร้องไห้อยู่ริมสวนสาธารณะตอนตีสามได้เลย...
“ขอโทษที ขอเวลานอกสักครู่”
ในขณะที่ซ้อมโชว์การแสดงของวงบียอนด์อยู่ ชายในชุดสูทแฟชั่นสีดำเดินเข้าห้องมาก่อนที่ทุกคนจะหยุดการกระทำทุกอย่างแล้วหันไปโค้งคำนับกล่าวสวัสดีผู้ที่เข้ามาเยือน ที่คนอื่นๆจะแตกตื่นกันใหญ่โตเมื่อเห็นผู้ที่ติดตามชายในชุดสูทสีดำนั้นมาด้วย...แน่นอนว่าสาวๆในทีมแดนเซอร์ต่างกรี๊ดกร๊าดกันไม่หยุด เขาคือชายหนุ่มวัย38ในชุดสูทสีน้ำตาลอ่อนใบหน้าหล่อเหลาดวงตาคมสีดำขลับดูมีเสน่ห์น่าค้นหา อดีตนักร้องชื่อดังที่สุดในช่วงยุคหนึ่งซ้ำยังครองตำแหน่งที่หนึ่งมาเป็น10ปี ก่อนจะผันตัวมาเป็นซีอีโอและเปิดค่ายเพลงเป็นของตัวเอง...
แต่...คนที่ดูไม่ยินดีคงจะไม่พ้นจีเซลและยูแอลที่จ้องมองชายหนุ่มในชุดสีน้ำตาลอ่อนนั้นเขม็ง ยูแอลจ้องมองเขาอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ๆการคุยงานของเขาถึงได้มาจบที่ห้องซ้อมของพวกเธอและวงบียอนด์
“สวัสดีครับประธานทั้งสอง”
ชายหนุ่มที่เป็นผู้นำทีมนักเต้นหรือแดนเซอร์ของยูแอลเดินเข้าไปทักทายอย่างนอบน้อม แน่นอนว่าหัวหน้าคนนี้อยู่กับเธอมานานส่วนคนอื่นๆคือคนที่พึ่งรับเข้ามาหลังจากที่นักเต้นในทีมคนเก่าได้ลาออกไปบ้าง จะเหลือก็แต่ เธอ เกรซ ซาซ่าและหัวหน้าทีมเท่านั้น
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับคุณแจ็คกี้”
เจซียิ้มและยื่นมือเข้าไปทักทายแจ็คกี้ผู้เป็นหัวหน้าทีมเต้นก่อนจะปรายสายตามองยูแอลเล็กน้อย แจ็คกี้เองก็ยิ้มร่าเหมือนดีใจที่ได้เจอกับเจซีอีกครั้ง แน่นอนสิ...พวกเขาร่วมงานกันมานาน...คนที่พายูแอลมาเจอเจซีก็คือแจ็คกี้นี่แหละ...
“ว่าแต่...ประธานคริสมีอะไรหรือครับ?”
ดีนเป็นผู้ที่เริ่มถามเพราะมันคือเวลาซ้อมของพวกเขา จะต้องมีเรื่องสำคัญมากแน่ๆ ประธานค่ายถึงได้มาถึงห้องซ้อมแบบนี้ คริสหันไปพยักหน้ายิ้มๆให้ดีน ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“อ๋อ...เรื่องทีมนักเต้นน่ะ”
สมาชิกในวงบียอนด์หันมองหน้ากันไม่ต่างจากทีมนักเต้น มีเพียงจีเซลเท่านั้นที่จ้องมองเจซีพร้อมกับขมวดคิ้วแน่น แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรขึ้นมา...ถือว่าให้เกียรติคริสผู้เป็นประธานค่ายของเขาเอง และปล่อยให้เป็นหน้าที่ดีนที่เป็นหัวหน้าวงเป็นคนถาม...ไม่อย่างนั้นเขากับเจซีคงได้มีเรื่องกันอีกยกแน่ๆ และเรื่องของเขากับยูแอลก็จะรั่วไหล
“ครับ? ทีมผมทำไมหรือครับประธาน?” แจ็คกี้เอ่ยอย่างนึกสงสัย
“แต่เดิมฉันเซ็นสัญญาจ้างทีมเต้นมาประจำที่ค่าย B-Kris แต่ทางค่ายJC เขาเองก็ต้องการนักเต้นเก่าที่เคยร่วมงานด้วยเหมือนกัน จึงมีการเปลี่ยนสัญญานิดหน่อย...เห็นว่าคุณเจซีจะกลับมาทำเพลง ฉันเองก็เป็นแฟนคลับคุณเจซีซะด้วยสิ จึงมีการให้ยืมเช่าทีมนักเต้น โดยที่คุณเจซียอมจ่ายไม่อั้น...นายคิดว่ายังไงล่ะแจ็คกี้”
คริสเอ่ยอย่างตื่นเต้นเมื่อพูดถึงเรื่องการกลับมาทำเพลงเดี่ยวของเจซี อดีตนักร้องระดับโลกหลังจากที่เลิกทำเพลงไปหลายปีและผันตัวมาเป็นเจ้าของค่ายเพลงดังที่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจของเขา สำหรับคริสมันก็ดีกว่าการที่เจซีจะดึงตัวนักร้องในวงบียอนด์ไปเป็นของตัวเองอย่างที่เจซีขู่ไว้ถ้าเขาไม่ยอมให้ทีมนักเต้นทีมนี้...คริสเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าทำไมเจซีถึงยอมทุ่มเงินมหาศาลขนาดนั้นเพื่อทีมนักเต้นของแฟนเก่านัก...แม้สมัยยังดังจะเคยเป็นข่าวเรื่องนี้ เจซีก็ไม่เคยออกมาพูดอะไรหรือแม้แต่ออกมาปฏิเสธ เขาแค่ปล่อยผ่านไป...แต่คนในวงการนี้รู้เรื่องนั้นดีว่าเขาซุ่มคบกับนักเต้นสาวมานานถึง10ปี...
“แล้วเรื่องค่า....”
“คุณแจ็คกี้เรียกมาเท่าไหร่ผมจ่ายให้ตามต้องการครับ”
เจซีพูดขึ้นเหมือนรู้ทันว่าแจ็คกี้ตั้งใจจะถามเขาเรื่องอะไร เพราะเขาเองก็ทำงานกับแจ็คกี้มานานตั้งแต่สมัยที่เขาเริ่มเข้าวงการใหม่ๆด้วยซ้ำทำไมจะไม่รู้นิสัยชอบเงินของแจ็คกี้ล่ะ มันเลยเป็นการง่ายที่เขาจะดึงให้ยูแอลมาอยู่ใกล้ตัว...ทุกปัญหามันแก้ได้ด้วยเงิน อยากได้อะไรมันก็แค่ต้องใช้เงิน...นั่นคือสิ่งที่เจซีคิด...
“ถ้าคุณเจซีว่าอย่างนั้นพวกผมก็ยินดีครับ”
“พี่แจ็ค! ทำไมไม่ถามคนในทีมก่อนล่ะคะ”
ยูแอลแย้งขึ้นโดยที่แจ็คกี้ยังคงยิ้มร่าเมื่อได้คำตอบที่ต้องการ อำนาจของเงินมันน่ากลัวจริงๆ...แจ็คกี้ที่ได้ยินยูแอลท้วงอย่างนั้นก็หันไปมองเธอทั้งที่ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้มอย่างปริ่มสุข ก่อนจะตอบเธอแบบที่เธอแย้งไม่ได้
“ก็ไม่เห็นใครมีปัญหานี่...ถ้าทำแล้วได้เงินเพิ่มขึ้น จริงไหมพวกเรา”
นักเต้นคนอื่นๆต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างตื่นเต้น การที่ดาวค้างฟ้าจะหวนกลับมาเฉิดฉายใครๆก็ต่างอยากจะร่วมงานด้วยทั้งนั้นแถมยังได้ค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากที่เจซีจะจ่ายแยกให้อีกต่างหากจึงไม่มีใครคิดที่จะปฏิเสธนอกเสียจากคนรักเพื่อนอย่างซาซ่าและเกรซที่ดูไม่ค่อยจะยินดีเท่าไหร่ซ้ำยังหันมองหน้ากันไปมากับยูแอลอย่างนั้น ...จะแย้งได้ยังไงในเมื่อเสียงข้างมากเป็นเอกฉันท์... แล้วอย่างนี้มันจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีกต่อไปล่ะ..