(ภาค1) : ความทรงจำที่สับสนที่ไม่มีชื่อ
ณ. กรุงเทพมหานคร..
เมืองหลวงอันเต็มไปด้วยแสงสี ผู้คน สิ่งปลูกสร้าง และตึกสูงใหญ่ต่างๆมากมาย แต่ทว่า..ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองของสิ่งปลูกสร้างต่างๆมากมายเหล่านั้น มันกลับมีบ้านหลังเล็กๆแสนจะธรรมดาหลังหนึ่งตั้งอยู่ โดยบ้านหลังเล็กๆที่ว่านี้เป็นเพียงบ้านครึ่งไม้ครึ่งปูน หรือจะบอกว่าชั้นล่างเป็นปูนส่วนชั้นบนเป็นไม้ นับเป็นโครงสร้างของบ้านที่ดูเก่าแก่ล้าสมัย แต่ถึงอย่างนั้นกลับมองดูสะอาดสะอ้าน และมีเสน่ห์ชวนให้ลุ่มหลงจนน่าแปลกใจ
และในส่วนชั้นสองของบ้านนี้เองที่ตอนนี้ ค่อยๆปรากฏเป็นร่างของชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่กำลังนอนหลับไหลอยู่บนเตียง
ด้วยร่างกายอันเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ทั้งใบหน้า ร่างกาย จวบจนกระทั่งเวลาผ่านไปอีกราวๆ2-3ชั่วโมงในที่สุดร่างที่ว่า
จึงค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งอย่างช้าๆ
"อู๊ยยย.."
ชายหนุ่มที่เพิ่งลืมตาตื่นหรือ ‘กันต์’ พยายามฝืนลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ แต่ทว่า..กลับต้องร้องครวญครางออกมาเบาๆด้วยความเจ็บปวด แต่หลังจากพยายามอยู่สองสามครั้ง ในที่สุดก็สามารถลุกขึ้นนั่งได้สำเร็จ เขาค่อยๆหันซ้ายมองขวาสำรวจสิ่งต่างๆรอบตัวอยู่นาน จนในที่สุดก็ทำให้ได้รู้ว่าตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่ภายในห้องนอนเล็กๆห้องหนึ่ง ซึ่งภายในห้องแทบไม่มีอะไรเลย นอกจากเตียง ตู้เสื้อผ้า และทีวีที่วางอยู่บนตู้ใบเล็กๆเท่านั้น
"เจอกันครั้งหน้าต้องถามให้ได้ ว่ามันเป็นเพราะอะไรกันแน่...?"
'กันต์' บ่นพึมพัมออกมาเบาๆในขณะที่สมองเองก็คิดว่ามันเป็นเพราะอะไรกันแน่? ทำไมพวกรุ่นพี่ชั้นม.6 ถึงต้องมารุมทำร้ายตัวเองแบบนี้? แต่ในขณะที่กันต์กำลังตกอยู่ภวังค์นั่นเอง จู่ๆความทรงจำของเขาก็เกิดสับสนขึ้นอย่างฉับพลัน
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้คิด หรือทำอะไรเกี่ยวกับความทรงจำที่สับสนนี้ จู่ๆเสียงเปิดประตูแกร๊ก!! ก็ดังแทรกขึ้นมาซะก่อน
แกร๊กกก… เอี๊ยดดด...
ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นถึงร่างของชายวัยกลางคนอายุประมาณ45ปี สูงประมาณ170 ผิวสีคล้ำ หน้าตาค่อนข้างธรรมดาทั่วไปไม่ได้มีอะไรพิเศษนัก นอกซะจากว่าคนๆนี้ก็คือพ่อของกันต์นั่นเอง
“เป็นยังไงบ้างลูก ดีขึ้นหรือยัง?”
“เริ่มดีขึ้นแล้วครับอั๊ก!!อ๊ากกกก!!”
ผู้เป็นพ่อถามออกมาด้วยความอ่อนโยน ส่วนกันต์ที่กะตอบออกไปว่าสบายดีครับ ก็พลันต้องหยุดชะงัก เมื่ออยู่ดีๆความทรงจำของใครบางคนพลันปรากฏและผุดขึ้นในหัวอย่างกะทันหันอีกครั้ง ทำให้กันต์รู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง จนถึงขั้นเผลอร้องครวญครางออกมาด้วยความเจ็บปวดทรมาน
"อั๊ก... อ๊ากกกกก!!!"
กันต์แผดเสียงร้องออกมาด้วยเจ็บปวด ทำให้ลุงคมหรือพ่อของเขาตกใจเป็นอย่างมาก ลุงคมรีบวิ่งเข้ามาประคองร่างของลูกชายด้วยอ้อมกอดที่กำลังสั่นระรัว และทำท่าจะวิ่งไปหยิบโทรศัพท์มาเพื่อหมายจะโทรเรียกรถพยาบาล แต่แล้ว
กลับถูกกันต์ห้ามเอาไว้ซะก่อน เนื่องจากตอนนี้กันต์คล้ายจะสามารถเรียบเรียงความทรงจำได้บางส่วนแล้ว ถึงแม้จะยังไม่ชัดเจนมากก็ตาม
"ผะผมไม่เป็นไรครับพ่อ ผมแค่หิวน้ำนิดหน่อย.."
คำโกหกที่ไม่สอดคล้องกับอาการเจ็บปวดก่อนหน้านี้ แต่ลุงคมที่ได้ยินก็ไม่ทันคิดอะไรมาก นอกจากรีบเดินไปเอาน้ำมาให้พร้อมกับสอบถามอาการต่อด้วยความเป็นห่วงเป็นใยอยู่นานนับครึ่งชั่วโมง จนกระทั่งมั่นใจแล้วว่ากันต์ไม่เป็นอะไรจริงๆจึงได้กล่าวออกมาอีกครั้ง
"กันต์รอแปปนะพ่อจะไปทำกับข้าวมาให้กิน นี้ก็เย็นมากแล้วจะได้ทานยาไปด้วยเลย"
“ครับพ่อ”
เมื่อร่างของพ่อเดินลับหายไป กันต์ที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวในห้องก็เริ่มมีความรู้สึกแปลกๆ เขาค่อยๆเดินไปยังกระจกใบเล็กที่แขวนอยู่ข้างฝา หยิบมันมาแล้วส่องไปยังใบหน้าของตัวเอง และสิ่งที่ปรากฏออกมาก็คือภาพของชายหนุ่มวัย16-17ปี คนหนึ่งที่กำลังสะท้อนอยู่ในบานกระจกนั่น
ชายหนุ่มคนนี้มีผิวสีแทน หน้าตาค่อนข้างดี คิ้วไม่หนามาก ตาคม จมูกโด่ง ริมฝีปากได้รูป และทรงผมสั้นเหมือนเด็กม.ปลายทั่วไป โดยรวมก็ไม่ขี้เหร่แต่ก็ไม่หล่อมาก แต่ในขณะที่กันต์กำลังส่องกระจกอยู่ จู่ๆอาการปวดหัวก็เกิดขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ดูเหมือนว่าจะแตกต่างจากครั้งก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง
"อั๊ก...เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมเราถึงมีความทรงจำสับสนแบบนี้? เราจำได้ว่าเมื่อกี้เรายังเดินอยู่ในป่าอยู่เลย..เอ๊ะ!!??"
ก่อนหน้านี้หรือตอนที่กันต์กำลังนอนหลับอยู่ในห้อง จู่ๆความทรงจำแปลกๆก็ผุดและปรากฏขึ้นภายในหัว มันเป็นความฝันที่เสมือนจริงจนไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ในความฝันเหล่านั้นเขากำลังอยู่ในป่าเป็นทหารหนุ่มวัย32ปี ซึ่งในโลกนั้นเขามีชื่อว่า ‘ชิน’
โดยในยุคสมัยของชินเกิดสงครามโลกครั้งร้ายแรงขึ้น เขาจึงถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารเพื่อปกป้องประเทศเหมือนผู้ชายคนอื่นๆ ชินกับเพื่อนได้รับภารกิจให้ไปสำรวจป่าแถวๆรอยต่อระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันกลุ่มศัตรูแอบข้ามชายแดนและสอดส่องความเคลื่อนไหวของทหารประเทศข้างเคียง
แต่ปัญหาหลักก็คือ เขาและเพื่อนในทีมแทบไม่มีประสบการณ์โดยตรงเลย เพราะพวกเขาได้รับการฝึกเพียแค่ไม่กี่สัปดาห์ ก่อนจะถูกส่งตัวลงสู่สนามรบจริง และในระหว่างการเดินสำรวจนั่นเอง เพื่อนในทีมที่เดินนำอยู่หัวแถวไม่ทันระวัง จึงเผลอเดินไปเหยียบกับระเบิดเข้า
ส่งผลทำให้มันระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้ชินซึ่งเดินต่อแถวเป็นคนที่สอง..โดนแรงระเบิดอัดเข้าไปเต็มๆ และเสียชีวิตลงตรงนั้นทันที และนี้..ก็คือความทรงจำต่างๆในสมัยของชิน ที่ค่อยๆผุดและปรากฏขึ้นภายในหัวของกันต์อย่างช้าๆ
...
ส่วนต้นตอหรือสาเหตุหลักของการเกิดสงครามในยุคสมัยนั้น ปัญหาเกิดจากการที่ประชากรโลกมีมากเกินไป
และการมีระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะเข้ามาเกี่ยวข้องในสังคมมนุษย์ ทำให้ผู้คนในยุคสมัยนั้นสะดวกสบาย ทุกๆสิ่งในชีวิตล้วนแต่ถูกควบคุมโดยระบบอัจฉริยะทั้งสิ้น
ยกตัวอย่างเช่นการหางานปกติก็มีการแข่งขันกันเองระหว่างมนุษย์สูงมากๆอยู่แล้ว แต่พอมีระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะเข้ามา จำนวนการว่างงานของประชากรโลกก็ยิ่งเพิ่มทวีมากขึ้นๆในทุกๆวัน ปัญหานี้เพิ่มภาระให้ประชากรเป็นอย่างมาก จนผลสุดท้าย…ก็ทำให้มีคนตกงานมากมายเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรโลกทั้งหมด
ดังนั้นมันจึงทำให้ประชากรโลกเริ่มแตกออกเป็นสองฝักสองฝ่าย โดยมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งหลังจากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถจะหาข้อยุติหรือบทสรุปของเรื่องราวในครั้งนี้ได้ พวกฝ่ายหัวรุนแรงที่ไม่เห็นด้วยจึงเริ่มก่อสงครามขึ้น สงครามได้เริ่มลุกลามและแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง
โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาโปรแกรมตัวนี้ขึ้นมาเมื่อหลายร้อยปีก่อน ได้ถูกกลุ่มหัวรุนแรงบุกรุกประเทศพร้อมเข้าทำลายระบบอัจฉะริยะเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรม เครื่องจักร หรือแม้แต่มนุษย์ ที่มีความเกี่ยวข้องกับโปรแกรมตัวนี้ต่างก็ถูกล้างบางจนหมดสิ้น
สงครามที่ว่ากินเวลานานนับหลายสิบปี จนพวกฝ่ายหัวรุนแรงแน่ใจแล้วว่าตอนนี้คงไม่หลงเหลือข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบอัจฉะริยะอีกแล้ว สงครามจึงได้สงบลง ส่วนโปรแกรมอัจฉริยะที่ถูกทำลายไปจะหลงเหลือก็เพียงแค่เศษซากเก่าๆ
ที่ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว หรือขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีให้เห็นได้มากมายหลังสงคราม ซึ่งของพวกนี้เป็นของที่หลงเหลืออยู่หลังจากฝ่ายก่อสงครามได้เข้ามาทำลายทิ้งและไม่ได้เก็บกู้ไป
แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าโปรแกรมอัจฉะริยะเหล่านี้จะถูกทำลายทิ้งจนหมดสิ้นเหมือนพวกเขาต้องการไม่? เพราะแท้จริงแล้วมันยังมีอ**บางส่วนหลงเหลืออยู่ ของพวกนั้นต่างก็ถูกกลบฝังอยู่ลึกลงไปใต้พื้นดิน คล้ายกำลังจำศีลเพื่อรอให้คนรุ่นหลังมาค้นพบสืบต่อไป
#กลับมาที่กันต์อีกครั้ง
เมื่อความทรงจำทั้งหมดถูกเปิดเผย กันต์ในตอนนี้ทำได้เพียงยิ้มเศร้าๆเพราะจากความทรงจำของชิน ตั้งแต่ลืมตาดูโลกเขาก็ไม่เคยมีพ่อแม่ เขาถูกรับเลี้ยงโดยสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า พอโตขึ้นก็ออกมาหางานทำ เขายอมทำทุกๆอย่างเพื่อให้ได้เงิน แต่พอชีวิตกำลังจะสบายก็เกิดสงครามโลกขึ้นมาซะก่อน และก็ต้องมาตายโดยยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย หลายสิ่งหลายอย่างก็ยังไม่ทันเริ่มต้นด้วยซ้ำ
ความทรงจำเศร้าๆของชินเริ่มเข้ามาปกคลุมจิตใจของของกันต์อย่างช้าๆ แต่ทว่า..ประตูห้องนอนบานเก่าใบเดิมก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับร่างของพ่อที่เดินเข้ามาพร้อมกับอาหารที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ ซึ่งภายหลังจากทานอาหารและกินยาเสร็จแล้ว ทั้งสองจึงได้นั่งคุยกันต่ออีกซักพัก กันต์จึงขอตัวนอนพักผ่อนแล้วก็เผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า ทั้งร่างกายและจิตใจ และกว่าจะรู้สึกตัวอีกครั้งก็เป็นในเช้าของวันใหม่แล้ว
#ช่วงเช้าของวันใหม่
เช้านี้กันต์ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่น สดใส สมองปลอดโปร่ง ความทรงจำสับสนเมื่อวานเหมือนจะลงตัวแล้ว ปัจจุบันความทรงจำของชิน ที่กันต์ได้รับมาถึงจะมากมาย แต่ก็แทบไม่อะไรแตกต่างไปจากเดิมเลย นอกซะจากบางครั้งเขาก็อดคิดไมได้ว่าแท้ที่จริงแล้วตัวเขาเองเป็นชิน หรือ กันต์ กันแน่? เพราะความทรงจำทั้งสองต่างหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์
"แล้วตกลงความทรงจำมันมาจากไหนกันนะ?"
กันต์บ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ คล้ายยิ่งคิดก็ยิ่งไม่ได้คำตอบที่ต้องการ ดังนั้นสุดท้ายกันต์จึงทำได้เพียงปล่อยให้มันเป็นไปตามที่สมควรจะเป็น และได้แต่หวังว่าคำตอบที่เขาต้องการนั้นคงจะปรากฏขึ้นเองในซักวัน
….