ร่างสูงเดินตรงไปที่บาร์เครื่องดื่มพร้อมกับหยิบเบียร์กระป๋องที่เขาแช่เอาไว้เย็นเจี๊ยบขึ้นมาเปิดจิบก่อนจะนั่งลงสบาย ๆ สายตาคู่คมมองตามเรือนร่างระหงที่เดินตัวตรงขึ้นบันไดพร้อมกระเป๋าเดินทางราวกับมันไร้น้ำหนัก.......
เท่าที่ตาเห็นเธอแข็งแรงใช้ได้คงจะใช้แรงกายเป็นประจำ...จนถึงป่านนี้โปรดปรานแทบไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเจ้าสาวของเขาด้วยซ้ำ รู้แค่ว่าเธอชื่อณิรินอายุยี่สิบหกเท่ากันหลังเข้าใจผิดคิดว่าเป็นนิหน่าตั้งหลายวันแต่เด็กคนนั้นดูเหมือนจะควบคุมง่ายกว่าเธอคนนี้ที่แลดูลึกลับซับซ้อนซ่อนเขี้ยวเล็บ...ไม่น่าไว้ใจ...
ณิรินรู้สึกว่ามีสายตาที่คอยจับจ้องมองมาแต่ใครสน เขาอยากจะทำอะไรก็ทำไปอย่ามาก้าวก่ายชีวิตเธอก็แล้วกันยิ่งทำเหมือนไม่มีตัวตนอยู่ใครอยู่มันยิ่งดี
หญิงสาวหิ้วกระเป๋าเข้าห้องนอนใหญ่ที่สุดตามที่คุณย่าท่านสั่งนักสั่งหนา พอเปิดประตูเข้าไปภายในห้องกว้างมีร่องรอยของการเข้าพักอยู่ก่อนแล้ว เขาอาจจะเลือกเองหรือเลือกตามคำสั่งคุณย่าก็สุดจะรู้
ณิรินนั่งลงเปิดกระเป๋าเสื้อผ้าที่นิหน่าจัดให้อย่างเร่งรีบเพราะข้าวของของเธอจากอเมริกาที่ส่งมาล่วงหน้าเกิดปัญหาจึงยังมาไม่ถึง
ยิ่งรื้อก็ยิ่งกระอักกระอ่วนใจที่จะต้องสวมใส่ชุดสวยสีหวาน คงจะเป็นยัยนิหน่านั่นแหละที่ไปเลือกซื้อหามาให้เพราะเธอเองแทบกระดิกตัวไม่ได้ ถูกจับนวดหน้าขัดผิวอบตัวเตรียมเป็นเจ้าสาวจนวุ่นวายไปหมดถึงกระนั้นก็ไม่ปริปากบ่นสักคำ ก็ใครไม่อยากสวยบ้างล่ะ แต่ถ้ารู้ว่าคนที่ต้องแต่งงานด้วยเป็นเขาไม่สู้เอาเวลาไปนอนเกาสะดือเล่นยังจะดีเสียกว่า...
ทางด้านโปรดปรานหลังจากจิบเบียร์จนหมดกระป๋องจิตใจที่เร่าร้อนเริ่มเย็นลงคงถึงเวลาที่จะพูดกันตรงไปตรงมาในฐานะที่ต้องมาใช้ชีวิตเป็นสามีภรรยากันนานแค่ไหนไม่รู้แต่ไม่ใช่เร็ว ๆ นี้แน่
ชายหนุ่มเดินขึ้นบันไดทีละก้าวอย่างใจเย็นจนกระทั่งถึงหน้าห้องนอนใหญ่ที่เขาเข้ามาจับจองอยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่เปิดประตูออกมาก็ต้องแปลกใจที่ณิรินเลือกที่จะอยู่ห้องนี้เช่นกัน
ชายหนุ่มหยุดยืนกอดอกพิงกรอบประตูมองดูภรรยาตามกฎหมายอย่างเงียบเชียบ เธอกำลังจัดข้าวของเขามองเพลินจนกระทั่งเธอหันมาจึงได้เอ่ยถามแก้เก้อ
“นึกว่าคุณจะแยกห้องนอนเสียอีก”
“ทำไมคะหรือว่าคุณจะแยกไปอยู่ห้องเล็กก็ได้นะฉันไม่ถือ”
ณิรินยังคงวางตัวเย็นชาท่าทีไม่แยแสแม้ต้องอยู่ร่วมห้องกับผู้ชายที่ได้ชื่อว่าสามี มิหนำซ้ำยังทำตัวธรรมชาติมากไม่มีความประหม่าให้เห็นแม้แต่น้อย
“ดี...คุณไม่ถือผมก็ไม่ถือ”
ร่างสูงปลดกระดุมเสื้อลงมาหลายเม็ดเผยให้เห็นแผงอกแน่นตึงที่เคยตรึงสายตาสาว ๆ มานักต่อนักก่อนจะดึงชายเสื้อออกจากกางเกงปล่อยให้มันรุ่ยร่ายแล้วเดินมาทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่มเด้งกลิ่นหอมอ่อน ๆ สดชื่นผ่อนคลาย
“ช่วยรักษาความสะอาดหน่อยก็ดีนะคะ”
ณิรินอดไม่ได้จึงต้องเอ่ยปากบอกเสียงเรียบ คนแปลกหน้าสองคนต้องมาใช้ชีวิตร่วมกันชอบหรือไม่ชอบอะไรควรบอกกันไว้แต่เนิ่น ๆ ดีกว่ารอให้ถึงวันที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหมดความอดทน โชคดีที่เธอได้รู้จักตัวตนของเขาที่สนามบินก่อนไม่อย่างนั้นคงได้หลงใหลไปกับรูปร่างหน้าตาอันน่ากินจนหน้ามืดตามัวเป็นแน่
“ผมไม่ได้สกปรกขนาดนั้นมั้งว่าแต่คุณเถอะตรวจเลือดมาหรือยัง”
โปรดปรานลุกขึ้นนั่งปั้นหน้ายั่วโมโหอีกฝ่าย ดูซิจะทนได้แค่ไหน
มุมปากยกยิ้มกับแววตาท้าทายนั้น ณิรินเห็นแล้วสวิงสวายอยากจะรำแม่ไม้มวยไทยถวายสักหนึ่งชุด มือที่กำลังจัดแจงลำเลียงเสื้อผ้าเข้าตู้อยู่นั้นเปลี่ยนมาเปิดซิปหยิบใบรายงานผลตรวจสุขภาพส่งให้ทั้งที่อยากจะห่อของแข็งแล้วปาใส่หน้าจะได้เห็นชัด ๆ
หญิงสาวพยายามควบคุมอารมณ์เต็มที่ งานนี้ใครสติแตกก่อนถือว่าแพ้แม้ไม่ได้ออกปากท้ารบกันตรง ๆ แต่เธอมั่นใจว่าเขากำลังจงใจเล่นสงครามประสาทกับเธออยู่แน่นอน
“แล้วของคุณล่ะ” หญิงสาวแบมือไปข้างหน้า เขาไม่ไว้ใจเธอ เธอก็ไม่ไว้ใจเขาก็ถูกแล้ว คนแปลกหน้าไม่รู้ว่าผ่านสมรภูมิอะไรกันมาบ้างปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า
ชายหนุ่มล้วงกระเป๋าหยิบเอกสารที่มารดาขอร้องแกมบังคับให้ไปตรวจสุขภาพมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วก่อนจะส่งให้ภรรยาพร้อมกับเหยียดยิ้มมุมปาก ผู้หญิงคนนี้แตกต่างจากที่คิดเอาไว้ราวฟ้ากับเหว.....
ตอนที่มารดาบอกว่าคุณย่ายื่นข้อเสนอให้แต่งงานกับผู้หญิงที่ท่านอุปการะไว้ เขาคิดว่าจะเป็นผู้หญิงหงิม ๆ อวบอ้วนแลดูไม่ค่อยฉลาดนักแต่ตอนนี้คงต้องคิดใหม่ สงสัยเธอจะฉลาดรอบจัดจนไม่อยากให้สมบัติของคุณย่ากระเด็นมากกว่าบางทีสัญญาบ้า ๆ นี่ก็อาจจะเป็นเธอที่วางแผนทั้งหมดก็เป็นได้
“พวกเราควรตกลงบางเรื่องให้ชัดเจนก่อนคุณว่าไหม” ชายหนุ่มเริ่มเปิดประเด็นหลังจากขั้นตอนแรกผ่านไปไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ
“ก็ว่ามาสิ” เธอตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ
โปรดปรานชะงักไปเล็กน้อยด้วยไม่คิดว่าเธอจะยอมตกลงด้วยง่าย ๆ จึงบอกออกไปทั้งที่ไม่ได้เตรียมคิดไว้ล่วงหน้า
“ข้อหนึ่ง ห้ามหึงหวงเพราะเราไม่ได้รักกัน” ชายหนุ่มย้ำประโยคสุดท้ายเป็นพิเศษ
“ได้!...” ณิรินไม่ลังเลที่จะรับปากไม่หวั่นกับถ้อยคำเย็นชาที่เขาเอ่ยออกมาอย่างไว้ตัวหรือจะพูดให้ตรงก็คือคนหลงตัวเองนั่นแหละไม่รู้ว่าอีตานี่ไปเอาความมั่นอกมั่นใจมาจากไหนคนหล่อ ๆ เดี๋ยวนี้มีให้เห็นถมไปอย่างเขาก็ไม่เท่าไหร่หรอกเจอได้ตามหน้าฟีดเยอะแยะไป
“ข้อสอง ห้ามก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของกันและกัน”
“ดี...แบบนี้ชอบ มีอะไรอีกไหม”
ณิรินไหวไหล่กับข้อตกลงหยุมหยิมไม่เห็นเป็นเรื่องสลักสำคัญนึกว่าเขาจะห้ามแตะเนื้อต้องตัวเขาเสียอีก ถ้าห้ามจริงนี่ฮาเลยนะแม่จะเปลี่ยนชื่อเป็นพ่อเนื้อทองจริง ๆ ด้วย
“เอาไว้ผมนึกออกแล้วจะบอกอีกที ทางคุณล่ะมีอะไรจะเพิ่มเติมหรือเปล่า”
“ไม่มี” หญิงสาวตอบทันทีโดยไม่เสียเวลาคิด
ทุกอย่างแลดูง่ายดายไปหมดจนโปรดปรานชักไม่ไว้ใจไม่ใช่ว่าเธอวางกับดักเอาไว้หรอกนะ.....ชายหนุ่มอดระแวงไม่ได้
“พูดรู้เรื่องแบบนี้ก็ดี”
โปรดปรานถึงกับไปต่อไม่ถูกไม่คิดว่าเธอจะไร้ซึ่งเงื่อนไขอย่างเช่น แต่งงานกันแต่ในนามห้ามนอนด้วยกันอะไรทำนองนั้น
“แค่นี้ใช่ไหมฉันไปอาบน้ำก่อนนะ ง่วง”
“เชิญ”
.........................................