ตอนที่ 1 ไม่อยากให้ถึงวันนั้นเลย
แม้ฟ้าจะมืดลงไปนานแล้ว เมืองหลวงยามราตรี ยังคงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมายเต็มท้องถนน โคมไฟหลากสีส่องแสงเรืองโรจน์ไปทั่ว เสียงเจื้อยแจ้วจอแจ คละเคล้าปนเปไปกับเสียงหัวเราะ ผู้คนมากมายเช่นนี้ ย่อมเป็นโอกาสดีที่นักต้มตุ๋นอย่าง 'เซี่ยเข่อเฉิง' จะได้มีช่องทางในการหาเงิน
สาวน้อยหน้าแฉล้ม รูปร่างบอบบางแต่งกายด้วยผ้าที่ราคาถูก แต่ถูกออกแบบตัดเย็บในรูปแบบที่เรียบหรู จึงขับส่งให้ผู้สวมใส่ แลสง่าดุจดังสตรีในห้องหอ เซี่ยเข่อเฉิงกำลังเพลิดเพลินไปกับแสงสีในยามค่ำคืนของค และแล้วนางก็ได้พบกับบุรุษที่น่าสะดุดตาผู้หนึ่ง จึงทำทีแทรกตัวเข้าไปใกล้ เมื่อสบโอกาสที่บุรุษผู้นั้นอยู่เพียงลำพัง นางจึงเริ่มแผนการ
"นี่ เจ้าคนลามก คิดจะลวนลามสตรีแล้วหนีไปง่ายๆ อย่างนี้นะหรือ ช่างกล้าเกินไปแล้ว"
"ข้าเปล่านะ แม่นาง เจ้าเอาอะไรมาพูด ข้าหาได้แตะต้องตัวเจ้าไม่"
"หน้าอกข้าเปื้อนถ่านจากมือของเจ้าแท้ๆ ยังจะกล้าปฏิเสธอีกหรือ" เหยื่อผู้น่าสงสารยกมือตนขึ้นมาดู ก็ปรากฏว่ามือตนนั้น เปื้อนคราบถ่านมาจริงๆ แต่เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร ตั้งแต่เมื่อใดนั้น เขาเองก็มิอาจทราบได้
"ถ้าไม่อยากให้เรื่องดังถึงหูทางการ ก็จ่ายค่าเสียหายมา ไม่เช่นนั้น ข้าจะตะโกนโพนทะนาให้ทั่ว ว่าเจ้าเป็นพวกบุรุษชีกอ ลามก ชอบรังแกสตรี แล้วก็..." ร่างบางรู้ว่าเหยื่อติดกับ ดิ้นไม่หลุดแน่แล้ว จึงเร่งเอ่ยเพื่อปิดงาน
"ชู่ว์ อย่าเอ็ดไป ได้ๆ เอาเงินนี่ไป แล้วเงียบซะ" บุรุษผู้นั้นควักเงินให้นางสองตำลึงเพื่อซื้อความบริสุทธิ์ให้กับตัวเอง แล้วมันก็ได้ผล เข่อเฉิงยกยิ้มแล้วรีบคว้ากำเอาเงินสองตำลึงจากมือหนาของชายผู้นั้น
"ก็ได้ ข้าไม่ติดใจเอาความ อย่างนั้นข้าขอให้ท่านสนุกสนานไปกับแสงสีของเมืองนี้นะเจ้าคะ ข้าน้อยขอตัวลา" ร่างบางยิ้มระรื่นเดินจากไปเมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการ หารู้ไม่ว่าทุกการกระทำของนาง ได้ตกอยู่ในสายตาของแม่ทัพน้อย 'หลัวหนานหลาง' ที่นั่งดื่มสุราย้อมใจบนชั้นสองของเหลาสุรา
"บุรุษโง่ เจ้าเสียรู้นางจิ้งจอกแค่สองตำลึง แต่ข้าสิ ต้องสูญเสียความเป็นตัวเองทั้งชีวิต" หนานหลางตัดพ้อ เขารู้สึกว่าชายผู้นั้นยังโชคดีกว่าเขาหลายเท่านัก ที่จบเรื่องได้ด้วยเงินเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อหันกลับมามองปัญหาของตนกลับรู้สึกว่ามันช่างไร้ทางออกเสียเหลือเกิน เขาจึงยกไหสุราขึ้นกรอกเข้าปาก โดยมิได้ไยดีต่อจอกสุราเล็กจิ๋วนั่น
....................
"เถ้าแก่ บะหมี่หนึ่งชาม เพิ่มเนื้อให้ข้าด้วยนะ" เข่อเฉิงท่าทีเหนื่อยล้า แต่หน้าตาดูสดชื่นเบิกบาน ก็เรื่องที่นางได้ทำมาในวันนี้มันช่างทำให้นางชื่นหัวใจเสียเหลือเกิน
"อาเฉิง วันนี้มือขึ้นละสิ สั่งพิเศษเนื้อด้วย"
"เปล่าหรอก ข้ายังมิได้เฉียดบ่อนด้วยซ้ำ บุรุษใจดี มอบเงินเล็กน้อยด้วยความพิศวาสข้าน่ะ อ้อข้าสั่งเผื่อต้าเป่ากับเสี่ยวปาด้วยนะ พรุ่งนี้อย่าลืมทำให้พวกเขากินด้วยล่ะ" เด็กขอทานสองพี่น้อง จะได้รับน้ำใจเช่นนี้จากนางเป็นประจำ
"หืม? พิศวาสเจ้านะหรือ ไม่ใช่ว่าไปขโมยมานะ" เถ้าแก่หรี่ตาจ้องเค้น
"โถ่เถ้าแก่ อย่างข้านี่ มีหรือจะขโมย คนมีวิชามีฝีมือเช่นข้า ไม่เลือกหากินเช่นนั้นหรอก แฮะๆ" เข่อเฉิงแค่นเสียงหัวเราะกลบเกลื่อน แม้นางจะไม่ได้ขโมย แต่ก็ใช้อุบายเพื่อให้ได้เงินนั้นมา
"อะนี่ บะหมี่เจ้า"
"หืม...หอม... หิวมากๆ กินละนะ อ้ำ" ร่างบางหยิบตะเกียบคีบจ้วงโดยไม่เกรงใจความร้อนระอุในถ้วยนั้น นางรู้อยู่อย่างเดียวคือตอนนี้ หิวจนสามารถกินวัวได้เป็นตัว
"เถ้าแก่ บะหมี่ท่านนี่ไม่ทำให้ข้าผิดหวังเลยจริงๆ" เข่อเฉิงพูดงึมงำด้วยยังมีบะหมี่อยู่เต็มปาก
"ค่อยๆกินก็ได้ เป็นสาวเป็นนาง ไม่ไว้ท่าทีสตรีเช่นนี้ เมื่อไรจะได้ออกเรือนกันเล่า"
"ชิ ออกเรือนไปให้แม่สามีโขกสับ ตั้งหน้ารับใช้เยี่ยงทาสนะหรือ ข้าขออยู่เช่นนี้สบายใจกว่า เช้าสายไม่ต้องมีคนมาเกะกะพูดจาเมียจ๊ะเมียจ๋า ฟังแล้วขนลุก อยากจะอ้วก!"
แหวะ อว๊าก!~
สิ้นคำ บุรุษไร้มารยาทก็มาหยุดยืนอ้วกข้างทาง แม้จะคนละฝั่งกับร้านบะหมี่แต่มันก็อยู่ในวิถีตรงพอดี ที่นางจะมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า อ้วกพวกนั้นมันเคยเป็นอะไรมาก่อน
"หนอย! เจ้าคนไร้มารยาท มาทำให้บะหมี่ชั้นเลิศของข้าเสียรสชาติหมด แบบนี้ต้องสั่งสอน" เข่อเฉิงตบตะเกียบกระแทกวางลงบนโต๊ะเสียงดัง หากนางได้ฉุนแล้วก็ยากที่จะขวาง
"นี่ เจ้าหน้าอ่อน คนกำลังกินอยู่ไยไม่เบิกตาดูเสียบ้าง" ร่างบางยืนเท้าสะเอว แสดงกิริยาที่พร้อมปะทะในทุกเมื่อ
"อ้อ แม่นาง ข้าขอโทษ มันกลั้นไม่ไหวจริงๆ" ร่างใหญ่พยายามประคองสติเอ่ยกับนางอย่างสุภาพ แต่ก็ยังมิได้สนใจจะมองหน้านาง
"เจ้ารู้หรือไม่ ข้าทำงานหนักมาทั้งวันกว่าจะได้กินอาหารมื้อนี้ แล้วเจ้าดันมาทำลายบรรยากาศจนข้าไม่อาจฝืนกินต่อไปได้ เมื่อกินไม่ได้ก็จะนอนไม่หลับ เมื่อนอนไม่หลับก็ไม่มีแรง เมื่อไม่มีแรงก็ไม่ได้ทำงาน เมื่อไม่ได้ทำงานก็ต้องขาดรายได้ ดังนั้นเจ้าต้องรับผิดชอบ" เข่อเฉิงสาธยายมาเสียยืดยาวเพื่อดึงค่าเสียหายให้สูงขึ้น
"แล้วเจ้าจะให้ข้ารับผิดชอบอย่างไร"
"ขอแค่มีเงินก็ใช้ผีโม่แป้งได้" คำพูดของสตรีหน้าเงิน ทำร่างใหญ่ยกยิ้มที่มุมปาก สุดท้ายแล้วก็ไม่พ้นเรื่องนี้ แต่บุตรแม่ทัพใหญ่สกุลหลัว หาได้กลัวการเสียทรัพย์เล็กน้อยเช่นนี้ไม่
"เอ่ยมาเถิด เจ้าต้องการเท่าใด"
"ค่าบะหมี่ชามใหม่ ค่าแรงพรุ่งนี้ ค่าอาหาร อ้อเผื่อค่ายาด้วย รวมแล้วสองตำลึงเท่านั้น" เมื่อได้ยินความต้องการของนาง แม่ทัพน้อยหนานหลางจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองอย่างเอะใจ
"ข้าสังหรณ์ใจอยู่แล้วเชียว เป็นเจ้าจริงๆ ด้วย" ร่างใหญ่ช้อนสายตาขึ้นมองอย่างเย้ยหยัน พร้อมรอยยิ้มเย็นซ่อนมีด
"อะ อะไรกัน รู้จักข้าด้วยหรือ ข้า เอ่อ ข้าไม่เห็นจะรู้จักเจ้าเสียหน่อย เจ้าทักคนผิดแล้ว" เข่อเฉิงท่าทีเลิ่กลั่ก นางเกรงว่าเขาอาจจะเป็นโจทก์เก่าที่นางจำหน้าไม่ได้
"แม่นางเหลียงเหลียง (สองตำลึง) เห็นข้าเมาแล้วคิดจะเอาเปรียบเช่นนั้นหรือ"
"หนอยแน่ ฮึ เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไรของเจ้า ข้าหาใช่คนสองตำลึงดังเจ้ากล่าวหา หากข้าเอาเปรียบคนเมา ข้าก็ตะพาบแล้ว!" เข่อเฉิงกระชากสาบคอเสื้อของเขาเข้าชิด ดังว่าหลุดการควบคุม ดวงตาปรือเย้ยมองนาง ที่กำลังทำเช่นดังกลืนน้ำลายตัวเอง แปลกแต่จริง กลิ่นสุราที่คละคลุ้งทั่วทั้งร่างเขากลับไม่ทำให้นางรู้สึกรังเกียจ ร่างบางที่ควรจะหน้าแดงด้วยความกรุ่นโกรธ แต่กลับกลายเป็นว่า เคอะเขินจนไม่อาจทนจ้องมองสายตาปรือที่หวานหยดของเขาได้
'อะไรกัน กวางน้อยที่ไหนกันนะ มาโลดเต้นในอกของข้า' เข่อเฉิงหลบตาใบหน้านางแดงก่ำ
"ไม่อยากมองหน้าก็ปล่อยข้าเสีย"
"อะ อ้อ"
"วะ วันนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไปก็แล้วกัน" เข่อเฉิงพลักปล่อยเขาแล้วรีบเดินไปจ่ายค่าบะหมี่ทั้งของตัวเองและที่สั่งจองล่วงหน้า นางเร่งเดินหนีไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง
"ฮึ นึกไม่ถึงว่าใบหน้าอันหล่อเหลาของข้า จะช่วยให้รอดพ้นจากอันตรายมาได้โดยง่าย" หนานหลางกระหยิ่มย่องลำพองใจ หลงใหลในรูปโฉมตนเสียเต็มประดา แต่หารู้ไม่ว่าในจังหวะประชิดนั้น มือกาวได้ฉกชิงของของเขาไปเสียแล้ว
"อ๊ะ! ถุงเงินกับหยกพกของข้า หนอย...สตรีสองตำลึงตัวแสบ เจอกันอีกที ข้าไม่ไว้ชีวิตเจ้าแน่"