bc

โซ่บำเรอ

book_age18+
509
FOLLOW
2.4K
READ
HE
heir/heiress
blue collar
like
intro-logo
Blurb

เขาเกลียดเธอ แค้นเธอ แต่ในขณะเดียวกันก็ลุ่มหลงเธอจนถอนตัวไม่ได้ ชวินจึงต้องจองจำแสนดีเอาไว้ด้วยโซ่เส้นหนึ่งที่ไม่มีวันปลดออก และทำให้เธอตายทั้งเป็นเพราะถูกไฟแค้นแผดเผาจนมอดไหม้

ใบหน้าที่นองน้ำตาของแสนดีไม่ทำให้เขารู้สึกสงสารแต่อย่างใด เพราะสิ่งที่เธอทำมันส่งผลร้ายแรงเกินอภัย

"ฮึก...ฮือๆ..."

เธอไม่ตัดพ้อต่อว่าใดๆเพียงส่งเสียงสะอื้นคร่ำควรญเพราะเจ็บปวดเกินกว่าจะเก็บเอาไว้

"ฮึก..."

มือบางที่สั่นเทากอบเส้นผมบนพื้นขึ้นมากอดอย่างทะนุถนอม ก่อนจะยกขึ้นลูบศีรษะของตัวเองที่ตอนนี้ถูกตัดผมจนสั้นกุดด้วยหัวใจที่แตกสลาย

"ความเสียใจของเธอมันเทียบไม่ได้เลยกับที่ยัยวีได้รับ และฉันจะทำให้เธอเรียกร้องหาความตายด้วยตัวเอง!"

คำพูดที่ไร้เยื่อไยและแววตาอาฆาตของคนพูดบาดลึกลงในหัวใจที่บอบช้ำจนโทรมเลือด แสนดีก้มหน้าลงแล้วสะอื้นจนบ่าบอบบางสั่นสะท้าน คำถามเดียวในใจตอนนี้คือ...

เมื่อไหร่ความทรมานนี้จะสิ้นสุดลงเสียที...

chap-preview
Free preview
1
@สนามแข่ง VK Racing ภายในสนามแข่งรถชื่อดังคลาคล่ำไปด้วยผู้ร่วมแข่งขันและกองเชียร์ที่เบียดเสียดบนอัฒจันทร์ การแข่งฟอร์มูลาวันนับเป็นกีฬาของคนที่มีเงินเหลือกินเหลือใช้ จำพวกเดียวกับเจ้าของสนามแห่งนี้ ชวิน วรกิจ ชายหนุ่มวัยสามสิบห้าปีที่มีพร้อมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ เป็นที่หมายปองของสาว ๆ ค่อนประเทศ อาชีพของเขาคือนักธุรกิจและนักลงทุนมือทอง ชวินมีธุรกิจในมือหลายอย่าง หลัก ๆ คือธุรกิจน้ำเมาที่เป็นอันดับหนึ่งของประเทศและนำเข้ารถซูปเปอร์คาร์ ส่วนสนามแข่งรถแห่งนี้เขาเปิดมันเพราะความชอบส่วนตัว แต่ก็ได้รับความนิยมจนสามารถทำรายได้ในหลักร้อยล้านต่อปี “วันนี้วันเกิดพี่ผมจะออมมือให้แล้วกัน” ภาคภูมิบอกกับชวินที่ยืนใส่ถุงมืออยู่ใกล้ ๆ “แหม...พูดแบบนี้ถ้าฉันแพ้แกก็คงจะอายคนแย่” “เผื่อใจไว้หน่อยก็ดีพี่” ชวินยกยิ้มมุมปากก่อนจะเดินไปขึ้นรถประจำที่คนขับ สิ่งที่เขาชอบที่สุดคือความท้าทาย อะไรก็ตามที่สามารถทำให้หัวใจเขาเต้นแรงชวินมักจะหลงใหลมัน มือหนากำพวงมาลัยแน่นเพื่อรอสัญญาณ และทันทีที่ธงถูกตวัดลงนักแข่งทุกคนก็พารถพุ่งทะยานไปข้างหน้าแบบไม่มีใครยอมใคร แสนดี อารีย์ มองรถที่วิ่งแซงคันอื่นด้วยความลุ้นระทึก ทั้ง ๆ ที่รู้ว่านักแข่งทุกคนมีเซฟตี้อย่างดีแต่เธอก็อดที่จะรู้สึกหวาดเสียวไปกับพวกเขาไม่ได้ “ทำงานมาเป็นปีแล้วยังไม่ชินอีกเหรอ” เอมิกาทักเพื่อนสาวที่ยืนลุ้นอยู่ข้างสนาม “ยังเลยแก ชุดใหม่เป็นไง...” แสนดีถามพลางมองสำรวจชุดพริตตี้ของเพื่อน “พอดีเป๊ะแต่โป๊ไปหน่อย” “ไม่โป๊หรอกสวยจะตาย ว่าแต่วันนี้กลับมั้ยหรือไปต่อ” “ไปต่อ” “อืม...” “ค่าเทอมที่แกค้างถ้าไปทำงานกับฉันไม่กี่ครั้งก็จ่ายได้แล้ว ไปมั้ย...” คนฟังถอนใจก่อนจะส่ายหน้าน้อย ๆ “ไม่เอาอะ...” “มันไม่ได้...” “ฉันรู้เอม แต่ฉันไม่สะดวกใจ” “อืม...ตามใจแก” มันเป็นธรรมดาที่พริตตี้อย่างพวกเธอจะรับงานเอนเตอร์เทนเพื่อหารายได้เสริมซึ่งเอมิกาก็เป็นหนึ่งในนั้น แสนดีไม่ได้รังเกียจเพื่อนหรืออาชีพแต่เธอไม่สะดวกใจที่จะทำ ถึงจะไม่ได้ขายเรือนร่างทอดกายให้คนแปลกหน้าเชยชมแต่มันก็ต้องเปลืองตัวเพราะลูกค้ามือไว “คุยอะไรกันจ๊ะสาว ๆ” “คุณวีนัส” แสนดียิ้มกว้างแล้วยกมือขึ้นไหว้ทักทายอย่างนอบน้อม วีนัสคือน้องสาวสุดที่รักของชวินเจ้าของสนามสุดหล่อ รวมทั้งยังเป็นคู่หมั้นของภาคภูมิหนุ่มนักธุรกิจที่สาว ๆ หลายคนหมายปองด้วย เรียกได้ว่าชีวิตที่เพียบพร้อมของวีนัสนั้นคือชีวิตที่หลาย ๆ คนใฝ่ฝัน “มาเชียร์คุณภูมิเหรอคะ” “ไม่หรอกแค่มาดู เพราะรู้อยู่แล้วว่าพี่วินต้องชนะ สบายดีใช่มั้ย” “สบายดีค่ะ” “อืม...ดีแล้ว งั้นเดี๋ยวฉันไปดูภูมิก่อน” “ค่ะ” หลังจากที่วีนัสเดินออกไปเอมิกาก็รีบสะกิดเรียกเพื่อน “คุณวีนัสนี่สวยจริง ๆ เนาะ ยิ่งมองใกล้ ๆ ก็ยิ่งสวยเหมาะสมกับคุณภูมิมากจริง ๆ” “อืม...ใจดีมากด้วย” “ใช่...ใจดี แต่เฉพาะกับผู้หญิงที่ไม่เข้าตาคุณภูมิแกน่ะระวังเอาไว้ด้วย” เอมิกาเตือนเพื่อนด้วยความห่วงใย เพราะถึงจะยังไม่เคยเห็นฤทธิ์เดชของวีนัส แต่เธอก็เชื่อว่ามันต้องมีมูลความจริงคนถึงได้เอามาเล่าต่อกัน “ไม่รู้สิ ฉันเชื่อไม่ลงว่าเธอจะร้ายกาจแบบนั้น” “ก็แค่เตือนไว้” “อืม...” แสนดีพยักหน้าแล้วยืนเหม่อนึกถึงเรื่องราวเมื่อหลายเดือนก่อน ตอนนั้นเธอประสบปัญหาทางด้านการเงินหนักจนร้องไห้ออกมาในห้องน้ำของสนาม และนั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้พบกับวีนัส “เธอเป็นอะไร” “ปะ...เปล่าค่ะ” “เปล่าได้ยังไงร้องไห้จนตาบวมขนาดนี้ ปกติฉันไม่ชอบยุ่งเรื่องของใครหรอกนะ แต่รู้สึกถูกชะตากับเธอก็เลยถาม” “ขอบคุณค่ะ” “เอางี้...เธอร้องไห้เพราะแฟนหรือเปล่า” “เปล่าค่ะ” “โอเค งั้นล้างหน้าซะเดี๋ยวออกไปนั่งคุยกัน” ถึงจะไม่เคยได้พบหน้าหรือพูดคุยกันตรง ๆ มาก่อนแต่แสนดีก็รู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าเป็นใครจึงยอมทำตามที่เธอบอก ไม่นานหลังจากนั้นทั้งคู่ก็ออกมาคุยกันที่ส่วนของคาเฟ่ แสนดีจึงยอมบอกเรื่องที่เธอกำลังหนักใจ “อ้อ...ที่แท้ก็เรื่องเงิน” “ค่ะ” “เอาเป็นว่า...” “วีนัส” ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดจนจบประโยคชวินก็เดินเข้ามาทักทายน้องสาว “ทำไมวันนี้มาเร็วจังคะ” “ไม่มีประชุมน่ะ แล้วนี่...” ดวงตาคู่คมหันมาจับจ้องใบหน้าสวยของพริตตี้สาวแล้วเลิกคิ้วเป็นเชิงถามก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ใกล้กัน “นี่พริตตี้สนามพี่ไงคะ จำลูกน้องตัวเองไม่ได้เหรอ” “สนามนี้ไม่ได้มีพริตตี้แค่สองสามคนนะ แล้วอีกอย่างจะบอกว่าเป็นลูกน้องพี่ก็ไม่ถูก เพราะงานของเขาอิสระแค่มาทำที่นี่เป็นประจำเท่านั้น” “พอค่ะพอ พูดซะยาว” “ว่าแต่มีอะไรกันล่ะ” “ก็วีเห็นเขายืนร้องไห้อยู่ในห้องน้ำเลยชวนมานั่งคุยค่ะ” “แล้ว?” “แล้วยังไงก็ช่างเถอะค่ะ พี่ไม่ต้องมาอยากรู้เรื่องคนอื่นหรอก” วีนัสแกล้งหยอกพี่ชายจนชวินอมยิ้ม “ไม่ทันแล้วละ ว่าแต่มีเรื่องอะไรกัน” “บอกได้มั้ย...” เพราะกลัวว่าบางทีแสนดีอาจจะอายวีนัสจึงเลือกที่จะถามเธอก่อน หญิงสาวจึงพยักหน้ารับเพราะคิดว่าถึงจะไม่อยากบอกแต่เขาก็ต้องรู้จนได้ “อ้อ...” ชวินทำเสียงครางในลำคอก่อนจะพยักหน้าหลังจากฟังน้องสาวเล่าจนจบ “เอางี้ พี่จะช่วยเองเพราะยังไงก็ทำงานอยู่ในสนามของพี่” “เอางั้นเหรอคะ” “อืม...ส่วนการคืนก็แล้วแต่เธอสะดวกแบบไหน” เขาหันมองเธอทำให้ดวงตาสบกันโดยไม่ได้ตั้งใจ และแสนดีก็รู้สึกร้อนวูบไปทั้งตัวอย่างบอกไม่ถูก ชวินเหมือนมีอำนาจบางอย่างที่ข่มเธอได้โดยอัตโนมัติ “คือ...ไม่เป็นไรค่ะ หนูคิดว่าหนูพอจะหาทางได้” แสนดีปฏิเสธอย่างนุ่มนวลด้วยลำบากใจและละอายที่จะรับความช่วยเหลือจากเขา “ถ้าหาทางได้จะร้องไห้ทำไมกันล่ะ เธอไม่ต้องคิดมากหรอก” วีนัสบอกพลางส่งยิ้มปลอบใจ “แต่หนูเกรงใจค่ะ” “ถ้าเธอเกรงใจฉันคิดดอกเบี้ยก็แล้วกัน ถือซะว่าฉันได้ประโยชน์ด้วย ทีนี้ก็เลิกคิดมากเลิกเกรงใจได้แล้ว” “เอาตามนั้นนะ พี่วินก็อย่าคิดดอกแพงนักนะคะ” “หึ หึ เห็นพี่ใจร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่ต้องกลัวนะแสนดี ถึงฉันจะดูไม่เหมือนคนใจดี แต่ที่จริงแล้วจิตใจนี่ยิ่งกว่าพระสงฆ์อีก” ชวินพูดติดตลกเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ ซึ่งมันก็ทำให้แสนดีรู้สึกดีขึ้นจริง ๆ หลังจากวันที่ได้รับความช่วยเหลือจากชวินเธอก็มองเขาเปลี่ยนไป ภาพผู้ชายเสเพลถูกซ้อนทับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นที่ดูใจดี และเธอก็เก็บรอยยิ้มนั้นมานึกถึงทุกคืนก่อนนอนจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันโดยไม่รู้ตัว เธอได้เจอชวินอีกหลายครั้งเพราะต้องจ่ายหนี้เป็นเงินสด ชายหนุ่มไม่ให้เลขบัญชีและไม่ให้ช่องทางการติดต่อใด ๆ จึงทำให้แสนดีรู้ว่าถึงแม้เขาจะดูใจดีแต่ก็ไว้ตัวและเย่อหยิ่งพอสมควร “คุณวินคะ” “หืม...” ชวินที่เพิ่งเดินออกมาหลังจากเปลี่ยนชุดแข่งหยุดยืนเมื่อถูกเรียก “แสนเอาเงินมาคืนค่ะ” “อ้อ...” เขารับเงินจากเธอแล้วมองใบหน้าหวานนิ่ง ๆ “ครั้งนี้เป็นงวดสุดท้ายแล้ว ไม่ทราบว่าคุณวินจะคิดดอกแสนเท่าไหร่คะ” ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินคำถามแล้วล้วงมือลงในกระเป๋า “ฉันไม่เอาคืนเป็นเงินหรอก แต่อยากได้น้ำ...” หัวใจเธอเต้นแรงเมื่อเขาเว้นจังหวะการพูด แต่นั่นก็ไม่เท่าแววตาที่มันแฝงด้วยความหมายบางอย่าง ซึ่งเธอไม่กล้าที่จะตีความหมายเอาเอง “นะ...น้ำอะไรคะ” “น้ำที่มันกินแล้วชื่นใจ น้ำที่หวาน ๆ น่ะ...” “เอ่อ...ได้ค่ะ” พอเธอตอบรับชวินก็เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ “รู้แล้วเหรอว่าน้ำอะไร” “พอรู้ค่ะ” “แล้วเมื่อไหร่ฉันจะได้กิน” แสนดีก้มหน้างุดเพราะไม่อาจสู้สายตาคมของเขาได้ อีกทั้งหัวใจยังเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนเจ็บหน้าอก “รอคุณแข่งเสร็จก่อนค่ะ นอกสนามมีน้ำลำไยสดขายหวานเย็นชื่นใจ แสนจะไปซื้อมาให้คุณค่ะ” ชวินทำท่าราวกับมีบางอย่างติดคอแล้วจึงส่ายหน้า “ไม่ต้องดีกว่า เธอช่วยอะไรง่าย ๆ สักอย่างก็พอ” “อะไรคะ” แสนดีถามอย่างกระตือรือร้นเพราะอยากตอบแทนน้ำใจของเขา “ช่วยหยิบบุหรี่ในกระเป๋าออกมาจุดให้ฉันที” เธอก้มมองมือเขาจึงเห็นว่าตอนนี้ชวินสวมถุงมือหนังแล้วเรียบร้อยจึงยากต่อการหยิบจับ “ได้ค่ะ” มือเล็กล้วงลงในกระเป๋าชุดแข่งหยิบบุหรี่ยี่ห้อดังออกมาแล้วทำท่าเงอะงะ “เอามาให้ฉันสิ” อึก! เธอเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอในขณะที่ส่งมวนบุหรี่ไปสัมผัสกับริมฝีปากหยัก ชวินเป็นคนหล่อเรื่องนั้นเธอรู้ดี เพียงแต่วันนี้แสนดีเพิ่งเข้าใจว่าหล่อจนคนมองละลายเป็นเช่นไร “อุ๊ย!” แสนดีถึงกับสะดุ้งเพราะชวินงับปลายนิ้วของเธอเบา ๆ อย่างจงใจ “จุดไฟสิ” เสียงของเขาแหบลงแต่ก็ยังมีอำนาจทำให้เธอทำตามอย่างว่าง่าย “ขอบใจ เธอช่วยจุดบุหรี่ให้ฉัน เราหายกันแล้วนะ” เขาพูดทั้ง ๆ ที่ยังคาบมวนบุหรี่แล้วจึงเดินไปจากตรงนั้นทิ้งแสนดีให้ยืนงงอยู่ลำพัง ถึงแม้เขาจะบอกว่านั่นคือการตอบแทน แต่สำหรับเธอแค่จุดบุหรี่ให้ไม่เห็นจะเป็นการตอบแทนตรงไหนจึงรู้สึกว่ายังติดค้างจนถึงวันนี้ หลายเดือนต่อมา... ชีวิตของแสนดีเป็นไปอย่างสุขสงบตามประสา เธอรู้จักจัดการบริหารทั้งเวลาและเงินมากขึ้น ทำให้ระยะหลังไม่ขัดสนเหมือนช่วงแรก ๆ “ค่ะแม่ หนูสบายดีค่ะ” “ดีแล้วลูก แม่จะได้ไม่ห่วง” “ไม่ต้องเป็นห่วงเลยค่ะหนูปรับตัวได้เยอะแล้ว แล้วตอนนี้น้อง ๆ เป็นยังไงบ้างคะ” “สบายดีทุกคนลูก เมื่อวานเพิ่งจะได้เงินสนับสนุนเพิ่มจาก VK คอร์ปอเรชัน” “ดีจังค่ะ” “ใช่ ถ้าไม่ได้การสนับสนุนจากเขาเด็ก ๆ คงแย่” “ค่ะแม่” หลังจากวางสายแสนดีก็ยังคงนั่งจมอยู่กับความคิด คุณแม่ที่เธอคุยอยู่เมื่อครู่ไม่ใช่มารดาผู้ให้กำเนิดแต่อย่างใด หากเป็นเจ้าของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ชื่อว่า ‘บ้านเอื้ออารีย์’ แสนดีโตมาจากที่นั่นเพราะเธอคือเด็กกำพร้าที่ไม่มีใครต้องการ พอจบมัธยมปลายเธอก็ออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเองเพื่อลดภาระของบ้านเอื้ออารีย์ จึงทำให้ช่วงหนึ่งถึงสองปีแรกไม่ค่อยลงตัวนัก แต่เธอก็ผ่านมาได้เพราะความช่วยเหลือของเขา ชวิน วรกิจ คือชายหนุ่มนักธุรกิจที่เพียบพร้อมในทุก ๆ ด้าน และตระกูลของเขาก็คือผู้อุปการะบ้านเอื้ออารีย์ที่เธอเติบโตมา และนั่นคืออีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้แสนดีสำนึกในบุญคุณของเขา ถึงแม้ชวินจะมีข่าวฉาวมากมายเรื่องผู้หญิงแต่เธอคิดเสมอว่ามันคนละส่วน และยังเชื่อว่าเขาคือคนดีและมีน้ำใจคนหนึ่ง “ไง...นั่งเหม่อเชียวคิดถึงใครอยู่จ๊ะ” “เอม! เข้ามาเงียบ ๆ ตกใจหมด” “ไม่ได้เงียบเลยแต่เธอน่ะเหม่อเอง ว่าแต่คิดอะไรอยู่” “กำลังคิดว่าอีกนานแค่ไหนถึงจะเรียนจบน่ะ” “อีกปีกว่า นิดเดียวเองเนาะ” “อืม...แสนอยากเรียนจบไว ๆ จะได้ทำงานมีเงินส่งให้น้อง ๆ บ้าง” “เดี๋ยวก็ได้ส่ง” “แสน...” เอมิกาเรียกเพื่อนแล้วทำท่าทีอึกอักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “มีอะไรหรือเปล่าเอม” “ปะ...เปล่า แค่จะถามว่าพรุ่งนี้แสนไม่อยู่ห้องใช่มั้ย” “อยู่สิ พรุ่งนี้วันหยุด เราไปทำพิเศษตอนกลางคืน” “ก็พรุ่งนี้แสนไปธุระเป็นเพื่อนคุณวีไม่ใช่เหรอ” “จริงด้วยแสนลืมไปเลยอะ ว่าแต่...เอมรู้ได้ไงอะ” พอถูกย้อนถามเอมิกาก็ทำหน้าตื่น “กะ...ก็แสนบอกเราไง” “เราบอกเหรอ” “ใช่...วันนั้นแสนบอกเรา” “เหรอ...” แสนดีนิ่วหน้าแต่ก็ไม่ได้ถามต่อทั้ง ๆ ที่ในใจยังคงงุนงงไม่หาย วันต่อมา... แสนดีแต่งตัวด้วยชุดเดรสลายดอกไม้สีสดใสซึ่งเป็นเสื้อผ้าของวีนัสที่ส่งต่อมาให้ ซึ่งเธอรับและนำมาใช้ด้วยความยินดี เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวจึงมักหยิบยื่นสิ่งของหรือขนมให้บ่อยครั้ง “ฮัลโหลค่ะคุณวี” “ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนน่ะ” “แสนกำลังรอรถค่ะคุณวี” “ดีนะที่ยังไม่มา ทางเจ้าของที่เขาโทรมาขอเลื่อนเป็นวันอื่นน่ะ” “อ้อ...เหรอคะ” “ใช่ โทษทีนะให้เธอเตรียมตัวเก้อเลย” “ไม่เป็นไรเลยค่ะ” “แต่เดี๋ยวฉันจะขับรถผ่านแถวนั้น เธอรอก่อนนะฉันเอารองเท้ามาให้หลายคู่เลย” “ขอบคุณมากเลยค่ะ แต่แสนเกรงใจคุณวีจัง” “ไม่ต้องเกรงใจ ฉันยินดีให้มาก ๆ” “ขอบคุณค่ะ” “งั้นเจอกันที่คาเฟ่ใกล้หอเธอนะ” “ค่ะ” หลังจากได้พบกันแสนดีก็สังเกตได้ถึงความกังวลที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าของวีนัส แต่เธอก็ยังไม่กล้าเอ่ยถามด้วยกลัวว่าจะเป็นการละลาบละล้วง “คุณวีทานขนมสิคะ เค้กอร่อยอาจทำให้อารมณ์ดีขึ้นนะคะ เวลาแสนเครียดแล้วได้กินของอร่อยรู้สึกมีความสุขแบบบอกไม่ถูกเลย” แสนดีเลื่อนจานเค้กให้กับวีนัสเป็นการเชิญชวนและสิ่งที่ได้รับกลับมาคือรอยยิ้มขื่น บ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าของรอยยิ้มไม่มีความสุข “เธอรู้เหรอว่าฉันไม่มีความสุข” “เอ่อ...ก็...” “ฉันไม่มีความสุขจริง ๆ นั่นแหละ เธอเคยเป็นมั้ยที่มันหน่วงในอก มันเหมือนกับมีหินหนัก ๆ ถ่วงเอาไว้” “เคยสิคะ คนเราทุกคนเคยทุกข์ทั้งนั้นค่ะ” “นั่นสินะ แค่ฉันทุกข์มากกว่าคนอื่นเขาเท่านั้นเอง” น้ำเสียงและแววตาแสนเศร้าของวีนัสเขย่าหัวใจคนมองจนวูบไหว เพราะอีกฝ่ายเอ็นดูและหวังดีกับเธอมาตลอด พอเห็นว่ามีทุกข์แสนดีก็อดที่จะทุกข์ใจไปด้วยไม่ได้ “คุณวีเป็นคนดี ความทุกข์อยู่กับคุณวีไม่นานหรอกค่ะ” “ขอบใจนะแสนดี ฉันขอให้เป็นอย่างที่เธอพูด” วีนัสฝืนยิ้มแล้วนึกไปถึงสามีผู้เป็นเหตุแห่งทุกข์ของตัวเอง ในสายตาของคนอื่นชีวิตเธอพรั่งพร้อมราวกับเจ้าหญิง เป็นชีวิตที่หลายคนอิจฉาและใฝ่ฝันมาแทนที่ แต่ใครเลยจะรู้ว่าเจ้าหญิงผู้สูงส่งอย่างเธอจะอกกลัดหนอง ต้องอยู่อย่างหวานอมขมกลืนเพราะสามีไม่รู้จักพอ และไม่ว่าจะเจ็บซ้ำ ๆ สักกี่ครั้งเธอก็ยังไม่อาจตัดใจเลิกราได้

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.4K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.9K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.4K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
33.9K
bc

รอยแค้นแห่งรัก

read
55.7K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook