บทที่ 1 ปวีร์รตา
วันพฤหัสตอนใกล้จะสามทุ่ม ลูกค้าในร้านคอฟฟี่วี (Coffee V) สองคนสุดท้ายเพิ่งจะลุกจากโต๊ะ ค่ำคืนวันธรรมดาอย่างนี้ก็ยังมีคนนั่งดื่มกาแฟกันจนถึงเวลาร้านปิด ส่วนใหญ่เป็นขาประจำที่กินข้าวเสร็จก็แวะมาจิบกาแฟกันสักแก้วก่อนกลับบ้าน จะมีก็แค่วันเงินเดือนออกเท่านั้นที่ลูกค้าจะบางตาหน่อย เพราะไปปล่อยผีกันสุดเหวี่ยงที่ร้านเหล้าแทนร้านกาแฟ
คอฟฟี่วี เป็นร้านกาแฟเล็กๆ คูหาเดียวที่อยู่ห้องริมสุดในแถวอาคารพาณิชย์ติดถนนสี่เลน มีคอนโดมิเนียมขนาดเล็กสูงแปดชั้นดีไซน์น่ารักชื่อ คาซ่า โบนิต้า อยู่ด้านหลัง อาจเป็นเพราะทำเลดีและรสกาแฟเข้มหอมถูกใจ ประกอบกับตกแต่งร้านได้บรรยากาศเรียบง่ายน่านั่งด้วยผนังอิฐโชว์แนว หน้าต่างบานสูงใหญ่ และโต๊ะเก้าอี้ที่แบบไม่ซ้ำกันสักตัวแต่นั่งสบายเป็นที่สุด ทำให้ที่นี่มีลูกค้าขาประจำมาใช้บริการมากพอควร ทั้งที่เปิดขายได้ไม่ถึงปี
“ขอบคุณมากนะคะ ”
ปวีร์รตา สาวหล่อร่างสูงเพรียววัยยี่สิบแปดส่งเสียงล่ำลาลูกค้ามาจากด้านหลังเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่ซึ่งจัดวางอุปกรณ์ชงกาแฟนานาชนิด และยังมีตู้กระจกใส่พวกขนมเบเกอรียาวตลอดผนังอิฐสีธรรมชาติ
“บ๊ายบายค่ะ” ลูกค้าสาวสองคนสุดท้ายโบกมือให้เจ้าของร้านกับบาริสต้าอย่างคุ้นเคยก่อนจะออกประตูไป
วีร์เดินไปพลิกแผ่นป้ายเล็กๆ ตรงประตูจากเปิดเป็นปิด แล้วกดล็อกประตูหน้าร้าน
“พี่วีร์ อย่าเพิ่งล็อก ยังไล่ลูกค้าไม่หมดเลยค่ะ”
ธัญญ่า หรือ ย่า บาริสต้าสาวมองไปทางลูกค้าอีกคนหนึ่งซึ่งนั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ที่เคาน์เตอร์ตรงข้ามกับเธอ
“ยังเหลือติ่งเกาะแก้วลาเต้อยู่ตรงนี้อีกคนค่ะ” หญิงสาวพยักพเยิดมาทางทอมร่างเล็ก
คนที่ถูกพาดพิงเป็นทอมหน้าตาละอ่อนอายุประมาณยี่สิบสอง เธอมีดวงตาสีนิลกลมโต ขนตาตรงยาวเหมือนกระต่าย แววตาคู่นั้นมีความฉลาดเฉลียวและขี้เล่น
“ผมไม่ได้ชื่อติ่ง ผมชื่อ ปุริมปรัชญ์ ชื่อเล่นว่า ปู่ คู่กับ ย่าไง” สาวหล่อน่ารักชี้ที่ตัวเองแล้วตวัดนิ้วไปที่อีกฝ่ายซึ่งกำลังยืนเช็ดเคาน์เตอร์อยู่
“ปู่แป่อะไร เราน่ะเพื่อนเรียกไอ้เปี๊ยกไม่ใช่เหรอ” วีร์พูดกลั้วหัวเราะ
เพราะปุริมปรัชญ์เป็นรุ่นน้องเรียนตกแต่งภายในมากับปวีร์รตา แถมเป็นลูกค้าขาประจำที่มาทุกวันและทุกเวลาที่ว่าง ซึ่งปู่มันก็ว่างทั้งวันนั่นละ เพราะที่บ้านรวย พี่ๆ หลายคนก็ทำงานกันหมด และเพราะปู่เป็นลูกหลงที่มาเกิดเอาตอนที่พี่ๆ โตกันหมดแล้ว ในสายตาพวกเขาจึงยังเห็นว่าปู่เป็นเด็กอยู่เสมอ เลยไม่ยอมแบ่งงานให้ทำสักที
“หูย พี่วีร์ ผมเปลี่ยนชื่อเป็นปู่นานแล้ว ตั้งแต่เจอย่าเนี่ยละ” ทอมร่างเล็กยิ้มตาหยีมองสาวตรงหน้าด้วยแววตาหวานฉ่ำ แต่สาวเจ้ากลับหันหลังให้ เสเอาของไปจัดวางที่ชั้นด้านหลัง
“ว่าแต่ผู้หญิงเขายอมเป็นย่าของนายแล้วเหรอวะ” วีร์มองลูกน้อง เธอกำลังเช็ดแก้วทำหน้าตาเฉยเหมือนไม่ได้ยินว่าตัวเองกำลังเป็นหัวข้อสนทนา
“ยอมไหมฮะ ย่า” คนที่ตั้งตัวเป็นปู่หันมาช้อนตาถาม
“พี่วีร์ สงสัยพี่จะลืมแล้วว่าต้องเอาเค้กวันเกิดกับกาแฟดริปเย็นไปส่งนะคะ” ธัญญ่าเงยหน้าขึ้นมาพูดกับวีร์ ไม่สนใจคำถามของปู่
“เออ จริงด้วย พี่ลืมไปเลย” วีร์พลิกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา “กาแฟอยู่ในตู้เย็นใช่ไหม”
“ดริปใส่ขวดไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ แค่ใส่กล่องของขวัญก็พร้อมส่ง แล้วตอนนี้น้องโบก็มาพอดีเลย” ย่าตอบพลางมองไปที่ประตูหน้าร้าน
“อ้าว โบ”
วีร์เดินไปเปิดประตูให้สาวน้อยที่กำลังยืนอยู่หน้าร้าน ในมือของ โบนิตา ถือกล่องเค้กใบใหญ่สีส้มอ่อนผูกริบบิ้นผ้าโปร่งสีเงินสวยน่ารัก
“แหม คุยกันเพลินเลยนะ ไอ้เราก็ถือกล่องเค้กใบเบ้อเร่อ ไม่มีมือจะเคาะประตู โบยืนถลึงตาเรียกพี่วีร์ก็แล้ว ย่าก็แล้ว ไม่มีใครหันมาซักกะคน”
สาวสวยวัยยี่สิบสี่ก้าวเข้ามาในร้าน เธอไว้ผมหน้าม้า ด้านหลังปล่อยยาวเคลียไหล่ เส้นผมของเธอเป็นสีน้ำตาลอ่อนเงางามและหยักศกตามธรรมชาติ มันกอดกันเป็นพวงน่ารักแม้จะดูยุ่งนิดๆ
“ถ้าถลึงตาแล้วเรียกทุกคนให้หันไปมองได้นี่ ไม่ธรรมดาแล้วฮะ เจอแบบนี้ก็ตัวใครตัวมันละ” ปู่แซวโบเพราะคุ้นเคยกันดี
“เดี๊ยะๆ” หญิงสาวที่มาใหม่แกล้งถลึงตาใส่คนพูด
“โอ๊ย อย่าเข้ามาใกล้ผมนะ ผมมีพระ” ปู่แกล้งปิดหน้าแต่แอบดูผ่านร่องนิ้ว
โบนิตาไม่เคยห่วงสวย เมื่อเธอทำท่ายื่นหน้าถลึงตาใส่ปู่อีกที มันจึงไม่ได้น่ากลัวแต่ดูน่ารักน่าชังเสียมากกว่า ความจริงแล้วดวงตาของโบนั้นสวยหวานชวนฝันทีเดียว ผมหน้าม้าเน้นให้ดวงตากลมโตสีน้ำผึ้งดูโดดเด่นสดใส ขนตายาวงอนน่ารัก ใครเห็นก็อดจ้องมองด้วยความเผลอไผลเสียไม่ได้
แต่ที่ไม่เหมือนใครก็ตรงที่โบเป็นหญิงสาวที่ตรงกลางลูกคางเป็นรอยบุ๋มนิดๆ ไม่ได้เป็นรอยเด่นชัดขนาดที่หนุ่มๆ มีกัน แต่วีร์ก็มักจะล้อเธอเล่นว่าเป็นผู้หญิงอะไร ทำไมมีคางบุ๋ม หน้าหล่อเหมือนพระเอกหนังสมัยโบราณ แล้วเธอก็จะค้อนงอนวีร์ไปทุกที ทั้งที่จริงคางบุ๋มของโบนั้นทำให้ใบหน้าของเธอเก๋ชวนมองทีเดียว
“วุ้ย ต่อให้โบเป็นผีก็ไม่เสียเวลามาหลอกหมากระเป๋า เอ๊ย! ทอมกระเป๋าอย่างนายหรอก ชิ ขนาดมาเฝ้าเช้าเฝ้าเย็น สาวเขายังมองข้ามไปโน่น ก็เพราะตัวเท่าเมี่ยง” โบแกล้งพูดแซวปู่พลางมองข้ามศีรษะของอีกฝ่ายไป เพราะปู่ตัวเล็ก และสาวย่าก็ไม่สนใจแม้แต่จะมองจริงๆ เรื่องนี้เป็นปมด้อยของปู่ที่สุดแล้ว
“โห ผู้หญิงอะไร อ้วนแล้วยังปากจัดอีก” ปู่ย้อน
วีร์ยืนยิ้มฟังสองคนนี้ต่อปากต่อคำกันเป็นปกติ อันที่จริงโบนิตาก็ไม่ได้อ้วนสักหน่อย มันแค่เป็นสิ่งที่เธอกังวลใจเสมอๆ กลัวว่าจะอ้วนก็เท่านั้น อันที่จริงเธอก็รูปร่างกำลังดี สดใสและมีน้ำนวล ไม่ได้ผอมหุ่นนางแบบอย่างธัญญ่า
“ชิ คิดไม่ทันก็มาว่าเราอ้วน ทีหลังหามุกใหม่ๆ บ้างนะ” โบย่นจมูกใส่ แล้วหันมาคุยกับวีร์
“พี่วีร์ เราเอาของไปส่งกันเถอะ ป่านนี้ลูกค้ารอแล้ว” โบหันมาพูดกับวีร์
“อ้าว พี่ต้องไปด้วยเหรอ นี่นึกว่าจะฝากกาแฟไปกับโบอยู่เลยนะ ขวดเล็กนิดเดียว” วีร์แกล้งพูดหน้าตาย และก็อมยิ้มเมื่ออีกฝ่ายโวยขึ้นมาทันที
“อะไรเนี่ย พี่วีร์จะให้โบเอาเค้กกับกาแฟไปส่งที่ห้องนายวริศคนเดียวจริงๆ เหรอ เขาน่ะจอมเจ้าชู้กะเรี่ยกะราดมือไวสุดๆ ใครๆ ก็รู้ ถ้าโบโดนฉุดเข้าห้องจะทำไงเนี่ย พี่วีร์อะทำไมไม่ขึ้นไปเป็นเพื่อนโบ ใจคอทำด้วยอะไรคะ” สาวน้อยใส่ไม่ยั้ง ดวงตาสีน้ำผึ้งกลมโตจ้องมองวีร์ไม่วางตา แต่ดูก็รู้ว่าเธอไม่ได้โกรธจริงจัง แกล้งพูดต่อว่าเล่นๆ เสียมากกว่า
“ขืนนายวริศมาทำรุ่มร่ามกับโบ พี่ว่าคงโดนทุ่มด้วยเค้กวันเกิดของตัวเองแน่” วีร์พูดพลางหยิบเอาขวดโคลด์ ดริป คอฟฟี่ ที่ย่าหยิบจากตู้เย็นจัดใส่กล่องของขวัญทำจากไม้ฉำฉาดีไซน์เก๋มาไว้ในมือ แล้วเดินไปเปิดประตูให้โบ
“ปะ” วีร์พูดเพียงเท่านั้น
โบค้อนจนหน้าเชิดแล้วเดินนำออกไป “ชิ...ไปดีๆ ซะแต่แรกก็ไม่ได้ ต้องให้โวยกันเสียก่อน”