ตอนที่5
เล่นใหญ่เกินเบอร์
วันต่อมา รดามาทำงานตามปกติ...วันนี้พ่อของเธอรู้สึกว่า ช่วงนี้ลูกสาวสุดที่รักแปลกไปมาก เขารู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไร เหมือนกับว่าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทุกคนที่ได้รู้จักกับเธอก็คงรู้สึกไม่ต่างจากเขา เพราะดูแล้ว ครั้งนี้รดาดูมีชีวิตชีวาสดใสร่าเริงขึ้นกว่าเดิม
เขารู้ว่าลูกสาวคนนี้ชอบกินอาหารญี่ปุ่นมาก เขาจึงสั่งชุดอาหารญี่ปุ่น ชุดใหญ่ส่งมาให้เธอที่บริษัท อาหารถูกนำมาส่งถึงที่ พร้อมกับสายตาพนักงานมากมายที่มองมา
เมื่อรดารู้ว่า พ่อของเธอส่งเซตอาหารญี่ปุ่นแสนแพงมาให้ เธอดีใจมาก เพราะสิ่งที่เหมือนกันกับรดาคือเธอชอบกินอาหารญี่ปุ่นเช่นกัน แต่ที่ดีใจกว่านั้นคือพ่อเธอส่งมาให้คือชุดซาซิมิชุดใหญ่ ที่ราคาแพงหูฉี่
ถ้าไม่รวยจริงคงไม่สามารถสั่งมากินได้ รดารับชุดอาหารญี่ปุ่นที่พ่อเธอสั่งมาให้ด้วยรอยยิ้มกว้างที่ดีใจ ภายใต้สายตาของพนักงานและเสียงซุบซิบไปมา
วันนี้เธอจะตั้งใจทำงานและรีบทำให้เสร็จไวๆให้ทันตอนเที่ยง เวลาพักคือเวลาที่ดีที่สุด เธอจะได้ไปทานอาหารจานโปรดของเธอบ้าง เพราะถ้าเป็นชีวิตของสโรชาคงไม่มีโอกาสได้ทานของแพงขนาดนี้แน่ๆแน่ๆ
เธอทำงานไป และมองไปกับชุดอาหารญี่ปุ่นของเธอ "รอก่อนนะจ๊ะ พักเที่ยงแล้วฉันจะหม่ำเธอให้เกลี้ยงเลย หูยยยย หอมๆๆเธอก้มลง สูดกลิ่นอาหารญี่ปุ่นนั้น ขอบคุณนะคะคุณพ่อของภัทรดาเกิดมาเป็นคนรวยนี่ดีจริงจริ้งงง"
เธอรีบหันไปทำงานต่อ..แต่ก็ต้องชะงักเมื่อสายตาของเหล่าพนักงานยังจดจ้องเธออยู่อย่างแปลกใจ ภัทรดารีบมองกลับไปยังพวกพนักงานและทำหน้าดุเล็กน้อย เพียงเท่านั้นทุกอย่างก็สงบเงียบ ภัทรดานั่งลง และอมยิ้มน้อยๆ เพราะรู้สึกตลกขึ้นมา
เมื่อถึงเวลาพักทานอาหาร ภัทรดาถือกล่องอาหารญี่ปุ่นขึ้นไปบนดาดฟ้าอย่างถะนุถนอม พอถึงประตูตรงทางที่จะออกไปบนดาดฟ้า เธอดันมองเห็น ศศิพิมพ์กอดกันกับปัฐวิชญ์ เธอรู้สึกดีไม่น้อย อย่างน้อยในร่างของนางร้ายที่มีสโรชาอยู่ ศศิพิมพ์ก็จะสมหวังกับปัฐวิชญ์โดยไร้อุปสรรค
เธอยิ้มไปกับรักโรแมนติกของพวกเขาพร้อมกับมองไปอย่างเพลิดเพลิน เมื่อจะเดินออกไปกลับปวดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกความรู้สึกของภัทรดาแน่ๆเธอคิด..
" ไม่เอาน่ารดา พวกเธอมันก็แค่ตัวละครในนิยายนะดูสิพระเอกนางเอกเค้ารักกันจะตายตอนนี้เธอจะไปขวางเขาทำไมอีก โห้!จูบกันสิจูบกัน"
รดาเชียร์ให้ทั้งสองจูบกันทั้งๆที่ยังปวดอยู่ในใจ แต่เธอไม่สนใจ ร่างนี้เป็นของเธอแล้ว เธอจะตัดขาดจากปัฐวิชญ์ให้ได้ ความคิดที่แน่วแน่เกิดขึ้นมาในทันที รดายืนชื่นชมพระเอกนางเอกพลอดรักกัน จนท้องของเธอร้อง จ้อกๆๆ
"หิวแล้วไปกินอาหารญี่ปุ่นดีกว่า"
รดาค่อยๆเดินย่องไปด้านหลังอย่างเบาๆ พร้อมกับกอดกล่องอาหารญี่ปุ่นย่องไปหลังซุ้มพุ่มไม้ที่มีโต๊ะนั่งเพื่อชมวิวไปด้วยตึกใหญ่กลางกรุงเธอนั่งลงอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับวางกล่องอาหารญี่ปุ่นที่เธอภูมิใจนักหนาลงอย่างเบามือ พร้อมกับชื่นชมและค่อยๆยื่นมือไปลูบคลำอย่างถะนุถนอม
ปัฐวิชญ์ปล่อยให้ศศิพิมพ์เดินลงไปก่อน และเขากำลังจะเดินหันหลังตามไป แต่กลับเหลือบไปมองเห็นหัวคนตรงซุ้มพุ่มไม้ ผลุบๆโผล่ ตรงนั้น เขาแปลกใจขึ้นมาทันที
ปกติที่ตรงส่วนนี้เขาไม่อนุญาตให้ใครขึ้นมาได้นี่นา แต่ทำไมยังมีคนกล้าแหกกฏได้อีก เขาเดินเข้าไปดูอย่างเบาๆ เพื่อที่อยากจะรู้ให้แน่ว่าเป็นใคร ทำไมถึงกล้าแหกกฏ ไม่ปฏิบัติตาม
ภัทรดายิ้มอย่างชอบใจ เธอเปิดกล่องอาหารญี่ปุ่นแสนรักของเธอที่พ่อส่งมาให้มันรู้สึกได้ถึงความรักที่พ่อคนหนึ่งมีต่อลูก เธอค่อยๆยกกล่องขึ้นมาสูดดม
"โอ้!พระเจ้า จะต้องอร่อยแน่ โฮะๆๆ"
เธอใช้ตะเกียบคีบปลาเซลม่อนที่มีไข่ปลาคาเวียร์วางด้านบนขึ้นมาเข้าปาก เมื่อเริ่มเคี้ยวดวงตาของเธอเบิกกว้างเพราะไม่อาจพรรณาถึงรสชาติความอร่อยที่ได้ลิ้มรส ความสุดยอดของอาหารจานแพงที่คิดว่าราคาน่าจะเช่าคอนโดได้เป็นๆปี มันสุดยอดเกินบรรยายจริงๆ
"โอ้ว!! อร่อยมากค่ะ คุณพ่อ ที่เขาบอกว่าอร่อยจนแสงออกปากเป็นอย่างนี้นี่เอง "
รดารู้สึกอร่อยมากจนน้ำตาแทบจะไหล อย่างน้อยทะลุเข้ามาเป็นนางร้ายในเรื่อง แต่ก็เป็นนางร้ายที่โคตรรวย เห้อ! ชีวิตดีจริงๆ ทำไมต้องไปยื้อแย่งเอาสิ่งใดอีก เมื่อคิดถึงตัวเองในนิยายหน้าของรดาก็พลันเปลี่ยนสี
ปัฐวิชญ์ยืนมองรดากับพฤติกรรมที่เธอแสดงออกมาเมื่ออยู่คนเดียว มองดูกิริยาที่เธอทำทั้งหมด ก็อดที่จะยิ้มตามเธอไม่ได้ ตั้งแต่ตกน้ำวันนั้นเธอก็เปลี่ยนไปยังกับคนละคนหรือว่าจะคิดได้ นั้นยิ่งทำให้ปัฐวิชญ์ไม่อาจลดละสายตาจากรดาได้อีกเขายืนมองเธออยู่ตรงนั้น จนเขาเผลอหัวเราะกับพฤติกรรมของเธอออกมา
"ฮ่าๆๆ"
"ใครน่ะ ออกมาเดี๋ยวนี้ นะ!"
รดาพูดขึ้นมือก็รีบปิดฝากล่องอย่างรวดเร็ว อยู่ขายาวๆก็ก้าวออกมายืนอยู่ต่อหน้า
"ผมเอง.."
ปัฐวิชญ์พูดขึ้นพร้อมสองมือล้วงกระเป๋ายืนเต๊ะท่าหล่ออยู่ตรงหน้า จากนั้นรดากำลังจะอ้าปากพูด แต่ปัฐวิชญ์กลับพูดต่อ
"รดาคุณไม่รู้รึไงว่าตรงนี้ห้ามใครขึ้นมาก่อนได้รับอนุญาต" ปัฐวิชญ์ทำหน้าตึงดูท่าทางจะซีเรียสขึ้นมา นั่นทำให้รดารีบตอบกลับไปในทันที
"ไม่รู้! ถ้าไม่อนุญาตครั้งหน้าไม่ขึ้นมาก็ได้..โธ่!! ขี้เหนียว.." รดาพูดออกมาพร้อมกับทำหน้าย่นใส่
"ธะเธอว่าอะไรนะ"
ปัฐวิชญ์พูดขึ้น นึกว่าจะเข้ามาอ้อนหรือมาพูดขอร้องอะไรแบบนี้ แต่ความคาดการณ์กลับไม่เป็นดั่งใจ
"ปล่าว..ไม่ได้ว่าอะไร..งั้นมากินด้วยกันสิ..ถือว่าชดเชยความผิดละกัน" รดาแกล้งชวนเขาเพราะคิดว่าพวกพระเอกขี้เต๊ะคงจะไม่ยอมร่วมเสวนากับนางร้ายอย่างรดาแน่ๆ ดูท่าทางจะเกลียดด้วยซ้ำ
"ผมเนี่ยนะ ..จะมาทานข้าวกับคุณ..ไม่มีวัน!"
เขาล้วงกระเป๋ากางเกง แล้วพูดพร้อมกับมองดูวิวด้านหน้า แต่ก็ต้องเอะใจเมื่อเสียงที่ควรจะตอบรับกลับเงียบไป จากนั้นพอหันมามองรดาเธอกลับไม่สนใจเขาเลย เธอกินอาหารของเธออย่างมีความสุข และมองวิวด้านหน้า
"หลบหน่อย จะดูวิว..ไม่ได้อยากดูคน" รดาพูดขึ้น
"นี่!!!"
ปัฐวิชญ์หันมาก็พบว่ารดากำลังอ้าปากกินซูชิอย่างสบายใจ เหมือนจะไม่ได้ใส่ใจเขาเลยด้วยซ้ำ อีกอย่างสายตากลับมองออกไปข้างนอก ให้ความรู้สึกว่าตัวเองนั้นเหมือนลมฟ้าอากศ
เมื่อปัฐวิชญ์เห็นแล้วว่ารดาไม่ได้มองเขาอย่างสนใจเหมือนแต่ก่อน เขากลับรู้สึกแปลกๆขึ้นมา เขาเดินมานั่งข้างๆเธอทันที โดยมีกล่องซูชิคั่นตรงกลาง เขามองรดาที่ไม่ได้สนใจเขาเลย
ปัฐวิชญ์โมโหขึ้นมาอย่างลืมตัวเมื่อความสำคัญที่เคยมีถูกลดทอนลงไปจากรดา ดูเหมือนว่าเธอคงจะไม่ได้ใส่ใจเขาเหมือนแต่ก่อน ปัฐวิชญ์นั่งลงอย่างใส่อารมณ์เล็กน้อยแล้วหยิบตะเกียบที่ติดอยู่กับฝากล่องมาแกะออก จากนั้นก็คีบแซลมอนคาเวียร์ขึ้นมากิน ทำให้รดาหันมาเห็น เขาที่กำลังคีบอาหารญี่ปุ่นแสนรักของเธอขึ้นมาและเอาเข้าปากไปเคี้ยว
"อ้าว คุณปัฐ คุณมากินอาหารของพ่อฉันได้ยังไง !"
"ก็คุณชวนผมเอง..นี่" เขาตอบออกมาอย่างหน้าตาเฉย
"ฉันชวนคุณตามมารยาทต่างหาก"
"อ้าว! ผมก็ทานตามที่คุณเชิญตามมารยาทเหมือนกัน" พูดจบมือของปัฐวิชญ์ก็ยื่นตะเกียบไปคีบเอาขึ้นมากินอีกคำ
"อย่านะ อย่าคีบชิ้นนั้นนะ..ไม่มีเงินซื้อกินเองรึไง!" รดาพูดออกมาตรงๆแกมโมโหอยู่ๆก็มีคนบ้าจะมาแย่งของที่เธอชอบกินต่อหน้า
"อืม!อร่อย...!!" เขาแกล้งเอาชิ้นที่เธอหวงคีบขึ้นมากิน แล้วทำหน้าเอร็ดอร่อย และยังทำหน้ายียวนกวนประสาทใส่รดาอีก
จากนั้นสงครามตะเกียบก็เกิดขึ้น ทั้งคู่แย่งกันทานอาหารญี่ปุ่นกันไปมา จนชิ้นสุดท้าย..ทั้งคู่ใช้ตะเกียบคีบไปพร้อมกัน แต่รดาดันคีบได้ช้ากว่าปัฐวิชญ์ เขาจึงได้ชิ้นสุดท้ายไป และคีบมันเข้าปากพร้อมกับทำท่าทางอร่อยเยาะเย้ยเธอ
ภัทรดาไม่สามารถทำอะไรได้เธอโมโหมาก อยู่ๆก็เข้ามา อยู่ๆก็มาแย่งเธอกินเขาเป็นบ้าอะไรกันเกลียดเธอไม่ใช่หรอมากวนเธอทำไม จากนั้นเมื่อรดาไม่สามารถทำอะไรเขาได้ได้แต่นั่งมองอาลัยอาวรณ์ซูชิชิ้นสุดท้ายนั้นที่ปัฐวิชญ์กำลังเคี้ยวและทำท่าเยาะเย้ยเธอ ความโมโหทำให้รดาร้องไห้ออกมา
"ฮือๆๆๆ..คนบ้ามาแย่งฉันทำไม..รู้มั้ย ฉันอยากกินมานานแล้ว ทำไมต้องมาแย่งฉันกินด้วยฮือๆๆๆ ฉันกินไม่อิ่มเลย..ฮืออออออ!!~~" รดาร้องไห้ออกมาเหมือนเด็กถูกผู้ใหญ่โดนแย่งของเล่นหรือของกินไป
ปัฐวิชญ์รู้สึกผิดขึ้นมา และทำอะไรไม่ถูก ทั้งสงสาร ทั้งอยากหัวเราะ...และเขาก็ไม่รู้จะปลอบใจเธอยังไง...เขาได้แต่เอามือมาแตะไหล่เธอเบาๆ
"ฮืออออออ...อย่ามาแตะฉัน!!!" รดาทั้งพูดทั้งร้องไห้ พร้อมสะบัดไหล่ของตัวเองออกจากมือปัฐวิชญ์
"ฮือ!!~สาบานได้เลยต่อจากนี้ฉันจะไม่ชวนคุณกินอะไรอีก..ฮือ!~" พูดจบรดาก็ลุกขึ้นและเดินออกไปพร้อมกับร้องไห้ ทำเอาปัฐวิชญ์นั้นก็งงพร้อมทั้งเกือบซูชินั้นแทบจะติดคอ
...
เช้าวันต่อมา
อาหารญี่ปุ่นชุดพิเศษส่งให้ภัทรดา20ชุด เพื่อชดเชยที่เขาแย่งเธอกินวันนั้น พนักงานต่างตาโตพากันมองไปยังรถเข็นกล่องซูชิ 20 กล่องที่ถูกนำส่งมาในชื่อของภัทรดาวันนี้เกิดอะไรขึ้นปกติคุณปัฐไม่เคยจะสนใจคุณรดาแต่อยู่ๆกับสั่งอาหารญี่ปุ่นชุดพิเศษมาให้เป็นพิเศษตั้ง 20 ชุดต้องมีอะไรแน่ๆพนักงานพากันซุบซิบกันอย่างแปลกใจทำเอาภัทรดาตกใจเป็นอย่างมาก เมื่ออาหารญี่ปุ่นมากองอยู่ตรงหน้า
"โห!!!...เล่นใหญ่เกินเบอร์ไปมั้ยเนี่ย"
ภัทรดาอมยิ้มน้อยๆขึ้นมาในทันทีแต่ก็ต้องรีบหุบยิ้มเพราะสายตาที่ทุกคนจดจ้องมานั้นมองมาที่เธอเป็นตาเดียวทำให้ภัทรดาต้องรีบเปลี่ยนสีหน้าให้นิ่งที่สุดและมองกลับไปยังพนักงานพวกนั้นด้วยแววตาคมดุ
"อะแอ้ม!!..ตั้งใจทำงานกันหน่อย!"
แค่น้ำเสียงที่ภัทรดาพูดก็ทำเอาพนักงานต่างตื่นตกใจเพราะถ้าหากทำสีหน้าแบบนี้เมื่อไหร่พายุไฟบรรลัยกัลป์เกิดขึ้นแน่ ทุกคนรีบก้มหน้าและทำงานตามหน้าที่ของตัวเอง
ภัทรดาหันหลังและปิดมู่ลี่ในห้องทำงานของตัวเองลงทันทีเธอเดินไปมองกล่องอาหารญี่ปุ่นมากมายที่ปัฐวิชญ์ส่งมาให้เธอนั้นเธอเดินเข้าไปใกล้สูดดมและลูบมันอย่างถูกใจ เล่นใหญ่แบบนี้ก็สนุกสิ ภัทรดาคิด..
จบตอนที่5