“เอ่อ, อุ้ยย,.” หญิงสาวยังไม่ได้ตอบเพื่อนร่างของเธอก็ลอยลงมายืนอยูบนพื้นดินเพราะฝีมือของเจ้าของไร่
“ระวังครับน้องรุ้ง” เสียงห้วนดังใกล้ๆหูลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดจนเธอขนลุกซู่
“ขอบคุณค่ะ ว้ายย!..” ทอรุ้งหน้าแดงก่ำเพราะเธอเข่าอ่อนทรุดลงไปแต่หนุ่มหล่อเจ้าของไร่กอดรั้งตัวเธอไว้ทันร่างกายทั้งสองจึงแนบชิดกันไปทุกสัดส่วน
ปัญชรีตกใจเมื่อเห็นเพื่อนจะล้มและเธอก็อ้าปากค้างเมื่อเพื่อนพี่ชายกอดทอรุ้งไว้แน่น
“ขะ ขอบคุณค่ะ เอ่อ..” ทอรุ้งขอบคุณเจ้าของไร่อีกครั้งเมื่อยืนเองได้ก็ดันแผ่นอกแข็งของเขาที่มันสั่นในมือเธอออกด้วยความอาย
“น้องรุ้งโอเคนะครับ ยืนไหวมั้ย” อธิชนม์ยังเป็นห่วงว่าหญิงสาวจะยืนไม่ไหวหมดแรงหรือกลัวเพราะอยู่บนหลังม้าเธอเกร็งตัวแข็งทื่อเลยทีเดียว
“หวะ ไหวค่ะ” ทอรุ้งพูดเสียงสั่นเธอทั้งกลัวตกม้าจนขาหมดแรงหรือว่าใกล้ชิดหนุ่มหล่อกล้ามแน่นที่ไม่ใช่แฟนกันแน่ที่ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงผิดปกติและประหม่าเขินอายจนตัวสั่น ขนาดเธอรู้จักใกล้ชิดกับธงทิวมานานเวลาเขาจับมือเธอยังไม่มีอาการแบบนี้เลย
“งั้นเข้าไปในบ้านกันเถอะครับ เชิญครับคุณรุ้ง คุณปัท” แจ็คเห็นเหตุการณ์ผิดปกติของเจ้านายก็เลยบอกแขกสาวทั้งสองและอธิชนม์ก้ได้สติชายหนุ่มยกมือขึ้นสางผมด้วยความเขินแล้วหันไปบอกสองแฝด
“ไอ้เม่นพาเจ้าเวหาเข้าคอกด้วย”
“ครับนายชนม์” เม่นกับไม้มองตามเจ้านายเดินตามแขกสาวทั้งสองเข้าไปในบ้าน
“นายชนม์ดูแปลกๆนะว่ามั้ยเม่น” ไม้ถามพี่ชายฝาแฝดแล้วครุ่นคิด
“เรื่องของเจ้านายน่า ฉันเอาเจ้าเวหาเข้าคอกก่อนนะ “ พาทิศบอกน้องบชายแล้วจูงเจ้าเวหาไปที่คอกเพราะเขาขี่มันไม่ได้ ในคอกมีม้าสิบกว่าตัวพันธ์ดีทั้งนั้นมีเจ้าเวหานี่แหละที่ไม่มีใครขี่ได้นอกจากเจ้านายสุดหล่อ
“ก็จริงว่าเรื่องของเจ้านาย แต่ลูกน้องอย่างฉันอยากรู้ว่ะ” ไม้พูดคนเดียวก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านเพื่อกินอาหารกลางวันที่เลยมาเป็นชั่วโมง
“รุ้งขอโทษนะปัท ที่ทำให้เป็นห่วง” ทอรุ้งขอโทษเพื่อนด้วยความรู้สึกผิดที่ทำให้เป็นห่วงเพราะความสวยของไร่องุ่นที่ทำให้เธอเดินชมอย่างเพลิดเพลินทั้งที่ร้อนแต่ไม่ได้ทำให้เธอเบื่อหน่ายเลย
“ไม่เป็นไรหรอกแก หิวมั้ย” ปัญชรีถามเพื่อนเพราะเธอหิวมาก
“หิวมากเลยอ่ะแก” ทอรุ้งกระซิบเพื่อนเบาๆเมื่อปัญชรีประคองเข้ามาในบ้าน
“น้องปัทพาเพื่อนไปล้างมือก่อนแล้วมากินข้าวนะครับ พี่จะให้ป้าทองอุ่นอาหารรอครับ” อธิชนม์รู้ว่าสองสาวต้องหิวแน่ยิ่งคนที่เดินหลงในไร่นั้นแทบจะไม่มีแรงเดิน
ปัญชรีพาเพื่อนเดินไปล้างหน้าล้างมือในห้องน้ำที่อยู่ใต้บันไดแล้วกลับไปในห้องอาหารที่เจ้าของไร่และลูกน้องทั้งสามนั่งรออยู่
“น้องปัท น้องรุ้งครับ นี่แม็ค และนายเม่น กับนายไม้ญาติของพี่ครับ ” อธิชนม์จะแนะนำคนสนิทและสองแฝดกับทุกคนว่าเป็นญาติของเขาทั้งที่พาทิศกับพาทีเป็นลูกชายของแม่บ้านคนสนิทที่ดูแลคุณยายและเขาก็รักเจ้าแฝดเหมือนน้องชาย
“สวัสดีค่ะ / สวัสดีค่ะ.”
“สวัสดีครับ ไม่ต้องไหว้ผมหรอกครับคุณปัท คุณรุ้ง” สองแฝดรับไหว้สองสาวชาวกรุงแทบไม่ทัน
“งั้นกินข้าวกันเลยนะครับ” เจ้าของบ้านบอกแขกแล้วทุกคนก็กินอาหารกลางวันกันอย่างเงียบๆจนอิ่มก่อนจะไปนั่งดื่มกาแฟกันที่ห้องรับแขกโล่งๆกลางห้องโถงกว้างที่จัดมุมอย่างลงตัว
“พี่ว่าวันนี้พักผ่อนกันก่อนนะครับ น้องรุ้งคงจะเข้าไปชมโรงหมักไวน์ไม่ไหวแน่” เจ้าของไร่ใจดีบอกแขกสาวทั้งสองคน
“ปัทก็ว่าอย่างนั้นค่ะพี่ชนม์.”
“งั้นขึ้นไปพักกันเถอะ หากต้องการอะไรก็บอกป้าทองนะครับ พี่ขอตัวเข้าไร่ก่อนครับ” เจ้าของบ้านพูดจบก็รอดูสองสาวพากันขึ้นไปชั้นบนเพื่อพักผ่อน อธิชนม์ก็เดินออกไปหาลูกน้องทั้งสามที่รออยู่หน้าบ้าน
“เข้าไร่หรือไปโรงเก็บคัดแยกครับ” แจ็คถามเจ้านายที่ดูเหมือนจะกังวล
“นายกับไอ้เม่นไปที่โรงเก็บคัดแยก ฉันกับไอ้ไม้จะไปดูในไร่เอง” เจ้านายหนุ่มแบ่งงานแล้วก็เดินแยกไปที่คอกม้ากับพาทีส่วนแจ็คกับพาทิศแฝดพี่ไปที่รถกะบะโฟร์วิลสี่ประตูแล้วขับออกไป
“มีอะไรไอ้ไม้ มองอยู่ได้” ชนม์ถามลูกน้องเมื่อพาทีเอาแต่มองเขา
“ไม่มีอะไรครับ ว่าแต่คุณรุ้งนี่สวยน่ารักดีนะครับ” ไม้พูดแล้วมองเจ้านายที่หยุดชะงักเท้าแล้วเดินต่อ
“เธอมีแฟนแล้ว.”
“จริงเหรอครับ” ไม้พูดเหมือนไม่เชื่อแล้วเจ้านายจะดกหกเขาทำไมล่ะ
“ที่ถามนี่แกจะจีบเธอหรือไง.”
“เปล่าครับ ถามดูเฉยๆและคิดว่าสวยๆแบบนี้คงไม่เหลือมาถึงไร่เราหรอกครับ” ไม้พูดแล้วยิ้มขำเมื่อได้ยินเสียงเจ้านายถอนหาใจ
นั่นน่ะสิพอเจอคนที่ถูกใจเธอก็มีเจ้าของซะแล้วเ เฮ้อ อธิชนม์ถอนหายใจแล้วปีนขึ้นหลังเจ้าเวหาควบนำพาทีที่ขี่เจ้าวิหคตามหลังเจ้านายไปติดๆเป็นที่ชินตาของคนงานในไร่มักเห็นเจ้านายขี่ม้าเข้าไร่มากกว่าขับรถ
ปัญชรีประคองเพื่อนรักเข้าไปในห้องพาไปนั่งบนเก้าอี้ริมหน้าต่าง
“ขอบใจแกมากนะปัท และขอโทษอีกครั้งที่ทำให้เสียงานนะ” ทอรุ้งขอโทษเพื่อนรักที่ทำให้ไม่ได้เข้าไปดูวิธีหมักไวน์เพราะต้องทำรีวิวประกอบควบคู่กับนาฬิกาสุดหรูเข้าที่ประชุมเพื่อเลือกให้เข้ากับงานเลี้ยงเพราะงานนี้จะใช้ไวน์ของไร่ภูหมอกทั้งหมด
“ไม่เป็นไรหรอกน่า เดี๋ยวปัทจะบอกพี่ปัณเอง”
“งั้นรุ้งไปอาบน้ำก่อนนะ”
“โอเค แกอาบน้ำแล้วนอนพักเถอะตื่นมาจะได้สดชื่น แกอยู่คนเดียวได้จริงๆนะ” ปัญชรีถามเพื่อน
“ได้สิ กินข้าวแล้วมีแรงล่ะแต่เมื่อยขาชะมัดเลย” ทอรุ้งบ่นเบาๆ
“ว่าแต่ แกไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอที่ถูกหนุ่มหล่อกอดน่ะ” ปัญชรีพูดแล้วจ้องหน้าเพื่อนก็เห็นเพื่อนชะงักหน้าซับสีเลือดขึ้น
“ปะ เปล่า จะรู้สึกอะไรเล่า เขาแค่ช่วยรุ้งนะ ไปอาบน้ำดีกว่า”
“จริงอ่ะ แล้วทำไมแกหน้าแดงล่ะ” ปัญชรีพูดตามหลังเพื่อนที่เดินหนีเข้าห้องน้ำ
“อายไงเล่า ไอ้ปัทบ้า.” ทอรุ้งตอบเพื่อนแล้วปิดประตูห้องน้ำเธอก็อายเหมือนกันนะที่ถูเขาโอบตอนขี่ม้าและกอดตอนเธอจะล้ม
ทอรุ้งอาบน้ำเสร็จก็สดชื่นขึ้นเมื่อเปลี่ยนชุดเป็นกางเกงขาสั้นและเสื้อยืดสีขาวที่เธอเตรียมมาใส่นอนแล้วล้มตัวนอนบนเตียงเพราะเพลียทั้งแดดและเมื่อยขาแล้วหลับไปนานกว่าสองชั่วโมง
ทอรุ้งตื่นมาก็ไปล้างหน้าล้างตาเสร็จหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็เห็นสายของป้าและของพี่สาวเธอจึงเลือกโทรหาป้าก่อนแล้วโทรหาพี่สาวทีหลัง
“สวัสดีค่ะพี่ปาน”
“สวัสดีจ้ะยัยรุ้ง แม่บอกว่าแกมาทำงานที่สวนผึ้งแล้วทำไมไม่โทรหาพี่ล่ะ และตอนนี้อยู่ไหนล่ะ” ปานประดับถามน้องสาวยืดยาว
“พี่ปานขา ใจเย็นๆสิคะรุ้งตอบไม่ทันแล้วเนี่ย.” ทอรุ้งยิ้มกับโทรศัพท์เมื่อพี่สาวรัวคำถามใส่เธอ
“งั้นว่ามา.”
“รุ้งมาทำงานที่ไร่ภูหมอกค่ะ ว่าจะโทรหาพี่ปานอยู่พอดีค่ะ”
“มากี่วันล่ะ จะแวะมานอนกับหลานมั้ย.”
“สามวันค่ะ รุ้งมากับยัยปัทคงไม่ได้ไปค้างกับหลาน พรุ่งนี้เสร็จงานแล้วรุ้งจะแวะไปหาเจ้าแสบทั้งสองคนค่ะ”
“งั้นพี่จะทำอาหารเย็นรอนะ หากสองแสบรู้ว่าน้ารุ้งมาหาคงดีใจมากเพราะบ่นแต่ว่าเมื่อไหร่จะปิดเทอมจะไปอยู่กับคุณตาคุณยายกับน้ารุ้งที่กรุงเทพน่ะ” ปานประดับเล่าเรื่องลูกชายลูกสาวให้น้องสาวฟัง
“ค่ะพี่ปาน พรุ่งนี้เจอกันนะคะ “สองพี่น้องคุยกันเสร็จก็วางสายทอรุ้งก็เดินออกจากห้องลงไปชั้นล่างมองหาเพื่อนเพราะตอนนี่บ่ายสี่โมงแดดก็ลับไปด้านหลังบ้าน
“เป็นไงบ้างแก” ปัญชรีมองเพื่อนรักที่หน้าตาสดชื่นได้พักผ่อนเต็มอิ่ม
“ได้พักแล้วดีขึ้นแต่ยังเมื่อยขานิดหน่อยน่ะ”
“ก็แน่สิยะ แกเดินไปได้ยังไงอ่ะ ไกลเป็นกิโลเลยนะนั่น.” ปัทถามเพื่อนแจ็คชี้ให้เธอดูมันไม่ได้ใกล้เลยเพราะไร่องุ่นกว้างขวางแห่งนี้มีพื้นที่นับพันไร่
“รุ้งเดินไปถ่ายรูปไปน่ะสิพอหันกลับมาอีกบ้านบ้านหลังใหญ่กลายเป็นกระท่อมไปแล้วน่ะสิ.” หญิงสาวมองไปในไร่องุ่นที่กว้างใหญ่ไม่เชื่อว่าที่นี่คือเมืองไทย
“พี่ปัณบอกว่า ที่ไร่นี้ไม่เปิดให้คนนอกเข้ามาเที่ยวนอกจากเพื่อนๆและคนสนิทและพวกนักศึกษาสาขาการเกษตรที่มาดูงานศึกษางานและฝึกงานเท่านั้น ส่วนขบวนการผลิตไวน์ก็มีเจ้าหน้าที่ต่างชาติที่เชี่ยวชาญเรื่องไวน์มาดูแลการผลิตทั้งหมดเลย.”
“มิน่าล่ะ ไวน์ที่นี่ถึงได้รสชาติดีไม่เหมือนไวน์ไทยทั่วไป กว่าจะทำได้ขนาดนี้คงลงทุนเยอะมากเหมือนกันเจ้าของคงจะรวยมากนะเนี่ย.” ทอรุ้งคิดว่าเจ้าของไร่คงจะรวยมาก
“รวยเอาการอยู่นะแก ปัทไม่ค่อยรู้เรื่องพี่ชนม์มาก แต่รู้ว่าเป็นลูกครึ่งไทยรัสเซียครอบครัวพ่อของพี่ชนม์รวยระดับมหาเศรษฐีฝ่ายแม่ก็ระดับเศรษฐีที่ดินของราชบุรี พอเลิกกับเมียพี่ชนม์ก็มาทำไร่องุ่นที่เมืองไทยแค่นี้แหละ.”
“ฮืม นี่ขนาดแกรู้ไม่มากนะยัยปัท ละเอียดเลยเชียว” ทอรุ้งกับปัญชรีก็ยั่งคุยกันและถ่ายรูปอัพลงเฟสเพื่อก็เข้ามาคอมเม้นท์กันรวมถึงแฟนหนุ่ม
อธิชนม์กลับมาจากไร่เกือบห้าโมงเย็นเห็นสองสาวนั่งคุยกันหน้าบ้านที่มีแต่น้องสาวกับคุณยายที่ชอบนั่งคุยกันเมื่อมากินอาหารเย็นกับเขา ทำให้ชายหนุ่มคิดถึงครอบครัวอีกครั้งมันน่าจะดีไม่น้อยหากจะมีใครสักคนมานั่งชื่นชมไร่กับเขาและจะดีมากกว่านี้ถ้ามีลูกๆของเขามาวิ่งเล่นรอบๆบ้าน
“บ้าไปแล้ว ไอ้ชนม์เอ้ย..” ชายหนุ่มสะบัดศรีษะและพูดเบาๆ
“คุณชนม์ว่าอะไรนะครับ” แจ็คงงว่าเจ้านายด่าตัวเองทำไม
“ไม่มีอะไร นายจะไปกินข้าวที่บ้านคุณยายด้วยกันมั้ยแจ็ค” เจ้านายหนุ่มถามคนสนิท
“ไปครับ” เจ้านายไปไหนเขาก็ไปที่นั่นยกเว้นเวลาทำงานจะแยกกันทำงานในไร่ที่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเพราะอยู่มาหลายปีแล้ว
อธิชนม์เดินขึ้นไปหาสองสาวที่นั่งตรงระเบียงกว้างหน้าบ้าน
“เป็นยังไงบ้างครับน้องรุ้ง.” ชายหนุ่มเลือกจะถามทอรุ้งก่อนกลัวว่าเธอจะไม่สบาย
“ไม่เป็นไร่ ขอบคุณพี่ชนม์อีกครั้งนะคะ” หญิงสาวตอบเจ้าของบ้านอย่างมีมารยาทไม่ได้มีท่าทีแสดงออกว่าชอบเขาหรือให้ท่าเขานอกจากขอบคุณอย่างจริงใจ เท่านั้น
“เย็นนี้ไปกินอาหารกับคุณยายของพี่กันนะครับ น้องปัท น้องรุ้ง” เจ้าของไร่หนุ่มหล่อบอกแขกสาวทั้งสอง
“คุณยายของพี่ชนม์ไม่ได้พักอยู่ที่นี่เหรอคะ.” ปัญชรีถามเพื่อนพี่ชายเพราะคิดว่ายายของอธิชนม์อยู่บ้านหลังนี้
“คุณยายอยู่บ้านเดิมของท่านครับ ด้านหน้าฝั่งซ้ายมือแต่อยู่ถัดตึกขาวครับ หากมองดีๆก็จะเห็นบ้านคุณยายซุกอยู่ในดงไม้นั่นแหละครับ” อธิชนม์นั่งลงข้างทอรุ้งอย่างจงใจ
“ปัทไม่ทันเห็นค่ะ แล้วทำไมท่านไม่มาอยู่กับพี่ชนม์ที่นี่ละคะ” ปัญชรีถามด้วยความสงสัยเหมือนกับทอรุ้งเพราะบ้านหลังนี้ก็พักได้เกินสิบคนหลังใหญ่เบ้อเริ่ม
“คุณยายท่านมีความทรงจำผูกพันกับบ้านหลังเก่ามากจึงขอยู่ที่นั่นแต่มีแม่ไอ้สองแฝดและครอบครัวอยู่เป็นเพื่อนท่านและคอยดูแลแทนพี่ครับ ปกติพี่ก็จะไปกินข้าวกับท่านทุกวันครับ.”
“แล้วบ้านหลังนี้อยู่กี่คนคะ” ปัญชรีมองไปรอบๆบ้านปีกไม้หลังใหญ่ที่จริงเป็นบ้านปูนแต่ตกแต่งด้วยปีกไม้หากจึงเป็นบ้านปีกไม้ที่สวยกลมกลืนกับไร่องุ่นมาก
“ก็มีแค่พี่กับแจ็คส่วนป้าทองก็ไปนอนที่บ้านคุณยายครับยกเว้นฝนตกหรือพี่ไม่อยู่บ้านสองแฝดก็จะมานอนเป็นเพื่อนป้าทองที่นี่ครับ”
“พี่ชนม์ไม่เหงาเหรอคะ อยู่แต่ในไร่” ปัทยังเป็นคนคุยกับเพื่อนพี่ชายเพราะเธอเจอบ่อยก็สนิทกันดีอยู่ถึงแม้จะไม่รู้เรื่องราวของเขามากนักก็พี่ชายไม่ได้เล่าเรื่องของอธิชนม์ให้ฟัง
“ก็เหงาเหมือนกันครับ น้องปัทกับน้องรุ้งพักหลายๆวันสิครับ พี่จะพาดูวิธีการปลูกองุ่นจนไปถึงทำไวน์เลย” เจ้าของไร่นำเสนอเต็มที่อย่างน้อยเขาก็ได้คุยได้พาสองสาวเที่ยวโดยเฉพาะทอรุ้ง
ก่อนจะคุยกันต่อก็มีรถกะบะโฟรวิลสี่ประตูสีแดงเข้ามาจอดคู่กับรถกะบะของของเจ้าของไร่แล้วนายตำรวจหนุ่มก็ลงจากรถทักทายกับแจ็คยืนเตร่อยู่ข้างรถรอเจ้านายแล้วเดินมาหาอธิชนม์ที่นั่งคุยกับสาวสวยน่ารักตั้งสองคนทำให้นายตำรวจหนุ่มก้าวขายาวขึ้นไปหาเพื่อน
“เฮ้ ชนม์ .” เสียงของ ร้อยตำรวจเอก เจษฎา คงเขต รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภอ.สวนผึ้งส่งเสียงขึ้นมาก่อนตัวจะถึงแล้วยิ้มกว้างมาหาเพื่อน
“มาทำไม.” เจ้าของไร่ทักเพื่อนที่ยังหน้าระรื่นไม่สนใจและยิ้มให้สาวสวยทั้งสอง
“สวัสดีครับ ผมเจตน์ เป็นเพื่อนกับนายชนม์ครับ” นายตำรวจหนุ่มแนะนำตัวเองอย่างไม่สนใจเพื่อนแล้วนั่งลงข้างๆอธิชนม์
“สวัสดีค่ะ ปัญชรีค่ะ เรียกปัทก็ได้ค่ะ.”
“สวัสดีค่ะ ทอรุ้ง หรือ รุ้งค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” สองสาวก็แนะนำตัวตามมารยาทเมื่อชายหนุ่มผู้มาใหม่แนะนำตัวเองก่อน
“มากไปแล้วไอ้เจตน์ นี่น้องปัทน้องสาวไอ้ปัณแล้วเป็นแฟนไอ้เล็กส่วนน้องรุ้งเป็นเพื่อนน้องปัทน่ะ.” อธิชนม์เบรกเพื่อนก่อนเจษฎาจะจีบ
“โธ่ เสียดายจัง งั้นน้องรุ้งยังโสดใช่มั้ยครับ” เจษฎาพูดหยอกเหย้าทอรุ้งที่นั่งยิ้มหวาน คนไรวะยิ้มยังหวานขนาดนี้
“เอ่อ..”
“เสียใจด้วยว่ะไอ้คุณเจตน์ น้องรุ้งมีแฟนแล้ว” อธิชนม์บอกเพื่อนรักทำให้ทอรุ้งหันไปมองชายหนุ่ม เขารู้ได้ยังไงว่าเธอมีแฟน เธอยังไม่ได้บอกเขาเลยนะหรือว่าปัญชรีบอกพอหันไปหาเพื่อนก็ส่ายหน้าบอกว่าไม่ได้บอก
“โอ้ย นี่ผมอกหักตั้งแต่ยังไม่ได้จีบเลยหรือนี่ ..” เจษฎายกมือขึ้นกุมอกแล้วทำหน้าละห้อยจนสองสาวยิ้มขำให้กับความทะเล้นของตำรวจหนุ่ม
“อย่ามัวพูดเล่นอยู่เลยไอ้เจตน์ นี่เจษฎารองสารวัตรปราบปรามคนเก่งของสวนผึ้งลยนะครับ น้องปัทน้องรุ้ง มีอะไรให้ช่วยก็บอกคุณรองเขาได้นะครับ.”
“อยู่ สภอ.สวนผึ้งเหรอคะ งั้นก็ต้องรู้จัก พันตำรวจโท นาคร พีระศักดิ์ ใช่มั้นคะ” ทอรุ้งถามถึงพี่เขยจากนายตำรวจหนุ่มอยู่โรงพักเดียวกันคงจะรู้จักกัน
“รู้จักครับ พี่ครรุ่นพี่ผมเองครับ น้องรุ้งรู้จักด้วยเหรอครับ” เจษฎาถามสาวสวยน่ารักตรงหน้าไม่คิดว่าเธอจะรู้จักนายตำรวจรุ่นพี่ที่เขาสนิท
“รู้จักสิคะ พี่ครเป็นพี่เขยรุ้งเองค่ะ”
“จริงเหรอครับ โธ่ คนกันเองแท้ๆครับ น้องรุ้งไม่แวะไปหาหลานๆเหรอครับ” เจตน์พูดอย่างรู้ดีเพราะเขาสนิทกับลูกสาวลูกชายของรุ่นพี่ดีจึงเหมือนสนิทกับหญิงสาวไปด้วย
“ไปค่ะ รุ้งว่าพรุ่งนี้จะแวะไปกินข้าวกับพี่ปานและเอาของเล่นไปให้เจ้าสองแสบด้วยค่ะ” ทอรุ้งยิ้มเมื่อพูดถึงหลานสาวหลานชายของเธอ
“ดีเลยครับ ผมขอไปกินด้วยคนนะครับ” เจษฎาขออนุญาตน้องเมียรุ่นพี่ที่จริงไม่ต้องขอก็ได้ปกติเขาไปขอกินข้าวที่บ้านของนาครบ่อยๆเพราะบ้านอยู่ใกล้กัน
“เอ่อ.”
“พอๆ ไอ้เจตน์แกนี่เห็นสาวๆไม่ได้เลยนะ ฉันจะพาน้องปัทกับน้องรุ้งไปกินข้าวที่บ้านคุณยายแกจะไปด้วยมั้ย” อธิชนม์หมั่นไส้เพื่อนที่เจอสาวสวยแล้วคุยจ้อหว่านเสน่ห์ใส่สองสาว
“ไปสิวะ อาหารฝีมือคุณยายอร่อยจะตายเรื่องอะไรฉันจะพลาดล่ะ” นายตำรวจหนุ่มตอบโดยไม่ต้องคิด
“ไปกันเถอะครับ น้องปัทน้องรุ้ง” อธิชนม์บอกแขกสาวทั้งสองแล้วลุกขึ้นเดินไปพร้อมกับสองสาวมีผู้กองหนุ่มเดินตามไปด้วย
รถกระบะโฟร์วิลสี่ประตูสีดำกับสีแดงขับตามกับไปที่บ้านคุณยายสมศรี โสภาศิริ เศรษฐีนีแห่งสวนผึ้งท่านมีลูกสาวแค่คนเดียวคือ ศิริพร แม่ของอธิชนม์ที่แต่งงานไปกับมหาเศรษฐีหนุ่มหล่อของรัสเซียเมื่อครั้งไปเรียนต่อที่อังกฤษและพบรักกันที่นั่นตัดสิใจแต่งงานกันก่อนจะกลับเมืองไทยเพราะพ่อได้หาคู่ไว้ให้ทำให้คุณศิริพรชิงแต่งงานโดยไม่บอกที่บ้านจนเรียนจบกลับมาพ่อแม่ถึงได้รู้ว่าลูกสาวแต่งงานมีสามีแล้วทำให้ท่านต้องเสียคำพูดกับเพื่อนจำต้องยอมรับลูกเขยฝรั่ง
“โฮ่งๆ โฮ่งๆ.” เสียงหมาไทยพันทางสามตัวที่สองแฝดเลี้ยงไว้เห่าสียงดังเมื่อรถของหลานชายเจ้าของบ้านจอดลงแต่มันเห่าด้วยความดีใจมากกว่าพอเห็นอธิชนม์ลงจากรถมันก็ร้องครางหงี้ดหง้าดล้อมหน้าล้อมหลัง
“เฮ้ๆ พอแล้วพวก” ชายหนุ่มลูบหัวมันทุกตัวแล้วพวกมันก็หยุด
“ลงมาเถอะครับน้องปัท น้องรุ้ง ไอ้สามตัวนี้มันไม่กัดหรอกครับ” ชายหนุ่มเพิ่มความมั่นใจให้สองสาวที่ทำหน้าขยาดเสียงเห่ากรรโชกของหมาทั้งสามตัวที่ได้กลิ่นใหม่แต่มากับเจ้านายของมันก็หยุดเห่าแล้วก็มาดม กลิ่นสองสาวแล้วเดินจากไปไม่สนใจสามหนุ่มที่มาประจำอยู่แล้ว
“บ้านคุณยายพี่ชนม์ ร่มรื่นน่าอยู่มากเลยค่ะ.” หญิงสาวมองไปรอบสวนหน้าบ้านของคุณยายสมศรีที่มีดอกไม้ไทยทั้งดอกมะลิดกอชะบาและมุมสวนมีดอกรักและอีกมากที่เธอไม่รู้จักแต่น่าอยู่มาก