ตอนที่1 ตามจิกหัว
ร้านกาแฟ
อืด อืด อืด~
เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูซึ่งถูกวางไว้บนโต๊ะส่งเสียงดังขึ้น ก่อนที่มือเรียวสวยจะหยิบขึ้นมากดรับสาย
ติ๊ด
“ว่าไง มีความคืบหน้ายังไงบ้าง”
(ค่ะ ตอนนี้เป้าหมายของคุณนั่งอยู่ในห้องวีวีไอพี หมายเลข 002ค่ะ) ปลายสายกล่าวรายงานอย่างละเอียดยิบ
“อืม แล้วมีใครอีกบ้างที่อยู่กับเขา”
(เอ่อ ที่มาด้วยกันเหมือนว่าน่าจะเป็นเพื่อนชายอีกคนกับเด็กเอ็นอีกสองคนค่ะ)
“เข้าใจแล้ว” ใบหน้าสวยพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ระหว่างที่ฉันถึงไปถ้ามีอะไรคืบหน้ารีบโทรหาฉันทันที”
(รับทราบค่ะ)
สิ้นเสียงตอบรับคำสั่งปลายสาย มือเรียวสวยทาเล็บสีแดงเลือดนกจึงกดวางสายในเวลาต่อมา ก่อนจะเอื้อมหยิบแก้วกาแฟร้อนบนโต๊ะตรงหน้าขึ้นมาดื่มอย่างใจเย็น
“กาแฟร้านนี้อร่อยดีจัง…”
กระทั่งผ่านไปสักครู่หนึ่งหลังจากดื่มกาแฟจนหมดแก้วแล้ว ร่างเพรียวบางจึงลุกจากโต๊ะเดินไปเช็กบิลหน้าเคาน์เตอร์ ก่อนสาวเท้าสวมรองเท้าส้นสูงเดินออกจากร้านไปขึ้นรถหรูซึ่งจอดอยู่ทางด้านหน้าและขับออกไปยังสถานที่หนึ่งในเวลาต่อมา
บรื้นนน~
บาร์ลับX
ใช้เวลาเพียงไม่นานมากนัก ในที่สุดรถหรูคันดังกล่าวก็ได้เคลื่อนขับเลี้ยวเข้ามาจอดยังลานจอดรถของบาร์ลับแห่งหนึ่งในใจกลางเมืองใหญ่
ไม่รอช้าที่บานประตูรถจะถูกเปิดออก ก่อนที่ขาเรียวสวยของร่างเพรียวบางในชุดเดรสลูกไม้รัดรูปสีดำแมสกับแว่นตากันแดดเบรนด์เนมสีดำและเครื่องประดับสร้อยเพชรมูลค่าหลายสิบล้านก้าวลงมาจากรถหรูอย่างเฉิดฉาย ชวนให้ดึงดูดสายตาของคนที่อยู่ในพื้นที่ละแวกนั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงด้วยกัน ต่างก็ต้องหันมามองอย่างตกตะลึงในความสง่างามออร่านี้กันเป็นตาเดียว
แต่ใครจะรู้ไหมว่าภายใต้กรอบแว่นกันแดด ใบหน้าสวยราวกับกลีบกุหลาบแรกแย้มนี้กลับอาบเคลือบไปด้วยยาพิษ
ตึก ตึก ตึก
ในนาทีต่อมา ฝ่าเท้าสวยไม่ลังเลที่จะสาวเท้าเดินตรงเข้าไปในบาร์ด้วยความมั่นใจ แต่หากว่าจุดประสงค์ของการเยือนที่นี่ในวันนี้ กลับไม่ใช่การมาหาความสำราญใจหรือผ่อนคลายเหมือนคนอื่นๆ แต่อย่างใด
กระทั่งท่ามกลางแสงไฟนีออนภายในบาร์ลับ ทันทีที่ร่างเพรียวบางเดินฝ่าฝูงชนซึ่งต่างกำลังอยู่ในความคึกคักมาหยุดตรงหน้าเคาน์เตอร์ของบาร์เทนเลอร์หญิงคนหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามน้ำเสียงและสีหน้าเรียบนิ่ง
“เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วยัง”
เมื่อเห็นว่าเป็นใคร บาร์เทนเลอร์หญิงคนดังกล่าวก็ไม่รอช้าที่จะกล่าวทักทายใบหน้าระรื่นพร้อมส่งยื่นการ์ดใบหนึ่งมาวางไว้บนเคาร์เตอร์ตรงหน้าอย่างคนรู้งาน
“มาถึงไวมากเลยนะคะเนี่ย แน่นอนดิฉันเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว นี่ค่ะการ์ดหมายเลขห้อง”
“ขอบใจมาก”
“ยินดีเลยค่ะ”
“เดือนนี้เธอทำงานดี เดี๋ยวฉันจะเพิ่มโบนัสให้”
"ว๊ายจริงเหรอคะ” ดวงตาบาเทนเลอร์หญิงเป็นประกายขึ้นมาทันควันหลังจากได้ยินผู้ว่าจ้างตนจะเพิ่มโบนัสให้
“คนอย่างฉันพูดคำไหนก็คือคำนั้น”
“ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ ไม่ว่าจะสั่งการอะไรมา ดิฉันยินดีให้บริการเลยค่ะ คิกคิก”
บาเทนเลอร์หญิงอดไม่ได้จะหัวเราะคิกคักออกมาอย่างดีอกดีใจ เพราะงานที่หล่อนถูกว่าจ้างมานี้ค่อนข้างจะได้เงินดีกว่างานประจำเป็นเท่าตัวเสียอีก
“ดีมาก งั้นฉันไปก่อนละ เดี๋ยวไม่ได้เจอเรื่องสนุก”
“ได้เลยค่ะ ขอให้สนุกนะคะ”
“อืม”
พูดจบ ร่างเพรียวบางก็ไม่รีรอจะหยิบการ์ดที่บาเทนเลอร์หญิงได้มอบมาให้เมื่อครู่ จากนั้นหันหลังสาวเท้าเดินไปยังเป้าหมายต่อไปทันทีนั่นก็คือห้องวีวีไอพีตามหมายเลขซึ่งระบุในการ์ดใบนั้น โดยมีสายตาของอีกฝ่ายยังคงยืนไล่มองตามแผ่นหลังสวยนั้นด้วยรอยยิ้มกว้างหลังจากทำงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้นลุล่วง
แต่ทว่าในขณะนั้น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเดินจากไปไกลแล้ว เพื่อนร่วมงานของบาร์เทนเลอร์หญิงที่เพิ่งมาทำงานใหม่อีกคนหนึ่งซึ่งยืนเบิ่งหูฟังการสนทนาของทั้งสองด้วยความอยากรู้อยากเห็นอยู่นาน ก็อดไม่ได้ที่จะวางสิ่งที่ทำอยู่ลงรีบขยับตัวเข้ามาประชันกายเพื่อนผู้กุมความลับของผู้ว่าจ้างและเอ่ยปากกระซิบถามขึ้นอย่างอยากรู้ด้วยอีกคน
“นี่ มะปราง”
เสียงเรียกนั้นดึงความสนใจให้บาเทนเลอร์หญิงต้องหันไปมองหน้าเพื่อนร่วมงาน
“หืม มีอะไรเหรอมุก?”
“คือฉันอยากรู้อ่ะ ว่าคุณผู้หญิงคนนี้จริงๆ เหรอว่ะ ที่จ้างแกเป็นหน่วยสอดแนมดูความเคลื่อนไหวของผัวเขานะ”
“อ๋อ เออก็ใช่นะสิ คนนี้แหละ”
“หืม จริงเหรอเนี่ย?” ดวงตาเปี่ยมไปด้วยอยากรู้อยากเห็นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างตื่นตะลึง ก่อนจะพูดต่อว่า “ฉันว่าแล้วเชียว ก็นึกอยู่ว่าทำไมแกถึงได้ดูสนิทคุณผู้หญิงคนนี้จัง”
“มันก็แหงอยู่แล้วสิ ฉันจะบอกให้ทำงานกับคุณเขาเนี่ยได้เงินดีกว่า เงินเดือนทำงานซะอีกนะแก”
“จริงเหรอ เขาจ้างเท่าไหร่อ่ะ?”
“ก็…ไม่เท่าไหร่หรอก” หล่อนอมยิ้มแสร้งทำเป็นไม่อยากบอก ยิ่งกระตุ้นให้อีกฝ่ายอยากรู้มากขึ้นไปอีก
“หึ้ยแก บอกหน่อยสิว่าได้เท่าไหร่” เขย่าท่อนแขนบาเทนเลอร์หญิงเบาๆ อย่างตื่นเต้น จนท้ายที่สุดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเซ้าซี้อยากรู้ขนาดนั้น หล่อนจึงตัดสินใจเอ่ยปากบอกไปอย่างช่วยไม่ได้
“อ่ะๆ ใบ้ให้ก็ได้ แต่มันก็ไม่มากหรอกแค่ประมาณเลขห้าหลักอะแก คิกคิก”
หลังจากได้ยินจำนวนตัวเลขค่าจ้างที่เพื่อนร่วมงานได้จากการเป็นนาตาช่าติดตามการเคลื่อนไหวของผัวชาวบ้าน ดวงตาอีกฝ่ายก็เปิดกว้างขึ้นกว่าเดิมในทีแรก และอุทานเสียงออกมาอย่างตกตะลึง
“โอ้โหแก! ได้เยอะขนาดนั้นเชียวเหรอเนี่ย! เมื่อกี้ฉันยังได้ยินอีกว่าคุณผู้หญิงคนนั้นจะให้เพิ่มโบนัสให้แกอีกอ่ะ”
“ก็ใช่นะสิ คิกคิก คงเป็นเพราะฉันทำงานดีด้วยละมั้ง”
“สุดยอดไปเลยอ่ะ ฉันอยากทำบ้างอ่ะแก แค่จับตามองผัวชาวบ้านก็ได้เงินเยอะขนาดนี้เชียว แกช่วยหาคนให้ฉันทำบ้างสิ ฉันทำงานดีนะ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน มาจ้างฉันได้”
เพื่อนร่วมงานกะพริบตาปริบๆ เป็นประกายออดอ้อน บาเทนเลอร์หญิงเห็นท่าทีอีกฝ่ายดังนั้นก็แย้มริมฝีปากเป็นรอยยิ้มออกมาอย่างพอใจ ก่อนเอ่ยปากตอบรับคำขอนั้นแบบไม่คิดมาก
“เออน่า เดี๋ยวฉันค่อยหาคนจ้างให้ก็แล้วกัน”
“จริงนะ แกรับปากแล้วนะ”
“ก็จริงนะสิ เรื่องแค่นี้ไว้ใจฉันได้ เราก็จะได้มีรายได้เสริมเหมือนๆ กันดีมั้ย”
“กรี๊ด! ขอบใจบ้างแก” เพื่อนร่วมงานกรี๊ดออกมาเสียงหลงหลังจากอีกฝ่ายตอบตกลงยอมรับปากช่วยเธอหารายได้เสริมในทางนี้
“เออๆ”
แต่หากว่าในความดีใจนั้นก็ยังมีความสงสัยบางเรื่องอยู่ จนเพื่อนร่วมงานคนดังกล่าวก็ยังอดที่จะเอ่ยปากถามต่อถึงเหตุผลของผู้ว่าจ้างที่ลงทุนติดตามความเคลื่อนไหวของสามีตัวเองขนาดนี้ไม่ได้
“แก ว่าแต่ว่านะ ทำไมคุณผู้หญิงคนนั้นถึงได้จ้างแกติดตามสามีของเขาล่ะ หรือว่าสามีมีกิ๊กข้างนอกเหรอ?”
พอได้ยินคำถามความอยากรู้นั้น ต่อมขี้เมาส์ในปากของบาเทนเลอร์หญิงก็ถูกกระตุ้นให้รู้สึกคันปากอยากจะพูดขึ้นมาทันที
“อยากรู้เหรอ แกขยับมาใกล้ๆ ฉันนี่” หล่อนกวักมือเบาๆ เรียกให้เพื่อนร่วมงานขยับเข้ามาใกล้ อดใจไม่ได้เหมือนกัน ที่เอ่ยปากเมาส์มอยเรื่องส่วนตัวของผู้ว่าจ้าง “ที่ฉันรู้มาคร่าวๆ มา เห็นว่าคุณผู้หญิงคนเมื่อกี้เนี่ยถูกจับคู่แต่งงานกับสามีคนที่กำลังไปตามอยู่ตอนนี้นะสิ”
“ประมาณว่าคลุมถุงชนนะเหรอ?”
“เออใช่ ก็ประมาณนั่นแหละ แล้วที่ฉันได้ยินมาก็เห็นว่าถูกแม่ของคุณผู้ชายคนนั้นเสนอเงินหลายพันล้าน เพื่อให้คุณผู้หญิงยอมตกลงแต่งงานกันแบบทั้งที่ไม่ได้รักอ่ะนะ”
“ว๊ายจริงเหรอเนี่ย! เรื่องแบบนี้ก็ด้วยเหรอ”
อุ๊บ!
เพื่อนร่วมงานอุทานเสียงออกมาเสียงดังอย่างเหลือเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน จนอีกฝ่ายถึงกับเบิกตากว้างหน้าตื่นรีบยกปลายนิ้วขึ้นมาแตะริมฝีปากพร้อมเปล่งเสียงแผ่วเบาออกมาจนแทบจะไม่ได้ยิน เพื่อต้องการให้เงียบปากลง
“ชู่!! แกเบาๆ หน่อยสิ เดี๋ยวใครก็มาได้ยินเข้าหรอก”
“อุ๊ย! ขอโทษทีฉันลืมตัวไปหน่อย แล้วยังไงต่อเล่ามาๆ”
“ก็หลังจากถูกเสนอเงินบังคับให้แต่งงาน คุณผู้หญิงก็ยอมตบแต่งมาเป็นผัวเมียกันอย่างที่แกเห็นนี่แหละ แต่จากที่ฉันสังเกตนะดูเหมือนว่าคุณผู้ชายคนนั้นจะไม่ชอบคุณผู้หญิงมากเลยล่ะ แถมยังควงสาวไม่ซ้ำหน้ามาที่นี่บ่อยๆ อีก" พอพูดแล้วหล่อนก็ทำหน้าทำตาใส่อารมณ์เหมือนกับหมั่นไส้แทน "อย่าว่าแต่คุณผู้หญิงเลย ถ้าฉันมีเงินฉันก็ต้องจ้างให้คนตามจับตาดูผัวตัวเองเหมือนกันแหละ ใครจะไป ยอมให้ผัวตัวเองไปอยู่กับผู้หญิงอื่นกันล่ะ”
“เออ มันก็จริงนะ" ทำสีหน้าครุ่นคิดตาม "แต่ที่แกเล่ามา ดูแล้วคุณผู้หญิงนายจ้างของแกก็ดูน่าสงสารอยู่เหมือนกันนะ แต่งงานแบบไม่ได้รักก็จริง แต่ผู้หญิงอ่ะผูกพันง่ายจะตาย อยู่ๆ กันไปเดี๋ยวก็รักเอง แต่ดันโชคร้ายต้องมาตามเช็ดล้างผัวตัวเองอยู่แบบนี้อ่ะ เป็นฉันคงไม่ไหว สงสัยต้องมีเลิกแน่”
“อือ น่าสงสารจริง” บาเทนเลอร์หญิงพยักหน้าเล็กน้อยอย่างเห็นด้วย แสดงสีหน้ารู้สึกเห็นใจผู้ว่าจ้างของตัวเองไม่น้อยเมื่อนึกถึงสิ่งที่ผู้ชายคนที่ขึ้นชื่อว่าสามีกระทำสิ่งที่ผิดต่อภรรยาโดยไม่สนใจเลยว่าเธอกำลังเจ็บปวดอยู่หรือไม่ "หรือไม่แน่บางทีคุณผู้หญิงเธอคงมีเหตุผลของเธอที่เลือกยอมทนอยู่แบบนั้นก็ได้”
“อือ ฉันก็ว่างั้น
" พยักหน้าอย่างเห็นด้วย "หน้าตาสวยเหมือนดาราซะขนาดนั้นหาสามีใหม่ไม่ยากหรอก”
“เฮ้อออ”
บาเทนเลอร์หญิงทั้งสองถึงกับถอนหายใจออกมาพร้อมกันอย่างเห็นใจในความพยายามของผู้ว่าจ้างที่ต้องทนทุกข์ช้ำรักอยู่กับคนที่ไม่เคยเห็นค่า ไม่เคยจะส่งมอบความรักตอบกลับมาให้เลยแม้แต่น้อยหนึ่งของหัวใจ
แต่หารู้ไหมว่าความรู้สึกสงสารของหล่อนทั้งสองกำลังตัดพ้อไปเอง กลับตรงกันข้ามกับความเย็นชาที่เต็มเปี่ยมอยู่ในหัวใจของเจ้าตัวในตอนนี้ไปอย่างสิ้นเชิง
ตึก ตึก ตึก
ห้องวีวีไอพีหมายเลข002
เดินมาได้สักพัก ในที่สุดร่างเพรียวบางก็มาหยุดฝ่าเท้าอยู่ตรงหน้าห้องวีวีไอพีดังกล่าว เธอไม่รอช้าที่จะใช้การ์ดซึ่งได้มาเมื่อครู่สแกนรหัสผ่านปลดล็อกประตูเพื่อเข้าไปข้างในอย่างใจเย็น
ติ๊ด
แกร็ก
ตึก ตึก ตึก
ทว่าทันทีที่เปิดประตูและเดินเข้ามาได้เพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาเฉี่ยวคมคู่นั้นกลับหรี่ลงอย่างน่าอันตราย เมื่อภาพตรงหน้าพบว่าคนเป็นสามีกำลังนั่งควงผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่เธอจากทางด้านหลัง
ไม่รอให้คิดนาน เห็นดังนั้นฝ่าเท้าสวยสวมรองเท้าสูงก็ไม่รอช้าที่จะก้าวขาเดินดิ่งตรงเข้าไปหาคนเป็นสามีโดยไม่ลังเล
ตัดมาทางคนร่างสูงมาตรฐานชายไทย ‘คามิล’ พ่อหนุ่มเพลย์บอยล่าเสือสาว ลูกชายทายาทตระกูลอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังระดับต้นๆ ในประเทศ ซึ่งกำลังนั่งชิว ๆ พูดจาหว่านเสน่ห์สองสาวสวยที่เขาควงมาอย่างสำราญใจ โดยไม่รู้เลยว่าภัยอันร้ายแรงกำลังเคลื่อนคลานเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
“วันนี้หนูๆ อยากได้อะไรบอกพี่มาได้เลยนะคะ พี่จะเปย์ให้หมดตัวเลย”
“ว๊าย พี่คามินน่ารักที่สุดเลยค่ะ”
สาวสวยในชุดสุดเซ็กซี่ขยับเข้ามาใกล้จนหน้าอกอวบอิ่มแนบชิดกับท่อนแขนแกร่งพร้อมพูดขอบคุณน้ำเสียงหวานหยดย้อยพลางมือเล็กนุ่มนิ่มบอบบางลูบไล้ผ่านหัวใจคามิลอย่างแผ่วเบา ชวนให้กายเขารู้สึกร้อนวูบวาบเพราะสิ่งยั่วยวนตรงหน้า โดยมีสายตาของคนเป็นเพื่อนนั่งยิ้มกริ่มกันอย่างพอใจ
ทว่าในระหว่างนั้นเองหนึ่งในเพื่อนชายที่มาด้วยกันทำท่าจะยกแก้วกระดกเหล้าเข้าปาก จู่ๆ สายตาของเขาก็ดันเหลือบไปเห็นร่างเพรียวบางคุ้นเคยที่กำลังสาวเดินเข้ามาแบบเงียบๆ มาเห็นอีกทีก็ตอนใกล้จะถึงในระยะใกล้ชิดแล้ว
เฮือก! ซะ ซวยแล้ว!
ในวินาทีถัดมาใบหน้าเพื่อนชายพลันเผือดสีลงทันตาเบิกตากว้าง ผุดเอ่ยปากตะโกนเสียงดังขึ้นด้วยความตกตะลึงอย่างหนัก
“ไอ้คามิลเมียมึงมา!!”
“เฮือก!!”
“ห๊ะ?”
“เมียมึง!!…”
พรึ่บ!
“เห้ย!”
“ว๊าย! กรี๊ดด!”
ไม่ทันให้เพื่อนชายได้พูดจบประโยค ร่างเพรียวบางที่สาวเท้าเดินเข้ามาประชิดตัวพอดี ได้พุ่งเข้ามากระชากท่อนแขนของหญิงสาวข้างกายคนเป็นสามีทั้งสองให้ถอยห่างออกจากโซฟาออกแรงโดยไม่ทันได้ตั้งตัว จนร่างของพวกหล่อนเซล้มไปนั่งกองพื้น
ปึก!
“โอ๊ย!”
ตามมาด้วยฝ่ามือเรียวได้พุ่งเข้ามาดึงทึ้งเส้นผมของคนเป็นสามี ก่อนยกฝ่ามือบางอีกข้างขึ้นง้ามหวดตบใบหน้าหล่อเหลาราวกับดาราเกาหลีอย่างแรง
เพี๊ยะ!
“โอ๊ย!!”
“เฮือก!!”
เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่น จนใบหน้าหล่อเหลาคามิลหันไปตามแรงกระแทกพร้อมกับความรู้สึกชาไปชั่วขณะ ท่ามกลางสายตาคนซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ ต่างเบิกตากว้างอ้าปากค้างด้วยความตะลึงอึ้งอย่างหนักไปตามๆ กัน
ก่อนที่สุ้มเสียงไม่เกรี้ยวกราดแต่วางอำนาจอยู่ในที่จะเอ่ยดังขึ้น พร้อมตวัดสายตาเยียบเย็นตวัดมามองคนเป็นสามี พานให้คนรอบหน้ารู้สึกสั่นสะท้านไปตามๆ กัน
“ฉันโทรตามคุณกลับบ้านหลายครั้งแล้ว ทำไมไม่ยอมกลับ”
หลังจากผ่านช่วงตื่นตระหนกสั้นๆ คำพูดนั้นประโยคนั้นของอีกฝ่ายแล้ว ปลุกให้คามิลซึ่งชะงักนิ่งไปชั่วครู่ดึงสติกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวอีกครั้ง ก่อนที่ไฟโทสะจะลุกโหมท่วมตัวทำให้เขาโกรธจนตัวสั่นเหมือนเจ้าเข้า หันกลับมาตวัดสายตามองใบหน้าสวยของคนเป็นภรรยาอย่างเอาเรื่อง
“เป็นบ้าอะไรของเธอนักหนามิรา!!”
“หืม” เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ตอบกลับเขาด้วยสีหน้าไม่แยแส “ถามได้ ก็มาตามจิกหัวคุณกับบ้านไงคะ”
"ไอ้เคน มึงว่างานนี้เละมั้ยว่ะ"
ในระหว่างที่ทั้งคู่เหมือนกำลังจะเริ่มต่อปากต่อคำกัน 'เคน' หนึ่งในเพื่อนชายหันกระซิบถาม 'กันต์' เพื่อนชายอีกคนเสียงแผ่ว หลังยอมถอยห่างออกมาหลบอยู่ตรงมุมห้องด้วยความกลัวว่าจะพลอยโดนลูกหลงไปด้วยอีกคน
"มึงยังมีหน้าถามอีกเหรอว่ะ มาเหมือนพายุงวงช้างซะขนาดนั้นนะ เห็นเธอโมโหไอ้คามิลกี่ทีกูล่ะกลัวแทน"
"เออ เหมือนกันเลยว่ะ น่ากลัวชิบ"