2

1314 Words
‘เกิดอะไรขึ้นเหรอริน’ ปลายสายได้ยินเสียงแว่ว ๆ แต่จับใจความไม่ถนัดนักแค่รู้สึกว่าเพื่อนสาวกำลังเจอปัญหาก็ทำให้เขาร้อนใจจนอยากบินข้ามทวีปตามมาแล้ว ‘ไม่มีอะไรหรอกมาร์ตินเจอคนใจมดปากหมาน่ะ งั้นแค่นี้ก่อนนะ ถึงบ้านคุณย่าเดี๋ยวโทรหา’ ณิรินตอบกลับด้วยน้ำเสียงร่าเริงเพราะเธอมองเป็นเรื่องขี้ผงคงไม่ได้เจอกันอีก ไม่ใช่หน้าที่ของเธอที่จะต้องไปดัดนิสัยคนที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปและด้วยความคิดเช่นนี้ทำให้ณิรินไม่ค่อยยุ่งกับเรื่องของใคร ณิรินยังยิ้มค้างในหน้าขนาดวางสายไปนานแล้ว มาร์ตินนับว่าเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวตอนอยู่ที่โน่นแม้แต่ที่นี่เธอก็ไม่มีเพื่อนคนไหนสนิทเท่าเขา หญิงสาวกระชับกระเป๋าเป้ใบน้อยมองซ้ายมองขวาก่อนที่เรียวขายาวจะก้าวออกไปอย่างเร่งรีบ การกลับมาครั้งนี้เพราะมีเรื่องด่วน เธออดคิดไม่ได้ว่าคุณย่าอาจเจ็บป่วยร้ายแรงจึงได้เรียกให้กลับมากะทันหัน เธอโทรถามคนทางบ้านก็ไม่มีใครยอมให้รายละเอียดเลยสักคน แต่ถึงอย่างไรณิรินก็ใช้โอกาสนี้ลาออกจากงานที่นั่นเสียเลยไหน ๆ ก็สมควรแก่เวลาที่ขอคุณย่าหาประสบการณ์ในต่างแดนซึ่งเป็นอะไรที่คุ้มค่ามากเพราะได้รับโอกาสดี ๆ จากเพื่อนซี้อย่างมาร์ตินชนิดที่คงหาจากที่อื่นไม่ได้ บ้านสวนริมน้ำ หญิงสาวคลานเข้ามากราบคุณย่าศรีนวลทันทีที่กลับมาถึงขณะที่ผู้สูงวัยกอดหญิงสาวด้วยความคิดถึงตื้นตันจนน้ำตาซึมแม้ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขแต่ก็เลี้ยงดูอุ้มชูกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยไม่แปลกที่ความรู้สึกรักนั้นไม่ต่างจากลูกหลานแท้ ๆ ด้วยซ้ำ “ทำไมไม่โทรมาบอกให้คนที่บ้านไปรับล่ะลูกเหนื่อยไหมดูสิผอมไปหรือเปล่าเนื้อตัวมือไม้ทำไมมันแข็งไปหมดอย่างนี้ล่ะ” หญิงชราวัยแปดสิบเศษ เศรษฐีนีใจบุญที่คนละแวกนี้รู้จักกันดีทุกปีจะบริจาคเงินก้อนใหญ่ให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าวัดวาต่าง ๆ ตามแต่โอกาส แต่กับเด็กหญิงสองคนที่ถูกชะตานางรับมาเลี้ยงที่บ้านราวกับลูกหลานแท้ ๆ ให้การศึกษาส่งเสริมทุกคนให้ทำอย่างที่ใจต้องการ ณิรินถูกส่งไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่อายุสิบห้าจนถึงตอนนี้สิบเอ็ดปีเต็ม ๆ ส่วนนิหน่าเด็กสาวอีกคนอายุน้อยกว่าเพิ่งจะย่างยี่สิบสมองทึบไม่ยอมไปไหนสมัครใจอยู่รับใช้คุณย่าจนน้ำหนักพุ่งขึ้นมาระดับน้อง ๆ ธิดาช้าง “ไม่เป็นไรค่ะแค่เห็นคุณย่าแข็งแรงดีรินก็ดีใจมากแล้วต่อไปนี้ไม่ไปไหนแล้วค่ะ” ณิรินทั้งกอดทั้งหอมผู้สูงวัยด้วยหัวใจที่อิ่มฟูตลอดสิบเอ็ดปีที่จากไปเธอกลับมาเมืองไทยแค่ปีละครั้งเพราะเกรงใจที่จะใช้เงินของท่านพอมาปีหลัง ๆ เธอมีรายได้แล้วจึงไม่รับเงินของท่านมาหลายปีแล้ว “ไม่ได้หลอกคนแก่แน่นะลูก” ผู้สูงวัยหยุดยิ้มไม่ได้ “ยิ่งกว่าแน่อีกค่ะ...หนูทำตามความฝันจนอิ่มแปร้แล้วนะคะคราวนี้จะกลับมารับใช้คุณย่าให้เป็นวัวเป็นม้าก็ได้ทั้งนั้นเชิญบัญชามาได้เลยเจ้าค่ะ” หญิงสาววัยยี่สิบหกเอ่ยพร้อมรอยยิ้มสดใสแววตามุ่งมั่นและบ่งบอกถึงความจริงใจอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ “จ้ะ...อย่าให้เป็นช้างเหมือนยัยนิหน่าก็พอ” ผู้สูงวัยพูดไปหัวเราะไปอย่างอารมณ์ดี สำหรับผู้สูงอายุทั่วไปในบั้นปลายชีวิตขอแค่มีลูกหลานอยู่ใกล้ชิดก็สุขใจแต่คุณศรีนวลไม่ได้คิดเช่นนั้น นางต้องการเห็นลูกหลานมีหลักฐานมั่นคงถึงแม้สมบัติที่มีอยู่มากมายสามารถแบ่งให้พวกเขาใช้ได้อย่างสบายแต่ถ้าไม่มีสติปัญญาพอจะรักษาไว้ อนาคตก็ไม่พ้นความยากลำบากอยู่ดีอย่างเช่นลูกชายตัวดีอย่างนายเปรมศักดิ์ครั้งนี้เสียค่าโง่จนแทบหมดเนื้อหมดตัว ดังนั้นหลานชายอย่างโปรดปรานท่านจะปล่อยไปตามยถากรรมไม่ได้เด็ดขาด “แหมคุณย่าขาถ้านิหน่าเป็นช้างก็ระดับธิดาช้างเชียวนะคะ พี่รินดูสิใคร ๆ ก็บอกว่านิหน่าผิวส้วยสวย” คนถูกพาดพิงไม่ได้สลดเลยสักนิดแถมยังนำเสนอจุดเด่นลบจุดด้อยของตัวเองอย่างภาคภูมิใจและเป็นเพราะเธอขยันหาเหตุผลมาสนับสนุนเพื่อที่จะอยู่อย่างธิดาช้างต่อไปไม่ใช่ว่าไม่เคยคิดลดความอ้วนแต่มันยากเกินไปสำหรับเธอจริง ๆ “อยากลดความอ้วนไหมล่ะพี่เป็นเทรนเนอร์ให้ได้นะ” ณิรินอาสาห่วงว่าอีกฝ่ายจะเจ็บป่วยอายุยังไม่มากหากต้องเป็นโรคเรื้อรังอย่างเบาหวานความดันไม่เป็นผลดีต่อตัวเองเป็นแน่ “ไม่อ่ะ นิหน่าสงสารคุณย่า” สาวอวบทำหน้าเศร้าได้น่าสงสารทั้งที่ปากยังเคี้ยวขนมตุ้ย ๆ “หืม...เกี่ยวอะไรกับฉันยะ” ผู้สูงวัยรีบดักคอ ยัยคนตลกบริโภคชอบหาขออ้างในการตามใจปาก มื้อสุดท้ายบ้างล่ะ เพื่อสิ่งนั้นสิ่งนี้เมื่อนั่นเมื่อนี่บ้างล่ะไม่ไหวจะฟัง “ก็ถ้านิหน่าสวยหุ่นดีเหมือนพี่รินแล้วใครจะอยู่เป็นเพื่อนคุณย่าล่ะคะ มาถึงไม่ทันไรก็ต้องแต่งงานออกไปอีกแล้ว” สาวยอดกตัญญูอ้างเหตุผลเจื้อยแจ้วหลุดปากไปแล้วเพิ่งจะนึกได้เมื่อได้ยินเสียงเข้มของคนเป็นย่าถึงกับสะดุ้ง “นิหน่า!” คนเป็นย่าเอ็ดหลานสาวปากสว่างถึงจะยกมือปิดปากตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว “ออกไปข้างนอกก่อนไป๊ ย่าจะคุยกับพี่ริน” “ค่ะคุณย่า” นิหน่ารับเสียงอ่อย สาวน้อยรู้สึกผิดจึงได้พาเรือนร่างอวบอ้วนคลานดุ๊กดิ๊กออกไปจากห้องอย่างเชื่องช้า ณิรินไม่ได้ตกอกตกใจมากนักก็อย่างที่บอกว่าจะให้เธอเป็นวัวเป็นม้าก็ยอมยิ่งเห็นสีหน้ายุ่งยากใจของคนเป็นย่ากลับกลายเป็นเธอที่เป็นฝ่ายปลอบใจท่านเสียเอง “คุณย่าพูดมาเถอะค่ะจะด้วยเหตุผลอะไร หากคุณย่าต้องการหนูก็พร้อมเสมอค่ะ” ดวงตาดำขลับแลสบกับดวงตาที่เริ่มฝ้าฟางส่งผ่านความจริงใจก่อนจะคว้ามือเหี่ยวย่นขึ้นมากุมและบีบเบา ๆ อย่างปลอบประโลม...ชีวิตเด็กน้อยที่ไม่มีใครต้องการถูกนำมาทิ้งไว้หน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เธอมาถึงจุดนี้ได้ด้วยสองมือของคุณย่าที่คอยอุ้มชูไม่รู้ว่าหากอยู่กับพ่อแม่แท้ ๆ เธอจะมีชีวิตที่ดีเหมือนอย่างวันนี้หรือเปล่า “หนูมีคนในใจหรือยังลูกบอกย่ามาตรง ๆ” สิ่งที่นางจะพูดต่อไปนี้หากเป็นการหักหาญน้ำใจของณิรินนางจะไม่พูดต่อเด็ดขาดเพราะไม่อยากได้ชื่อว่าเขียนด้วยมือแล้วลบด้วยเท้า “ไม่มีค่ะโสดมาก โสดสนิท โส๊ดโสดค่ะ” หญิงสาวยืนยันหนักแน่นพร้อมรอยยิ้มที่ออกจากใจส่งไปถึงดวงตาที่สะท้อนความรู้สึกภายในตอกย้ำคำพูดที่เปล่งออกมา “ถ้าอย่างนั้นก็ดี” พอได้รับการยืนยันผู้สูงวัยถึงกับยิ้มออกหลังจากนอนไม่หลับมาหลายวันกับเรื่องที่จะขอให้ณิรินช่วยเพราะไม่อยากทำให้อีกฝ่ายอึดอัดใจ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD