Ep 4.ไม่ฉะบาย
"ก็วันนี้ข้าวกล้าไม่สบาย
ก็จำเป็นต้องนอนพักเยอะ ๆ นี่ครับ ที่ร้านเสียงดังข้าวกล้าจะพักได้ยังไง" เช้านี้หนูน้อยของปะป๊าธารามีน้ำมูกไหล
ได้พาไปหาหมอแล้ว คุณหมอบอกอาจเพราะตากน้ำค้าง ไม่ก็ตากลมมากเกินไป
ความจริงงานวันเกิดของข้าวกล้าเลิกไว แต่คงเพราะนั่งกันอยู่กลางฟ้าแจ้ง
เลยทำให้หนูน้อยมีไข้ น้ำมูกไหล ธาราไม่อยากให้ลูกไปร้าน
เพราะไม่อยากให้ลูกค้ารู้สึกไม่สบายใจที่ในร้านมีเด็กไม่สบาย
ถ้าให้พักที่ชั้นสองของร้าน ก็กลัวว่าจะเสียงดังจนรบกวนการพักผ่อนของข้าวกล้า
เขาจึงเลือกที่จะให้หนูน้อยพักที่บ้านดีกว่า
"ถ้าอย่างนั้งคุงน้ำฉังยาก่องว่าจะมาเยี่ยมไข้คุงข้าวกล้าบ่อย
ๆ " เด็กน้อยยกนิ้วก้อยขึ้นมาให้ปะป๊าขอสัญญาที่ปะป๊าต้องรับปาก
ธารายิ้มให้ข้าวกล้าก่อนจะยกนิ้วขึ้นมาเกี่ยวก้อยสัญญา
"ครับ คุณน้ำจะมาทุก ๆ สามชั่วโมง
หรือถ้ามีลูกค้าเยอะ จะมาทุกสี่ชั่วโมงเลยดีไหม" เด็กน้อยส่ายหน้ารู้สึกว่า
สองกับสามมันนานเกินไป
"หนึ่งเท่านั้น" ข้าวกล้ายกนิ้วขึ้นมาให้ธาราดู
เลขหนึ่งน่าจะไวกว่า
"อะ สองครับ มาบ่อยกว่านี้ไม่ได้
แต่ปะป๊าอยู่นานไม่ได้นะครับ แล้วถ้าข้าวหลับ ปะป๊าก็จะไม่ปลุกนะ
เพราะปะป๊าอยากให้ข้าวได้นอนพัก ถ้าข้าวกล้าไม่พักเยอะ ๆ แล้วไม่หาย
พรุ่งนี้ก็จะไม่ได้ไปร้านอีกนะครับ" ข้อต่อรองของปะป๊าเป็นอันสิ้นสุด
ข้าวกล้ายอมตกลง เพราะน้ำมูกไหลเยอะพอสมควร
เขาจะยอมนอนพักที่บ้านให้คุณน้ำของเขาไปทำงาน แล้วกลับมาดูเขาทุก ๆ สองชั่วโมง
ทัพตะวันมีจักรยานยนต์ที่เขาพอจะยืมขับมาดูเด็กน้อยได้
ขับมาไม่ถึงห้านาทีก็ถึงบ้าน เขาจึงไม่อิดออดเมื่อลูกน้อยขอคำสัญญาให้แวะมาหาทุก ๆ
สองชั่วโมง แต่ถ้าเป็นทุกชั่วโมง เขาก็เป็นห่วงร้าน
แม้ว่าทัพตะวันกับดวงยี่หวาจะไว้ใจได้ แต่เพราะลูกค้าเยอะพอควรในแต่ละวัน
เขาจึงไม่อยากจะทำให้สองคนทำงานหนักเกินไป
การได้อยู่ช่วยในร้านจึงเป็นอะไรที่ทำให้ธาราสบายใจกว่าทิ้งให้พนักงานรับผิดชอบกันเอง
"ฝากด้วยนะแวว
ถ้ามีอะไรก็โทรหาฉันได้ตลอดเลยนะ ฉันมีตะวันกับยี่หวาดูแลร้านแทนได้" ธาราบอกพี่เลี้ยงของลูกชาย
ก่อนจะก้มลงจุมพิตหน้าผากข้าวกล้าอีกครั้ง
แล้วเตรียมตัวเพื่อที่จะออกจากบ้านไปที่ร้าน ที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก
เขามีรถยนต์คันเล็ก ๆ แม้ว่าจะเดินไปได้ แต่ใช้รถยนต์สะดวกกว่า
เผื่อมีอะไรขาดที่จำเป็นต้องซื้อก็จะได้ใช้รถของเขาขับไปที่ห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ไกลจากร้านไปมากนัก
"ไม่ต้องห่วงค่ะ แววจะดูแลเอง
พี่น้ำไปทำงานเถอะค่ะ" แววนั่งเฝ้าเด็กน้อยที่นอนอยู่บนฟูกที่ธาราเอาลงมาปูไว้ให้ลูกชายในห้องนั่งเล่น
เพราะห้องนี้โล่งกว่าห้องนอน เขาไม่อยากให้ลูกชายอุดอู้อยู่แต่ในห้องนอน
จึงให้แววพาธารามานอนที่ห้องนั่งเล่นจะดีกว่า
แม้ลูกค้าในร้านจะเยอะพอสมควร
แต่ธาราก็ทำตามที่สัญญากับลูกชายเอาไว้ เขากลับไปบ้านทุก ๆ สองชั่วโมง
เพื่อจะได้ไปดูว่าลูกชายนอนพักอยู่รึเปล่า คงเพราะยาที่หมอให้มา
ทำให้ข้าวกล้าหลับยาวจนถึงบ่ายโมง เมื่อเห็นว่าลูกชายยังไม่ได้กินข้าว
ธาราก็ปลุกให้ตื่น จะได้มากินข้าวพร้อมกัน แม้ว่าเด็กน้อยจะไม่มีไข้แล้ว
แต่น้ำมูกก็ยังไหลอยู่ ธาราจึงยังไม่ให้ลูกน้อยออกไปไหน
แม้อีกคนจะอยากไปสนามเด็กเล่นก็ตาม
"ปะป๊าบอกว่ายังไงครับ
ถ้าไม่พักเยอะ ๆ ก็จะไม่หายใช่ไหม แล้วก็นะครับ
พี่ตะวันกับพี่ยี่หวาจะต้องไปพักเบรก ปะป๋าจะต้องเฝ้าร้านจนกว่าพี่ ๆ เขาจะกลับมา
เพราะฉะนั้นช่วงที่พี่ ๆ เขาไปพักปะป๊าจะไม่ได้มาดูข้าวนะครับ" ข้าวกล้าหน้ามุ่ยทันที
เพราะเด็กน้อยของเขาไม่สบายจึงทำท่าเอาแต่ใจธาราเข้าใจลูกน้อยดี
แต่สุดท้ายข้าวกล้าก็ยอมรับสิ่งที่ปะป๊าบอก กินข้าวเสร็จยอมกลับไปนอน
และยอมให้ปะป๊าเฝ้าร้านจนกว่าพี่ ๆ ทั้งสองคนจะกลับมาที่ร้าน
"ฉังยาน้า
ว่าคุงน้ำจะรีบมาหาข้าวทันทีที่พี่ ๆ กลับมาที่ร้างแล้ว" เด็กน้อยยกนิ้วก้อยขึ้นให้ปะป๊าเกี่ยวก้อย
ธารายื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวกับลูกน้อยก่อนจะก้มลงจุมพิตที่หน้าผากของข้าวกล้า
"สัญญาครับ
คุณน้ำจะรีบมาทันทีที่พี่ ๆ เขากลับมาที่ร้าน" จากนั้นธาราก็รีบกลับร้าน
เพราะได้เวลาที่พนักงานทั้งสองคนจะไปพักบ้างแล้ว
"คุณสรศักดิ์มาค่ะ" ดวงยี่หวารีบรายงานเจ้านายทันทีที่เห็นเจ้านายมาถึง
เธอคิดว่าที่สรศักดิ์มางานวันเกิดของข้าวกล้า
ก็น่าจะเพราะสรศักดิ์มีใจให้เจ้านายของเธอ เธอจึงรีบบอกทันทีที่ธารามาถึงร้าน
"อื้อ" เพราะเป็นห่วงลูกน้อย
ธาราจึงไม่ค่อยได้สนใจนัก ตอบสั้น ๆ ไปก่อนจะเอากุญแจรถไปคืนให้ทัพตะวัน
"แล้วพี่น้ำไม่ไปหาน้องข้าวหรือครับ" ทัพตะวันคิดว่าจะอยู่จนเลิกงานเลย
เพื่อให้เจ้านายของเขาได้ไปดูลูกทุก ๆ สองชั่วโมงตามสัญญา
"ตกลงกันแล้วว่าจะไปหาจนกว่าเราสองคนจะกลับมาร้าน
เขายอมรับฟังและเข้าใจดี" ธาราบอก เพราะเขาเลี้ยงลูกอย่างคนมีเหตุผล
อะไรได้ก็ยอมทำให้อะไรไม่ได้ก็ต้องบอกไป
"พี่น้ำคุณสรศักดิ์" ยี่หวาชี้ไปทางหน้าร้าน
ที่ถ้ามองจากในร้านก็จะเห็นลูกค้านั่งอยู่
แต่มุมที่สรศักดิ์นั่งจะมีป้ายบังจึงเห็นแค่ว่ามีคนนั่งอยู่สองคน
"นึกว่ากลับไปแล้วเสียอีก" ธาราบอก
เพราะปกติสรศักดิ์แค่มาซื้อกาแฟแล้วก็ไป
"ยังครับ เขามากับเจ้านายของเขา
คนที่มาซื้อกาแฟเมื่อวานน่ะครับ มาถึงก็ถามหาพี่น้ำ
แล้วก็สั่งกาแฟไปนั่งดื่มหน้าร้าน" ทัพตะวันจำเจ้านายของสรศักดิ์ได้ดี
หนุ่มใหญ่ หล่อ แต่หน้านิ่ง เขาเป็นคนไปเสิร์ฟกาแฟให้ทั้งสองคนเอง แม้จะทักทายไป
แต่คนที่ตอบกลับก็มีเพียงสรศักดิ์เท่านั้น
"เขาอยากเจอพี่น้ำค่ะ" เพราะดวงยี่หวาเดินออกไปหน้าร้านแล้ว
จึงบอกดวงยี่หวาว่าเจ้านายของเขาอยากเจอกับธารา ดวงยี่หวาจึงรีบมาบอกเจ้านายเช่นกัน
"อื้อ ไปพักเบรกกันเถอะ
ถ้าไม่อยากกลับก็ไปนอนข้างบนก็ได้นะ เพราะวันนี้ข้าวไม่ได้มา" บ้านของทัพตะวันอยู่ไม่ไกลมากนัก
แต่บ้านของดวงยี่หวาต้องนั่งรถเมล์ไปไกลพอควร เวลาพักวันนี้น้อยกว่าทุกวัน
เขาจึงอยากให้พักในร้านมากกว่า ห้องน้ำก็มีให้ใช้เป็นการส่วนตัวด้วย
"งั้นหนูขอไปงีบแป๊บนะคะ" ดวงยี่หวาบอก
ก่อนจะขอตัวขึ้นชั้นสอง ธาราเดินไปที่หน้าร้าน ผู้ชายตัวใหญ่ ๆ
สองคนที่นั่งคุยกันด้วยท่าทางเครียด ๆ อีกคนนั่งหันหลังมาทางเขา
อีกคนนั่งหันหน้ามา ซึ่งคนที่นั่งหันหน้ามาคือสรศักดิ์
ธาราเดินเข้าไปหาก่อนจะเอ่ยทักทายลูกค้าเจ้าประจำ
"สวัสดีครับคุณสรศักดิ์
ครั้งแรกเลยนะครับ ที่คุณมานั่งที่ร้านแบบนี้" น้ำเอ่ยทักทายสรศักดิ์
แต่ยังไม่หันไปมองอีกคน รู้สึกยังเคือง ๆ นิด ๆ
ที่เมื่อวานเจ้านายของสรศักดิ์มาแสดงความเอาแต่ใจใส่เขา
แม้จะยอมให้เด็กมาเปิดร้านทำกาแฟให้
แต่ก็ยังรู้สึกว่าเจ้านายของสรศักดิ์คนนี้เอาแต่ใจจนเกินไป
"ครับ
พอดีเจ้านายของผมอยากมารู้จักกับเจ้าของร้าน และเด็กน้อยที่ยอมทำให้ผมลางาน
เพื่อมางานวันเกิดของเขาน่ะครับ แล้ววันนี้คุณหนูข้าวล่ะครับ" สรศักดิ์อธิบายเหตุผลเพราะเจ้านายรู้แล้วว่าเขาลางานมางานวันเกิดของลูกชายเจ้าของร้าน
เจ้านายของสรศักดิ์เลยอยากรู้จักทั้งสองคนว่าเป็นคนเช่นไร
"เขาไม่ฉะบาย" เมื่อสรศักดิ์ถามหาข้าวกล้า
ธาราจึงบอกว่าลูกน้อยไม่สบาย แต่เพราะหันมามองอีกคน
ใบหน้าที่คุ้นเคยก็กำลังจ้องมองเขาอยู่
หัวใจที่เต้นรัวเร็วมันทำให้เขาเผลอพูดผิดพูดถูกไป หนุ่มใหญ่ที่จ้องธาราแต่แรก
ก็เพิ่งนึกออก ว่าเขาเคยเจอผู้ชายตัวเล็กหน้าสวยคนนี้จากที่ไหน
"น้ำ"
"คุณกฤษฎ์"
❤❤❤❤❤❤❤
อืม เจอกันสักที
ลูกค้าอเมริกาโน่เจ้าประจำ และ….