กูไม่ไว้ใจใคร
โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังขนาดใหญ่ใจกลางกรุง ที่ถูกเทกโอเวอร์จากนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง โดยที่เจ้าตัวไม่แม้แต่จะเข้ามาบริหารงานในโรงพยาบาล ทำได้เพียงตรวจงานและประชุมผ่านอินเทอร์เน็ตเท่านั้น
จนกระทั่ง!
“ไม่! ออกไปให้พ้น” เสียงเข้มปนดุดันเอ่ยปากไล่คณะหมอและพยาบาลที่กำลังพากันกรูเข้าไปทำการรักษาบาดแผลจากการถูกยิงของประธานหนุ่มอย่างเร่งรีบ
“เออคือ ผมคิดว่าคุณหยางควรต้องรีบผ่าตัดเอากระสุนออกนะครับ” อาจารย์หมอประจำโรงพยาบาลที่ถูกตามตัวกลับเข้ามาโรงพยาบาล กลับมีสีหน้าเลิ่กลั่ก เพียงแค่ถูกปฏิเสธการรักษาอย่างไร้เยื่อใย
“แต่รอบนี้กระสุนฝังในนะครับ เราไม่สามารถทำแผลเองได้” ดรัณเลขาคนสนิทช่วยเกลี้ยกล่อมเจ้านายหนุ่มอีกทาง
“กูไม่ไว้ใจใคร” น้ำเสียงเย็นยะเยือก นัยน์ตาว่างเปล่า ตอบกลับเลขาคนสนิท ใบหน้าของประธานหนุ่มยังคงเรียบเฉยไม่ได้บ่งบอกอาการเจ็บปวดใด ๆ ออกมา แม้ว่าเลือดสีแดงสดยังคงไหลซึมออกมาไม่หยุด
“แต่ที่นี่โรงพยาบาลของเจ้านายนะครับ” เจ้านายจะระแวงเช่นนี้ไปตลอดชีวิตไม่ได้ เพราะนี่คือโรงพยาบาลที่เจ้านายเป็นเจ้าของ คงไม่มีใครคิดจะทำร้ายได้ง่าย ๆ
อีกด้านหนึ่งของบานประตูห้องฉุกเฉินวีไอพี ที่มักจะมีไฮโซ ดารา คนมีชื่อเสียง ผู้ทรงอิทธิพล หรือนักการเมืองเข้าไปรักษาในห้องนั้น และ! ครั้งนี้ก็เช่นกัน
“ไลลาเกิดอะไรขึ้น” หมอแพรววาที่กำลังเดินมาสมทบหยุดชะงัก และเอ่ยปากถามเพื่อนสนิทตนเองที่ยืนแอบฟังอยู่
“คนไข้อาละวาดไม่ยอมรักษา” หมอไลลาใช้มือป้องปาก กระซิบกระซาบให้หมอแพรววาได้ยินเพียงแค่สองคน
“อาจารย์หมอปล่อยให้ทำแบบนี้ได้ยังไง ปกติแกจัดการได้ไม่ใช่เหรอ” หมอแพรววาขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย ปกติเคสวีไอพี เมื่อถึงมืออาจารย์หมอมักไม่เคยมีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้นตามมา
“แต่คนนี้คือเจ้าของโรงพยาบาลคนใหม่ไง”
“ธุรกิจสีเทาเหรอ? ทำไมถึงถูกลอบยิงล่ะ” หมอแพรววาแอบสงสัยไม่น้อย คนปกติทั่วไปคงไม่ถูกยิงเช่นนี้หรอก
“ไม่แน่ใจ ฉันรู้แค่ว่าคุณเขาคือคนที่ซื้อโรงพยาบาลต่อจากเจ้าของคนเก่า แถมยังไม่เคยเข้ามาตรวจงานด้วยซ้ำ”
หมอแพรววาพยักหน้ากับข้อมูลที่หมอไลลาเล่าให้ฟัง โดยที่สมองยังคงครุ่นคิดและฟังบทสนทนาของคนในห้อง
จนกระทั่ง! บานประตูถูกเปิดออกโดยพยาบาลวิเวียนที่เดินออกมาเรียกร้องขอความช่วยเหลือ ตามคำสั่งของอาจารย์หมอ
“หมอแพรววา หมอไลลา หมอกิต อาจารย์หมอเชิญด้านในค่ะ”
“ค่ะ/ครับ” คุณหมอทั้งสามเดินเข้าไปในห้องฉุกเฉินวีไอพีทันที ตามสัญชาตญาณของหมอที่ต้องรวดเร็วและกระฉับกระเฉงเสมอ
เพียงแค่หมอแพรววาก้าวเดินเข้าไปภายในห้องฉุกเฉินขาวสะอาด มีเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ครบครัน
กึก! ร่างบางกลับต้องชะงัก เมื่อสายตาของเธอสบประสานเข้ากับสายตาคมกริบของผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนเตียงคนไข้ สายตาที่เธอไม่เคยลืมเลือนตลอดหลายปีที่ผ่านมา
หวนนึกถึงอดีตที่เคยมี อดีตที่ทำให้เธอเจ็บปวด และถูกตราหน้าว่าท้องไม่มีพ่อ เพียงแค่เธอนั้นหลงเชื่อผู้ชายเย็นชาคนนี้
“เธอ!” เสียงทุ้มต่ำปนเยือกเย็น ชี้ไปทางหมอแพรววาที่กำลังยืนนิ่งราวกำลังเหม่อลอย ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงรอบตัว จนเลขาคนสนิทต้องเอ่ยปากเรียกหมอแพรววาอีกครั้ง
“คุณหมอครับ เจ้านายเรียกคุณ”
“มีอะไรรึเปล่าคะ” หมอแพรววาเอ่ยถามด้วยความสงสัย มือทั้งสองข้างกำแน่นอยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ทั้งสองข้าง เพื่อข่มอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในใจ
“ให้เธอรักษา” หยางเอ่ยปากสั่งหมอแพรววาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ซึ่งคำสั่งของประธานหนุ่มกลับสร้างความตกใจให้กับเลขาหนุ่มและอาจารย์หมอไม่น้อย
“แต่ฉัน” หมอแพรววาพยายามจะปฏิเสธ เพราะเธอไม่เคยรักษาเคสวีไอพีมาก่อน จึงไม่รู้ว่าควรปฏิบัติตัวเช่นไร
“เธอเป็นหมอไม่ใช่เหรอ?” น้ำเสียงเย็นยะเยือก หรี่ตาจับผิดหมอสาวที่กำลังจะปฏิเสธเขา เขาที่ไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธมาก่อนในชีวิต
“คนอื่นก็หมอค่ะ” หมอแพรววาตอบกลับอย่างสุภาพ เพราะเธอรู้สึกไม่อยากข้องเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้อีก
“แพรววาถือว่าอาจารย์ขอ ช่วยรับเคสนี้ที” อาจารย์หมอที่รับรู้ถึงสถานการณ์อึดอัด รีบเอ่ยปากขอร้องหมอสาวที่ได้รับเลือกเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของโรงพยาบาลสามปีซ้อน
“แต่ว่า” เพราะความรู้สึกส่วนตัวจนทำให้หมอแพรววาลืมจรรยาบรรณวิชาชีพที่เคยปฏิญาณตน จนอาจารย์หมอต้องตักเตือนเธอขึ้น
“จรรยาบรรณวิชาชีพอย่าลืม”
“แกไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวฉันไปรับพาขวัญให้เอง” หมอไลลาทราบดีว่าสิ่งที่หมอแพรววากังวลจนพยายามปฏิเสธคนไข้วีไอพี เหตุผลเพราะว่าใกล้ถึงเวลาเลิกเรียนของลูกสาวนั่นเอง
“ขอบใจนะ งั้นฉันรับเคสนี้เองค่ะ” เมื่อความกังวลจบลง หมอแพรววาจึงตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้ว่าเธอจะไม่อยากรักษาผู้ชายคนนี้ แต่! ด้วยจรรยาบรรณ ทำให้เธอไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
“งั้นฝากด้วยนะหมอแพรววา มีอะไรโทรหาอาจารย์หมอได้ทุกเวลา” อาจารย์หมอตบหัวไหล่แพรววาด้วยรอยยิ้ม
หากเป็นหมอแพรววาอาจารย์หมออย่างเขาค่อนข้างเบาใจ เนื่องจากฝีมืออันเก่งกาจ จนถูกเล่าลือในกลุ่มหมอด้วยกัน
“ค่ะ” หมอแพรววาตอบรับด้วยน้ำเสียงสุภาพ เธอโค้งศีรษะให้กับอาจารย์หมอที่กำลังจะเดินออกจากห้องไปท่าทางนอบน้อม
“พยาบาลวิเวียนช่วยเตรียมเครื่องมือผ่าตัดด้วยค่ะ” หมอแพรววาหันหน้ากลับไปสั่งพยาบาลวิเวียนที่อยู่เป็นผู้ช่วยเธอในเคสนี้ด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ค่ะคุณหมอ”
“เชิญคุณออกไปก่อนนะคะ” หมอแพรววาไม่ลืมจะหันหน้าไปบอกเลขาคนสนิทของประธานหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเตียงไม่ห่างด้วยน้ำเสียงสุภาพดังเดิม
“ผมต้องอยู่ดูแลความปลอดภัยของเจ้านายครับ” ดรัณยังคงค้านหัวชนฝา เพราะห่วงความปลอดภัยของเจ้านายหนุ่ม แม้ว่าโรงพยาบาลนี้จะเป็นของเจ้านายก็ตาม
“หมอกำลังจะผ่าตัด ไม่อยากให้คนนอกเข้ามารบกวนสมาธิ และก็กลัวเชื้อโรคด้วย”
“แต่” ดรัณพยายามปฏิเสธ แต่! เลขาคนสนิทกลับต้องชะงัก เมื่อเจอคำสั่งของเจ้านายหนุ่มที่เอ่ยปากไล่เขา
“นายออกไป” เมื่อเห็นว่าดรัณยังคงยืนกรานเฝ้าอยู่ในห้องฉุกเฉินไม่ยอมห่างไปไหน หยางเอ่ยปากไล่เลขาคนสนิทอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เจ้านายไว้ใจเธอ?” คำสั่งในครั้งนี้สร้างความตกใจให้กับเลขาคนสนิทไม่น้อย ไม่คิดว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะได้ยินคำสั่งแบบนี้จากเจ้านาย
“เธอคงไม่คิดจะฆ่าฉัน”
“คุณไว้ใจได้ค่ะ ฉันไม่ได้อยากมีเวร มีกรรมอะไรกับเจ้านายคุณ” หมอแพรววาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย มือเล็กหยิบถุงมือขึ้นมาสวม พลันให้พยาบาลสวมชุดผ่าตัดให้ตามขั้นตอนปฏิบัติ