2

2909 Words
หลังจากแยกย้ายแสนดีก็หิ้วถุงพะรุงพะรังขึ้นห้อง ของทุกชิ้นที่วีนัสส่งต่อให้เธอล้วนเป็นของราคาแพง หากชิ้นไหนไม่ได้ใช้แสนดีก็จะส่งต่อให้เพื่อนที่ต้องการ “หืม...” สองเท้าเล็กหยุดยืนอยู่กับที่ทั้ง ๆ ที่อีกไม่กี่ก้าวจะถึงหน้าห้อง ก็จะไม่ให้เธอหยุดได้อย่างไรในเมื่อตอนนี้หน้าห้องของเธอมีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ “คุณภาค...” เธอเรียกเสียงแผ่วดวงตาจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นตกใจ เพราะตอนนี้เพื่อนสาวของเธอเปิดประตูออกมาต้อนรับภาคภูมิด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แล้วทั้งคู่ก็โผเข้ากอดจูบกันราวกับแม่เหล็กต่างขั้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้น! คำถามมากมายผุดขึ้นในหัว เพราะเมื่อหลายเดือนก่อนเอมิกายังเตือนเธอเรื่องภาคภูมิ แต่ภาพที่เห็นอยู่ตอนนี้มันชัดเจนว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ในระดับที่น่าเป็นห่วง หญิงสาวยืนอึ้งจนทั้งสองพากันเข้าห้องก็ยังไม่ขยับไปไหน และสุดท้ายก็เลือกที่จะถอยออกมาเงียบ ๆ ในใจตอนนี้ราวกับมีมวลคลื่นสาดซัด หลากหลายความรู้สึกปนเปสับสน และคนที่เธอกำลังนึกถึงก็จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากวีนัส เรื่องนี้ใช่หรือไม่ที่ทำให้ผู้มีพระคุณของเธอทุกข์ใจ... พอคิดได้อย่างนั้นหัวใจก็วูบไหวเพราะความรู้สึกผิด คำถามมากมายไม่อาจหาคำตอบได้ สองเท้าของเธอเหมือนเหยียบอยู่คนละฝั่ง และเลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือเธอไม่อาจเลือกว่าจะก้าวไปทางไหน หลายชั่วโมงต่อมา... “แสน...แสน!” “ฮะ!” “อะไรของแกเนี่ยเรียกแล้วก็ไม่พูด เอาแต่นั่งจ้องหน้าฉันอยู่ได้” “เอ่อ...เอม” “ว่า...” “วันนี้ฉันได้รองเท้าจากคุณวีมาหลายคู่ เธอลองดูสิเผื่อถูกใจ” เอมิกาเบ้หน้าทันทีที่ได้ยิน ซึ่งกิริยาเช่นนั้นก็ยิ่งทำให้แสนดีมั่นใจ “ไม่อะ ฉันไม่อยากใช้ของต่อจากเขาอีกแล้ว” “เธอว่าไงนะ” “เอ่อ...ฉันหมายถึงว่าตอนนี้ฉันรายได้ดี พอจะซื้อรองเท้าดี ๆ ให้ตัวเองสักคู่ เธอเอาไปให้คนที่เขาต้องการเถอะ” ว่าแล้วเอมิกาก็หยิบเอากระเป๋าสะพายของตัวเองขึ้นมาวางบนตัก ซึ่งแสนดีสะดุดตาทันทีเพราะเป็นกระเป๋าใบใหม่ “เอมซื้อกระเป๋าใหม่เหรอ” “อืม...ให้รางวัลตัวเองน่ะ” “แพงมากเลยใช่มั้ย” เอมิกายิ้มภูมิใจแล้วจึงพยักหน้ารับ “สองแสนกว่าน่ะ พอดีช่วงนี้ได้ทิปหนัก อะนี่...ค่าคอนโดเดือนนี้ฉันจ่ายเองเธอไม่ต้องออก เก็บเงินไว้ซื้ออะไร ๆ ให้ตัวเองบ้าง เธอจะได้รู้ว่าการที่ไม่ต้องใช้ของต่อคนอื่นน่ะมันรู้สึกดีแค่ไหน” แสนดีมองเพื่อนด้วยแววตาเพ่งพิศจนเอมิกาเหมือนจะรู้สึกตัว “ฉันไม่ได้ว่าเธอนะแสน ฉันแค่อยากให้เธอได้ซื้ออะไรให้ตัวเองบ้าง อะไรก็ได้ที่เธออยากจะได้โดยที่ไม่ต้องรอคนอื่นมาหยิบยื่นให้” “ฉันรู้เอม...รู้ว่าเธอหวังดี” “ฉันรักเธอ” เอมิกาขยับเข้ามาใกล้แล้วกอดเพื่อนอย่างที่ชอบทำ ซึ่งแสนดีก็กอดตอบเหมือนเคย เธอและเอมิกาอยู่ร่วมกันมากเกือบสามปี ผ่านช่วงเวลาสุขทุกข์อดอิ่มมาด้วยกัน หยิบยื่นและส่งกำลังใจให้กันมาจนถึงวันนี้ พวกเธอไม่ใช่แค่เพื่อนแต่รักและหวังดีประดุจพี่น้องร่วมอุทร แล้วเธอควรทำอย่างไร... คำถามนี้เกิดขึ้นอีกครั้งและแสนดีก็ยังไม่มีคำตอบ เพราะเธอยังคงสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้น “แป๊บนะเอม...” แสนดีผละออกจากอ้อมกอดของเพื่อนรักเพราะเสียงจากโทรศัพท์ร้องเตือน และเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏหน้าจอก็ลังเลไม่กล้ารับ “ทำไมไม่รับล่ะ ทำหน้าตกใจอย่างกับพี่มิจโทรหา” เอมิกาพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เพราะทุกครั้งที่มีเบอร์แปลกแสนดีจะเดาว่าเป็นมิจฉาชีพเสมอ “คุณวีน่ะ” รอยยิ้มของเอมิกาหุบฉับก่อนจะขยับออกห่างแล้วหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาสไลด์หน้าจอราวกับไม่ใส่ใจ “ฮัลโหลค่ะคุณวี” “...ฮึก...แสน...” เสียงสะอื้นของวีนัสบ่งบอกถึงความรู้สึกได้เป็นอย่างดี “คุณวีเป็นอะไรคะ” “ฉันเจ็บ...ฮึก...ฉันเจ็บแต่ฉันบอกใครไม่ได้” “คุณวีบอกแสนได้ค่ะ แสนจะรับฟังเอง” “...ฮึก...ภูมิมีผู้หญิงอีกแล้ว...ฉันทั้งจุกทั้งเจ็บแต่ก็บอกใครไม่ได้...ฮึก...” แสนดีไม่พูดหรือตั้งคำถามกับคนปลายสาย แต่เหลือบตามองเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างกันด้วยความกังวล “ฉันอยากเจอเธอได้มั้ย...ฮึก...ออกมาคุยเป็นเพื่อนฉันหน่อย” “ค่ะได้ค่ะ” “เจอกันที่xxx” “ค่ะ” หลังจากนัดแนะสถานที่เรียบร้อยแสนดีก็ตัดสายแล้วลุกขึ้นอย่างรีบร้อน “จะไปไหนน่ะ” “จะไปหาคุณวี” “ทำไม...มีอะไรเหรอ” “มีธุระนิดหน่อยน่ะ” “คงไม่พ้นเรื่องคุณภูมิล่ะสิ คนอย่างวีนัสที่ใครว่าเลิศเลอสุดท้ายก็แค่นั้น” “ทำไมเธอพูดอย่างนั้นล่ะเอม เธอพูดอย่างกับว่าเธอไม่ชอบคุณวีอย่างนั้นแหละ” แสนดีค้านออกไปทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เพื่อนพูดแบบนั้น “เธอจะไปก็ไปเถอะ อย่ามัวแต่มาเถียงกับฉันอยู่เลย” เอมิกาบอกปัดเพราะยังไม่อยากเปิดเผยเรื่องราวของตัวเอง แสนดีจึงได้แต่ถอนใจแล้วเดินออกมาโดยไม่พูดอะไรต่อ ด้วยรู้ดีว่าหากซักไซ้ไปตอนนี้ก็มีแต่จะเกิดผลเสีย @ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง “...ฮึก...” น้ำตาหยดแล้วหยดเล่ากลิ้งผ่านแก้มขาวของวีนัสจนคนมองสะท้อนใจ แสนดีสงสารและเห็นใจแต่ก็ทำได้เพียงรับฟัง “...ทุกครั้งที่เขานอกใจ ฉันทำได้แค่ร้องไห้คนเดียว บอกพ่อแม่ไม่ได้ บอกพี่ไม่ได้ เพื่อนก็บอกไม่ได้...ฮึก...” “ทำไมล่ะคะ...” แสนดีตั้งคำถามเป็นครั้งแรกเพราะสงสัยเกินกว่าจะเก็บไว้ เพราะความคิดของเธอเมื่อไหร่ที่มีปัญหาหรือทุกข์ใจ คนในครอบครัวควรเป็นเซฟโซนที่ดีที่สุด “เพราะฉันรักเขาไง...ฉันรักเขามากถึงบอกใครไม่ได้ ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขาเป็นคนแบบไหน ฉันไม่อยากให้ทุกคนที่รักฉันต้องเกลียดเขา ฉัน...ฮึก...” “…” “เธอช่วยอะไรฉันหน่อยได้มั้ยแสน...” “อะไรคะ” “ช่วยฉันหาทีว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร เมื่อก่อนภูมิไม่เคยระวังตัวแบบนี้ฉันเลยจับได้ง่าย ๆ แต่ครั้งนี้เขาทำทุกอย่างแนบเนียน ฉันมั่นใจว่ามันต้องเป็นพริตตี้คนใดคนหนึ่งในสนาม เพียงแต่ฉันยังไม่รู้ว่าเป็นใคร” “เอ่อ...คุณวีจะให้แสนหาผู้หญิงคนนั้นเหรอคะ” “ใช่” “คุณวี...จะทำยังไงคะถ้ารู้แล้ว” พอได้ยินคำถามแววตาของวีนัสก็เรืองรองด้วยไฟโทสะ ทั้งเคียดแค้นและโกรธเคืองจนดูน่ากลัวราวกับไม่ใช่วีนัสคนเดิม “ก็คงทำเหมือนที่ผ่านมา ฉันจะให้โอกาสมันได้เลือกใหม่ แต่ถ้ามันยังหน้าด้านแอบลักกินขโมยกินต่อไป ไม่ว่ามันจะเป็นใครฉันก็จะทำให้มันหมดอนาคต ชีวิตของมันจะต้องตกต่ำยิ่งกว่าดินที่ฉันเหยียบ ฉันจะส่งมันลงนรกขุมที่ลึกที่สุดเลยคอยดู!” แสนดีถึงกับลอบกลืนน้ำลายเมื่อได้ยินคำขู่อาฆาตของวีนัส พลางนึกในใจว่าข่าวลือที่ได้ยินมาเห็นจะเป็นเรื่องจริง และคนที่เธอเป็นห่วงก็คือเอมิกาเพื่อนสาวของตัวเอง “เธอช่วยฉันหน่อยนะแสน ช่วยหาผู้หญิงคนนั้นให้เจอ” “แต่แสน...” “เธอไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้ แค่ช่วยมอง ๆ ให้ฉันเท่านั้นเองเพราะยังไงฉันก็จ้างนักสืบอยู่แล้ว เพียงแต่ถ้าเธอช่วยเป็นหูเป็นตาอาจจะเจอมันเร็วขึ้น” “แสนว่า...คุณวีลองคุยกับคุณภูมิตรง ๆ ดีมั้ยคะ” “ฉันคุยแน่แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ถ้าพูดไปตอนนี้อาจกลายเป็นฉันงี่เง่า เพราะฉะนั้นก่อนจะพูดอะไรฉันต้องมีหลักฐาน” “คุณวีคะ...” แสนดีเรียกเสียงเบาแล้วเงียบไปเพราะกำลังใช้ความคิด “เธอจะพูดอะไรเธอก็พูดมาเถอะ ฉันไว้ใจเธอนะแสนดี ถึงได้กล้าพูดเรื่องนี้กับเธอ เพราะฉะนั้นถ้าเธอมีอะไรอยากจะพูดเธอก็สามารถพูดกับฉันได้เลย” “ค่ะ ฉันคิดว่าคุณวีน่าจะคุยกับคุณภูมิให้รู้เรื่อง ว่าถ้าจะรักกันและอยากรักษาสถานะสามีภรรยาเอาไว้ก็ต้องซื่อสัตย์ คุณวีจะได้ไม่ต้องมาเจ็บปวดกับเรื่องพวกนี้อีก” วีนัสคลี่ยิ้มทั้งที่นัยน์ตามีแต่ความขมขื่น “มันไม่มีประโยชน์หรอกแสนเพราะคนอย่างเขาไม่รู้จักพอ สิ่งที่ฉันทำได้ก็แค่กำจัดผู้หญิงหน้าด้านพวกนั้นออกไปให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ความหลงกลายเป็นอย่างอื่น” “หมายความว่าคุณวีจะทนแบบนี้ไปเรื่อย ๆ หรือคะ” “ใช่ เพราะฉันรักเขาเกินกว่าที่จะเดินออกมา ฉันยอมเจ็บปวดขอแค่ยังมีเขาเป็นสามี ฉันยังหวังเสมอว่าวันหนึ่งเขาจะคิดได้แล้วเลิกทำให้ฉันเสียใจสักที” ปลายเสียงของวีนัสสั่นเครือเพราะความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า และถึงสิ่งที่เธอหวังจะรางเลือนเต็มทีแต่ก็ยังไม่มอดดับเสียทีเดียว เธอยังเชื่อเสมอว่านิสัยเจ้าชู้ไม่รู้จักพอของภาคภูมิ เป็นแค่สัญชาตญาณของสัตว์ตัวผู้ แต่แท้ที่จริงแล้วเขาก็รักเธอที่สุดเช่นเดียวกับที่เธอเองก็รักเขา ไม่เช่นนั้นก็คงไม่ยอมแต่งงานกับเธออย่างแน่นอน “ฉันกับเขาเรารักกันถึงได้มีวันนี้ เราแต่งงานและใช้ชีวิตสามีภรรยาเพราะความรัก ไม่ใช่ถูกบังคับหรืออย่างอื่น เพราะฉะนั้นจึงเชื่อเสมอว่าวันหนึ่งเขาจะหยุด” หัวใจของแสนดีสั่นไหวเพราะความสงสาร ถึงเธอจะไม่เคยได้สัมผัสด้วยตัวเองแต่ก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดของวีนัส “แสนขอให้คุณวีหลุดพ้นจากเรื่องพวกนี้เร็ว ๆ นะคะ แสนอยากให้คุณวีมีความสุข” “ขอบใจนะแสน นานมากแล้วที่ฉันไม่ได้ระบายความทุกข์กับใครแบบนี้ เพราะทางครอบครัวฉันไม่ยอมให้พวกเขาได้รู้เรื่องนี้เด็ดขาด ส่วนเพื่อนสนิทก็บอกให้ฉันเลิกกับพี่ภูมิทุกครั้งที่มีปัญหาฉันเลยเลิกเล่าให้ฟัง เพราะไม่สามารถทำตามที่เพื่อนแนะนำ และก็ไม่อยากฟังใครต่อว่าเขา” “แสนรับฟังค่ะคุณวี แสนเข้าใจดีค่ะ” เพราะทุกคำพูดของวีนัสแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเธอรักสามีมากกว่าตัวเอง แสนดีจึงพูดได้เพียงคำว่าเข้าใจเท่านั้น ด้วยรู้ดีว่าคำแนะนำใด ๆ ในตอนนี้ คงไม่มีความหมายสำหรับคนที่ถูกความรักครอบงำจนหน้ามืดตาบอด และทางเดียวที่วีนัสจะหลุดพ้นจากความระทมรวดร้าวได้ก็คือกลับมารักตัวเอง หลายวันต่อมา... หลังจากคิดทบทวนอยู่หลายวันแสนดีก็เริ่มคิดตกว่าเธอจะนิ่งเฉย เอาแต่มองดูสถานการณ์ที่มันจะแย่ลงทุกทีไม่ได้อีกแล้ว และสิ่งแรกที่เธอต้องทำคือพูดเปิดอกในฐานะเพื่อน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร “วันนี้แต่งตัวสวยจังเลยเอม” “อืม...มีนัดน่ะ” “เหรอ...เอมคบคนใหม่แล้วเหรอ” เอมิกายิ้มเขินแล้วใช้แปรงปัดกรอบหน้าเบา ๆ “ก็ทำนองนั้น...เอาไว้มั่นใจเมื่อไหร่จะแนะนำให้รู้จักนะ” “เอม...” “แสนเป็นไรหรือเปล่า ดูแปลก ๆ มาหลายวันแล้วนะ” “แสน...มีเรื่องอยากพูดกับเอม แต่ก่อนจะพูดแสนอยากให้เอมเข้าใจว่าที่แสนพูดเพราะแสนหวังดี แสนเห็นว่าเอมเป็นเพื่อนเลยห่วง” “เรื่องอะไรทำไมดูจริงจังขนาดนี้” “เรื่องคุณภูมิ” เอมิกาอึ้งไปเพราะคาดไม่ถึงว่าเพื่อนจะรู้เรื่องที่พยายามปิดบัง “วันนั้นแสนไม่ได้ไปกับคุณวีเพราะเธอโทรมายกเลิกนัด แต่กลับมาแล้วแสนก็เห็นคุณภูมิมาที่นี่ แล้วเอมกับเขาก็เข้าห้องมาด้วยกัน” “แล้วยังไง แสนจะต่อว่าเราแทนผู้พระคุณของแสนอย่างนั้นเหรอ” “ไม่เอม แสนไม่ได้จะต่อว่าอะไรเอมแทนใครทั้งนั้น แต่แสนอยากจะเตือนในฐานะเพื่อน ว่าคุณภูมิเขาเป็นคนที่มีเมียแล้ว เอมกำลังทำผิดและคุณวีไม่มีวันปล่อยให้เอมมีความสุขกับผัวของเขาแน่” “นี่แสนขู่เราเหรอ แสนบอกคุณวีไปแล้วใช่มั้ยเรื่องเรา” เอมิกามองเพื่อนด้วยแววตาผิดหวังรุนแรงจนแสนดีรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “เปล่านะเอม เราไม่ได้บอกคุณวีเรื่องนี้แต่คุณวีเธอมาคุยกับเรา ว่าคุณภูมิมีผู้หญิงคนอื่นและเธอก็สงสัยว่าเป็นหนึ่งในพริตตี้ของสนาม คุณวีให้เราช่วยสืบว่าเป็นใครแต่เราก็ไม่ได้รับปากเพราะเรารู้อยู่แล้วว่าเป็นเอม” “เราไม่กลัวหรอก ก็แค่ผู้หญิงที่ผัวไม่รักคนหนึ่ง” “จะรักหรือไม่รักเขาก็เป็นผัวเมียกันอย่างถูกต้องทุกอย่างนะเอม สิ่งที่เอมทำมันผิดเอมกำลังทำร้ายผู้หญิงด้วยกันรู้ตัวหรือเปล่า” “แล้วยังไงล่ะแสน เธอจะบอกให้เราเลิกกับคุณภูมิแล้วเธอไม่คิดบ้างเหรอว่าถ้าทำอย่างนั้นเราเองก็จะต้องเจ็บปวด เราเป็นเพื่อนเธอนะเธอไม่ห่วงเราเลยเหรอ หรือว่าคุณวีเขาดีกับเธอให้โน่นให้นี่คอยช่วยเหลือจนเธอลืมแล้วว่าเราเป็นเพื่อนกัน!” เสียงของเอมิกาเริ่มดังขึ้นตามอารมณ์พุ่งปะทุ แสนดีคือเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอ เมื่ออีกฝ่ายทำเหมือนจะไม่เข้าข้างจึงรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง “แสนไม่เคยลืมว่าเราเป็นเพื่อนกัน ไม่เคยลืมว่าเราสองคนผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งเยอะแยะ แต่ที่แสนเตือนเพราะแสนรักเอมเข้าใจมั้ย แสนเป็นห่วงเอมนะ...ถ้าคุณวีเขาทำร้ายให้เอมหมดอนาคตได้จริง ๆ แล้วพ่อแม่เอมล่ะ ไหนจะน้องที่ยังหวังกับเอมอีก เอมไม่กลัวเลยจริง ๆ น่ะเหรอ...” แสนดีพยายามดึงสติเพื่อนซึ่งเอมิกาก็นิ่งงันราวกับกำลังใช้ความคิด “คุณภูมิเขาต้องปกป้องเราได้แน่ เขาไม่ปล่อยให้คุณวีทำแบบนั้นกับเราหรอก” “ทำไมถึงมั่นใจอย่างนั้นล่ะเอม” “เพราะเขาบอกว่าเราพิเศษกว่าผู้หญิงทุกคนที่ผ่านมา” หากไม่กลัวว่าเพื่อนจะเสียใจแสนดีคงจะถอนใจออกมาดัง ๆ เพราะถึงเธอจะไม่เคยมีรักลึกซึ้งกับใครก็ยังรู้ว่าคำพูดเหล่านั้นเป็นแค่เพียงลมปาก “เอม...” “ถ้ายังเห็นเราเป็นเพื่อนอย่ายุ่งกับเรื่องนี้เลยนะแสน” คำพูดที่เตรียมเอาไว้มากมายต้องถูกกลืนลงคอเมื่อรู้ว่าเพื่อนไม่ต้องการรับฟัง “เรารู้นะว่าแสนหวังดี แต่ขอเถอะแสนอย่ามายุ่งกับเรื่องนี้เลย” “งั้นแสนถามจริง ๆ เถอะเอม ว่าเอมจะอยู่แบบลับ ๆ ไปตลอดเลยเหรอ เอมคิดว่ามันจะเป็นไปได้จริง ๆ เหรอ” “เรารู้ว่าวันหนึ่งมันต้องถึงทางแยก แต่มันจะเป็นไปทางไหนก็ขอให้ได้อยู่กับเขาให้นานที่สุด บางทีคุณภูมิอาจจะเลือกเดินกับเราก็ได้” “แต่มันผิดนะเอม ทำแบบนั้น...” “พอเถอะแสน ถ้ายังเห็นเราเป็นเพื่อนหยุดพูดเถอะนะ” แสนดีได้แต่อึ้งเพราะตอนนี้ดูเหมือนเอมิกาจะถลำลึกกว่าที่เธอคิดเพราะแม้กระทั่งผิดชอบชั่วดีก็ยังไม่คำนึงถึง คำเตือนของเธอจึงกลายเป็นเพียงลมพัดผ่านหู “แสน...ห่วงเอมจริง ๆ นะ” “เรารู้...เราขอนะแสน” เอมิกาอ้อนวอนเพื่อนด้วยแววตาเพราะเธอยังอยากอยู่ในอ้อมกอดของภาคภูมิแม้เพียงชั่วคราว ตอนนี้เขาลุ่มหลงเพียงเพราะเธอยังใหม่ แต่เอมิกาเชื่อว่าหากได้สานสัมพันธ์ไปอีกสักระยะ ความลุ่มหลงนั้นอาจเปลี่ยนเป็นความรัก และเมื่อถึงตอนนั้นแม้วีนัสจะรู้เรื่องก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอีก แต่เอมิกาไม่รู้เลยว่านั่นเป็นเพียงการคิดเองเออเองฝ่ายเดียว เพราะผู้ชายอย่างภาคภูมิไม่ใช่คนที่จะจับได้ง่าย ๆ หากเจ้าตัวไม่ยอม และตราบใดที่วีนัสยังสามารถให้อภัยสามีได้การแยกทางจะไม่มีวันเกิดขึ้น เพราะภาคภูมิจะไม่ยอมเสียภรรยาที่เพียบพร้อมอย่างวีนัสไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD