หลังจากแยกย้ายแสนดีก็หิ้วถุงพะรุงพะรังขึ้นห้อง ของทุกชิ้นที่วีนัสส่งต่อให้เธอล้วนเป็นของราคาแพง หากชิ้นไหนไม่ได้ใช้แสนดีก็จะส่งต่อให้เพื่อนที่ต้องการ
“หืม...”
สองเท้าเล็กหยุดยืนอยู่กับที่ทั้ง ๆ ที่อีกไม่กี่ก้าวจะถึงหน้าห้อง ก็จะไม่ให้เธอหยุดได้อย่างไรในเมื่อตอนนี้หน้าห้องของเธอมีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่
“คุณภาค...”
เธอเรียกเสียงแผ่วดวงตาจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นตกใจ เพราะตอนนี้เพื่อนสาวของเธอเปิดประตูออกมาต้อนรับภาคภูมิด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แล้วทั้งคู่ก็โผเข้ากอดจูบกันราวกับแม่เหล็กต่างขั้ว
นี่มันเกิดอะไรขึ้น!
คำถามมากมายผุดขึ้นในหัว เพราะเมื่อหลายเดือนก่อนเอมิกายังเตือนเธอเรื่องภาคภูมิ แต่ภาพที่เห็นอยู่ตอนนี้มันชัดเจนว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ในระดับที่น่าเป็นห่วง
หญิงสาวยืนอึ้งจนทั้งสองพากันเข้าห้องก็ยังไม่ขยับไปไหน และสุดท้ายก็เลือกที่จะถอยออกมาเงียบ ๆ ในใจตอนนี้ราวกับมีมวลคลื่นสาดซัด หลากหลายความรู้สึกปนเปสับสน และคนที่เธอกำลังนึกถึงก็จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากวีนัส
เรื่องนี้ใช่หรือไม่ที่ทำให้ผู้มีพระคุณของเธอทุกข์ใจ...
พอคิดได้อย่างนั้นหัวใจก็วูบไหวเพราะความรู้สึกผิด คำถามมากมายไม่อาจหาคำตอบได้ สองเท้าของเธอเหมือนเหยียบอยู่คนละฝั่ง และเลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือเธอไม่อาจเลือกว่าจะก้าวไปทางไหน
หลายชั่วโมงต่อมา...
“แสน...แสน!”
“ฮะ!”
“อะไรของแกเนี่ยเรียกแล้วก็ไม่พูด เอาแต่นั่งจ้องหน้าฉันอยู่ได้”
“เอ่อ...เอม”
“ว่า...”
“วันนี้ฉันได้รองเท้าจากคุณวีมาหลายคู่ เธอลองดูสิเผื่อถูกใจ”
เอมิกาเบ้หน้าทันทีที่ได้ยิน ซึ่งกิริยาเช่นนั้นก็ยิ่งทำให้แสนดีมั่นใจ
“ไม่อะ ฉันไม่อยากใช้ของต่อจากเขาอีกแล้ว”
“เธอว่าไงนะ”
“เอ่อ...ฉันหมายถึงว่าตอนนี้ฉันรายได้ดี พอจะซื้อรองเท้าดี ๆ ให้ตัวเองสักคู่ เธอเอาไปให้คนที่เขาต้องการเถอะ”
ว่าแล้วเอมิกาก็หยิบเอากระเป๋าสะพายของตัวเองขึ้นมาวางบนตัก ซึ่งแสนดีสะดุดตาทันทีเพราะเป็นกระเป๋าใบใหม่
“เอมซื้อกระเป๋าใหม่เหรอ”
“อืม...ให้รางวัลตัวเองน่ะ”
“แพงมากเลยใช่มั้ย”
เอมิกายิ้มภูมิใจแล้วจึงพยักหน้ารับ
“สองแสนกว่าน่ะ พอดีช่วงนี้ได้ทิปหนัก อะนี่...ค่าคอนโดเดือนนี้ฉันจ่ายเองเธอไม่ต้องออก เก็บเงินไว้ซื้ออะไร ๆ ให้ตัวเองบ้าง เธอจะได้รู้ว่าการที่ไม่ต้องใช้ของต่อคนอื่นน่ะมันรู้สึกดีแค่ไหน”
แสนดีมองเพื่อนด้วยแววตาเพ่งพิศจนเอมิกาเหมือนจะรู้สึกตัว
“ฉันไม่ได้ว่าเธอนะแสน ฉันแค่อยากให้เธอได้ซื้ออะไรให้ตัวเองบ้าง อะไรก็ได้ที่เธออยากจะได้โดยที่ไม่ต้องรอคนอื่นมาหยิบยื่นให้”
“ฉันรู้เอม...รู้ว่าเธอหวังดี”
“ฉันรักเธอ”
เอมิกาขยับเข้ามาใกล้แล้วกอดเพื่อนอย่างที่ชอบทำ ซึ่งแสนดีก็กอดตอบเหมือนเคย เธอและเอมิกาอยู่ร่วมกันมากเกือบสามปี ผ่านช่วงเวลาสุขทุกข์อดอิ่มมาด้วยกัน หยิบยื่นและส่งกำลังใจให้กันมาจนถึงวันนี้ พวกเธอไม่ใช่แค่เพื่อนแต่รักและหวังดีประดุจพี่น้องร่วมอุทร
แล้วเธอควรทำอย่างไร...
คำถามนี้เกิดขึ้นอีกครั้งและแสนดีก็ยังไม่มีคำตอบ เพราะเธอยังคงสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“แป๊บนะเอม...”
แสนดีผละออกจากอ้อมกอดของเพื่อนรักเพราะเสียงจากโทรศัพท์ร้องเตือน และเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏหน้าจอก็ลังเลไม่กล้ารับ
“ทำไมไม่รับล่ะ ทำหน้าตกใจอย่างกับพี่มิจโทรหา”
เอมิกาพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เพราะทุกครั้งที่มีเบอร์แปลกแสนดีจะเดาว่าเป็นมิจฉาชีพเสมอ
“คุณวีน่ะ”
รอยยิ้มของเอมิกาหุบฉับก่อนจะขยับออกห่างแล้วหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาสไลด์หน้าจอราวกับไม่ใส่ใจ
“ฮัลโหลค่ะคุณวี”
“...ฮึก...แสน...”
เสียงสะอื้นของวีนัสบ่งบอกถึงความรู้สึกได้เป็นอย่างดี
“คุณวีเป็นอะไรคะ”
“ฉันเจ็บ...ฮึก...ฉันเจ็บแต่ฉันบอกใครไม่ได้”
“คุณวีบอกแสนได้ค่ะ แสนจะรับฟังเอง”
“...ฮึก...ภูมิมีผู้หญิงอีกแล้ว...ฉันทั้งจุกทั้งเจ็บแต่ก็บอกใครไม่ได้...ฮึก...”
แสนดีไม่พูดหรือตั้งคำถามกับคนปลายสาย แต่เหลือบตามองเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างกันด้วยความกังวล
“ฉันอยากเจอเธอได้มั้ย...ฮึก...ออกมาคุยเป็นเพื่อนฉันหน่อย”
“ค่ะได้ค่ะ”
“เจอกันที่xxx”
“ค่ะ”
หลังจากนัดแนะสถานที่เรียบร้อยแสนดีก็ตัดสายแล้วลุกขึ้นอย่างรีบร้อน
“จะไปไหนน่ะ”
“จะไปหาคุณวี”
“ทำไม...มีอะไรเหรอ”
“มีธุระนิดหน่อยน่ะ”
“คงไม่พ้นเรื่องคุณภูมิล่ะสิ คนอย่างวีนัสที่ใครว่าเลิศเลอสุดท้ายก็แค่นั้น”
“ทำไมเธอพูดอย่างนั้นล่ะเอม เธอพูดอย่างกับว่าเธอไม่ชอบคุณวีอย่างนั้นแหละ”
แสนดีค้านออกไปทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เพื่อนพูดแบบนั้น
“เธอจะไปก็ไปเถอะ อย่ามัวแต่มาเถียงกับฉันอยู่เลย”
เอมิกาบอกปัดเพราะยังไม่อยากเปิดเผยเรื่องราวของตัวเอง แสนดีจึงได้แต่ถอนใจแล้วเดินออกมาโดยไม่พูดอะไรต่อ ด้วยรู้ดีว่าหากซักไซ้ไปตอนนี้ก็มีแต่จะเกิดผลเสีย
@ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง
“...ฮึก...”
น้ำตาหยดแล้วหยดเล่ากลิ้งผ่านแก้มขาวของวีนัสจนคนมองสะท้อนใจ แสนดีสงสารและเห็นใจแต่ก็ทำได้เพียงรับฟัง
“...ทุกครั้งที่เขานอกใจ ฉันทำได้แค่ร้องไห้คนเดียว บอกพ่อแม่ไม่ได้ บอกพี่ไม่ได้ เพื่อนก็บอกไม่ได้...ฮึก...”
“ทำไมล่ะคะ...”
แสนดีตั้งคำถามเป็นครั้งแรกเพราะสงสัยเกินกว่าจะเก็บไว้ เพราะความคิดของเธอเมื่อไหร่ที่มีปัญหาหรือทุกข์ใจ คนในครอบครัวควรเป็นเซฟโซนที่ดีที่สุด
“เพราะฉันรักเขาไง...ฉันรักเขามากถึงบอกใครไม่ได้ ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขาเป็นคนแบบไหน ฉันไม่อยากให้ทุกคนที่รักฉันต้องเกลียดเขา ฉัน...ฮึก...”
“…”
“เธอช่วยอะไรฉันหน่อยได้มั้ยแสน...”
“อะไรคะ”
“ช่วยฉันหาทีว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร เมื่อก่อนภูมิไม่เคยระวังตัวแบบนี้ฉันเลยจับได้ง่าย ๆ แต่ครั้งนี้เขาทำทุกอย่างแนบเนียน ฉันมั่นใจว่ามันต้องเป็นพริตตี้คนใดคนหนึ่งในสนาม เพียงแต่ฉันยังไม่รู้ว่าเป็นใคร”
“เอ่อ...คุณวีจะให้แสนหาผู้หญิงคนนั้นเหรอคะ”
“ใช่”
“คุณวี...จะทำยังไงคะถ้ารู้แล้ว”
พอได้ยินคำถามแววตาของวีนัสก็เรืองรองด้วยไฟโทสะ ทั้งเคียดแค้นและโกรธเคืองจนดูน่ากลัวราวกับไม่ใช่วีนัสคนเดิม
“ก็คงทำเหมือนที่ผ่านมา ฉันจะให้โอกาสมันได้เลือกใหม่ แต่ถ้ามันยังหน้าด้านแอบลักกินขโมยกินต่อไป ไม่ว่ามันจะเป็นใครฉันก็จะทำให้มันหมดอนาคต ชีวิตของมันจะต้องตกต่ำยิ่งกว่าดินที่ฉันเหยียบ ฉันจะส่งมันลงนรกขุมที่ลึกที่สุดเลยคอยดู!”
แสนดีถึงกับลอบกลืนน้ำลายเมื่อได้ยินคำขู่อาฆาตของวีนัส พลางนึกในใจว่าข่าวลือที่ได้ยินมาเห็นจะเป็นเรื่องจริง และคนที่เธอเป็นห่วงก็คือเอมิกาเพื่อนสาวของตัวเอง
“เธอช่วยฉันหน่อยนะแสน ช่วยหาผู้หญิงคนนั้นให้เจอ”
“แต่แสน...”
“เธอไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้ แค่ช่วยมอง ๆ ให้ฉันเท่านั้นเองเพราะยังไงฉันก็จ้างนักสืบอยู่แล้ว เพียงแต่ถ้าเธอช่วยเป็นหูเป็นตาอาจจะเจอมันเร็วขึ้น”
“แสนว่า...คุณวีลองคุยกับคุณภูมิตรง ๆ ดีมั้ยคะ”
“ฉันคุยแน่แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ถ้าพูดไปตอนนี้อาจกลายเป็นฉันงี่เง่า เพราะฉะนั้นก่อนจะพูดอะไรฉันต้องมีหลักฐาน”
“คุณวีคะ...”
แสนดีเรียกเสียงเบาแล้วเงียบไปเพราะกำลังใช้ความคิด
“เธอจะพูดอะไรเธอก็พูดมาเถอะ ฉันไว้ใจเธอนะแสนดี ถึงได้กล้าพูดเรื่องนี้กับเธอ เพราะฉะนั้นถ้าเธอมีอะไรอยากจะพูดเธอก็สามารถพูดกับฉันได้เลย”
“ค่ะ ฉันคิดว่าคุณวีน่าจะคุยกับคุณภูมิให้รู้เรื่อง ว่าถ้าจะรักกันและอยากรักษาสถานะสามีภรรยาเอาไว้ก็ต้องซื่อสัตย์ คุณวีจะได้ไม่ต้องมาเจ็บปวดกับเรื่องพวกนี้อีก”
วีนัสคลี่ยิ้มทั้งที่นัยน์ตามีแต่ความขมขื่น
“มันไม่มีประโยชน์หรอกแสนเพราะคนอย่างเขาไม่รู้จักพอ สิ่งที่ฉันทำได้ก็แค่กำจัดผู้หญิงหน้าด้านพวกนั้นออกไปให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ความหลงกลายเป็นอย่างอื่น”
“หมายความว่าคุณวีจะทนแบบนี้ไปเรื่อย ๆ หรือคะ”
“ใช่ เพราะฉันรักเขาเกินกว่าที่จะเดินออกมา ฉันยอมเจ็บปวดขอแค่ยังมีเขาเป็นสามี ฉันยังหวังเสมอว่าวันหนึ่งเขาจะคิดได้แล้วเลิกทำให้ฉันเสียใจสักที”
ปลายเสียงของวีนัสสั่นเครือเพราะความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า และถึงสิ่งที่เธอหวังจะรางเลือนเต็มทีแต่ก็ยังไม่มอดดับเสียทีเดียว เธอยังเชื่อเสมอว่านิสัยเจ้าชู้ไม่รู้จักพอของภาคภูมิ เป็นแค่สัญชาตญาณของสัตว์ตัวผู้ แต่แท้ที่จริงแล้วเขาก็รักเธอที่สุดเช่นเดียวกับที่เธอเองก็รักเขา ไม่เช่นนั้นก็คงไม่ยอมแต่งงานกับเธออย่างแน่นอน
“ฉันกับเขาเรารักกันถึงได้มีวันนี้ เราแต่งงานและใช้ชีวิตสามีภรรยาเพราะความรัก ไม่ใช่ถูกบังคับหรืออย่างอื่น เพราะฉะนั้นจึงเชื่อเสมอว่าวันหนึ่งเขาจะหยุด”
หัวใจของแสนดีสั่นไหวเพราะความสงสาร ถึงเธอจะไม่เคยได้สัมผัสด้วยตัวเองแต่ก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดของวีนัส
“แสนขอให้คุณวีหลุดพ้นจากเรื่องพวกนี้เร็ว ๆ นะคะ แสนอยากให้คุณวีมีความสุข”
“ขอบใจนะแสน นานมากแล้วที่ฉันไม่ได้ระบายความทุกข์กับใครแบบนี้ เพราะทางครอบครัวฉันไม่ยอมให้พวกเขาได้รู้เรื่องนี้เด็ดขาด ส่วนเพื่อนสนิทก็บอกให้ฉันเลิกกับพี่ภูมิทุกครั้งที่มีปัญหาฉันเลยเลิกเล่าให้ฟัง เพราะไม่สามารถทำตามที่เพื่อนแนะนำ และก็ไม่อยากฟังใครต่อว่าเขา”
“แสนรับฟังค่ะคุณวี แสนเข้าใจดีค่ะ”
เพราะทุกคำพูดของวีนัสแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเธอรักสามีมากกว่าตัวเอง แสนดีจึงพูดได้เพียงคำว่าเข้าใจเท่านั้น ด้วยรู้ดีว่าคำแนะนำใด ๆ ในตอนนี้ คงไม่มีความหมายสำหรับคนที่ถูกความรักครอบงำจนหน้ามืดตาบอด และทางเดียวที่วีนัสจะหลุดพ้นจากความระทมรวดร้าวได้ก็คือกลับมารักตัวเอง
หลายวันต่อมา...
หลังจากคิดทบทวนอยู่หลายวันแสนดีก็เริ่มคิดตกว่าเธอจะนิ่งเฉย เอาแต่มองดูสถานการณ์ที่มันจะแย่ลงทุกทีไม่ได้อีกแล้ว และสิ่งแรกที่เธอต้องทำคือพูดเปิดอกในฐานะเพื่อน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร
“วันนี้แต่งตัวสวยจังเลยเอม”
“อืม...มีนัดน่ะ”
“เหรอ...เอมคบคนใหม่แล้วเหรอ”
เอมิกายิ้มเขินแล้วใช้แปรงปัดกรอบหน้าเบา ๆ
“ก็ทำนองนั้น...เอาไว้มั่นใจเมื่อไหร่จะแนะนำให้รู้จักนะ”
“เอม...”
“แสนเป็นไรหรือเปล่า ดูแปลก ๆ มาหลายวันแล้วนะ”
“แสน...มีเรื่องอยากพูดกับเอม แต่ก่อนจะพูดแสนอยากให้เอมเข้าใจว่าที่แสนพูดเพราะแสนหวังดี แสนเห็นว่าเอมเป็นเพื่อนเลยห่วง”
“เรื่องอะไรทำไมดูจริงจังขนาดนี้”
“เรื่องคุณภูมิ”
เอมิกาอึ้งไปเพราะคาดไม่ถึงว่าเพื่อนจะรู้เรื่องที่พยายามปิดบัง
“วันนั้นแสนไม่ได้ไปกับคุณวีเพราะเธอโทรมายกเลิกนัด แต่กลับมาแล้วแสนก็เห็นคุณภูมิมาที่นี่ แล้วเอมกับเขาก็เข้าห้องมาด้วยกัน”
“แล้วยังไง แสนจะต่อว่าเราแทนผู้พระคุณของแสนอย่างนั้นเหรอ”
“ไม่เอม แสนไม่ได้จะต่อว่าอะไรเอมแทนใครทั้งนั้น แต่แสนอยากจะเตือนในฐานะเพื่อน ว่าคุณภูมิเขาเป็นคนที่มีเมียแล้ว เอมกำลังทำผิดและคุณวีไม่มีวันปล่อยให้เอมมีความสุขกับผัวของเขาแน่”
“นี่แสนขู่เราเหรอ แสนบอกคุณวีไปแล้วใช่มั้ยเรื่องเรา”
เอมิกามองเพื่อนด้วยแววตาผิดหวังรุนแรงจนแสนดีรีบส่ายหน้าปฏิเสธ
“เปล่านะเอม เราไม่ได้บอกคุณวีเรื่องนี้แต่คุณวีเธอมาคุยกับเรา ว่าคุณภูมิมีผู้หญิงคนอื่นและเธอก็สงสัยว่าเป็นหนึ่งในพริตตี้ของสนาม คุณวีให้เราช่วยสืบว่าเป็นใครแต่เราก็ไม่ได้รับปากเพราะเรารู้อยู่แล้วว่าเป็นเอม”
“เราไม่กลัวหรอก ก็แค่ผู้หญิงที่ผัวไม่รักคนหนึ่ง”
“จะรักหรือไม่รักเขาก็เป็นผัวเมียกันอย่างถูกต้องทุกอย่างนะเอม สิ่งที่เอมทำมันผิดเอมกำลังทำร้ายผู้หญิงด้วยกันรู้ตัวหรือเปล่า”
“แล้วยังไงล่ะแสน เธอจะบอกให้เราเลิกกับคุณภูมิแล้วเธอไม่คิดบ้างเหรอว่าถ้าทำอย่างนั้นเราเองก็จะต้องเจ็บปวด เราเป็นเพื่อนเธอนะเธอไม่ห่วงเราเลยเหรอ หรือว่าคุณวีเขาดีกับเธอให้โน่นให้นี่คอยช่วยเหลือจนเธอลืมแล้วว่าเราเป็นเพื่อนกัน!”
เสียงของเอมิกาเริ่มดังขึ้นตามอารมณ์พุ่งปะทุ แสนดีคือเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอ เมื่ออีกฝ่ายทำเหมือนจะไม่เข้าข้างจึงรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง
“แสนไม่เคยลืมว่าเราเป็นเพื่อนกัน ไม่เคยลืมว่าเราสองคนผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งเยอะแยะ แต่ที่แสนเตือนเพราะแสนรักเอมเข้าใจมั้ย แสนเป็นห่วงเอมนะ...ถ้าคุณวีเขาทำร้ายให้เอมหมดอนาคตได้จริง ๆ แล้วพ่อแม่เอมล่ะ ไหนจะน้องที่ยังหวังกับเอมอีก เอมไม่กลัวเลยจริง ๆ น่ะเหรอ...”
แสนดีพยายามดึงสติเพื่อนซึ่งเอมิกาก็นิ่งงันราวกับกำลังใช้ความคิด
“คุณภูมิเขาต้องปกป้องเราได้แน่ เขาไม่ปล่อยให้คุณวีทำแบบนั้นกับเราหรอก”
“ทำไมถึงมั่นใจอย่างนั้นล่ะเอม”
“เพราะเขาบอกว่าเราพิเศษกว่าผู้หญิงทุกคนที่ผ่านมา”
หากไม่กลัวว่าเพื่อนจะเสียใจแสนดีคงจะถอนใจออกมาดัง ๆ เพราะถึงเธอจะไม่เคยมีรักลึกซึ้งกับใครก็ยังรู้ว่าคำพูดเหล่านั้นเป็นแค่เพียงลมปาก
“เอม...”
“ถ้ายังเห็นเราเป็นเพื่อนอย่ายุ่งกับเรื่องนี้เลยนะแสน”
คำพูดที่เตรียมเอาไว้มากมายต้องถูกกลืนลงคอเมื่อรู้ว่าเพื่อนไม่ต้องการรับฟัง
“เรารู้นะว่าแสนหวังดี แต่ขอเถอะแสนอย่ามายุ่งกับเรื่องนี้เลย”
“งั้นแสนถามจริง ๆ เถอะเอม ว่าเอมจะอยู่แบบลับ ๆ ไปตลอดเลยเหรอ เอมคิดว่ามันจะเป็นไปได้จริง ๆ เหรอ”
“เรารู้ว่าวันหนึ่งมันต้องถึงทางแยก แต่มันจะเป็นไปทางไหนก็ขอให้ได้อยู่กับเขาให้นานที่สุด บางทีคุณภูมิอาจจะเลือกเดินกับเราก็ได้”
“แต่มันผิดนะเอม ทำแบบนั้น...”
“พอเถอะแสน ถ้ายังเห็นเราเป็นเพื่อนหยุดพูดเถอะนะ”
แสนดีได้แต่อึ้งเพราะตอนนี้ดูเหมือนเอมิกาจะถลำลึกกว่าที่เธอคิดเพราะแม้กระทั่งผิดชอบชั่วดีก็ยังไม่คำนึงถึง คำเตือนของเธอจึงกลายเป็นเพียงลมพัดผ่านหู
“แสน...ห่วงเอมจริง ๆ นะ”
“เรารู้...เราขอนะแสน”
เอมิกาอ้อนวอนเพื่อนด้วยแววตาเพราะเธอยังอยากอยู่ในอ้อมกอดของภาคภูมิแม้เพียงชั่วคราว ตอนนี้เขาลุ่มหลงเพียงเพราะเธอยังใหม่ แต่เอมิกาเชื่อว่าหากได้สานสัมพันธ์ไปอีกสักระยะ ความลุ่มหลงนั้นอาจเปลี่ยนเป็นความรัก และเมื่อถึงตอนนั้นแม้วีนัสจะรู้เรื่องก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอีก
แต่เอมิกาไม่รู้เลยว่านั่นเป็นเพียงการคิดเองเออเองฝ่ายเดียว เพราะผู้ชายอย่างภาคภูมิไม่ใช่คนที่จะจับได้ง่าย ๆ หากเจ้าตัวไม่ยอม และตราบใดที่วีนัสยังสามารถให้อภัยสามีได้การแยกทางจะไม่มีวันเกิดขึ้น เพราะภาคภูมิจะไม่ยอมเสียภรรยาที่เพียบพร้อมอย่างวีนัสไป