ตอนที่2 รำคาญ

2504 Words
ทันทีคำพูดนั้นของมิราถึงหู ก็ยิ่งทำให้กระตุ้นเกิดคลื่นโทสะในใจคามิลเพิ่มมากขึ้น จนใบหน้าหล่อเหลาปรากฏขึ้นให้เห็นความโกรธอย่างไม่ปิดบัง “หยุดวุ่นวายกับกับฉันสักทีได้มั้ยยัยบ้า!” ตะคอกเสียงออกมาด้วยความโกรธจัดที่ต้องถูกเธอทำลายบรรยากาศความสุขของเขาอยู่ทุกครั้ง “...” แต่หากว่ามิราไม่ได้สนใจในสิ่งที่เขาพูดเลยด้วยซ้ำ เธอกลับปรายสายตาราวกับเหยี่ยวมองมาทางร่างสาวสวยซึ่งยังคงนั่งกองอยู่ที่พื้นแทน และเอ่ยถามหล่อนทั้งสองด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “พวกหล่อนชอบอ่อยสามีชาวบ้านมากเลยใช่มั้ย” “เฮือก!” ร่างสองสาวสวยทั้งสองสะท้านเฮือกหลังได้ยินคำถามนั้น ทำเอาพวกหล่อนถึงกับต้องรีบพากันยกผายฝ่ามือ ส่ายหน้าซีดเผือดเร็วๆ ด้วยความหวาดกลัว “ปะ เปล่านะคะ หนูไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยนะคะ!” “ชะ ใช่ค่ะ พวกเราไม่เคยคิดจะอ่อยสามีคุณพี่เลย เราแค่ทำงานเพื่อเงินเท่านั้นเองนะคะ” “อ้องั้นเหรอ แต่ที่ฉันเห็นคือพวกหล่อนพยายามอ่อยสามีฉันอยู่สักพักแล้วไม่ใช่เหรอ” คิ้วสวยเลิกขึ้นอีกครั้ง ดวงตาประกายคมน่าเกรงขามมองพวกหล่อนทั้งสองนิ่ง รอฟังคำแก้ตัวที่มันเข้าหูกว่านี้อีกสักนิด “ปะ…เปล่าๆ นะคะ ไม่ใช่เราไม่เคยอ่อยเลยจริงๆ ค่ะ” “ใช่ค่ะๆ จริงๆ นะคะ” สาวสวยทั้งสองพูดแก้ตัวจนลิ้นแทบพันกัน แต่คำพูดที่ฟังไม่ขึ้นทั้งตอแหลเหล่านั้น ทำให้มิราต้องกลอกตามองบนอย่างรู้สึกรำคาญ “ฉันไม่มีเวลามายืนดูพวกหล่อนตอแหลต่อหน้าฉันนานๆ หรอกนะ” มิราพูดด้วยน้ำเสียงกระด้างคล้ายอดทนมานานแล้ว ก่อนจะก้าวเท้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าอีกฝ่ายเตรียมจะพุ่งมือไปหยุมหัวเพื่อหวังตบสั่งสอนให้กับความกล้าดีที่พวกหล่อนมั่นหน้ามายุ่งกับคนของเธอทันที โดยไม่ทนฟังคำตอแหลอีกต่อไป “หยุดบ้าสักทีเถอะมิรา!!” แต่ในขณะนั้นเอง สุ้มเสียงซึ่งเปี่ยมไปด้วยแรงตวาดของคนที่ยืนฟังอยู่นานก็เอ่ยดังขึ้น พร้อมเอื้อมมือหนาเข้ามาคว้าท่อนแขนเล็กเอาไว้แน่นและออกแรงกระชากร่างมิรา ให้เธอหันกลับไปปะจันหน้าความเดือดดาลของเขาอย่างไม่ออมแรง พรึ่บ! “อ๊ะ!” ร่างมิราเซถลาหันกลับมาสบประสานสายตาคมกริบของคามิลที่มีเพียงความเกลียดชังและไร้เยื่อใยในตัวเธอตรงๆ “เมื่อไหร่เธอจะหยุดวุ่นวายกับชีวิตฉันสักที ฉันชักจะทนนังบ้าแบบเธอไม่ไหวแล้วนะ จะเล่นเป็นคนบ้าตามอาละวาดไปทุกที่เลยเหรอไง!” คามิลเอ่ยระบายความในใจที่อัดอั้นออกมาผ่านหลอดเสียงด้วยความโกรธทำราวกับเธอเป็นตัวน่ารำคาญทั้งน่ารังเกียจในสายตา ต่อหน้าเพื่อนชายที่ยืนกรอกสายตามองผัวเมียคู่นี้ทะเลาะกันสลับไปมาอย่างตะลึงอึ้งแบบเงียบๆ ตรงมุมห้อง ทั้งที่แม้ว่าเหตุการณ์ตรงหน้านี้พวกเขาจะเห็นจนเคยชินไปแล้วก็ตาม เพราะนี่มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น แต่มีหรือที่ผู้หญิงไม่เคยต้องอยู่ภายใต้อาณัติการควบคุมของใคร ทั้งอยู่ในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างมิราจะหยุดเชื่อฟัง ปล่อยให้เขาไปทำเรื่องไร้ยางอายโดยไม่สมควร พรึ่บ! เธอสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม ก่อนจะยกปลายนิ้วเรียวขึ้นมาแตะริมฝีปากของเขาและพูดด้วยน้ำเสียงและสายตาแฝงไปด้วยความเผด็จการ “ชู่ว หุบปากของคุณไปค่ะ” “อึก!” พูดจบ มิราก็หันขวับกลับมาสาวเท้าเดินพุ่งเป้าไปที่สาวสวยทั้งสองต่ออย่างไม่พูดพร่ำทำเพลง เอื้อมมือทั้งสองข้างไปคว้าดึงทึ้งเส้นผมสวยของหล่อนหน้าไม่อายทั้งสองให้เชิดหน้าขึ้นอย่างแรง “กรี๊ด!” “ชอบอ่อยมากใช่ไหมผัวคนอื่นนะ!” “ปะ เปล่านะคะ..” เพี้ยะ! “โอ๊ยย!!” เพี้ยะ! เพี้ยะ! “พี่คามิลช่วยพวกเราด้วย กรี๊ด!!” ฝ่ามือบางอันทรงพลังหวดตบสั่งสอนเข้าที่แก้ม ของใบหน้าซึ่งพบได้ทั่วไปในหมู่ของผู้หญิงหากินกับผู้ชายนับครั้งไม่ถ้วน จนร่างหล่อนทั้งสองเซไปนอนกองกับพื้นต่างร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด ท่ามกลางสายตาของเหล่าเพื่อนชายและคามิลที่ยืนกุมขมับอย่างหัวเสีย โดยไม่คิดจะห้ามปราม เพราะรู้อยู่แล้วว่าถึงเขาห้ามไปก็หยุดความระห่ำของเธอไม่ได้อยู่ดี จนกระทั่งหลายนาทีต่อมา คนที่สนุกอยู่กับการตบสั่งสอนชะนีที่เข้ามาเกาะแกะสามีของตนอย่างพอใจแล้ว มือข้างที่จิกหัวยุ่งเหยิงของอีกฝ่ายก็ยอมปล่อยออกจากหนังศีรษะของพวกหล่อน ก่อนจะสะบัดมือพร้อมถอนหายใจเบาๆ เช่นเดียวกับใบหน้าที่เป็นราวกับปีศาจในทีแรกก็ได้ผ่อนคลายลง เผยริมฝีปากเป็นยิ้มมองร่างซึ่งเต็มไปด้วยรอยแดงฟกช้ำนั่งสั่นสะท้านด้วยความกลัวตรงหน้าอย่างพอใจแทน “ครั้งนี้แค่เบาๆ เท่านั้นนะ ถือว่าฉันออมมือให้ละกัน แต่ถ้ามีครั้งหน้าอีกก็อย่าหาฉันไม่เตือน” “มะ ไม่เอาแล้วค่ะ ไม่เอาแล้ว ฮึก ฮือ” “พวกเราไม่กล้าแล้วค่ะ ฮึก ฮือ” พวกหล่อนรีบส่ายหน้ารัวๆ ทั้งน้ำตา เพราะความเจ็บจากการโดนตบสั่งสอน “ดีมาก” มิรายิ้มออกมาอย่างพอใจมากขึ้นกว่าเดิม และพูดกับหล่อนทั้งสองต่อด้วยรอยยิ้มอย่างใจเย็น “อีกอย่างถ้าเสร็จจากตรงนี้แล้ว หล่อนทั้งสองคนจะไปสถานีตำรวจเลยมั้ย เดี๋ยวฉันจะโทรทนายให้ตามไปทีหลัง” “ไม่ไปค่ะ ไม่ไป พวกเราไม่ไป” “งั้นเหรอ นึกว่าพวกหล่อนจะไปแจ้งความ แต่ถ้าไปเมื่อไหร่ก็บอกได้นะ…” พรึ่บ! “ยัยมิรา ตามฉันมาเดี๋ยวนี้!” “อ๊ะ!” ไม่ทันให้มิราได้พูดจบประโยค จู่ๆ คามิลได้เดินเข้ามาเอื้อมมือหนาคว้าท่อนแขนเล็กของเธอกระชากให้เดินตามเขาออกไปข้างนอกในทันที ปัง! “จะพาฉันไปไหนคะ?” เธอเอ่ยถามเสียงเรียบขณะยังคงโดนเขาสาวเท้าลากพาออกมายังหน้าบาร์ลับอย่างหัวเสียสุดๆ เพราะถ้าให้จำไม่ผิด ตั้งแต่แต่งงานกันมาสองปีกว่าก็น่าจะเป็นครั้งที่ร้อยแล้วมั้งที่เขาต้องเดินลากเธอออกมาอยู่แบบนี้ทุกครั้ง “หุบปากเน่าๆ ของเธอไปเลยยัยบ้า ฉันชักจะหมดความอดทนกับผู้หญิงประเภทเธอเต็มที่แล้ว” ว่าแล้วประโยคที่คามิลต้องพูดมา นั่นก็คือคำด่าทอที่เขาเอาแต่พูดกรอกหูเธอทุกวี่ทุกวันไม่ว่าจะเป็นตอนเช้า สาย บ่าย เย็นจนตอนนี้เธอแทบจะจำมันได้หมดแล้ว แต่แค่คำด่าทอจากลมปากผู้ชายหน้าตาดีเสียเปล่า นิสัยไม่เอาไหน วันๆ เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องผู้หญิงทำตัวเหมือนปลาไหลไปเรื่อย นึกเหรอว่าจะมาสะกิดให้เธอเจ็บใจเล่น ไม่ได้แอ้มฉันหรอกยะ! ริมฝีปากอวบอิ่มยกยิ้มตรงมุมปากอย่างนึกสนุก ก่อนเอ่ยปากพูดตอบกลับ จงใจยียวนกวนประสาทให้เขาหัวเสียมากขึ้นกว่าเก่าไปอีก “เมื่อเช้าฉันแปรงฟันแล้วค่ะ ก่อนหน้านี้แค่จิบกาแฟมานิดหน่อยคงไม่เหม็นมากขนาดนั้นมั้งคะ” “ฮึ้ย!” แน่นอนว่าเป็นไปตามคาด คามิลทำเสียงฮึดฮัดในลำคออย่างหมดคำจะพูด ก่อนออกแรงกำท่อนแขนเล็กของเธอแน่นและสาวเท้าลากพาเธอให้เดินออกตามเร็วขึ้น ลานจอดรถ พรึ่บ! เดินมาถึงข้างรถหรูที่จอดอยู่ คามิลก็รีบสะบัดมือออกจากท่อนแขนเล็กมิราทันที ยกมือขึ้นเท้าสะเอวพร้อมปั้นปากอย่างคนหัวเสียแบบสุดๆ “เธอไปให้พ้นหน้าฉันสักทีได้แล้วไป” “ฉันมาตามคุณกลับบ้าน ไม่ใช่ให้คุณมาไล่ฉันนะคะ” ดวงตาคมสวยหรี่ลงอย่างคาดคั้นเล็กน้อย ราวกับกำลังบีบบังคับให้ผู้ชายคนนี้ยอมเชื่อฟังแต่โดยดี แต่คามิลที่เห็นแล้วถึงกับแสดงสีหน้าลนลาน รีบเอ่ยปากโต้แย้งขึ้นมาทันที “กลับอะไรของเธอ ฉันเพิ่งมาถึงเองนะ!” แต่ก็อย่างที่บอกว่าผู้หญิงอย่างมิรา ถ้ามาตามถึงที่แล้วยังไงก็ต้องกลับ! “นั่นมันเรื่องของคุณค่ะ ก่อนหน้านี้คุณก็แวะไปอีกที่นึงมาก่อนแล้วไม่ใช่เหรอคะ” เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยคาดคั้นเขาด้วยสายตายิ่งกว่าเก่า อีแค่มุกลูกไม้ตื้นๆ ใช้กับเธอไม่ได้หรอก “กฎต้องเป็นกฎค่ะ ถ้าฉันมาตามคุณก็ต้องกลับ” “อึก!” มิราพูดน้ำเสียงเรียบแต่แฝงความยืนกรานหนักแน่น ไม่ยอมให้เขาได้โต้แย้งอะไรอีก จนคามิลเห็นความรู้มากของเธอแล้วถึงกับอ้าปากโต้เถียงไม่ออกไปชั่วขณะ “ว่าไงคะ คุณจะกลับบ้านดีๆ มั้ย แต่ถ้าขืนคุณยังไม่กลับฉันก็ไม่ยอมรับรองเหมือนกันนะคะว่าจะเกิดอะไรขึ้น” เธอยังคงถามคำถามยียวนกวนประสาทเขาไม่เลิกทั้งบีบบังคับเขาทางอ้อม ให้จำนนยอมกลับบ้านกับเธอโดยไม่มีข้อแม้ “ยัยบ้ามิรา เธออย่านึกว่าจะขู่ฉันได้ตลอดนะ ฉันบอกไว้เลยผู้หญิงประสาทเสีย น่ารำคาญแบบเธอไม่มีผู้ชายโง่ๆ ที่ไหนอยากได้หรอก!” “งั้นก็เป็นโชคดีของคุณแล้วล่ะค่ะ คุณสามี” ริมฝีปากอวบอิ่มปากลิปติกสีแดงสดระบายยิ้มออกมาอย่างประชดประชันมาใส่เขา ไม่มีท่ามีเกรงกลัวเลยสักนิด อย่าว่าแต่จะกลัวเลย เวลาเห็นหมอนี่หงุดหงิดทีไร เธอก็อดขำอยู่ในใจไม่ได้สักที ขนาดตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าใครจะเป็นประสาทก่อนใครกันแน่ “มิรา!” แต่คนที่ทำอะไรไม่ได้ ก็เหมือนหายใจฟืดฟาดโกรธหนักขึ้นเรื่อยๆ กับพฤติกรรมไม่แยแสของเธอ ทำให้เขาต้องตะคอกเสียงดังออกมาอย่างลืมตัวจนคนที่เดินสัญจรผ่านไปมาต้องหยุดหันมามองกันเป็นตาเดียว เมื่อเห็นว่ากำลังเป็นจุดสนใจของคนอื่น มิราก็กลอกตาสวยมองบนอย่างนึกเบื่อหน่ายให้กับความขี้โวยวายของเขาแวบหนึ่ง ให้ตายเถอะ แค่ให้กลับบ้านดีๆ มันยากอะไรหนักหนา มายืนโวยวายเป็นคนเสียสติไปได้ เอาแต่ใจเหมือนเด็กไม่เข้าเรื่อง มิราบ่นอุบอิบในใจก่อนถอนหายใจออกมาเบาๆ และเอ่ยถามคามิลด้วยสีหน้าเรียบนิ่งอีกครั้ง ขณะยืนมองเขาอย่างนึกรำคาญ “ฉันยืนอยู่ตรงนี้คุณจะแหกปากเสียงดังทำไมคะ ไม่อายคนอื่นบ้างเหรอ” ฟังมิราพูดจบ คามิลกลอกตาซ้ายขวามองคนรอบๆ ที่กำลังยืนเพ่งสายตามาทางเขาอย่างนึกสงสัย ก่อนใบหน้าจะพลันปรากฏความอับอายขึ้นมาให้เห็น “บ้าเอ๊ย เพราะเธอคนเดียวเลยยัยมิรา” เขาพึมพำเสียงเบาลง หันกลับมาถลึงตาใส่เธอด้วยความโมโหทั้งอับอายขายหน้า แต่ก็ยังทำอะไรเธอไม่ได้อยู่ดี อยู่กันมาตั้งสองปีกว่าแล้ว ไม่ยักรู้นะว่าหมอนี่รู้จักคำว่าอายเป็นเหมือนคนอื่นเขาด้วย มิราสูดหายใจลึกๆ เฮือกหนึ่งแล้วถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายกับความไม่เอาไหนของคามิลผู้ชายที่อยู่ในนามสามีเธอตอนนี้ ก่อนยกข้อมือขึ้นมาก้มดูเวลาบนนาฬิกาเรือนหรูราคาหลักหลายสิบล้านครู่หนึ่งและเงยหน้ากลับขึ้นมาพูดกับเขา “เอาล่ะ แทนที่จะยืนโวยวายไม่เข้าเรื่อง คุณรีบขับรถกลับบ้านเถอะ เดี๋ยวฉันมีนัดกับช่างทำเล็บต่ออีก ไม่ได้มีเวลาว่างมาตามคุณขนาดนั้นหรอกนะคะ” “แล้วใครใช้ให้เธอเป็นยายผีบ้ามาตามติดชีวิตฉันกันห๊ะ” คามิลพูดประท้วงกลับทันควันอย่างไม่พอใจสุดๆ กับการที่ต้องโดนเธอตามติดชีวิตมาตลอดสองปีกว่าตั้งแต่โดนบีบบังคับให้แต่งงานเพราะสัญญาบ้าบออะไรก็ไม่รู้ที่เขาไม่เคยเห็นด้วยเลยสักนิด ไม่ว่าจะไปนั่งดริ๊งกับสาวๆ ให้สบายใจที่ไหนก็แทบจะไม่เคยได้มีความเป็นส่วนตัวเลยสักครั้งเพราะต้องโดนยายนี้คอยระรานรังควานไปทุกที่ แม้กระทั่งเวลานั่งทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำยังไม่วายจะถูกเธอมาเคาะประตูเรียกดูความเคลื่อนไหวทุกสิบนาที ทำตัวอย่างกับเป็นเจ้ากรรมนายเวรตามหลอกหลอนมาแต่ชาติปางก่อน “ไม่ต้องพูดมากค่ะ ฉันจะไปหาทำช่างทำเล็บแล้ว อีกครึ่งชั่วโมงฉันจะโทรหาอีกที แต่ถ้าคุณยังไม่ถึงบ้าน ก็รอดูความพินาศแล้วกันนะคะ” เธอกระตุกยิ้มมุมปากอย่างไม่ได้สนใจที่เขาพูดเลยสักคำ ก่อนก้าวขาเรียวขยับเข้าไปใกล้ แล้วเขย่งเท้าขึ้นแตะริมฝีปากอวบอิ่มลงบนแก้มสากเขาทีเผลอ จุ๊บ “เฮ้ย!” คามิลสะดุ้งรีบก้าวเท้าถอยหลังกรูดออกห่างทันทีพร้อมตวาดเสียงใส่เธอด้วยความตกใจ “ทำบ้าอะไรของเธอยัยบ้า!” “ทำหน้าที่ภรรยาที่ดีไงคะ” เธออมยิ้มเล็กน้อย ทำหน้าไขสือไม่รู้ไม่ชี้ ยกมือขึ้นโบกมือลาเขา “บายค่ะ อีกครึ่งชั่วโมงเดี๋ยวฉันโทรหานะคะ” พูดจบมิราก็หันหลังเดินไปประตูรถหรูเตรียมขับออกไปทันที ปล่อยให้คามิลยืนอึ้งค้างอยู่ตรงนั้นไม่ทันได้เอ่ยโต้แย้งอะไรต่อ บรื้นน~ จนกระทั่งผ่านไปชั่วครู่ มารู้ตัวอีกผู้หญิงบ้าที่เขาว่าเกลียดนักเกลียดหนาก็ขับรถหรูจากไปแล้ว “โถ่เว้ย! ยัยบ้า ยัยประสาทเสีย ยัยสติไม่ดี อย่าคิดว่าได้ทีแล้วจะขู่คนอย่างฉันได้ตลอดนะ!” ใบหน้าหล่อคามิลเริ่มแดงก่ำเพราะความโกรธขึ้นอีกครั้ง เขาตะโกนปากด่าไล่ตามหลังรถหรูที่เพิ่งวิ่งจากไปอย่างหัวเสียถึงขีดสุดกับความหน้าหนาหน้าทนผิดมนุษย์มนายิ่งกว่ากาวตาช้างของผู้หญิงที่เขาต้องตบแต่งมาเป็นภรรยาแบบไม่มีเต็มใจแม้แต่นิดเดียว เพราะเขาด่ากี่ทีเธอก็ไม่มีความรู้สึกรู้สาสะท้านต่อมจิตสำนึกเลยสักนิด “อดทนอีกหน่อยไอ้คามิล ท่องไว้ๆ อีกไม่นานก็ได้หย่ากับยัยประสาทนี่แล้ว” เขายืนกัดฟันพูดกับตัวเองผ่านไรฟัน พยายามผ่อนลมหายใจเข้าออกให้ใจเย็นลงอย่างอดกลั้นอารมณ์อยู่ตรงนั้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD