เมื่อกลับมาตอนเกือบเที่ยง โบแยกไปทำเค้ก ส่วนวีร์รีบเข้าประจำการหลังเคาน์เตอร์เพราะลูกค้าเริ่มทยอยกันเข้าร้านแล้ว ธัญญ่ากำลังทำกาแฟมือเป็นระวิง ลูกค้าขาประจำที่นั่งดูทุกวันจนจำได้อย่างปู่โดดเข้ามาช่วยย่าอยู่ก่อนแล้ว พอเห็นวีร์เดินเข้าประตูมาก็ร้องบอก
“พี่วีร์ค้าบบบ...ผมชงกาแฟจนตูดบิดแล้วค้าบบบ...”
“เอ็งชงท่าไหนของเอ็งวะ มา...พี่ดูแลต่อเอง ขอบคุณมาก” วีร์รีบหยิบผ้ากันเปื้อนสายหนังสีน้ำตาลมาคาดเอว แล้วตบไหล่ทอมเล็กพริกขี้หนูที่กำลังเหงื่อออกขึ้นเป็นแนวเหนือริมฝีปาก
“หนูบอกไม่ต้องช่วยก็ไม่ยอมค่ะพี่วีร์ นายคนนี้วุ่นวายมากๆ”
“อ้าว เสียใจนะเนี่ย” ปู่ทำหน้าเศร้า ดวงตากลมโตเหมือนลูกกระต่ายกะพริบปริบๆ
“ก็จริงนี่ บอกให้นั่งเฉยๆ ก็ไม่เชื่อ” หญิงสาวรู้สึกผิดขึ้นมาเลยเสียงอ่อน
เธอมองอีกฝ่ายเหมือนจะบอกให้รู้ว่าไม่ได้ตั้งใจจะทำให้น้อยใจ เพราะความจริงปู่ก็ช่วยให้งานไหลลื่นกว่าที่เธอจะทำอยู่คนเดียว เพราะปู่ทั้งล้างถ้วย เก็บโต๊ะ เช็ดโต๊ะ เก็บเงิน ทอนเงิน ปล่อยให้ย่าแสดงฝีมือทำกาแฟอย่างเดียวเท่านั้น ย่าน่ะไม่เหนื่อยเท่าปู่เลยด้วยซ้ำ พอเห็นตาปรอยๆ เหมือนจะน้อยใจของปู่ เธอเลยรู้สึกผิด
“แต่ช่วยก็ดีแล้ว” เธอยอมรับเบาๆ
“ฮี่ ฮี่” ปู่ยิ้มยิงฟันขาว
“เข้าทางมัน” วีร์พูดเบาๆ ยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน
“โห...พี่วีร์อ่า กำลังจะดีแล้วเชียว” ทอมน้อยเจ้าเล่ห์ก้มลงเอาหัวโขกเคาน์เตอร์ดังปึก
บาริสต้าสาวจึงรู้ว่าเกือบใจอ่อนรู้สึกผิดเพราะหลงมายาร้อยเล่มเกวียนของเจ้าทอมน้อยจอมกะล่อน เธอจึงค้อนคม แล้วไม่สนใจปู่อีกเลย
ช่วงพักเที่ยงของเหล่ากองทัพพนักงานออฟฟิศผ่านพ้นไป ลูกค้าเริ่มซาลงเอาตอนบ่าย ทุกคนได้นั่งพักกินข้าวและจิบกาแฟของตัวเองเรียกพลังอยู่ชั่วโมงกว่า หลังจากนั้นสมาร์ตโฟนของย่าก็ดังขึ้นมา ทีแรกวีร์คิดว่าเป็นโทรศัพท์ของเธอเพราะใช้เสียงสายเรียกเข้าเพลงเดียวกัน แต่พอเห็นย่าถือโทรศัพท์ออกไปคุยนอกร้าน ถึงได้รู้ว่าเป็นสายของย่า หลังจากนั้นย่าก็เดินมาพูดกับวีร์
“พี่วีร์คะ ช่วงนี้ลูกค้าซาแล้ว ย่าขออนุญาตไปไปรษณีย์ตรงสี่แยกนี่แป๊บหนึ่งได้ไหมคะ”
“อ๋อ เอาสิ” วีร์พยักหน้า
“ย่าจะรีบไปรีบมาค่ะ”
“โอเคจ้ะ”
“ให้ปู่ไปส่งนะฮะ”
“ไม่ต้องค่ะ ขอบคุณ”
สายตาที่หญิงสาวตอบกลับมานั้นเข้มข้นพอที่จะทำให้ทอมน้อยคอย่น และนั่งดื่มกาแฟของตัวเองไปเงียบๆ แต่หลังจากย่าออกไปแป๊บเดียว ปู่ก็ลุกขึ้น
“พี่วีร์ เดี๋ยวปู่มาฮะ”
“อ้าว อะไรของมันวะ” วีร์ส่ายหัวให้ทอมน้อยตากระต่าย แต่ปู่ก็อย่างนี้ละ ถ้าไม่มีย่าเธอก็คงจะไม่มานั่งอยู่ที่ร้านกาแฟทั้งวันอย่างนี้
พอเริ่มเข้าบ่ายสามโมงกว่าก็มีลูกค้าอีกจำนวนหนึ่งเข้ามานั่งดื่มกาแฟในร้านแก้ง่วง ดีที่ย่ากลับมาทันเวลา และปู่ก็ตามมาติดๆ เหมือนถูกผูกติดกันไว้ ช่วงสี่โมงเย็นเหลือลูกค้านั่งจิบกาแฟอยู่เพียงโต๊ะเดียว วีร์จึงได้ปลีกตัวไปจัดการเรื่องสต๊อกของที่ตั้งใจจะทำในวันนี้
เธอขลุกอยู่ในห้องทำงานของตัวเองทั้งวัน ได้ยินเสียงปู่ชวนย่าคุยกระจุ๋งกระจิ๋ง ไม่ได้หยุดปาก แต่ก็ไม่ได้สนใจว่าคุยเรื่องอะไรกันนักกันหนา เพราะปู่หาเรื่องมาคุยได้ทุกวัน ทั้งวี่ทั้งวันอยู่แล้ว อย่างว่าละ คนมันรักมันชอบก็อยากจะอยู่ใกล้ๆ และเรื่องคุยไปเรื่อยเนี่ยไม่เป็นปัญหาสำหรับปู่ ดูปากหยักๆ บางๆ จิ้มลิ้มนั่นก็พอจะรู้
จนใกล้จะสามทุ่มวีร์จึงได้เสร็จงานเอกสารของเธอ เดินออกมาด้านหน้าร้านพลางเอี้ยวตัวไล่ความเมื่อยขบ ดีแล้วที่เธอตัดสินใจไม่ไปบ้านคนทำบัญชี ไม่อย่างนั้นงานที่คั่งค้างมาหลายวันจนเป็นดินพอกหางหมูคงไม่เสร็จแน่
ตอนที่ลูกค้าสองคนสุดท้ายเดินออกไปจากร้าน โบก็มาชวนให้วีร์ไปเป็นเพื่อนเธอเพื่อเอาเค้กไปส่งที่ห้องของนายวริศ วีร์ทำเป็นอิดออดไปนิดหน่อย เธอชอบดูโบทำง้องแง้งใส่ ดวงตากลมโตค้อนคมนัก ถ้าวีร์ยังไม่ยอมทำตามใจ ก็จะมีลูกอ้อนตามมา ซึ่งวีร์ก็ไม่เคยใจแข็งกับเธอได้เลย
โบนิตาก้าวเท้ายาวๆ เดินตามคนที่เดินอยู่ข้างหน้า วีร์สูงเสียจนแข้งขายาวเวลาเดินแม้จะดูสบายๆ ไม่รีบร้อน แต่ขนาดโบก็ใช่ว่าจะเตี้ย ยังต้องรีบจ้ำตามเพราะเดินไม่ทัน หญิงสาวค้อนใส่แผ่นหลังของคนที่เดินถือกล่องเค้กกับกาแฟด้านหน้า
“พี่วีร์เดินช้าหน่อยสิ แหม ไม่รอโบเลย”
“อ้าว ขอโทษที” อีกฝ่ายหยุดรอ
โบเกือบจะปลื้มแล้ว ถ้าไม่มีประโยคตามหลัง
“ลืมไปว่าโบขาสั้น”
“พี่วีร์ หยาบคาย” เธอตีเผียะเข้าให้ที่แขน เลยเกือบทำให้ขวดโคลด์ ดริป คอฟฟี่เกือบหล่น
“เฮ้ยๆๆ” อีกฝ่ายคว้าไว้ได้อย่างหวาดเสียว “เกือบไปแล้วยัยโบ”
“ขอโทษที” โบทำหน้าทะเล้น แล้วชวนคุย “นายวริศนี่ชอบกาแฟดริปเย็นเหรอคะ”
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เขาสั่งมาอย่างนี้”
“นั่นสินะ คนที่รู้ว่านายคนนั้นดื่มอะไรเป็นประจำน่าจะเป็นย่า”
“เหรอ ทำไมล่ะ”
“พี่วีร์ไม่รู้อะไร นายวริศเนี่ย โบเคยเห็นเขามานั่งดื่มกาแฟตรงเคาน์เตอร์บ่อยๆ นะคะ มันส่อเจตนาไหมล่ะ ถ้าเป็นลูกค้าคนอื่นพอได้กาแฟเขาก็เดินไปหาเก้าอี้นั่งสบายๆ ตามโต๊ะ แต่นายคนนี้ชอบนั่งใกล้ๆ บาริสต้า ระวังเถอะบาริสต้าของพี่วีร์จะโดนสอย” ท้ายประโยคโบทำเสียงกระซิบกระซาบ
“ใครโดนสอย เจ้านัฐเหรอ”
“บ้า พี่วีร์คิดได้ไงเนี่ย” หญิงสาวพูดกลั้วหัวเราะ นึกภาพหนุ่มที่ชื่อวริศทำตาหวานเชื่อมใส่ทอมนักกล้ามแล้วก็อดที่จะหัวเราะออกมาดังๆ ไม่ได้
“ถ้าเป็นย่า รายนั้นไม่ต้องห่วงหรอก ปู่เขานั่งกันท่าเป็นเจ้าที่อยู่ทั้งคน” วีร์พูดยิ้มๆ
วีร์พูดถูกอยู่อย่างหนึ่ง เพราะหลังจากนี้โบก็ไม่ต้องห่วงเรื่องความเจ้าชู้ของชายหนุ่มที่ชื่อวริศอีกต่อไป