มุกตาภามองผลการประกวดผลงานตรงหน้าอย่างพอใจเมื่อบริษัทของเธอได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในตัวแทนเพื่อร่วมออกแบบเครื่องประดับชิ้นสำคัญของประเทศ เธอและทีมงานต้องทำงานอย่างหนักเพื่อส่งผลงานเข้าแข่งขันกว่าสองเดือนตั้งแต่เธอเข้ามารับช่วงต่อจากเพียงอรทำให้งานนี้เป็นงานใหญ่งานแรกและเธอตั้งใจเป็นอย่างมาก หญิงสาวทำความเข้าใจกำหนดการเข้าเตรียมงานอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนจะเริ่มสงสัยข้อมูลบางอย่างจึงเอ่ยถามวิชาญที่กำลังนั่งตรงกันข้ามโต๊ะทำงานของเธอในขณะนี้
“ในนี้บอกว่ามีอ**บริษัทที่ได้รับคัดเลือกกับเรา คือบริษัทอะไรคะ มุกไม่เห็นมีรายชื่อในนี้”
“ปกติงานนี้จะแจ้งเฉพาะผลของแต่ละบริษัทเท่านั้นครับ อ**บริษัทที่ได้เราจะไม่รู้ว่าเป็นใครจนกว่าจะถึงวันประชุมรวมตัวอาทิตย์หน้า”
มุกตาภาพยักหน้าอย่างรับรู้ก่อนจะปรึกษาเรื่องงานกับวิชาญอีกครู่ใหญ่ เมื่อแน่ใจว่าข้อมูลทุกอย่างชัดเจนและแจกจ่ายให้ลูกทีมอย่างเรียบร้อยแล้ว เธอและเขาจึงเตรียมตัวแยกย้ายกันไปกินอาหารเที่ยงซึ่งปิ่นมณีที่ตอนนี้ได้มาทำงานเป็นเลขาของเพื่อนสาวได้มารอที่ร้านอาหารอยู่ก่อนแล้ว
“เธอสั่งอาหารไว้หรือยังปิ่น” มุกตาภาถามอีกฝ่ายทันทีที่เจอหน้า
“สั่งแล้วล่ะและก็สั่งเค้กมะพร้าวไว้ให้แล้วด้วยนะ” ปิ่นมณีเอ่ยไปถึงเมนูโปรดของอีกฝ่ายซึ่งมุกตาภาก็พยักหน้ารับอย่างอารมณ์ดีก่อนจะชวนคุยไปถึงเรื่องอื่นๆ ระหว่างรออาหาร
“แล้วพี่ชลเป็นยังไงบ้างมุก ได้คุยกันหรือยัง”
“คุยกันตั้งแต่เมื่อวานตอนที่พี่ชลไปถึงแล้วล่ะ แต่ท่าทางเขายุ่งๆ และฉันอยากให้เขาพักก่อนด้วยเลยคุยกันแค่นิดหน่อย”
“คราวนี้เขาจะไปนานเลยเหรอ แปลกจังนะ นอกจากตอนเรียนต่อที่อังกฤษก็ไม่เคยเห็นไปไหนนานๆ แบบนี้”
“คงเป็นงานสำคัญจริงๆ แหละเห็นย้ำอยู่บ่อยๆ ว่าเขาต้องไปจัดการด้วยตัวเอง แต่เขาบอกว่าถ้าเสร็จเร็วก็กลับเลยนะ อาจจะไม่ถึงสามเดือน อ่ะ...อาหารมาพอดี กินข้าวกันก่อนเถอะ ฉันหิวจะแย่แล้ว”
ปิ่นมณีพยักหน้าก่อนจะลงมือจัดการอาหารตรงหน้าตามเพื่อนสาวคนสนิทของเธอ
ทางด้านนอกร้าน พชรกำลังดับเครื่องยนต์หลังจากที่จอดสนิท เขาหันไปมองอัศนัยที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ใส่มือถือด้วยแววตาครุ่นคิดอยู่นานกว่าอัศนัยจะเริ่มรู้ตัวแล้วหันกลับมามองเขาที่กำลังทำสายตาคาดคั้น
“แกคุยกับใคร” พชรเปิดฉากสืบสวนทันที อีกฝ่ายเลยยกหน้าจอขึ้นโชว์อย่างไม่สะทกสะท้าน
“น้องสาวแกไง ได้กวนประสาทเพชรแต่เช้า สนุกดีออก” อัศนัยก้มลงกดโทรศัพท์ต่อ พชรหน้าเครียดเอ่ยขึ้นมาอย่างจริงจัง
“ครั้งแล้วตอนที่เกิดเรื่อง ฉันรู้ว่าแกไม่ได้ตั้งใจทำให้เพชรเข้าใจความรู้สึกของแกผิด ฉันเลยยังเป็นเพื่อนกันแกได้ แต่ครั้งนี้ถ้าแกตั้งใจทำให้เพชรเสียใจ แกรู้ใช่ไหมว่าฉันคงยอมไม่ได้”
อัศนัยเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างเข้าใจในคำพูดของเพื่อนรักดี ครั้งหนึ่งเพชรลดาเคยบอกรักเขา แต่ตอนนั้นเขาซึ่งกำลังมีปัญหากับบิดาจนตัดสินใจไปเรียนต่อเมืองนอกได้ปฏิเสธหญิงสาวพร้อมตัดความสัมพันธ์กับเธอในช่วงนั้นไปด้วยจนทำให้เพชรลดาเจ็บช้ำอย่างหนักจนหาทางถอยห่างจากเขาโดยไปคบกับชายที่ชื่อดลวีร์ เขาจึงค้นพบว่าเขาเองก็รู้สึกพิเศษกับหญิงสาว จากเหตุการณ์นี้ ถึงแม้สุดท้ายเพชรลดาจะคบกับคนรักไม่นาน แต่กว่าเขาจะกลับมาสนิทสนมกับอีกฝ่ายได้ก็ใช้เวลาอยู่เป็นปี แถมเพชรลดาเองก็ดูไม่สนิทใจกับเขาเท่าเดิมอีกแล้ว
“ฉันรู้ ทั้งแกและแม่ของแกคงฆ่าฉันแน่” อัศนัยเอ่ยอย่างเข้าใจ ไม่มีแววขี้เล่นเหมือนทุกครั้ง “แต่ครั้งนี้ฉันสัญญาว่าเพชรจะไม่เสียใจ”
พชรมองสายตาที่แน่วแน่มั่นคงของอัศนัยก่อนจะพยักหน้าเบาๆ แล้วทั้งคู่จึงพากันลงจากรถ แต่แล้วพชรก็นิ่งงันเมื่อมองเข้าไปในร้านจนเห็นมุกตาภา ร่างสูงเกือบก้าวขาวิ่งแต่สติที่ตามมาทันทำให้ขาทั้งสองข้างของเขาหยุดลง
“เป็นอะไรไอ้พัช คนรู้จักเหรอ” อัศนัยมองตามสายตาพชรก่อนจะหันกลับมามองเพื่อนของตน พชรถอนหายใจก่อนจะส่ายหน้าแล้วหันกลับไปเปิดประตูรถทันที
“ไม่มีอะไร ฉันว่าเราไปกินที่อื่นดีกว่า”
“เฮ้ย แต่ฉันหิวแล้วนะ” อัศนัยโวยวายแต่พอขึ้นรถไปเจอสีหน้าเคร่งเครียดของเพื่อนก็ตัดสินใจเงียบลง ชายหนุ่มมองไปที่หญิงสาวหน้าหวาน รูปร่างดูสูงโปร่งในร้านอย่างสงสัยแต่ก็เลือกที่จะไม่ถามเพราะดูจากท่าทางพชรแล้วถึงเขาถามไปอีกฝ่ายก็คงไม่ตอบอยู่ดี
พชรทิ้งสายตาไปทางมุกตาภาอีกครั้งก่อนจะถอยรถออกมา ชายหนุ่มพยายามทำใจให้นิ่ง คิดเอาเองเงียบๆ ว่าการหลีกเลี่ยงที่จะพบกับมุกตาภานั้นส่งผลดีต่อทั้งเขาและเธอที่สุดแล้ว ในเมื่ออย่างไรเส้นทางชีวิตของเขาทั้งสองคนก็ไม่มีทางที่จะบรรจบกันได้