1
@สนามแข่ง VK Racing
ภายในสนามแข่งรถชื่อดังคลาคล่ำไปด้วยผู้ร่วมแข่งขันและกองเชียร์ที่เบียดเสียดบนอัฒจันทร์ การแข่งฟอร์มูลาวันนับเป็นกีฬาของคนที่มีเงินเหลือกินเหลือใช้ จำพวกเดียวกับเจ้าของสนามแห่งนี้ ชวิน วรกิจ ชายหนุ่มวัยสามสิบห้าปีที่มีพร้อมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ เป็นที่หมายปองของสาว ๆ ค่อนประเทศ
อาชีพของเขาคือนักธุรกิจและนักลงทุนมือทอง ชวินมีธุรกิจในมือหลายอย่าง หลัก ๆ คือธุรกิจน้ำเมาที่เป็นอันดับหนึ่งของประเทศและนำเข้ารถซูปเปอร์คาร์ ส่วนสนามแข่งรถแห่งนี้เขาเปิดมันเพราะความชอบส่วนตัว แต่ก็ได้รับความนิยมจนสามารถทำรายได้ในหลักร้อยล้านต่อปี
“วันนี้วันเกิดพี่ผมจะออมมือให้แล้วกัน”
ภาคภูมิบอกกับชวินที่ยืนใส่ถุงมืออยู่ใกล้ ๆ
“แหม...พูดแบบนี้ถ้าฉันแพ้แกก็คงจะอายคนแย่”
“เผื่อใจไว้หน่อยก็ดีพี่”
ชวินยกยิ้มมุมปากก่อนจะเดินไปขึ้นรถประจำที่คนขับ สิ่งที่เขาชอบที่สุดคือความท้าทาย อะไรก็ตามที่สามารถทำให้หัวใจเขาเต้นแรงชวินมักจะหลงใหลมัน มือหนากำพวงมาลัยแน่นเพื่อรอสัญญาณ และทันทีที่ธงถูกตวัดลงนักแข่งทุกคนก็พารถพุ่งทะยานไปข้างหน้าแบบไม่มีใครยอมใคร
แสนดี อารีย์ มองรถที่วิ่งแซงคันอื่นด้วยความลุ้นระทึก ทั้ง ๆ ที่รู้ว่านักแข่งทุกคนมีเซฟตี้อย่างดีแต่เธอก็อดที่จะรู้สึกหวาดเสียวไปกับพวกเขาไม่ได้
“ทำงานมาเป็นปีแล้วยังไม่ชินอีกเหรอ”
เอมิกาทักเพื่อนสาวที่ยืนลุ้นอยู่ข้างสนาม
“ยังเลยแก ชุดใหม่เป็นไง...”
แสนดีถามพลางมองสำรวจชุดพริตตี้ของเพื่อน
“พอดีเป๊ะแต่โป๊ไปหน่อย”
“ไม่โป๊หรอกสวยจะตาย ว่าแต่วันนี้กลับมั้ยหรือไปต่อ”
“ไปต่อ”
“อืม...”
“ค่าเทอมที่แกค้างถ้าไปทำงานกับฉันไม่กี่ครั้งก็จ่ายได้แล้ว ไปมั้ย...”
คนฟังถอนใจก่อนจะส่ายหน้าน้อย ๆ
“ไม่เอาอะ...”
“มันไม่ได้...”
“ฉันรู้เอม แต่ฉันไม่สะดวกใจ”
“อืม...ตามใจแก”
มันเป็นธรรมดาที่พริตตี้อย่างพวกเธอจะรับงานเอนเตอร์เทนเพื่อหารายได้เสริมซึ่งเอมิกาก็เป็นหนึ่งในนั้น แสนดีไม่ได้รังเกียจเพื่อนหรืออาชีพแต่เธอไม่สะดวกใจที่จะทำ ถึงจะไม่ได้ขายเรือนร่างทอดกายให้คนแปลกหน้าเชยชมแต่มันก็ต้องเปลืองตัวเพราะลูกค้ามือไว
“คุยอะไรกันจ๊ะสาว ๆ”
“คุณวีนัส”
แสนดียิ้มกว้างแล้วยกมือขึ้นไหว้ทักทายอย่างนอบน้อม วีนัสคือน้องสาวสุดที่รักของชวินเจ้าของสนามสุดหล่อ รวมทั้งยังเป็นคู่หมั้นของภาคภูมิหนุ่มนักธุรกิจที่สาว ๆ หลายคนหมายปองด้วย เรียกได้ว่าชีวิตที่เพียบพร้อมของวีนัสนั้นคือชีวิตที่หลาย ๆ คนใฝ่ฝัน
“มาเชียร์คุณภูมิเหรอคะ”
“ไม่หรอกแค่มาดู เพราะรู้อยู่แล้วว่าพี่วินต้องชนะ สบายดีใช่มั้ย”
“สบายดีค่ะ”
“อืม...ดีแล้ว งั้นเดี๋ยวฉันไปดูภูมิก่อน”
“ค่ะ”
หลังจากที่วีนัสเดินออกไปเอมิกาก็รีบสะกิดเรียกเพื่อน
“คุณวีนัสนี่สวยจริง ๆ เนาะ ยิ่งมองใกล้ ๆ ก็ยิ่งสวยเหมาะสมกับคุณภูมิมากจริง ๆ”
“อืม...ใจดีมากด้วย”
“ใช่...ใจดี แต่เฉพาะกับผู้หญิงที่ไม่เข้าตาคุณภูมิแกน่ะระวังเอาไว้ด้วย”
เอมิกาเตือนเพื่อนด้วยความห่วงใย เพราะถึงจะยังไม่เคยเห็นฤทธิ์เดชของวีนัส แต่เธอก็เชื่อว่ามันต้องมีมูลความจริงคนถึงได้เอามาเล่าต่อกัน
“ไม่รู้สิ ฉันเชื่อไม่ลงว่าเธอจะร้ายกาจแบบนั้น”
“ก็แค่เตือนไว้”
“อืม...”
แสนดีพยักหน้าแล้วยืนเหม่อนึกถึงเรื่องราวเมื่อหลายเดือนก่อน ตอนนั้นเธอประสบปัญหาทางด้านการเงินหนักจนร้องไห้ออกมาในห้องน้ำของสนาม และนั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้พบกับวีนัส
“เธอเป็นอะไร”
“ปะ...เปล่าค่ะ”
“เปล่าได้ยังไงร้องไห้จนตาบวมขนาดนี้ ปกติฉันไม่ชอบยุ่งเรื่องของใครหรอกนะ แต่รู้สึกถูกชะตากับเธอก็เลยถาม”
“ขอบคุณค่ะ”
“เอางี้...เธอร้องไห้เพราะแฟนหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ”
“โอเค งั้นล้างหน้าซะเดี๋ยวออกไปนั่งคุยกัน”
ถึงจะไม่เคยได้พบหน้าหรือพูดคุยกันตรง ๆ มาก่อนแต่แสนดีก็รู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าเป็นใครจึงยอมทำตามที่เธอบอก
ไม่นานหลังจากนั้นทั้งคู่ก็ออกมาคุยกันที่ส่วนของคาเฟ่ แสนดีจึงยอมบอกเรื่องที่เธอกำลังหนักใจ
“อ้อ...ที่แท้ก็เรื่องเงิน”
“ค่ะ”
“เอาเป็นว่า...”
“วีนัส”
ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดจนจบประโยคชวินก็เดินเข้ามาทักทายน้องสาว
“ทำไมวันนี้มาเร็วจังคะ”
“ไม่มีประชุมน่ะ แล้วนี่...”
ดวงตาคู่คมหันมาจับจ้องใบหน้าสวยของพริตตี้สาวแล้วเลิกคิ้วเป็นเชิงถามก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ใกล้กัน
“นี่พริตตี้สนามพี่ไงคะ จำลูกน้องตัวเองไม่ได้เหรอ”
“สนามนี้ไม่ได้มีพริตตี้แค่สองสามคนนะ แล้วอีกอย่างจะบอกว่าเป็นลูกน้องพี่ก็ไม่ถูก เพราะงานของเขาอิสระแค่มาทำที่นี่เป็นประจำเท่านั้น”
“พอค่ะพอ พูดซะยาว”
“ว่าแต่มีอะไรกันล่ะ”
“ก็วีเห็นเขายืนร้องไห้อยู่ในห้องน้ำเลยชวนมานั่งคุยค่ะ”
“แล้ว?”
“แล้วยังไงก็ช่างเถอะค่ะ พี่ไม่ต้องมาอยากรู้เรื่องคนอื่นหรอก”
วีนัสแกล้งหยอกพี่ชายจนชวินอมยิ้ม
“ไม่ทันแล้วละ ว่าแต่มีเรื่องอะไรกัน”
“บอกได้มั้ย...”
เพราะกลัวว่าบางทีแสนดีอาจจะอายวีนัสจึงเลือกที่จะถามเธอก่อน หญิงสาวจึงพยักหน้ารับเพราะคิดว่าถึงจะไม่อยากบอกแต่เขาก็ต้องรู้จนได้
“อ้อ...”
ชวินทำเสียงครางในลำคอก่อนจะพยักหน้าหลังจากฟังน้องสาวเล่าจนจบ
“เอางี้ พี่จะช่วยเองเพราะยังไงก็ทำงานอยู่ในสนามของพี่”
“เอางั้นเหรอคะ”
“อืม...ส่วนการคืนก็แล้วแต่เธอสะดวกแบบไหน”
เขาหันมองเธอทำให้ดวงตาสบกันโดยไม่ได้ตั้งใจ และแสนดีก็รู้สึกร้อนวูบไปทั้งตัวอย่างบอกไม่ถูก ชวินเหมือนมีอำนาจบางอย่างที่ข่มเธอได้โดยอัตโนมัติ
“คือ...ไม่เป็นไรค่ะ หนูคิดว่าหนูพอจะหาทางได้”
แสนดีปฏิเสธอย่างนุ่มนวลด้วยลำบากใจและละอายที่จะรับความช่วยเหลือจากเขา
“ถ้าหาทางได้จะร้องไห้ทำไมกันล่ะ เธอไม่ต้องคิดมากหรอก”
วีนัสบอกพลางส่งยิ้มปลอบใจ
“แต่หนูเกรงใจค่ะ”
“ถ้าเธอเกรงใจฉันคิดดอกเบี้ยก็แล้วกัน ถือซะว่าฉันได้ประโยชน์ด้วย ทีนี้ก็เลิกคิดมากเลิกเกรงใจได้แล้ว”
“เอาตามนั้นนะ พี่วินก็อย่าคิดดอกแพงนักนะคะ”
“หึ หึ เห็นพี่ใจร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่ต้องกลัวนะแสนดี ถึงฉันจะดูไม่เหมือนคนใจดี แต่ที่จริงแล้วจิตใจนี่ยิ่งกว่าพระสงฆ์อีก”
ชวินพูดติดตลกเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ ซึ่งมันก็ทำให้แสนดีรู้สึกดีขึ้นจริง ๆ
หลังจากวันที่ได้รับความช่วยเหลือจากชวินเธอก็มองเขาเปลี่ยนไป ภาพผู้ชายเสเพลถูกซ้อนทับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นที่ดูใจดี และเธอก็เก็บรอยยิ้มนั้นมานึกถึงทุกคืนก่อนนอนจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันโดยไม่รู้ตัว
เธอได้เจอชวินอีกหลายครั้งเพราะต้องจ่ายหนี้เป็นเงินสด ชายหนุ่มไม่ให้เลขบัญชีและไม่ให้ช่องทางการติดต่อใด ๆ จึงทำให้แสนดีรู้ว่าถึงแม้เขาจะดูใจดีแต่ก็ไว้ตัวและเย่อหยิ่งพอสมควร
“คุณวินคะ”
“หืม...”
ชวินที่เพิ่งเดินออกมาหลังจากเปลี่ยนชุดแข่งหยุดยืนเมื่อถูกเรียก
“แสนเอาเงินมาคืนค่ะ”
“อ้อ...”
เขารับเงินจากเธอแล้วมองใบหน้าหวานนิ่ง ๆ
“ครั้งนี้เป็นงวดสุดท้ายแล้ว ไม่ทราบว่าคุณวินจะคิดดอกแสนเท่าไหร่คะ”
ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินคำถามแล้วล้วงมือลงในกระเป๋า
“ฉันไม่เอาคืนเป็นเงินหรอก แต่อยากได้น้ำ...”
หัวใจเธอเต้นแรงเมื่อเขาเว้นจังหวะการพูด แต่นั่นก็ไม่เท่าแววตาที่มันแฝงด้วยความหมายบางอย่าง ซึ่งเธอไม่กล้าที่จะตีความหมายเอาเอง
“นะ...น้ำอะไรคะ”
“น้ำที่มันกินแล้วชื่นใจ น้ำที่หวาน ๆ น่ะ...”
“เอ่อ...ได้ค่ะ”
พอเธอตอบรับชวินก็เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ
“รู้แล้วเหรอว่าน้ำอะไร”
“พอรู้ค่ะ”
“แล้วเมื่อไหร่ฉันจะได้กิน”
แสนดีก้มหน้างุดเพราะไม่อาจสู้สายตาคมของเขาได้ อีกทั้งหัวใจยังเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนเจ็บหน้าอก
“รอคุณแข่งเสร็จก่อนค่ะ นอกสนามมีน้ำลำไยสดขายหวานเย็นชื่นใจ แสนจะไปซื้อมาให้คุณค่ะ”
ชวินทำท่าราวกับมีบางอย่างติดคอแล้วจึงส่ายหน้า
“ไม่ต้องดีกว่า เธอช่วยอะไรง่าย ๆ สักอย่างก็พอ”
“อะไรคะ”
แสนดีถามอย่างกระตือรือร้นเพราะอยากตอบแทนน้ำใจของเขา
“ช่วยหยิบบุหรี่ในกระเป๋าออกมาจุดให้ฉันที”
เธอก้มมองมือเขาจึงเห็นว่าตอนนี้ชวินสวมถุงมือหนังแล้วเรียบร้อยจึงยากต่อการหยิบจับ
“ได้ค่ะ”
มือเล็กล้วงลงในกระเป๋าชุดแข่งหยิบบุหรี่ยี่ห้อดังออกมาแล้วทำท่าเงอะงะ
“เอามาให้ฉันสิ”
อึก!
เธอเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอในขณะที่ส่งมวนบุหรี่ไปสัมผัสกับริมฝีปากหยัก ชวินเป็นคนหล่อเรื่องนั้นเธอรู้ดี เพียงแต่วันนี้แสนดีเพิ่งเข้าใจว่าหล่อจนคนมองละลายเป็นเช่นไร
“อุ๊ย!”
แสนดีถึงกับสะดุ้งเพราะชวินงับปลายนิ้วของเธอเบา ๆ อย่างจงใจ
“จุดไฟสิ”
เสียงของเขาแหบลงแต่ก็ยังมีอำนาจทำให้เธอทำตามอย่างว่าง่าย
“ขอบใจ เธอช่วยจุดบุหรี่ให้ฉัน เราหายกันแล้วนะ”
เขาพูดทั้ง ๆ ที่ยังคาบมวนบุหรี่แล้วจึงเดินไปจากตรงนั้นทิ้งแสนดีให้ยืนงงอยู่ลำพัง ถึงแม้เขาจะบอกว่านั่นคือการตอบแทน แต่สำหรับเธอแค่จุดบุหรี่ให้ไม่เห็นจะเป็นการตอบแทนตรงไหนจึงรู้สึกว่ายังติดค้างจนถึงวันนี้
หลายเดือนต่อมา...
ชีวิตของแสนดีเป็นไปอย่างสุขสงบตามประสา เธอรู้จักจัดการบริหารทั้งเวลาและเงินมากขึ้น ทำให้ระยะหลังไม่ขัดสนเหมือนช่วงแรก ๆ
“ค่ะแม่ หนูสบายดีค่ะ”
“ดีแล้วลูก แม่จะได้ไม่ห่วง”
“ไม่ต้องเป็นห่วงเลยค่ะหนูปรับตัวได้เยอะแล้ว แล้วตอนนี้น้อง ๆ เป็นยังไงบ้างคะ”
“สบายดีทุกคนลูก เมื่อวานเพิ่งจะได้เงินสนับสนุนเพิ่มจาก VK คอร์ปอเรชัน”
“ดีจังค่ะ”
“ใช่ ถ้าไม่ได้การสนับสนุนจากเขาเด็ก ๆ คงแย่”
“ค่ะแม่”
หลังจากวางสายแสนดีก็ยังคงนั่งจมอยู่กับความคิด คุณแม่ที่เธอคุยอยู่เมื่อครู่ไม่ใช่มารดาผู้ให้กำเนิดแต่อย่างใด หากเป็นเจ้าของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ชื่อว่า ‘บ้านเอื้ออารีย์’
แสนดีโตมาจากที่นั่นเพราะเธอคือเด็กกำพร้าที่ไม่มีใครต้องการ พอจบมัธยมปลายเธอก็ออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเองเพื่อลดภาระของบ้านเอื้ออารีย์ จึงทำให้ช่วงหนึ่งถึงสองปีแรกไม่ค่อยลงตัวนัก แต่เธอก็ผ่านมาได้เพราะความช่วยเหลือของเขา
ชวิน วรกิจ คือชายหนุ่มนักธุรกิจที่เพียบพร้อมในทุก ๆ ด้าน และตระกูลของเขาก็คือผู้อุปการะบ้านเอื้ออารีย์ที่เธอเติบโตมา และนั่นคืออีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้แสนดีสำนึกในบุญคุณของเขา ถึงแม้ชวินจะมีข่าวฉาวมากมายเรื่องผู้หญิงแต่เธอคิดเสมอว่ามันคนละส่วน และยังเชื่อว่าเขาคือคนดีและมีน้ำใจคนหนึ่ง
“ไง...นั่งเหม่อเชียวคิดถึงใครอยู่จ๊ะ”
“เอม! เข้ามาเงียบ ๆ ตกใจหมด”
“ไม่ได้เงียบเลยแต่เธอน่ะเหม่อเอง ว่าแต่คิดอะไรอยู่”
“กำลังคิดว่าอีกนานแค่ไหนถึงจะเรียนจบน่ะ”
“อีกปีกว่า นิดเดียวเองเนาะ”
“อืม...แสนอยากเรียนจบไว ๆ จะได้ทำงานมีเงินส่งให้น้อง ๆ บ้าง”
“เดี๋ยวก็ได้ส่ง”
“แสน...”
เอมิกาเรียกเพื่อนแล้วทำท่าทีอึกอักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“มีอะไรหรือเปล่าเอม”
“ปะ...เปล่า แค่จะถามว่าพรุ่งนี้แสนไม่อยู่ห้องใช่มั้ย”
“อยู่สิ พรุ่งนี้วันหยุด เราไปทำพิเศษตอนกลางคืน”
“ก็พรุ่งนี้แสนไปธุระเป็นเพื่อนคุณวีไม่ใช่เหรอ”
“จริงด้วยแสนลืมไปเลยอะ ว่าแต่...เอมรู้ได้ไงอะ”
พอถูกย้อนถามเอมิกาก็ทำหน้าตื่น
“กะ...ก็แสนบอกเราไง”
“เราบอกเหรอ”
“ใช่...วันนั้นแสนบอกเรา”
“เหรอ...”
แสนดีนิ่วหน้าแต่ก็ไม่ได้ถามต่อทั้ง ๆ ที่ในใจยังคงงุนงงไม่หาย
วันต่อมา...
แสนดีแต่งตัวด้วยชุดเดรสลายดอกไม้สีสดใสซึ่งเป็นเสื้อผ้าของวีนัสที่ส่งต่อมาให้ ซึ่งเธอรับและนำมาใช้ด้วยความยินดี เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวจึงมักหยิบยื่นสิ่งของหรือขนมให้บ่อยครั้ง
“ฮัลโหลค่ะคุณวี”
“ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนน่ะ”
“แสนกำลังรอรถค่ะคุณวี”
“ดีนะที่ยังไม่มา ทางเจ้าของที่เขาโทรมาขอเลื่อนเป็นวันอื่นน่ะ”
“อ้อ...เหรอคะ”
“ใช่ โทษทีนะให้เธอเตรียมตัวเก้อเลย”
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ”
“แต่เดี๋ยวฉันจะขับรถผ่านแถวนั้น เธอรอก่อนนะฉันเอารองเท้ามาให้หลายคู่เลย”
“ขอบคุณมากเลยค่ะ แต่แสนเกรงใจคุณวีจัง”
“ไม่ต้องเกรงใจ ฉันยินดีให้มาก ๆ”
“ขอบคุณค่ะ”
“งั้นเจอกันที่คาเฟ่ใกล้หอเธอนะ”
“ค่ะ”
หลังจากได้พบกันแสนดีก็สังเกตได้ถึงความกังวลที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าของวีนัส แต่เธอก็ยังไม่กล้าเอ่ยถามด้วยกลัวว่าจะเป็นการละลาบละล้วง
“คุณวีทานขนมสิคะ เค้กอร่อยอาจทำให้อารมณ์ดีขึ้นนะคะ เวลาแสนเครียดแล้วได้กินของอร่อยรู้สึกมีความสุขแบบบอกไม่ถูกเลย”
แสนดีเลื่อนจานเค้กให้กับวีนัสเป็นการเชิญชวนและสิ่งที่ได้รับกลับมาคือรอยยิ้มขื่น บ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าของรอยยิ้มไม่มีความสุข
“เธอรู้เหรอว่าฉันไม่มีความสุข”
“เอ่อ...ก็...”
“ฉันไม่มีความสุขจริง ๆ นั่นแหละ เธอเคยเป็นมั้ยที่มันหน่วงในอก มันเหมือนกับมีหินหนัก ๆ ถ่วงเอาไว้”
“เคยสิคะ คนเราทุกคนเคยทุกข์ทั้งนั้นค่ะ”
“นั่นสินะ แค่ฉันทุกข์มากกว่าคนอื่นเขาเท่านั้นเอง”
น้ำเสียงและแววตาแสนเศร้าของวีนัสเขย่าหัวใจคนมองจนวูบไหว เพราะอีกฝ่ายเอ็นดูและหวังดีกับเธอมาตลอด พอเห็นว่ามีทุกข์แสนดีก็อดที่จะทุกข์ใจไปด้วยไม่ได้
“คุณวีเป็นคนดี ความทุกข์อยู่กับคุณวีไม่นานหรอกค่ะ”
“ขอบใจนะแสนดี ฉันขอให้เป็นอย่างที่เธอพูด”
วีนัสฝืนยิ้มแล้วนึกไปถึงสามีผู้เป็นเหตุแห่งทุกข์ของตัวเอง ในสายตาของคนอื่นชีวิตเธอพรั่งพร้อมราวกับเจ้าหญิง เป็นชีวิตที่หลายคนอิจฉาและใฝ่ฝันมาแทนที่ แต่ใครเลยจะรู้ว่าเจ้าหญิงผู้สูงส่งอย่างเธอจะอกกลัดหนอง ต้องอยู่อย่างหวานอมขมกลืนเพราะสามีไม่รู้จักพอ และไม่ว่าจะเจ็บซ้ำ ๆ สักกี่ครั้งเธอก็ยังไม่อาจตัดใจเลิกราได้