บทนำ แรกพบสบตา
บทนำ
เมื่ออากาศร้อนอบอ้าวในช่วงบ่ายผู้คนส่วนมากมักจะอยู่กันในที่ร่ม ตากแอร์เย็นๆ ที่บ้านไม่ก็ห้างสรรพสินค้าอย่างสบายอารมณ์ แต่มีบางกลุ่มที่ชอบเดินตลาดกลางแจ้งมากกว่า ตลาดที่ไม่ใช่ตลาดสด แต่รวมของแปลกและสวยงาม ซึ่งเป็นที่นิยมแก่ชาวต่างชาติจำนวนมาก
ร่างสูงเดินเข้าตามตรอกซอยที่เป็นทางเล็กๆ ซึ่งมีร้านค้าขนาบอยู่สองข้าง พอเห็นคนเอเชียกลุ่มใหญ่ไม่ต่ำกว่าสิบเดินสวนมาเต็มพื้นที่ เขาก็หลบเข้าร้านน้ำมันหอมระเหย
ชายหนุ่มสะดุดตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงที่สวมเสื้อสายเดี่ยวคู่กับกางเกงยีนขาสั้น เธอรวบผมขึ้นและสวมหมวกแก๊ปทับ และตอนนี้กำลังนั่งบนส้นเท้าที่สวมเพียงรองเท้าแตะ
แม้จะมีปีกหมวกบดบังใบหน้าบางส่วนแต่เธอยังดูโดดเด่น
เธอกำลังเลือกกลิ่นน้ำมันหอมระเหย หยิบขวดตัวอย่างขึ้นสูด แล้วหยิบขวดใหม่ขึ้นมาทำซ้ำ
ใบหน้าของเธอบิดเบ้ คิ้วขมวดเข้าหากัน...จนมาถึงขวดสุดท้าย หญิงสาวเผยยิ้มออกมาจางๆ ก่อนจะหลับตาพริ้มแล้วยกขึ้นสูดเบาๆ อีกครั้ง
ริมฝีปากบางยิ้มกว้าง เผยใบหน้าเรียบเนียนที่ดูอ่อนเยาว์และมีชีวิตชีวา
“กลิ่นนี้ฉันจะเอาไปไว้ในห้องน้ำ กลบกลิ่นขี้แกดี” เธอหัวเราะยกใหญ่
“นี่ปากเหรอยะ!” เพื่อนที่ถูกกระแซะถลึงตาใส่อย่างอายๆ
“ฝรั่งทั้งนั้นอายไร ไหนบอกว่าเบื่อผัวเก่าแล้ว อยากได้ผัวใหม่”
คำพูดคำจาล้างความอ่อนหวานบนใบหน้าไปสิ้น
ผู้หญิงสมัยนี้นี่ดูแรงดีจริงๆ
หลังจากจับตัวทดลองขึ้นมาดมอยู่หลายที ในที่สุดภัคจิราก็ได้สามกลิ่นที่พึงใจ “ซีดาร์ช่วยให้ตื่นตัว กระดังงาช่วยให้ผ่อนคลาย ส่วนจูนิ
เพอร์เบอรี่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดเซลลูไลท์!”
“มีหลายกลิ่นแบบนี้ ไม่มึนหัวตายเหรอวะ” เอมิกาทึ่งกับเพื่อนที่หยิบน้ำมันหอมระเหยมาเต็มตะกร้า
“มันหมดเร็ว ต้องเอาไปเยอะๆ นานๆ ทีฉันจะว่างมาช้อป”
เนื่องจากปีนี้อายุของเธอย่างเข้าเลขสาม ทั้งตำแหน่งและหน้าที่การงานก็มีความเครียดสูง เพราะฉะนั้นเธอจะต้องดูแลตัวเองให้ดูสดใสและผ่อนคลายอยู่ตลอดเวลา
ภัคจิราลุกขึ้นเพื่อจะเดินไปชำระเงิน ซึ่งขณะนั้นเธอเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังมองตรงมาทางเธอด้วยสายตาที่แสดงออกว่าดูแคลน!
ผู้ชายคนนั้นสวมเสื้อยืดสีเทาคอวีกับกางเกงขาสั้นสีมัสตาร์ด ผมของเขาตัดสั้นและเป็นทรง แม้จะไม่ได้ลงเจลจัดไว้เหมือนผู้ชายหลายคน ปล่อยให้มันเป็นธรรมชาติ แต่ก็ยังดูดี ไม่ยุ่งมาก
มองหาพระแสงอะไร!?
เธอเสตาดูเครื่องหอมอย่างไม่ใส่ใจ พอผ่านไปพักหนึ่ง เธอเสตากลับก็เห็นว่าผู้ชายคนนั้นไม่ได้ยืนอยู่จุดเดิมแล้ว
“วาฬ คิวแกแล้ว” เพราะเห็นว่าภัคจิราเหม่อไปทางหนึ่ง เอมิกาจึงทัก “ซื้อไปฝากพี่แก๊บด้วยสิ จะได้คืนดีกันเร็วๆ”
“เหอะ ไม่ติดโลโก้แบรนด์เนมดังเขาไม่ดมหรอก แบรนด์ตลาดนัดอย่างนี้อย่าหวังว่าคุณชายจะแตะ”
“แต่คนมีฐานะเขาก็ใช้แบรนด์เนมกันไม่ใช่เหรอ แม้แต่วาฬก็ยังใช้…” ดารินที่เป็นเพื่อนกับภัคจิราเปรยด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้เธอทำงานเป็นเลขาให้กวี
“…แหมมม แต่ฉันไม่ได้ใช้ทุกอย่างอย่างเขานะ กับข้าวริมทางฉันก็กินได้ แต่เขาน่ะเหรอ ยอมอดข้าวจ้า”
“…วาฬ” เอมิกากดเสียงลงต่ำ เมื่อเห็นว่าดารินหน้าเสีย “ดิวมันแค่อยากให้แกมองสองด้าน” เอมิกาลูบหลังคนหัวร้อน “ถึงจะบ้าแบรนด์แต่ก็ตังค์เขา ไม่ได้ขอแกนี่ ถ้ามองดีๆ ข้อดีของเขาก็เยอะอยู่ หล่อ หน้าที่การงานดี การเงินเลิศ ไม่งั้นแกจะยอมคบกับเขาทำไม”
“เพราะตอนนั้นฉันยังไม่เห็นธาตุแท้เขาไง เวลาที่ทะเลาะกันหลายครั้ง ฉันถึงต้องถูกโบ้ยให้เป็นฝ่ายผิด ทั้งที่ฉันไม่ผิด!” เมื่อชำระค่าน้ำหอมเสร็จภัคจิราก็เดินไปที่ร้านขายของตกแต่งบ้านซึ่งอยู่ข้างกัน “ดิว แกทำงานกับพี่แก๊บ แกว่าเขาเป็นคนยังไง แล้วถ้าแกเป็นฉัน แกจะแต่งงานกับเขาไหม”
“ทำไมถามงี้วะ หรือว่าแกจะ…”
“แต่งสิ” ดารินยืนยันเสียงแข็ง “ผู้ชายอย่างพี่แก๊บมีคนเดียวบนโลกนะ ผู้ชายที่ดีทั้งรูปลักษณ์ หน้าที่การงาน ที่สำคัญรักวาฬมาก วาฬจะทิ้งได้ลงคอเหรอ”
“ไม่รู้สิ…นอกจากดอกไม้หรือของขวัญที่เขาสั่งแกส่งมาให้ เขาก็ไม่เคยลงแรงทำอะไรให้ฉันเลยนี่ อ้อ มีอย่าง เลี้ยงข้าวทุกมื้อ แล้วก็ซื้อของแพงๆ ให้”
“อย่าคิดมากสิ พี่แก๊บเขารักวาฬมากนะ”
“ก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้นนะ…”