เวลาตี5.00น.
“กริ้งๆ กริ้งงๆ”
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นทอรุ้งก็กดปิดแล้วพลิกตัวนอนคว่ำหน้าซุกลงกับหมอนด้วยความเกียจคร้านเพราะวันนี้เธอจะไปราชบุรี
“รุ้งเอ้ย ตื่นได้แล้วลูก” ป้าร้อยมาเรียกหลานสาวเมื่อคืนทอรุ้งบอกป้าว่าจะตื่นตีห้าให้มาปลุกเธอด้วย
“ตื่นแล้ววค่าป้า” เสียงแหบพร่าของคนตื่นใหม่ขานรับเสียงป้าเรียกแล้วลุกขึ้นไปอาบน้ำเตรียมตัวรอเพื่อนเกือบหกโมงเช้าทองรุ้งก็เตรียมตัวเสร็จก็เดินออกไปรอเพื่อนที่ร้านข้าวแกงของป้าที่ขายหน้าเซเว่นและช่วยป้าขายข้าวแกงจนเจ็ดโมงครึ่งที่ปัญชรีฝ่ารถติดจากบ้านเธอทั้งๆที่นัดกันเจ็ดโมงเช้า
“ปริ้นๆปริ้นๆ”
รถตู้หรูจอดหน้าร้านของป้าร้อยปัญชรีเปิดประตูลงมาสวัสดีป้าของเพื่อนก่อนจะพากันไปขึ้นรถเพราะเช้าๆเวลาเร่งด่วนรถจะติด
“ของแกมีแค่นี้เหรอรุ้ง แล้วถุงกระดาษนี่ล่ะมันคืออะไร” ก็ถุงกระดาษใหญ่กว่ากระเป๋าเป้เสื้อผ้าของเพื่อนอีก
“ของเล่นไปฝากหลานน่ะ ก่อนกลับแกแวะส่งรุ้งด้วยนะ”
“ได้สิ หรือเราจะไปกินข้าวกับพี่ปานสักมื้อดีมั้ยรุ้ง” ปัญชรีถามเพื่อเพราะงานมันไม่ได้ยากอะไรหากจะแวะไปกินข้าวกับพี่สาวพี่เขยของเพื่อนรักสักมื้อ
“ดีสิปัท ไปถึงแล้วรุ้งค่อยโทรหาพี่ปานนะ”
“โอเค ว่าแต่ช่วงหลังมานี้เราไม่ค่อยเจอยัยนีเลยกันเลยนะ จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้” ปัญชรีพูดถึงเพื่อนรักอีกคนที่ทำงานบริษัทประกัน
“งานยุ่งละมั้งเห็นว่าลูกค้าเยอะออกตามห้างบ่อยๆน่ะ” ทอรุ้งเข้าใจว่าเพื่อนแต่ละคนก็มีหน้าที่การงานไม่เหมือนกันทำให้ไม่มีเวลามาพบเจอกันเหมือนสมัยเรียน
สองสาวคุยกันไปแล้วแวะซื้อกาแฟแซนวิชที่ปั้มใหญ๋แถวนครปฐมเพราะสองสาวก็จะไปกินข้าวที่บ้านไร่ภูหมอกเมื่อออกจากนครปฐมไปได้สักพักสองสาวก็นั่งหัวชนกันด้วยความง่วงทั้งที่ดื่มกาแฟกันไปคนละแก้วราวกับว่ากาแฟเป็นยานอนหลับทำให้ลุงบุญคนขับรถยิ้มขำเจ้านายสาวกับเพื่อนที่คุยกันอยู่ดีๆก็คอพับคออ่อนซะแล้ว
วันนี้อากาศดีมากตอนเช้าหมอกลงหนาแต่ตอนนี้แดดจ้าทั้งที่เพิ่งจะสิบโมงอธิชนม์นั่งทำงานในออฟฟิตและดูเวลาป่านนี้น้องสาวของเพื่อนรักยังมาไม่ถึงไร่ภูหมอกเลย
“ไอ้ไม้ เอาเอกสารนี่ไปให้ฝ่ายบัญชีหน่อย”
“ครับนายชนม์” ไม้รับแฟ้มจากเจ้านายแล้วเดินออกไปที่แผนกบัญชีที่กำลังหน้าดำคร่ำเครียดกับตัวเลข
“ทำไมน้องปัทยังไม่มาอีกนะ แจ็คโทรหาน้องปัทสิว่าถึงไหนแล้ว”
“ตู้ดดๆตู้ดดๆ”
“ไม่ต้องโทรแล้วแจ็ค น้องปัทถึงไหนแล้วครับ” อธิชนม์ถามน้องสาวเพื่อนด้วยความเป็นห่วง
“ปัทถึงหน้าปากทางเข้าไร่แล้วค่ะ.”
“ดีครับ พี่รอที่ออฟฟิตนะครับ”
“ค่ะพี่ชนม์”อธิชนม์วางสายจากน้องสาวเพื่อนก็ลุกขึ้น
“ฉันจะพาน้องปัทไปพักที่บ้านก่อนเดี๋ยวจะกลับมานายเข้าไปดูองุ่นที่คนงานกำลังตัดก่อนละกัน”
“ครับคุณชนม์” แจ็คลุกขึ้นหยิบหมวกแล้วเดินออกไปจากห้องทำงานใหญ่ที่มีโต้ะทำงานของเจ้านายของเขาและของสองแฝดที่เป็นด่านหน้าหากมีสาวๆอ้างมาซื้อไวน์เพื่ออยากพบเจ้าของไร่เจ้านายเขาก็จะหลบเข้าห้องลับส่วนตัวอยู่ด้านหลังโต้ะทำงานแล้วให้พวกเขาเป็นด่านหน้า
อธิชนม์ยืนอยู่หน้าออฟฟิตก็เห็นรถตู้หรูเข้ามาจอดประตูสไลด์เปิดออกปัญชรีก็ลงมาก่อนตามด้วยทอรุ้งที่ทำเอาเจ้าของไร่ใจเต้นแรงเพราะคิดไม่ถึงว่าจะเจอหญิงสาวที่นี่
“สวัสดีค่ะพี่ชนม์”
“สวัสดีครับน้องปัท” เจ้าของไร่สุดหล่อรับไหว้น้องสาวของเพื่อนและมองเพื่อนของปัญชรี
“พี่ชนม์คะ นี่ทอรุ้งเป็นผู้ช่วยเลขาของของพี่ปัณค่ะ และเป็นเพื่อนรักของปัทด้วยค่ะ รุ้งนี่พี่ชนม์เพื่อนพี่ปัณและเป็นเจ้าของไร่องุ่นนี้จ้ะ” ปัญชรีแนะนำเพื่อนรักให้เพื่อนของพี่ชายรู้จัก
“สวัสดีครับน้องทอรุ้ง”
“สวัสดีค่ะคุณอธิชนม์ เรียกรุ้งเฉยๆก็ได้ค่ะ” ทอรุ้งบอกเพื่อนเจ้านายที่เรียกเธอเต็มยศและจำได้ว่าเธอเดินชนเขาที่บ้านของปัญชรีตอนงานวันเกิดป๊า
“ครับน้องรุ้ง งั้นก็เรียกพี่ชนม์เหมือนน้องปัทนะครับ พี่จะพาไปพักก่อนนะครับเดี๋ยวบ่ายๆค่อยไปดูไวน์กัน” อธิชนม์พูดจบก็ไปที่รถกะบะของเขาสองสาวก็เดินไปขึ้นรถลุงบุญก็ขับตามเจ้าของไร่ไปที่บ้านปีกไม้หลังใหญ่บนเนินเขา
“ยัยปัท ไร่องุ่นสวยมากเลยแกดูสิบ้านปีกไม้ โอ้ย บ้านในฝันของฉัน” ทอรุ้งมองต้นองุ่นสองข้างทางที่มีองุ่นเป็นพวงสีเขียวสีม่วงเข้มสดสวยตลอดทางไปจนถึงบ้านปีกไม้หลังใหญ่
“สวยมากจริงๆแหละ ปัทไม่คิดว่ามันจะสวยอย่างนี้แถมบรรยากาศดีมากเลยอ่ะรุ้ง” สองสาวลงจากรถมองไปรอบๆตัวก็เห็นแปลงองุ่นยาวสุดลูกหูลูกตาและมีทะเลสาบขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางหุบเขา
“เชิญครับสาวๆ” เจ้าของบ้านหนุ่มหล่อยิ้มแย้มต้อนรับสองสาวขึ้นไปขนบ้าน “ป้าทองครับ แขกของผมมาแล้วครับ นี่น้องปัท น้องสาวของไอ้ปัณ และน้องรุ้งเพื่อนน้องปัทครับ และนี่ป้าทองแม่บ้านของพี่ครับขาดเหลืออะไรก็บอกป้าทองได้ครับ” เจ้าของบ้านสุดหล่อก็แนะนำแขกสาวให้รู้จักป้าทองแล้วก็เดินขึ้นบันไดตามเจ้าของบ้านไปชั้นบน
“นี่ห้องน้องปัทครับ แล้วนี่ห้องน้องรุ้งครับ เชิญพักผ่อนกันก่อนนะครับ เดี๋ยวตอนเที่ยงพี่จะกลับมากินข้าวกลางวันด้วย” อธิชนม์บอกสองสาวก่อนจะลงไปเพื่อให้แขกได้พักผ่อน
“ยัยปัท บ้านสวยมากเลยแก”ทอรุ้งกับปัญชรียังมองรอบๆบ้านอย่างชื่นชมกับการออกแบบและตกแต่งเหมือนพวกอินเดียนแดงหรือคาวบอยแต่ก็มีกลิ่นอายของเมืองหนาวเพราะมีเตาผิงอยู่ข้างบาร์เครื่องดื่ม
“ปัทได้ยินแต่พี่ปัณพูดถึงแต่ยังไม่เคยมาเลย รู้อย่างนี้มาเที่ยวตั้งนานแล้วเนาะแก” ปัญชรีก็ชื่นชอบธรรมชาติเหมือนทอรุ้งและวิจิตราส่วนมาลินีไม่ชอบป่าเขาแต่ชอบทะเล
“อยากอยู่กับธรรมชาติอย่างนี้จริงๆเลยเนาะปัท” ทอรุ้งเดินเข้าไปในห้องพักของเพื่อนก่อนหญิงสาวพุ่งไปที่หน้าต่างมีม่านสีขาวบางเบาถูกรวบไว้มองเห็นไร่องุ่นสวยงามมากมองไปไกลก็เห็นโรงเก็บองุ่นสีส้มหลายหลังอยู่กลางไร่ใกล้ทะเลสาป
“เสียดายแกมีแฟนแล้วไม่งั้นจะยุให้จีบพี่ชนม์ซะหน่อย” ปญัชรีพูดเล่นกับเพื่อนรัก
“จะบ้าเหรอยัยปัท” คนระดับนี้ไม่มีทางชอบเด็กกะโปโลอย่างเธอแน่อีกอย่างเธอก็มีแฟนแล้ว
“แต่ก็ดีแล้วพี่ชนม์เป็นเพื่อพี่ปัณ ปัทคิดว่าเรื่องสาวๆไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ เอ้า ไปพักได้แล้วแกง่วงไม่ใช่เหรอ”
“ตอนนี้มันตื่นเต้นก็ไม่ง่วงแล้วอ่ะแก”
“ตามใจงั้นปัทขอนอนก่อนละกันไม่ไหวตื่นแต่เช้าง่วงมากเลย” ปัญชรีบอกเพื่อนแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงทั้งชุดเดินทางทอรุ้งจึงเดินกลับไปที่ห้องแล้วไปนั่งที่ระเบียงมองดูไร่องุ่น
“น่าอยู่จริงๆหากวันหนึ่งเรามีทำได้ก็อยากมีไร่องุ่นเหมือนกันนะ” ทอรุ้งพูดคนเดียวเบาๆแต่คงเป็นไปไม่ได้เพราะเธอไม่มีอะไรสักอย่างก่อนจะลุกขึ้นเพราะยังไงก็นอนไม่หลับจึงเดินลงไปชั้นล่างก็เจอป้าทอง
“อ้าว, คุณหนูไม่นอนพักก่อนเหรอคะ เดินทางมากันเหนื่อยๆ หรืออยากได้อะไรก็บอกป้าเลยค่ะ” ป้าทองถามเด็กสาวหน้าตาสะสวยดูเรียบร้อยน่ารักยิ้มก็หวานรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นดูบอบบางเหลือเกิน
“เรียกหนูว่ารุ้งเถอะค่ะป้าทอง พอดีรุ้งนอนมาบนรถแล้วค่ะหากรุ้งจะขออนุญาตเดินเล่นดูไร่องุ่นแถวนี้จะได้มั้ยคะ” หญิงสาวถามแม่บ้านเพราะเธอไม่อยากไปเดินเพ่นพ่านกลัวเจ้าของไร่จะว่าเอาได้
“ไดสิคะ หนูรุ้งเดินไปตามทางนั่นแหละค่ะ ” ป้าทองบอกแขกสาวคนสวยของเจ้านายและบอกอย่างใจดี
“ขอบคุณมากค่ะป้าทองรุ้งอยากเดินดูและถ่ายรูปสวยๆค่ะ”
“เชิญเถอะจ้ะ”
ทอรุ้งเดินออกมาจากบ้านท่ามกลางแสงแดดที่ไม่แรงมากนักวันนี้อากาศครึ้มๆเหมือนฝนจะตกแต่ที่จริงช่วงหน้าร้อนกลางเดือนพฤษภาคมอากาศร้อนๆหนาวๆเดี๋ยวฝนตกเอาแน่เอานอนไม่ได้
“องุ่นสวยจริงๆ”หญิงสาวถ่ายรูปตัวเองกับพวงองุ่นด้านหลังและไม่ยุ่งกับองุ่นในแปลงยาวสุดลูกหูลูกตาทอรุ้งเดินไปตามทางแปลงองุ่นสีเขียวอย่างเพลิดเพลิดเพราะแปลงนี้รอเวลาเก็บอย่างเดียวลูกโตจัดและกำลังได้ที่หากเก็บช่วงนี้ก็จะได้ไวน์รสเยี่ยม
“เฮ้ย” ทอรุ้งหันไปมองด้านหลังคิดว่าตัวเองเดินมาไกลแล้วก่อนจะร้องออกมาอย่างตกใจเพราะบ้านปีกไม่หลังใหญ่ตอนนี้มองเห็นเป็นกรท่อมหลังขนาดเล็ก” นี่เราเดินมาไกลขนาดนี้เลยเหรอ แล้วจะกลับยังไงล่ะทีนี้”
หญิงสาวนั่งลงพักขาทำไมตอนแรกไม่รู้สึกเมื่อยเลยเดินมาซะไกลแต่พอเห็นบ้านย่อส่วนลงเท่านั้นแหละเข่าอ่อนขาอ่อนเลยเชียว
“อ้าว เฮ้ยๆ อย่าดับสิ เวรแล้วไง” ทอรุ้งมองโทรศัพท์ในมือที่หน้าจอดำมืดเพราะแบตหมดก็เธอถ่ายรูปอัพลงทั้งเฟสทั้งอินสตาแกรมเพลินจนแบตหมดจึงถอนหายใจมองไปจุดหมายที่จะเดินไปก็หมดแรกก่อนแล้ว
ทอรุ้งมองไปที่บ้านหลังใหญ่บนเนินเขาแล้วกะด้วยสายตาว่าเธอต้องเดินลัดเลาะไปทางไหนก่อนจะเดินไปช้าๆตามที่ขาพาไปไหวเพราะคนไม่เคยเดินไกลๆอย่างเธอมันก็เมื่อเอาการและหิวน้ำด้วยแต่ไม่กล้าเก็บองุ่นกิน
ปัญชรีเดินลงมาชั้นล่างหลังจากงีบไปตื่นใหญ่ๆเธอเดินไปดูทอรุ้งที่ห้องแต่ไม่เจอจึงลงไปชั้นล่างคิดว่าเพื่อนรักจะอยู่ที่นั่น
“ป้าคะ เห็นเพื่อนปัทมั้ยคะ” ปญชรีลงมาไม่เจอเพื่อนก็ถามป้าทอง
“หนูรุ้งออกไปเดินเล่นแถวๆนี้แหละค่ะ เดี๋ยวคงจะกลับมาแต่ เอ้ ไปนายแล้วเหมือนกันนะคะ”
“เดี๋ยวปัทโทรหารุ้งเองค่ะป้า ” ปัญชรีกดโทรศัพท์หาเพื่อนแต่ทอรุ้งปิดเครื่องเธอจึงเดินไปหน้าบ้านแล้วมองหาเพื่อนแต่ไม่เห็นเพราะไม่รู้ว่าเพื่อนไปทางไหนแล้วเห็นรถกระบะสี่ประตูแล่นเข้ามาจอดก่อนเจ้าของไร่จะลงจากรถพร้อมคนสนิททั้งสาม
“นายชนม์ นั่น นางฟ้าชัดๆ อุ้ แห๋มแอบสาวไว้ก็ไม่บอก” พาทีแซวเจ้านายเพราะยังไม่รู้ว่าปัญชรีเป็นน้องสาวเพื่อนเจ้านาย
“ไอ้ไม้ แกนี่พูดมากจริงๆนั่นน้องสาวของไอ้ปัณ โว้ย” อธิชนม์บอกลูกน้องที่มันเดามั่วก่อนจะเดินนำแจ็ค พาที พาทิศ ไปหาปัญชรีที่มีสีหน้าร้อนรนอยู่ระเบียงหน้าบ้าน
“พี่ชนม์คะ คือยัยรุ้งลงไปเดินเล่นแต่ไปถึงไหนก็ไม่รู้ปัทโทรนหาก็ไม่ติดค่ะ” ปัญชรีบอกเพื่อนพี่ชายด้วยความเป็นห่วงทอรุ้ง
“ไปนานหรือยังครับน้องปัท”
“สักชั่วโมงได้มั้งคะ พอดีปัทนอนพักค่ะ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ คนงานที่ไร่นี้ไว้ใจได้ หากเจอเดี๋ยวเขาจะพามาส่ง เดียวพี่จะออกไปตามให้ครับ” ยัยตัวเปี้ยกเอ้ย อยากดูไร่องุ่นทำไมไม่บอกเขาวะ”ไอ้เม่นไปเอากล้องมา ไอ้ไม้ไปเอาเจ้าเวหามาให้ฉันแจ็คนายพาน้องปัทไปรอในบ้านก่อน เดี๋ยวพี่มาครับน้องปัทไม่ต้องห่วงเพื่อนนะครับ”
แจ็คพาปัญชรีเข้าไปรอในบ้านส่วนพาทีก็งงว่าทำไมเจ้านายไม่เอารถยนต์ไปกลับเอาม้าไปแต่ก็ไปเอาเจ้าเวหามาให้เจ้านายตามคำสั่ง
“นี่ครับนายชนม์” พาทิศแฝดพี่ยื่นกล้องส่องทางไกลให้เจ้านาย
“ขอบใจ” อธิชนม์รับมาแล้วยกขึ้นส่องไปในไร่ก่อนจะเห็นหัวผลุบๆโผล่ของทอรุ้งเพราะเธอใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวด้วยเขาจึงเห็นชัด “เดินไปไกลขนาดนี้เลยเหรอวะ”
“เจอแล้วเหรอครับนายชนม์”
“อือ แปลงที่สิบ”
“ฮ้ะ ไกลนะครับนั่น”
“เดี๋ยวฉันมา” อธิชนม์เดินไปหาเจ้าเวหาม้าคู่ใจที่พาทีจูงมันมาให้เจ้านายร่างสูงเหยียบบังโคลนตวัดขายาวขึ้นไปอย่างง่ายดายแล้วควบมันออกไปอย่างรวดเร็วตาก็มองไปยังจุดที่เขาเห็นเพราะพื้นที่ในไร่เขาจำได้ทะลุปรุโปร่ง
“โอ้ย เหนื่อยจังเลย ไม่น่ามาเดินคนเดียวเลย” ทอรุ้งไม่รู้ว่าตัวเองเดินวนอยู่ที่เดิมเพราะแปลงองุ่นก็เหมือนกันหมดจึงทรุดนั่งใต้ร่มเถาองุ่นแหงหน้าขึ้นมองพวงองุ่นน้ำลายสอเพราะหิวน้ำแต่ไม่กล้าเด็ด
“หายไปไหนวะ” อธิชนม์มองหาหญิงสาวตัวยุ่งที่มาถึงไร่ของเขาวันแรกก็ป่วนทันทีดวงตาสีฟ้าเข้มขึ้นเมื่อเกิดความกังวลบังคับเจ้าวิหคไปตามทางเดินช้าๆพอพ้นแปลงองุ่นเขาก็เห็นร่างเล็กนั่งหลบแดดมองพวงองุ่นตาละห้อยจึงยิ้มขำพอเธอหันมาเจอเขาก็เก็กหน้าเข้มดุ
“คุณชนม์” ทอรุ้งลุกขึ้นเรียกชายหนุ่มเจ้าของไร่เสียงดังด้วยความดีใจเพราะเธอกำลังต้องการความช่วยเหลือ
“มาทำอะไรถึงนี่ล่ะครับน้องรุ้ง” เจ้าของไร่สุดหล่อลงจากหลังม้าแกล้งถามแขกสาวที่หน้าแดงระเรื่อเหงื่อ เปียกชึ้นเสื้อสีขาวจนแนบตัวเห็นบราเซียสีขาวห่อทรวงอกเต่งตึงเขามองแค่แวบเดียวยังรู้ว่าไซส์กำลังเหมาะมือ บ้าเอ้ย คิดลามกกับเธอได้ยังไงเธอมีแฟนแล้วนะ
“เอ่อ รุ้งเดินเล่นค่ะแต่ไม่คิดว่าจะมาไกลขนาดนี้ แล้วหลงทางกลับไม่ถูกค่ะ” หญิงสาวยิ้มให้เจ้าของไร่เจื่อนๆเพราะกลัวเขาว่าให้เธอที่ละลาบละล้วงไม่บอกเขาก่อน
“คราวหน้าอยากเดินเที่ยวก็บอกพี่นะครับจะได้ไม่หลง” เขาไม่ห้ามหากทอรุ้งอยากเดินเล่นแต่ให้เขากับคนของเขาพาไปน่าจะดีกว่า
“ค่ะ รุ้งขอโทษนะคะ ถือวิสาสะเข้ามาเดินเล่นถึงที่นี่” ทอรุ้งมองตามเจ้าของไร่สุดหล่อไม่ว่าจะมองมุมไหนอธิชนม์ก็หล่อทุกองศาร่างสูงเดินไปหยุดที่เถาองุ่นที่มีองุ่นห้อยระย้ายเป็นแนวยาว
“นี่ครับ ลองชิมองุ่นสดๆจากต้นนี้เป็นพันธ์ ซีราส มันจะหวานอมฝาดนิดๆพันธ์นี้ใช้ทำไวน์แดงครับ." องุ่นพันธ์(Shiraz)สีม่วงเข้มลูกใหญ่รสชาติจะหวานอมฝาดนิิดๆแต่อร่อยใช้ทำไวน์แดง
“กินได้เลยเหรอคะ”
“ได้สิครับ ลองดูสิครับ” ชายหนุ่มพูดจบก็เด็ดองุ่นใส่ปากเพื่อให้แขกสาวเห็นว่ากินได้จริงโดยไม่ต้องล้างเพราะเขาไม่ได้ใช้สารเคมี หญิงสาวจึงเด็ดองุ่นใส่ปากแล้วหญิงสาวก็กินอย่างอร่อยเผลอแป้บเดียวองุ่นพวงใหญ่ก็หมดทำให้คนที่แอบมองยิ้มอย่างพอใจ
“กลับกันเถอะครับ ป่านนี้น้องปัทเป็นห่วงแย่แล้ว” อธิชนม์รู้ว่าทอรุ้งคงจะหิวถึงกินองุ่นหมดพวงแล้วชวนกลับ
“ค่ะ พี่ชนม์นำไปเลยค่ะเดี๋ยวรุ้งเดินตาม” ทอรุ้งหน้าแดงด้วยความอายเมื่อกินองุ่นพวงใหญ่หมดอย่างรวดเร็วด้วยความหิวน้ำและมันอร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา
“กว่าจะถึงน้องรุ้งคงเป็นลมก่อน ไปด้วยกันนี่แหละครับ” คนที่วางแผนมาเพราะอยากใกล้ชิดผู้หญิงที่เขาชอบถึงแม้เธอจะมีแฟนแต่เขาไม่เคยคิดจะแย่งแฟนใครขอแค่ได้ใกล้ชิดสักนิดก็ยังดีในเมื่อเธอยังไม่ได้แต่งงาน
“แต่ว่า ว้ายย” หญิงสาวร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อร่างของเธอลอยละลิ่วขึ้นไปอยู่บนหลังม้าแล้วร่างสูงใหญ่ก็ตามขึ้นมานั่งซ้อนหลังเธอ
“นั่งดีๆอย่างเกร็งสิพี่ไม่ให้ตกหรอกครับ” คนบอกว่าจะไม่ให้เธอตกสอดแขนผ่านใต้รักแร้มาดึงบังเ**ยนไว้บังคับม้าให้ไปตามทางเดินเท่ากับว่าเธออยู่ในอ้อมกอดของหนุ่มหล่อละลายใจอย่างอธิชนม์ราวกับมีกระแสไฟแล่นปรู้ดปร้าดไปตามตัวให้กายสาวสั่นสะท้าน หญิงสาวไม่เคยต้องมือชายมาก่อนทั้งที่มีแฟนแต่ทอรุ้งกับธงทิวก็จับมือถือแขนกันเท่านั้นแฟนหนุ่มให้เกียรติเธอมากและเธอก็ไม่เคยปล่อยตัวให้เขาล่วงเกิน
“กะ ก็ รุ้งกลัวนี่คะ” เสียงหวานพูดสั่นๆจะไม่ให้เธอกลัวได้ยังไงล่ะก็เป็นครั้งแรกที่เธอได้นั่งบนหลังม้าตัวใหญ่
“น้องรุ้งไม่เคยขี่ม้าเหรอครับ” อธิชนม์ถามขณะที่ม้าก็วิ่งเหยาะๆไปตามทางแผ่นหลังของเธอก็เสียดสีแผงอกแกร่งทำให้คนที่นั่งประกบอยู่ด้านหลังแทบบ้าเพราะร่างกายของเขามันตอบสนองร่างบอบบางในอ้อมกอดที่ส่งกลิ่นหอมละมุมของเนื้อสาวที่ยังไม่เคยถูกแมลงเจาะชอนไชยั่วยวนหมีขาวตัวใหญ่ให้ตื่นตัว
“มะ ไม่เคยค่ะ” ร่างบางนั่งตัวแข็งทื่อเพราะกล้ามอกแข็งแกร่งที่เสียดสีกับแผ่นหลังของเธอยามที่ม้ามันวิ่งทำให้ตัวโยกตามสองร่างบดเบียดกันบนหลังม้าคนหนึ่งอดกลั้นด้วยความทรมานส่วนอีกคนก็นั่งตัวเกร็ง
“อยากขี่ม้าเป็นมั้ยครับ พี่จะสอนให้”
“ไม่ค่ะ รุ้งอยู่กรุงเทพก็ไม่รู้จะไปขี่ที่ไหน หัดไปก็ไม่ได้ขี่หรอกค่ะ” จะบ้าตายแค่นั่งบนหลังม้ากลับบ้านกับเขาเธอก็กลัวจะแย่ยิ่งใกล้ชิดเขาอีก ตายๆถ้าพี่ทิวเห็นจะว่ายังไงเนี่ย ทอรุ้งคิดถึงแฟนหนุ่มที่พักหลังไม่ค่อยได้เจอกัน
“ไม่เป็นไรครับ อยากหัดขี่เมื่อไหร่ก็บอกได้พี่ยินดีสอนครับ” คนอยากสอนเสนอตัวเต็มที่แต่คนที่ไม่อยากเรียนก็บ่ายเบี่ยงเต็มที่เหมือนกัน
ทำไมทอรุ้งถึงคิดว่าระยะทางไม่ไกลทำไมไม่ถึงบ้านสักทีตอนนี้เธอเริ่มหิวและเริ่มเมื่อยเกร็งตัวนานและรู้สึกมีบางอย่างมันดุนดันบั้นเอวของเธอหญิงสาวใบหน้าร้อนซู่ โชคดีที่เขาไม่เห็นแต่เธอคิดผิดเพราะชายหนุ่มเห็นใบหูลำโหนกแก้มของเธอแดงระเรื่อ
“พิงมาเถอะครับจะได้ไม่เมื่อย” มือหนาดึงสายบังเ**ยนข้างหนึ่งอีกข้างก็รั้งเอวคอดไว้จะว่าเขาฉวยโอกาสก็ว่าได้ อธิชนม์นึกโกรธตัวเองนี่เขาเป็นอะไรไปถึงไปชอบคนมีเจ้าของ จึงคลายมือออก
มือหนากระตุกสายบังเ**ยนให้เจ้าเวหาวิ่งเยาะไปตามทางเรื่อยจนบ้านหลังเล็กที่เห็นไกลๆใหญ่ขึ้นเรื่อยๆและตอนนี้เจ้าม้าตัวใหญ่ก็พาเธอมาหยุดหน้าบ้านหลังใหญ่
“ยัยรุ้ง เป็นไงบ้างแก” ปัญชรีถามเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วงทั้งที่ทอรุ้งยังนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนหลังม้า
“เอ่อ, อุ้ยย,.” หญิงสาวยังไม่ได้ตอบเพื่อนร่างของเธอก็ลอยลงมายืนอยูบนพื้นดินเพราะฝีมือของเจ้าของไร่
“ระวังครับน้องรุ้ง” เสียงห้วนดังใกล้ๆหูลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดจนเธอขนลุกซู่