ตอนที่ 4
วันที่สงบของฉันได้พังลงแล้ว!
ภัทรดาค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเธอนอนหลับยาวและหลับลึกจริงๆ คงอาจเป็นเพราะยาของคุณหมอ จากนั้นก็ค่อยๆหันพลิกตัวมาอีกด้าน ด้านที่คนคนนึงยังอยู่ รดาเบิกตากว้างมองเขาหลายๆครั้ง จากนั้นก็ขยี้ตาตัวเองซ้ำๆ ไม่ใช่ภาพหลอนแน่ๆ เมื่อพบว่าปัฐวิชญ์นั้นนอนอยู่ที่โซฟา เขานอนเฝ้าเธอทั้งคืน ไม่ยอมกลับไปจริงๆ
"เขายังไม่ไปอีกหรือเนี่ย!.." รดาพึมพำแล้วลุกขึ้นเดินไปหาเขา ที่นอนตะแคงหนุนแขนตัวเองที่โซฟา รดาเธอค่อยๆย่อตัวนั่งคุกเข่าลงกับพื้น แล้วมองใบหน้าเขาอย่างชื่นชมในใจ
'ว้าวว!!ช่างหล่อเหลาอะไรอย่างนี้ คนเขียนเรื่องนี่จินตนาการได้สุดยอดจริงๆ..ว้าวววว!! ในโลกแห่งความเป็นจริงคงไม่มีใครเพอร์เฟคได้เท่านี้แน่ๆ ยังไงตอนนี้เขาหลับอยู่ ขอจับสักนิดสักหน่อยละกันนะ..คิกๆ" รดาใช้นิ้วจิ้มไปที่แก้มนุ่มของชายหนุ่ม 'โอ้! แม่เจ้า ผิวดีอะไรปานนี้' เธอนึกคิดในใจอย่างสนุก พร้อมกับจ้องมองเขาและยิ้มอย่างถูกใจ ทันใดนั้น ปัฐวิชญ์ก็ลืมตาขึ้น พร้อมกับจับข้อมือของเธอไว้แน่น
"จะทำอะไร?" เขาลืมตาพร้อมกับทำหน้าตาดุดัน รดาตกใจอย่างแรง ชักมือออกจากเขาอย่างไว ลุกขึ้นแล้วรีบถอยหลัง...
" มะ ไม่ได้ทำอะไร แฮร่ๆๆ" เธอรีบทำหน้านิ่ง แล้วคิดในใจ 'เกือบไปแล้ว รดาเอ้ยยย!แตะนิดแตะหน่อยทำหน้าดุยังกะหมาบ้า!' รดาคิดในใจพร้อมกับมองไปยังคนตัวใหญ่ที่ค่อยๆลุกขึ้นนั่งด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เขาหันไปหยิบถุงกระดาษด้านข้างขึ้นมา
"นี่ชุดใหม่ ไปเปลี่ยนซะ ส่วนผมจะเข้าไปที่บริษัท วันนี้ให้คุณพักหยุด1วัน ก็แล้วกัน.." เขากล่าวพร้อมกับยืนขึ้น ดึงเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อย
"อีกสักครู่จะมีรถมารับ " ปัฐวิชญ์พูดพร้อมกับยืนขึ้น
นั่นยิ่งทำให้รดาจ้องมองที่เขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ คนแบบคุณปัฐวิชญ์นี่นะ รู้น่าว่าบ้างาน แต่จะไม่คิดกลับไปอาบน้ำอาบท่าทำความสะอาดร่างกายเลยรึไง รดามองเขาอย่างคะลึงในความหล่อ แต่กลับขัดแย้งกับตัวเขาเองคือไม่คิดจะอาบน้ำเลยรึไง
"เรื่องอาบน้ำคุณไม่ต้องห่วง ที่ห้องทำงานผมมีครบทุกอย่าง เลิกคิดแล้วก็เปลี่ยนชุดซะ!" เขาพูดขึ้น เหมือนรู้ความคิดของรดา ทำให้รดาหน้าเหวอไปในทันที
พูดจบปัฐวิชญ์ก็เปิดประตู แล้วหันมามองรดาที่ยืนอึ้งๆอยู่ เขามองมาที่เธออีกครั้งและไม่มีคำพูดใดๆอีก จากนั้นเขาก็เดินจากไป เมื่อประตูปิดลงรดายิ้มออกมาพร้อมกับกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ
"เย้ๆๆ ไปซะที อึดอัดชะมัด แต่งตัวดีกว่า" รดาเปิดถุงเสื้อผ้าที่ปัฐวิชญ์ยื่นให้ เธอหยิบชุดพวกนั้นออกมาและขมวดคิ้วทันที
"นี่มันชุดอะไรเนี่ยๆ บรึ๋ยยย!! น่าเกลียดชะมัด อืม แต่ยังไงก็ใส่ไปก่อนละกัน นิยายๆๆ วันนี้ฉันจะหาซื้อนิยายมาอ่านแก้เครียดดีกว่า รดานะรดาเธอทำฉันเครียดชะมัด ให้ฉันผ่อนคลายบ้างนะ" เมื่อแต่งตัวเสร็จ เธอออกจากโรงพยาบาลอย่างรวดเร็วโดยไม่รอรถมารับ วันนี้จะใช้เวลาทั้งวันหาซื้อความสุขดีกว่า..อิอิ
ร้านหนังสือ Book cafe' ที่อยู่ในห้างใหญ่เครือบริษัทของคุณนงค์คราญ รดาตระการตากับหนังมากมายมโหฬาร เธอเดินซื้อนิยายทุกเล่มที่อ่านปกหลังแล้วชอบ แต่แล้วเธอก็มองเห็นหนังสือเล่มนึง อยู่ชั้นบน มันสะดุดตาเธอมาก รดาเขย่งเท้าจะยื้อเอาหนังสือเล่มนั้นให้ได้เธอมองหาพนักงาน แต่ก็ไม่เห็นมีใคร เธอจึงพยายามยื้อและดึงออกมาได้ทีละนิด..
"ฮึบ! อีกนิดนะ " รดาบอกตัวเอง
ในขณะนั้น ก็มีชายร่างสูงคนนึงมายืนซ้อนด้านหลังของรดาเขาประชิดด้านหลังเธอแล้วหยิบหนังสือเล่มนั้นไปลงมาอย่างง่ายดาย จนทำให้รดาคิดว่า เขาคนนั้นจะแย่งเอาหนังสือเธอไป
"นี่คุณ!" รดาหันหลังมาและกำลังจะต่อว่าเขา
"นี่ครับ หนังสือที่ต้องการ" ธนพัฒน์พูดกับรดาพร้อมรอยยิ้มหวานของเขา ดูท่าทางแล้วเขาคงเป็นคนดีมาก
"อ้าว คุณหมอธนพัฒน์ มาที่นี่ได้ยังไงคะ..ตกใจหมดนึกว่าจะโดนแย่งซะแล้ว "รดาพูดพลางรับหนังสือมาจากมือของเขา
"ผมมาที่นี่ประจำครับ มาหาซื้อตำราทางการแพทย์ และต่อจากนี้ไม่ต้องเรียกชื่อเต็มของผมก็ได้นะครับ เรียกผม พัฒน์ก็พอ" เขาพูดขึ้นพร้อมยื่นหนังสือให้รดา ทำให้รดาต้องจ้องหน้าเขา
"ว้าว! คุณธนพัฒน์ อ้อ!ไม่สิ คุณพัฒน์นี้รูปหล่อ แถมยังมีความรู้มากอีกนะคะ..คิคิ" รดาพูดขึ้น พร้อมกับหัวเราะแบบคีพลุคต่อหน้าเขา นั่นทำให้ธนพัฒน์ยิ้มกว้างกับคำชมของเธอ
"ปล่าวหรอกครับ ไม่ขนาดนั้น" แต่ก็ต้องหุบยิ้ม เมื่อได้ยินเสียงท้องร้องของใครบางคน
จ๊อกๆๆๆ~~เสียงท้องของรดาร้องขึ้นมาครั้งที่สองแล้วที่เขาได้ยิน เสียงท้องของเธอร้องเพราะหิวข้าวแบบนี้ รดารีบกุมท้องของตัวเองในทันที แล้วหันหลังให้ธนพัฒน์เพราะรู้สึกขายหน้าที่มันเกิดขึ้นต่อหน้าเขาซ้ำอีก รดาตีท้องเบาๆพร้อมความคิด 'ไม่รู้จักมารยาทบ้างเล้ยยยต่อหน้าผู้ชายหล่อขนาดนี้ยังกล้าร้อง'
"มีอะไรรึปล่าวครับ" ธนพัฒน์ถามขึ้นอย่างรู้ว่ารดานั้นหิวแล้ว
"แฮ่ๆ..ปล๊าวว ไม่มีค่ะ" เธอปฏิเสธออกไปทันควัน เพราะเขินเสียงท้องร้องของตัวเอง
"งั้นผมว่าเราไปหาอะไรทานดีกว่าครับ ดูเหมือนคุณจะหิว" ธนพัฒน์พูดขึ้น นั่นทำให้รดายิ้มกว้างออกมา ไปกับเขาก็คงดีกว่าไปหาร้านเอง รดาอาจจะยังไม่ชินกับชีวิตในนิยายเล่มนี้
"ดีเหมือนกันค่ะ รู้สึกหิวพอดี..เดี๋ยวฉันเลี้ยงตอบแทนคุณ ด้วยนะคะ" รดาพูดขึ้น
"ฮะๆๆจะดีหรือครับ?" ธนพัฒน์หัวเราะกิริยาของรดา ดูแล้วคลายเคลียดดี ไม่คิดว่าคำร่ำลือว่าเธอนั้นขี้วีนขี้เหวี่ยงนั้น มันไม่จริงเลยสักนิด
"ดีมากเลยค่ะ..งั้นเราไปกันดีกว่าค่ะ" รดารู้สึกเขินเธอจึงเดินนำหน้าเขา แต่มือหนากลับดึงแขนของเธอไว้ ทำให้รดาชะงักไปทันควัน
"ทางนี้ดีกว่าครับ" ธนพัฒน์พูดขึ้น
จากนั้นธนพัฒน์ ก็พารดาไปร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง เมื่อก้าวเข้ามารดามองไปรอบๆมันดูเวอร์วังจริงๆ เธอรู้สึกตื่นเต้นไม่เบาและไม่อยากจะคาดเดาว่าราคาอาหารในร้านนี้ ต้องเเพง หูฉี่แน่ๆเลย
"เอ่อ...ร้านนี้เหรอคะ" รดาเอ่ยออกมาอย่างไม่มั่นใจ
"ครับ.." ธนพัฒน์ตอบออกไปพร้อมรอยยิ้ม จากนั้นทั้งคู่ก็เข้าไปนั่งด้านใน
ทั้งคู่เริ่มสั่งอาหาร มาทาน คุยกันไปเรื่อยเปื่อย สักพักธนพัฒน์ก็เห็นปัฐวิชญ์และศศิพิมพ์มาทานข้าวที่นี่ด้วยเช่นกัน ธนพัฒน์ไม่รอช้าชี้ไปที่เขาในทันที นั่นทำให้รดาตาโตขึ้นมา เพราะว่าเธอแอบหนีออกมาจากโรงพยาบาลก่อนรถมารับ
"อ้าว..นั่นมัน ปัฐวิชญ์คู่หมั้นคุณนี่ครับ?" รดามองไปเห็นเขากับศศิพิมพ์เดินเคียงคู่มาด้วยกันอย่างออกหน้าออกตา แต่ตอนนี้เธอไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากหลบเขาในทันที
รดาตกใจเธอทำอะไรไม่ถูกเธอจึงหยิบเมนูสำหรับสั่งอาหารมาบังหน้า เมื่อปัฐวิชญ์เดินเข้ามาใกล้รดาสไลด์ตัวพร้อมกับเมนูรูดลงไปด้านในโต๊ะ เพื่อปิดบังไม่ให้เขาเห็นเธอ ' เรียกเขาทำไมนะหมอเจิ้น ปล่อยให้พระนางได้อยู่ด้วยกันเถอะ' รดาคิดพร้อมกับรูดตัวต่ำลงไปอีกจนเกือบจะอยู่ใต้โต๊ะ
ธนพัฒน์เมื่อหันมาจะคุยกับรดา เขากลับมองไม่เห็นเธอ มองไปมาอีกทีก็อยู่ใต้โต๊ะแล้ว
"คุณรดา ไปทำอะไรตรงนั้น!" ธนพัฒน์พูดขึ้น ขณะเดียวกันนั้น ปัฐวิชญ์ก็ได้เดินผ่านมาตรงโต๊ะนั้นพอดีเขาได้ยินชื่อนี้จึงหยุดชะงักไปมนทันที และหันมามองคนที่เกือบจะอยู่ใต้โต๊ะแล้ว เสียงคำตอบของรดากลับดังขึ้น
"อ้อ! ฉันทำของหล่นน่ะค่ะ" รดาตอบออกไป และแช่อยู่ตรงนั้นสักครู่ เมื่อรู่สึกว่าเงียบเสียงไปแล้วรดารีบเงยหน้าขึ้น แต่แล้วคนที่ไม่อยากจะพบเจอกลับนั่งอยู่ที่โต๊ะเดียวกันแล้ว ทำให้รดารีบพูดออกมาแก้เขิน
"อ้าว คุณปัฐมาได้ยังไงคะ?"รดาถ่มกลบเกลื่อน ปัฐวิชญ์มองธนพัฒน์ ที่จับแขนของรดาตอหน้าของเขาก็ดูดุดันขึ้นทันทีเหมือนกับลืมบางคนที่นั่งจ้างๆเขาไปแล้ว ทันใดนั้นปัฐวิชญ์ก็พูดขึ้น
"พิมพ์เรานั่งทานกันตรงนี้ดีกว่า ทานหลายคนคงอร่อยดี" ปัฐวิชญ์พูดออกมาหน้านิ่งๆ
ศศิพิมพ์ก้มหน้าลง ทำหน้าเศร้าแล้วพยักหน้าน้อย เธอไม่กล้าสบตาหรือมองหน้าของรดาเลย
"ห๊ะ!~ห๊าา มะมากินด้วยกันสิ ดีๆๆกินหลายๆคนทำให้เจริญอาหาร" รดาพูดออกมาเพราะยังรู้สึกเหมือนถูกจับได้
หลังจากนั้นทั้งสี่คนนั่งประจันหน้ากัน ปัฐวิชญ์มองหน้าคถณหมอธนพัฒน์อย่างเอาเรื่อง เขารู้สึกเคืองใจไม่น้อยที่คู่หมั้นของเขาแอบมาเจอชายหนุ่มที่ไม่ใช่เขา ศศิพิมพ์ที่เอาแต่นั่งก้มหน้า ทำหน้าละห้อยน่าสงสาร ส่วนธนพัฒน์ก็จ้องหน้าปัฐวิชญ์แบบไม่ยอมอ่อนข้อต่อกัน บรรยากาศช่างตึงเครียดเหลือเกิน รดายิ้มแห้งๆออกมา และรีบปรับอารมณ์ให้ทุกคนดีกว่า
"ว้าว!~~ อาหารมาแล้ววว..น่ากินทั้งนั้นเลย " รดาจงใจทำลายความเงียบและความตึงเครียดด้วยคำพูด แต่ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม
'ทำไงดีนะวันที่สงบสุขของฉันนนน~ไม่ได้การล่ะต้องทำอะไรสักอย่าง' รดาครุ่นคิดไปมา แต่แล้วโชคก็เข้าข้างเธอ
ตื๊ดดดดดดดด!~~ เสียงโทรศัพท์ของรดาดังขึ้น รดารีบลุกขึ้นเธอรีบรับสายทันที เป็นพ่อของเธอโทรมาพอดี 'ขอบคุณนะคะคุณพ่อ'
"ค่ะพ่อ ห๊ะอะไรนะ! พ่อไม่สบายได้ค่ะ หนูจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ" รดาทำเป็นพูดเสียงดังให้ทุกคนได้ยิน และวางสายโดยที่ไม่ปล่อยให้พ่อของเธอได้พูดเลย
'ขอบคุณนะคะ..ที่ช่วยชีวิตหนูไว้ได้ทัน'
รดาลุกขึ้นและแกล้งเดินออกไป แล้วหันมาบอกทุกคนที่อยู่บนโต๊ะ ว่า
" ขอตัวก่อนนะคะพอดีมีเรื่องด่วน" พูดจบรดาเธอวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว และไม่หันหลังกลับมามองพวกเขา นั่นมันสงครามเย็นชัดๆ เธอคิด เมื่อออกมาจากำพวกเขาได้แล้วรดาหยุดวิ่งและยืนหอบเหนื่อยอยู่ตรงนั้นสักครู่
"โอ้ยยยย!~นึกว่าจะตายแล้วนั่นมันสงครามประสาทชัดๆ" รดาพูดออกมาเพราะเกือบจะทนไม่ได้
เมื่อรดาอยู่ๆก็วิ่งออกไป ทุกคนบนโต๊ะงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมองหน้ากันเลิ่กหลัก และตักอาหารใส่ปากกันอย่างงงๆ เพราะทุกอย่างมันรวดเร็วมาก...
จบตอน4