ท้องฟ้ายามสนธยาช่างงดงาม ร่างบางอรชรในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์นั่งอยู่บนชิงช้าที่อยู่ในสวน แม้ทุกที่จะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะหนาทว่าฝูหรงหาได้หวาดกลัวความหนาวเหน็บนั้นไม่ สายลมเย็นพัดผ่านไปครั้งแล้วครั้งเล่าทำเอาเหล่าสาวใช้อดที่จะเป็นกังวลมิได้ แม้ร่างกายจะแข็งแรงทว่าหากตากลมหนาวนานๆ ก็อาจจะทำให้ป่วย หวินถานรีบเดินเข้าไปพร้อมกับชาอุ่นๆ ที่อยู่บนถาดไม้
“พระชายา อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ เชิญกลับเข้าไปผิงไฟด้านในก่อนเถิดเจ้าค่ะ หรือไม่ก็ดื่มชาอุ่นๆ นี่เสียก่อน”
“...” ฝูหรงไม่ได้ส่งเสียงใดๆ ทว่ากลับลุกขึ้นและรีบหยิบถ้วยชามาจิบ ความอุ่นของมันขับไล่ความเย็นได้เป็นอย่างดี ถึงความเหน็บหนาวจะเข้ามาเยี่ยมเยียนร่างกายของนางแต่นางก็ยังคงอยากนั่งมองภาพของตะวันยามตกดินอยู่ดี สีส้มสว่างปนกับสีฟ้าหม่นของท้องฟ้าช่างงดงามราวกับแดนสวรรค์
“พระชายาเจ้าคะ ท่านอ๋องต้องการพบท่านที่ห้องทำงานเจ้าค่ะ” เสียงของสาวใช้คนหนึ่งดังขึ้นก่อนที่ฝูหรงจะพยักหน้าเบาๆ แม้ในใจจะหวั่นเกรงว่าตนอาจจะถูกรังแกทว่าก็มิอาจจะขัดต่อคำของสามีได้ หญิงสาวเดินตรงไปยังห้องทำงานของสามีเงียบๆ พร้อมกับหวินถาน
ในห้องที่เต็มไปด้วยหนังสือมากมาย ทุกคนต่างรู้ว่าห้องนี้เป็นห้องทำงานที่เจ้าของตำหนักหวงมากเพียงใด ฝูหรงยืนรอด้านนอกอยู่ครู่หนึ่งถึงจะได้รับอนุญาตให้เข้าไป หย่งเฟยที่นั่งอยู่รีบลุกขึ้นก่อนที่จะย่อกายลงตรงหน้าของชายาเอกเช่นฝูหรง
“คาวระพระชายา”
“องค์ชายห้าฝากของเอามาให้เจ้า เอาไปสิ” เสียงทุ้มของสามีเรียกให้นางเข้าไปรับกล่องไม้ ฝูหรงรับมาและเปิดกล่องออกเผยให้เห็นกำไลหยกขาวลายมันแพะหายากสองวง
“หยกขาวลายมันแพะนี้ช่างงดงามนัก” ยังไม่ทันที่ฝูหรงจะหยิบกำไลคู่นี้ขึ้นมาเชยชมความงดงามของมัน หย่งเฟยก็รีบคว้ากำไลทั้งสองมาลองสวมเสียแล้ว
“อาๆ” (นังคนไร้มารยาท เอาคืนมาเดียวนี้) ฝูหรงพยายามที่จะแย่งของของนางคืนทว่าหย่งเฟยกลับรีบชักมือหนีนาง พร้อมกับหัวเราะร่าอย่างสำราญใจที่ได้กลั่นแกล้งฝูหรง ชงอิ๋นอ๋องก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไร เขาปล่อยให้ชายารองรังแกชายาเอกต่อหน้าต่อตาโดยไม่แม้แต่จะเข้าไปช่วยนาง
“อาๆ” (เอามา เอามา) ฝูหรงพยายามที่จะแย่งกำไลหยกขาวคืน ทว่าหย่งเฟยกลับแกล้งสะบัดมืออย่างแรงทำให้กำไลหยกหล่นลงมาแตกกระจายเต็มพื้นเสียงก้องดังกรีดดวงใจของฝูหรงราวกับมีด
เพ้ง !
“อุ๊ย ขออภัยเจ้าค่ะพระชายา มันหลุดมือข้าไปจริงๆ ฮาๆ” หย่งเฟยยังหัวเราะร่าอย่างสนุกสนาน ต่างจากฝูหรงที่รีบย่อกายลงแล้วใช้มือเก็บเศษกำไลมาใส่ในมือ
“พอเถิดหย่งเฟย เราไปกินขนมที่ตำหนักเจ้ากันดีกว่า” ชายหนุ่มเดินเข้ามาโอบไหล่เล็กของหย่งเฟยแล้วก็พานางออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน ฝูหรงกำเศษหยกเอาไว้แน่นจนมันบาดมือของนาง โลหิตสีแดงสดหยดลงมาบนพื้น ในขณะที่น้ำตานองอาบแก้ม
ฝูหรงหยิบเศษกำไลหยกขึ้นมาใส่กล่องไม้ก่อนที่จะถือออกไปและเดินกลับมาในห้องของตนพร้อมกับคราบโลหิตที่เปรอะมือ หวินถานที่กำลังเตรียมเตาผิงในห้องก็รีบเข้ามาดูอย่างรวดเร็ว
“พระชายา ไปทำอะไรมาเพคะ”
“...” ฝูหรงส่ายหน้าก่อนที่จะทิ้งกายลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม หวินถานรีบให้คนยกน้ำอุ่นเข้ามาโดยด่วน เพื่อเช็ดคราบโลหิตออกจากมือของพระชายา
“หากเป็นเช่นนี้อีก ข้าคงจะต้องส่งเรื่องไปให้ฝ่าบาททรงทราบแล้วเจ้าค่ะ” หวินถานพูดพลางซับโลหิตสีแดงเข้มของนางที่มือ
“...” หญิงสาวเงียบไม่ได้ตอบอะไรเอาเพียงแต่ร่ำร้องและส่ายหน้า นางไม่อยากให้เสด็จพ่อต้องทรงทราบเรื่องราวพวกนี้เลย มันจะทรงรบกวนพระทัยโดยหาใช่เหตุไม่ เสด็จพ่อยกนางให้กับบุตรชายของสหายรักก็เพราะต้องการมอบของขวัญให้กับหลานชายที่เอ็นดูเท่านั้น หากนางนำเรื่องไปฟ้องเสด็จพ่อจะทรงโทษองค์เองอย่างแน่นอน
“แต่จะทนให้นังพวกคนชั้นต่ำไร้มารยาทกลั่นแกล้งเช่นนี้ต่อไปงั้นหรือเจ้าคะ พระชายา”
“...” ฝูหรงไม่ได้ตอบ นางไม่อยากถูกแกล้งทว่าก็ไม่อยากให้เสด็จพ่อทรงเสียพระทัย
“โธ่ พระชายา เจ็บมากหรือไม่เจ้าคะ” หวินถานรีบนำผ้าขาวมาพันแผลที่ถูกบาดลึกของฝูหรงหลังจากใส่ยาแล้ว แม้จะรู้สึกแสบเข้ากระดูกทว่านางก็ต้องทน บาดแผลแค่นี้ไกลหัวใจยิ่งนัก
“อึก... ฮือ” ฝูหรงยังคงห่วงกำไลที่ถูกทำแตกไป ก่อนที่นางจะรีบหมุนกายมายังกล่องไม้และเปิดมันออกอีกครั้ง นางพบจดหมายของใครบางคน หญิงสามรีบฉีกซองออกเพื่อแกะอ่านโดยทันที
ถึงฝูหรง
เป็นอย่างไรบ้าง อยู่ที่นั่นสุขสบายดีหรือไม่ ข้าเดินทางไปเป็นตัวแทนพระองค์ที่แถบชายแดน พบหยกสีขาวลายมันแพะก้อนใหญ่เข้าโดยบังเอิญเลยให้คนนำไปทำกำไล ไม่รู้ว่ามันจะสวยงามถูกใจเจ้าหรือไม่ ถือเสียว่าเป็นตัวแทนข้าที่ได้ไปเยี่ยมเจ้าก็แล้วกัน นานเท่าใดแล้วที่เราไม่ได้พบกัน หวังว่าเจ้าคงสบายดี
จิ้นเหวิน