EP5 ‘โกรธ’

2551 Words
EP5 ‘โกรธ’ “คะ คุณฟาบัวเจ็บ อ๊ะ!” หลังจากที่สั่งให้มาร์โคไปส่งแขกคนสำคัญฟาโรห์ก็รีบพาร่างบางที่เขาเคยสั่งห้ามไม่ให้เข้ามายุ่งกับพื้นที่ส่วนตัวของเขาขึ้นมาบนห้องนอนทันที ฟาโรห์หวงพื้นที่ส่วนตัวมากแต่ตอนนี้เขาโมโหเธอจนคิดไม่ทันแล้วว่าควรพาเธอไปที่ไหนรู้แค่ว่าคนที่กล้าขัดคำสั่งเขาต้องโดนดุให้เข็ด แขนเรียวเล็กถูกร่างสูงดึงให้เดินตามขึ้นไปบนห้องอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บก่อนที่เขาจะเหวี่ยงร่างเธอลงบนเตียง มันไม่ได้แรงมากแต่ก็แรงพอให้ร่างบางของกอบัวล้มลงฟุบไปกับเตียง โชคดีที่เตียงเขานุ่มแต่การกระทำที่บ่งบอกอารมณ์คุกรุ่นของคนตรงหน้าก็ทำเอาคนตัวเล็กแอบกลัวอยู่เหมือนกัน “มาทำไม?” “คือบัว...” “ฉันถามว่ามาที่นี่ทำไม!” กอบัวสะดุ้งหลับตาปี๋ด้วยความตกใจเมื่อเธอเอาแต่จ้องหน้าเขาจนถูกร่างสูงตะคอกใส่เสียงดัง ฟาโรห์ที่เธอรู้จักเป็นคนที่นิ่งและน่าเกรงขามมากซึ่งเธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเวลาโมโหเขาจะน่ากลัวขนาดนี้ สีหน้าแววตาและน้ำเสียงดุดันทำเอาร่างบางตัวสั่นด้วยความกลัว “บะ บัวเห็นคุณหายไปเลยก็เลยเป็นห่วงค่ะ” “ฉันเคยบอกเธอว่าไง!” คนตัวเล็กเม้มปากแน่น เธอจำได้ว่าเขาเคยห้ามอะไรไว้แต่ก็ไม่คิดว่าการที่ขัดคำสั่งเขาจะทำให้ฟาโรห์โกรธได้ถึงขนาดนี้ ก็แค่มาหาเองทำไมต้องทำเหมือนเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ด้วยก็ไม่รู้ เธอเริ่มจะคิดแล้วนะว่าการที่เขาห้ามขนาดนี้เป็นเพราะเขาซุกใครไว้อย่างที่เธอกับม่านมุกกังวลใจจริงๆ “เคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าล้ำเส้น อย่าเข้ามายุ่งในพื้นที่ส่วนตัวของฉัน” “บัวก็แค่เป็นห่วง” “เป็นห่วงหรืออยากได้เงิน? เงินที่ฉันให้ไปมันไม่พอหรือไง” “ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ” “หรือเงี่xนมากจนต้องตามมาให้ฉันเอาถึงที่?” “คุณฟาโรห์!” “อย่ามาขึ้นเสียงใส่ฉัน!” กอบัวเผลอตะคอกกลับไปเมื่อเขาเอ่ยประโยคที่ดูถูกเธอขนาดนั้นออกมาแต่พอโดนสายตาคมตวัดมองดุกลับมาก็รีบเม้มปากแน่นทันที ดวงตากลมโตเริ่มมีน้ำใสเอ่อคลอทั้งเจ็บหัวใจทั้งน้อยใจเพราะคำพูดร้ายกาจจากเขาแต่ก็พยายามกลั้นมันไว้ไม่ให้ไหลออกมา “บัวไม่ได้คิดแบบนั้นเลยนะคะ” “แล้วคิดแบบไหนถึงได้กล้ามาหาฉันถึงที่นี่” “บัวก็แค่...” ...คิดถึง คนตัวเล็กพูดเว้นไว้แค่นั้นไม่กล้าพูดในสิ่งที่คิดออกไปตามตรงเพราะกลัวว่าจะทำให้เขาโกรธมากกว่าเดิม กอบัวยอมรับว่าการที่เธอมาหาเขาถึงที่นี่เพราะสงสัยในเรื่องที่คุยกับม่านมุกจริงแต่นอกจากเรื่องนั้นเธอก็ตัดสินใจมาเพราะความรู้สึกที่อยู่ลึกๆ ในใจด้วย ก่อนหน้านี้เธอกับเขาเจอกันแทบทุกวันแล้วอยู่ๆ เขาก็หายไปเป็นเดือนมันก็ต้องคิดถึงและเป็นห่วงเป็นธรรมดา ฟาโรห์ก็ถือได้ว่าเป็นผู้ชายที่มีพระคุณกับเธอมากคนหนึ่งแม้ว่าสิ่งที่เขาให้เธอมาเขาจะไม่ได้ให้มาฟรีๆ แต่กอบัวก็รู้สึกขอบคุณเขาอยู่เสมอ สำหรับเธอเขาเหมือนเป็นผู้ปกครองคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เกือบสองปีเลยนะที่เธอกับเขารู้จักและมีความสัมพันธ์กันมา ถ้าบอกว่าไม่ห่วงไม่คิดถึงเลยก็คงโกหก “ช่างเถอะค่ะ บัวขอโทษที่ทำให้คุณไม่พอใจแต่ที่บัวมาก็เพราะเป็นห่วงจริงๆ” “พูดความจริงออกมากอบัว” คนที่เป็นหัวหน้าคนนับร้อยชีวิตและคอยจับผิดคนที่เข้าหาเขามาโดยตลอดทำไมจะดูไม่ออกว่ากอบัวกำลังโกหกหรือมีเรื่องปิดบังเขาอยู่ สายตากดดันจากร่างสูงทำกอบัวอึดอัด คนตัวเล็กกัดปากแน่นอย่างใช้ความคิดจนสุดท้ายก็ยอมพูดความจริงกับเขาไปเมื่อรู้ว่ายังไงก็คงปิดบังเขาไม่ได้และถ้ามันเป็นแบบที่เธอคิดจริงๆ จะได้ถอยทัน “บัวแค่สงสัยว่าที่คุณไม่ไปหาบัวเพราะคุณมีคนที่เป็นตัวจริงของคุณแล้วหรือเปล่า” แปลตรงๆ ได้ว่า ‘คุณมีเมียแล้วใช่มั้ย?’ “ฉันจะมีใครแล้วมันเกี่ยวกับเธอยังไง” “บัวบอกแล้วไงคะว่าบัวจะไม่อยากยุ่งกับคนที่มีเจ้าของ” ก่อนที่จะตกลงเป็นเด็กเลี้ยงของเขาเธอขอเขาไว้แค่เรื่องเดียว แค่เรื่องนี้เท่านั้น... การเข้าไปเป็นมือที่สามหรือต้นเหตุให้ครอบครัวของใครแตกแยกเป็นเรื่องที่เธอจะไม่มีวันทำเด็ดขาด “ก็เลยมาที่นี่เพื่อจับผิดฉัน?” กอบัวเป็นคนแรกที่กล้าขัดคำสั่งของเขาทั้งที่เขาสั่งห้ามไว้แล้ว หรือเพราะเด็กคนนี้ไม่เคยโดนเขาลงโทษนะเธอถึงได้กล้าทำอะไรตามอำเภอใจแบบนี้ โอเคว่ามันก็เข้าใจได้เพราะเขาก็หายไปนานจริงๆ แต่เขาเคยบอกไปแล้วไงว่าเธอมีหน้าที่แค่รอเท่านั้น ถ้าอยากไปหาเขาจะไปเอง อย่าตาม อย่าถาม อย่าสงสัย อย่าทำเหมือนเป็นเจ้าของชีวิตเขาเพราะเขาไม่ชอบ “ผู้หญิงคนนั้น...เธอเป็นอะไรกับคุณเหรอคะ” แต่กอบัวก็คือกอบัวเธอยังคงถามต่อไปจนกว่าจะได้รับคำตอบที่ชัดเจน ยอมเป็นเด็กดื้อให้เขาโกรธแลกกับการไขข้อข้องใจเพราะกับเรื่องนี้เธอปล่อยผ่านไม่ได้จริงๆ ฟาโรห์เงียบไปสักพักก่อนจะถอนหายใจออกมา ถึงจะตามใจเขามาตลอดแต่กอบัวก็มีเรื่องที่ไม่ยอมเหมือนกันจนคนที่ไม่ชอบอธิบายอะไรกับใครแบบเขาต้องยอมพูดให้เธอสบายใจว่าที่เขาหายไปไม่ได้เป็นแบบที่เธอคิด “รู้แค่ว่าฉันยังไม่ได้มีภรรยาหรือมีครอบครัวตามที่เธอกังวลก็พอ” พูดจบฟาโรห์ก็หันหลังให้เธอไปยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียงห้องทันที กอบัวถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อได้คำตอบในเรื่องที่คาใจแม้ว่าเขาจะตอบมาเพียงแค่นั้นแต่เธอก็รู้ว่าสามารถเชื่อคำพูดของเขาได้ “บัวขอโทษนะคะ” คนตัวเล็กรีบเดินตามเขาออกไปเอ่ยขอโทษอย่างรู้สึกผิดที่ขัดคำสั่งเขาเพราะความกังวลของตัวเอง “ขอโทษที่ขัดคำสั่งคุณ” แขนเรียวสวมกอดร่างสูงจากทางด้านหลังแต่ก็โดนเขาแกะมือออก โดนโกรธซะแล้วกอบัว คนตัวเล็กหน้าหงอยลงเล็กน้อยเมื่อโดนปฏิเสธแต่ก็ยังไม่หยุดความพยายามที่จะง้อเขาเพราะเรื่องนี้เธอก็ผิดจริง “เสี่ยขา...” กอบัวยังไม่ยอมแพ้สวมกอดเขาไว้อีกครั้งแถมซุกหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างอย่างออดอ้อน ยอมเอาใจเขาทุกอย่างแล้วตอนนี้ขอแค่เขาหายโกรธกันก็พอ “บัวขอโทษจริงๆ ค่ะ” “อย่าขัดคำสั่งฉันอีก” คนตัวเล็กพยักหน้าหงึกหงักกับแผ่นหลังกว้างที่พอได้ซุกแล้วก็ไม่อยากผละออก กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ และกลิ่นเฉพาะตัวของฟาโรห์ที่เธอไม่ได้กลิ่นมาเป็นเดือนทำให้รู้สึกผ่อนคลายและสบายใจอย่างบอกไม่ถูก อย่างที่รู้ว่ากอบัวก็เป็นเพียงแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่อยู่ตัวคนเดียวมาตลอดหลายปีพอมีเขาเข้ามาก็เหมือนชีวิตมีที่พึ่งพิงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำอะไรแต่เธอกลับรู้สึกปลอดภัยทุกครั้งที่มีเขาอยู่ด้วย “ฉันไม่ใช่คนไม่รักษาคำพูด ถ้าวันไหนที่ฉันมีครอบครัวหรือไม่ต้องการเธอแล้วฉันจะบอกเอง” “ขะ เข้าใจแล้วค่ะ” . . เมื่อความกังวลทั้งหมดถูกยกออกจากอก ความรู้สึกผ่อนคลายเพียงแค่ได้กลิ่นของฟาโรห์ทำให้กอบัวเผลอหลับกลางอากาศทั้งที่ยืนกอดเขาอยู่จนคนตัวสูงต้องอุ้มเข้าไปนอนในบนเตียง ปล่อยให้เด็กดื้อที่วันนี้สร้างเรื่องจนทำเขาโกรธนอนหลับอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ในห้องนอนของเขาหลายชั่วโมง ฟาโรห์ยอมรับว่าเขาโกรธมากตอนที่เจอเธอนั่งอยู่ในบ้านทั้งที่เคยสั่งห้ามไว้แล้วว่าห้ามล้ำเส้นซึ่งเหตุผลที่เขาห้ามก็เพื่อความปลอดภัยของเธอทั้งนั้น ถึงแม้ว่าบ้านของเขาจะดูปลอดภัยเพราะมีการ์ดคอยคุ้มกันแน่นหนาแต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะปลอดภัยสำหรับทุกคน การที่กอบัวมาหาเขาวันนี้แล้วถ้าเกิดว่าเขากับมาร์โคไม่อยู่จะเกิดอะไรขึ้นเขาไม่อยากจะคิดเลย คนของเขาถูกเทรนให้มีหน้าดูแลปกป้องคนในตระกูลของเขาเท่านั้นหากเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่คนของตระกูลวาล์โลเน่หรือคนที่ได้รับอนุญาตเผลอล้ำเส้นเข้ามาปืนนับร้อยก็พร้อมที่จะจ่อหัวและกำจัดคนคนนั้นทิ้งโดยที่ไม่ต้องคิด กอบัวไม่ได้อยู่ในสถานะที่เขาจะพาเข้าบ้านเขาถึงได้ซื้อเพนท์เฮ้าส์ให้เธออยู่และกำชับให้อยู่แค่ในที่ของตัวเองเท่านั้นเพราะการที่เธอล้ำเส้นเข้ามาในพื้นที่ของเขานั่นหมายความว่าเธอจะไม่ปลอดภัย ที่เขาโกรธก็เพราะแบบนี้และอีกอย่างคือเขาไม่อยากให้เธอรู้เรื่องราวที่ไม่ได้ขาวสะอาดของตระกูลเขาด้วย ให้พูดตามตรงกอบัวก็เป็นแค่เด็กเลี้ยงคนหนึ่งเธอไม่จำเป็นต้องมารู้เรื่องราวในชีวิตเขา เพราะหน้าที่ของเธอมีแค่บนเตียงเท่านั้น... . . Korbua’ s Part ฉันรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในห้องนอนกว้างที่ไม่ใช่ห้องนอนของฉัน กวาดสายตามองไปรอบๆ พร้อมกับตั้งสติไปด้วยก็นึกได้ว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง ฉันจำได้ว่าก่อนหน้านี้ฉันพยายามง้อฟาโรห์อยู่แล้วเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ แล้วเตียงที่ฉันนอนอยู่นี่...คือเตียงของเขางั้นเหรอ? ฉันมองสำรวจไปทั่วห้องที่น่าจะเป็นห้องนอนของฟาโรห์เพราะที่เตียงยังมีกลิ่นของเขาติดอยู่ ตั้งแต่เข้ามาฉันก็ยังไม่ทันได้มองหรือสำรวจอะไรเลย ห้องของเขาถูกตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงินตัดกับสีดำดูดุดันสมกับเป็นเขาดี ของใช้ทุกอย่างในห้องแทบจะไม่มีอะไรที่เป็นสีขาวเลยด้วยซ้ำแตกต่างจากเพนท์เฮ้าส์ของฉันที่เขาซื้อให้โดยสิ้นเชิง ที่นั่นฉันเลือกตกแต่งด้วยโทนสีสว่างทั้งหมดซึ่งเขาเองก็ไม่ได้ขัดใจหรือห้ามอะไรปล่อยให้ฉันเลือกของทุกอย่างเองหมด แปลกเหมือนกันที่คนที่ชอบโทนสีเข้มแบบฟาโรห์ยอมอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์กับฉันที่แสนจะแตกต่างจากพื้นที่ของเขามากถึงขนาดนี้ ถ้าแบ่งฝั่งก็เหมือนฉันเป็นสีขาวแต่เขาเป็นสีดำอะไรทำนองนั้นเลย โดยรวมในห้องเขาก็ไม่มีอะไรมาก ของใช้หรือเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบทุกอย่างดูเนี้ยบทุกระเบียบนิ้วซึ่งน่าจะเป็นเพราะมีคนคอยดูแลอย่างดี ดูจากจำนวนการ์ดในบ้านและจำนวนแม่บ้านที่ฉันเจอตอนเข้ามาน่ะนะ Knock knock! กำลังมองสำรวจห้องของเขาเพลินๆ ก็มีเสียงคนมาเคาะประตูก่อนที่ประตูบานใหญ่จะเปิดออกจนเจอเข้ากับเลขาคนสนิทของเขาที่ยืนส่งยิ้มให้ฉันอยู่หน้าประตู “ตื่นแล้วเหรอครับ” “ค่ะ บัวขอโทษด้วยนะคะที่วันนี้มาทำให้วุ่นวาย” ฉันโค้งขอโทษมาร์โคอย่างรู้สึกผิดซึ่งเขาก็ส่ายหน้ากลับมาว่าไม่เป็นไร “ผมมาตามคุณบัวลงไปทานข้าวเย็นน่ะครับ คุณฟาโรห์รอข้างล่างแล้ว” “รอบัวเหรอคะ” “ครับ วันนี้ดึกมากแล้วคุณบัวคงต้องค้างที่นี่ไปก่อนนะครับแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมจะไปส่ง” “อ๋า ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวบัวตามลงไปนะคะ” มาร์โคโค้งให้ฉันก่อนจะขอตัวออกไป ฉันนึกได้ว่ายังไม่ได้แจ้งข่าวเพื่อนสนิทเลยจึงรีบโทรไปเล่าเรื่องวันนี้ให้ม่านมุกฟังก่อนมันจะได้ไม่เป็นห่วง ฉันโดนมันดุกลับมาทันทีที่เล่าจบ ม่านมุกบอกว่าฉันหายไปนานจนมันจะแจ้งตำรวจอยู่แล้ว รู้สึกผิดเลย :( หลังจากคุยกับเพื่อนเสร็จฉันก็รีบเดินลงมาชั้นล่างเพื่อไปหาคุณเจ้าของบ้านที่ไม่รู้ว่าอยู่ส่วนไหนของบ้าน โชคดีที่มีเมดมายืนรอฉันอยู่หน้าห้องคอยนำทางพาฉันไปหาฟาโรห์ ระหว่างทางที่เดินไปที่ห้องอาหารทั้งเมดทั้งการ์ดที่เมื่อตอนเย็นทำหน้าดุใส่ฉันต่างก็โค้งให้ฉันและไม่มีใครกล้าจ้องหรือมองดุฉันเหมือนตอนที่ฉันเข้ามาเลยสักคน บางคนดูเหมือนจะกลัวฉันด้วยนะ ทุกคนปฏิบัติกับฉันแตกต่างจากตอนที่เข้ามาอย่างกับเป็นคนละคน แปลกๆ แต่แบบนี้ก็ดีกว่าถูกจ้องเหมือนเป็นศัตรูล่ะนะ “ขอบคุณค่ะ” ฉันหันไปขอบคุณคุณเมดที่เลื่อนเก้าอี้ทางฝั่งซ้ายของฟาโรห์ที่ตอนนี้นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะให้ฉันนั่งก่อนจะเสิร์ฟอาหารให้ฉัน “มองอะไรทานสิ” คนตัวสูงที่กำลังจิบไวน์อยู่บอกเมื่อฉันเอาแต่จ้องอาหารตรงหน้า สถานการณ์ตอนนี้ทำเอาฉันรู้สึกอึดอัดแปลกๆ เพราะมีทั้งเมดทั้งการ์ดยืนอยู่รอบๆ คอยบริการจนแทบจะไม่ต้องทำอะไรเองเลย ฉันไม่ได้พูดเกินจริงนะ นี่มันอย่างกับฉากในหนังเลย แต่สุดท้ายฉันก็ต้องทิ้งความอึดอัดเอาไว้เพราะทนต่อความหิวไม่ไหว เริ่มลงมือทานอาหารสุดหรูเงียบๆ จนอิ่มโดยมีสายตาของคนตัวสูงคอยมองมาเป็นระยะ สายตาของฟาโรห์ดูนิ่งเฉยจนฉันเดาไม่ออกเลยว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่ เขายังโกรธฉันอยู่มั้ยนะ? อาหารมื้อนี้ดูพิเศษจนฉันเริ่มกลัวว่ามันจะเป็นอาหารมื้อสุดท้ายหรือเปล่าที่เราจะได้ทานนั่งด้วยกัน หลังจากนี้เขายังจะเป็นเสี่ยขาของฉันอยู่มั้ยหรือว่าจะหยุดความสัมพันธ์ไว้แค่นี้... ยิ่งคิดยิ่งอ่อนไหวจนไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำตาใสเอ่อคลอจนไหลออกมาอาบแก้มตั้งแต่ตอนไหน “คุณกอบัวร้องไห้ทำไมครับ!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD