bc

ทหารไพร ไม่ไร้รัก

book_age18+
31
FOLLOW
1K
READ
reincarnation/transmigration
family
HE
time-travel
love after marriage
fated
second chance
heir/heiress
drama
tragedy
sweet
bxg
scary
brilliant
soldier
campus
mythology
magical world
childhood crush
superpower
rebirth/reborn
addiction
like
intro-logo
Blurb

: ด้วยอำนาจแห่งรักแท้ที่บริสุทธิ์และคำมั่นสัญญาที่พวกเขามีให้แก่กัน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปอีกสักกี่ภพกี่ชาติก็ไม่มีอะไรมาขวางกั้นเส้นทางความรักของพวกเขาเอาไว้ได้ แม้แต่นครลับแลที่บดบังตัว ‘ทิพ’ เอาไว้ด้านหลังม่านหมอกแห่งคำสาปร้าย แต่ก็เพราะความรักอีกนั่นเอง ที่กลับกลายเป็นความแค้นตามทำร้ายเธอจนแทบปางตายในชาตินี้

“ผู้พันมาเป็นพี่ชายอีกคนของดิฉันได้ไหมคะ”

“ผมไม่ได้อยากเป็นพี่...”

“ฮึก ฮือออ!”

“...แต่ผมอยากเป็นผัว”

“ฮึก หะ ห้ะ?!”

“ผมชอบคุณทิพา ชอบตั้งแรกเห็น ชอบแบบว่าไม่เคยชอบใครขนาดนี้มาก่อนเลย ไม่สิ...ผมไม่เคยชอบใครมาก่อนเลยต่างหาก อยากจะอยู่ใกล้ๆ อยากจะเห็นหน้าตลอดเวลา”

“ได้ไหมทิพา...”

“อะ อื้อ”

“หลังจากนี้ถ้าคุณบอกให้ผมหยุด ผมจะไม่หยุดแล้วนะ”

chap-preview
Free preview
บทที่ 1 ปฐมบท
เมืองปริศนาที่ซ่อนตัวอยู่ในต่างมิติของป่าลึกจากสายตาของชาวโลกภายนอกมานับพัน ๆ ปี บรรพบุรุษพวกเขาก็เป็นเพียงแต่ปุถุชนคนธรรมดา มีชาย-หญิงอยู่ร่วมกันดังเช่นครอบครัวมีพ่อ แม่และลูกๆ จากหมู่บ้านเล็กๆ ก็ขยับขยายกลายเป็นเมืองขนาดใหญ่จากการรวมอำนาจและสู้รบเพื่อแย่งชิงการปกครองแว่นแคว้นต่างๆ จนกระทั่งวันหนึ่งภรรยาเอกของเจ้าผู้ครองนครนามว่าพระแม่เจ้าจันทราเกิดไม่พอใจในความมักมากของสามีตน เขามีเมียเล็กเมียน้อยไปทั่วจนปล่อยปละละเลยให้เธอดูแลลูกสาวอีก 5 คนด้วยตนเอง ซ้ำร้ายยังต้องระทนทุกข์จากการถูกอนุที่เป็นที่โปรดปรานขององค์พ่อเจ้าสุริยากลั่นแกล้งต่างๆนาๆ ด้วยเหตุที่ว่าเธอไม่สามารถมีลูกชายผู้สืบสกุลให้แก่เขาได้ ความริษยาและความเคียดแค้นบังเกิดเป็นความมืดมิดที่บังตาและบังใจ จันทรายอมขายวิญญาณให้กับอสูรชั่วร้ายจากนรกโลกันตร์ โดยมีข้อแลกเปลี่ยนที่ว่า… “ขอให้เมืองนี้สิ้นบุรุษเพศชายชั่ว! และขอให้บดบังเมืองนี้ต่อสายตาผู้คนภายนอก ไม่ให้มีชายใดได้พบได้เห็นอีกจนชั่วกาลปาวสาร!” และก่อนที่เธอจะสิ้นลมหายใจจากไป เธอก็ได้ขอให้วิญญาณของตนกลายเป็นผีประจำเมืองแห่งนี้เพื่อคอยปกปักษ์รักษา และให้พรแก่ชาวเมืองของพระนางทุกคน ลูกสาวคนโตของพระนางคือ ทิพ ได้กลายเป็นพระแม่เจ้าพระองค์แรกที่ปกครองนครลับแล และได้กลายเป็นเมืองที่ผู้หญิงสามารถมีความรักเช่นคู่รักต่อกันได้ ยกเว้นแต่พระแม่เจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องทำหน้าที่ต่างร่างทรงให้กับผีประจำเมือง แต่พระนางก็ยังทรงขอพรให้ตั้งครรภ์ได้เช่นหญิงสาวทั่วไป และหากผู้ใดต้องการผู้สืบสกุล หญิงสาวผู้นั้นจะต้องทำพิธีบนบานศาลกล่าวกับวิญญาณประจำเมือง เพียงเท่านี้ก็จะได้บุตรธิดาสมดั่งใจหวัง “จักอีกสักกี่ภพกี่ชาติ ขอให้ข้ากับท่านพี่ได้กลับมาครองรักกันดั่งเดิมด้วยเถิด ข้าขอพรกับเหล่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง ตัวข้าและชาวเมืองทั้งหลายมิใคร่จะให้เกิดเรื่องราวที่ต้องพลัดพลากจากคนที่รักฉะนี้ขึ้น ได้โปรดเถิดเจ้าคะ ฮึก! ได้โปรด” ---- เมืองลับแล, 400 ปีก่อน ---- ตึก ตึก! เสียงฝ่าเท้าน้อยๆกำลังเดินย่ำลงบนก้อนหินแข็งที่ปูทอดยาวเป็นทางเท้าตรงเข้าใต้ถุนบ้านไม้ทรงโบราณยกสูงหลังหนึ่ง เท้าปริศนาพยายามย่องเดินให้เกิดเสียงดังให้น้อยที่สุดเพื่อที่จะได้เข้าไปทำให้คนตรงหน้าตกใจอย่างเคย แต่ดูเหมือนบุคคลที่อยู่ปลายทางนั้นจะได้ยินเสียงฝีเท้าขึ้นเสียก่อนจึงลอบอมยิ้มออกมาเบาๆ ทั้ง ๆ ที่ตนเองก็ยังคงนั่งหันหลังอยู่เช่นเดิม “ชื่น!” เสียงนุ่มนวลเอ่ยเรียกบ่าวข้างกายขึ้นเสียงดังอย่างจงใจ ทำเอาเจ้าของฝีเท้าปริศนาชะงักกึกอยู่กับที่ ดวงตากลมโตเบิกโพลงฉายแววตื่นตูม “เจ้าคะ?” “ไปทำเครื่องว่างมาให้ข้าที เอาเกสรชมพู่กับโอชารสหนา อ้อ! ขอน้ำมะพร้าวมาด้วยล่ะ” “เจ้าค่ะนายหญิง” คนด้านหลังฉีกยิ้มกว้างดีใจ เมื่อได้ยินเสียงคนตรงหน้าเอ่ยสั่งของว่างสำรับโปรดของตน นางชอบสำรับนี้เช่นเดียวกับข้าอย่างนั้นฤๅ?... พึ่บ! “อ๊ะ! ใครกัน?!” มือน้อยตะครุบปิดดวงตาคมไว้โดยที่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา เจ้าของเสียงแกล้งเอ่ยถามออกไปยิ้มๆ ก่อนจะบิดตัวหลบหนีการจับกุมอย่างเชี่ยวชาญ โดยไม่ให้เจ้าของมือเจ็บตัวแม้แต่น้อย “ทิพ! เจ้าช่วยทายให้มันนานกว่านี้มิได้ฤๅ ข้ารู้นะว่าเจ้ารู้ว่าเป็นข้า เหตุใดต้องรีบบิดตัวหนีข้าอยู่เรื่อย” “หามิได้พระแม่เจ้า หม่อมฉันเป็นแต่เพียงองครักษ์ มิสมควรเล่นหัวกับท่านเยี่ยงสหาย” เสียงนุ่มนวลเอ่ยขึ้นยิ้มๆพรางคุกเข่าลงข้างหนึ่งในท่าเคารพ “ข้าบอกเจ้าแล้วใช่หรือไม่ เวลาอยู่ด้วยกันสองคนให้เรียกข้าว่ากลิ่นจันทร์ คิดขัดพระบัญชาของข้ารึองครักษ์?!” “หามิได้ แต่...” “’งั้นก็เรียก!” เสียงเล็กเอ่ยกระแทกดุๆ ก่อนจะยกมือขึ้นกอดอกพองแก้มป่องอย่างเอาแต่ใจ ทิพได้แต่ส่ายหน้ากับพฤติกรรมของพระนางอย่างเอือมๆ เพราะนี่ไม่ใช่คำสั่ง (บังคับ) ครั้งแรก “กะ กลิ่นจันทร์...ขึ้นไปที่ชาญเรือนก่อนเถิดเพคะ อีกไม่นานพวกในครัวคงยกเครื่องว่างมาถวาย” เธอยืนขึ้นเต็มสูงก่อนจะเอ่ยเรียกชื่อคนตัวเล็กกว่าตรงหน้าอย่างเกรงๆ พลางเปลี่ยนเรื่องเพื่อเบนความสนใจของเธอ “คิก! เมื่อครู่ข้าได้ยินเจ้าสั่งเครื่องว่างไป เจ้าก็ชอบเช่นกันรึ?” กลิ่นจันทร์ฉีกยิ้มกว้างถามคนตรงหน้า พลางคล้องแขนมากอดไว้แน่น ซบใบหน้าเล็กลงบนไหล่บาง กลิ่นอ่อนๆของไม้จันทร์หอมลอยเข้ามากระทบจมูกทิพ นางเผลอสูดหายใจเข้าปอดลึกอย่างลืมตัว ก่อนจะหันหน้ามาตอบคำถามคนตัวเล็กกว่า สองเท้าก็สับเดินนำไปทางชาญเรือนอย่างรีบร้อน “หม่อมฉันไม่เคยชอบของหวานเพคะ ที่สั่งนางพวกนั้นไปก็เพราะรู้ว่าพระองค์เสด็จมา เสียงย่ำฝีเท้าของพระองค์หม่อมฉันนั้นจำได้ดี ว่าแต่...พวกทหารองครักษ์และนางกำนันเหล่านั้นไปไหนเสีย ใยปล่อยให้พระแม่เจ้าเสด็จออกมาถึงเรือนหม่อมฉันเพียงพระองค์เดียว แล้วทรงเครื่องอาภรณ์ของนางกำนัลด้วยเหตุใดกัน?” ทิพเอ่ยถามพลางหันกลับไปมองต้นทางที่กลิ่นจันทร์ลอบมาหาตนเมื่อสักครู่ บริเวณด้านหลังนั้นเป็นแต่เพียงสวนผัก ผลไม้และชายป่า เหตุใดเธอถึงออกมาจากทางนั้นได้ “ใจเย็นๆหนา ค่อยถามข้าทีละข้อก็ได้ ก็วันนี้ได้ยินเหล่านางกำนัลคุยกันว่าเจ้าจัดประลองกับพวกเหล่านายกองมิใช่รึ ใยเจ้ามิชวนข้าบ้าง? ข้าก็เลยต้องแอบปลอมตัวออกมาหาเจ้าเช่นนี้อย่างไรเล่า” “หาสมควรไม่เพคะ งานประลองที่จัดขึ้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการฝึกพวกเหล่าทหารเท่านั้น ไปกันเถิดเพคะ หม่อมฉันจะไปส่งพระองค์ยังที่ประทับ” ทิพยกมือเรียวยาวขึ้นนวดขมับที่กำลังเต้นตุบๆ มิมีคราใดเลยที่พระแม่เจ้ากลิ่นจันทร์พระองค์นี้จะทรงปฏิบัติอยู่ในครรลองที่ควรจะเป็น พระนางเอาแต่เล่นหัวเป็นเด็กไปวันๆทำเอาเหล่าข้าราชบริพารพากันเอือมระอาไปตามๆกัน คนที่นางจะยอมเชื่อฟังบ้างเป็นบางคราวก็เห็นจะมีแต่หัวหน้าองครักษ์ผู้นี้ ซึ่งดูเหมือนพระนางก็จะชอบพลอรักใคร่อยู่มิน้อย และดูเหมือนว่าทิพก็ล่วงรู้ความในใจของพระนางดี ต้องพาพระแม่เจ้ากลับวังโดยเร็วที่สุด มันดูไม่งาม พระแม่เจ้าอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ที่สำคัญพระนางห้ามมีความรักเด็ดขาด... คิดดังนั้นจึงเดินจูงมือกลิ่นจันทร์ลงมาจากเรือนตรงไปยังคอกม้าทันที “มิจำเป็นดอก ไปส่งข้ายังที่ที่เจ้าจะไปประลองเถิด ขบวนเสลี่ยงของข้ารอกันอยู่ที่นั่นแล้ว” กุบกับ กุบกับ! ฟิ่ว ปัก! “กรี๊ดด/เฮฮฮ!” เสียงเชียร์ของเหล่าทหารนางกำนัล และชาวบ้านที่มาดูการประลองวันนี้ดังอึกทึกไปทั่วทั้งป่า ต่างก็ส่งเสียงร้องพลางตบมือให้กับหัวหน้าองค์รักษ์ด้วยความชื่นชมในฝีมือด้านการยิงธนูบนหลังม้าของนาง ถึงแม้เมืองแห่งนี้จะไม่มีการศึกมามากว่าพันปี แต่พวกเขาก็ไม่เคยชะล่าใจเลย ยังคงส่งต่อการฝึกทหารลงมาจากรุ่นสู่รุ่น เผื่อว่าวันหนึ่งจะมีภัยอันตรายมาเยือนถึงที่ “หัวหน้าองครักษ์ยิงธนูเข้าเป้าอีกแล้วเพคะพระแม่เจ้า ตรงกลางเป้าทุกอันเลยเพคะ!” “อย่าเอ็ดตะโรเสียงดังไปคุณท้าว เจ้ากำลังรบกวนสมาธิของนางอยู่นะ!” “อุแหม่! พระแม่เจ้าเพคะ หาได้มีสิ่งใดรบกวนสมาธิหัวหน้าองค์รักษ์ได้ดอกเพคะ ต่อให้เสียงอึกทึก หรือแม้แต่ลมพายุพัดหนักสักเพียงใด มีหรือที่คนมีฝีมืออย่างนางจะพลาดเป้าได้” คุณเท้าศรีรีบโหมโรงเข้าเสริมทันที กลิ่นจันทร์ได้ยินดังนั้นก็ฉีกยิ้มยิงฟันกว้าง ก็จริงของคุณท้าว หาได้มีผู้ใดในเมืองมีฝีมีเยี่ยงทิพ คนที่ข้ารักไม่... ดวงตากลมโตฉายแววชื่นชมมองไปยังคนร่างโปร่งตรงหน้า ท่วงท่าการควบม้าและยิงธนูของเธอนั้นช่างสง่าเสียจริง ผมยาวดำขลับสีดำพลิ้วไหวไปตามแรงลม ดวงหน้าคมแต่ก็หวานมิแพ้ผู้ใด ผิวขาวมีเลือดฝาด รูปร่างของเธอนั้นก็สูงสง่า ทรวดทรงฤๅก็ใหญ่แต่ก็ดูสมส่วนเหมาะกับเธอยิ่ง เอวเล็กคอด รวมไปถึงกลิ่นกายของเธอ มันหอมหวาน แต่หอมแบบใดมิมีผู้ใดสามารถให้คำตอบหรือว่าหาสิ่งใดมาเทียบได้ มันเป็นความหอมเฉพาะกายของนางเอง

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

นางร้ายอย่างข้าขอพลิกชะตาตัวเอง

read
8.0K
bc

พันธนาการสมิง

read
1K
bc

พันธนาการรักใต้แสงจันทร์ : สายใยรัก

read
1K
bc

เมื่อเธอคือคนที่ (ไม่) ใช่

read
1K
bc

ร่ายรักหมอปีศาจ

read
1K
bc

นางร้ายกลายพันธุ์

read
3.3K
bc

ปรมาจารย์จิตวิญญาณสะท้านภพ2

read
1K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook