คุณฮ่องเต้

2234 Words
. . “อาชุน!!” ผู้เป็นหัวหน้าตระกูลธนกุลหรือเตี่ยเฟย เถ้าแก่เฟย ผู้เป็นพ่อได้เดินเข้าไปหาลูกชายคนเล็กของตระกูลอย่างอาชุน หรือชุน ที่ควงแขนหญิงสาวที่ไม่ใช่ภรรยาของตนเข้างานมา สร้างความไม่พอใจให้กับเตี่ยเฟยเป็นอย่างมาก เพราะการที่เขาทำแบบนี้เหมือนไม่ให้เกียรติตระกูลเจริญกุลที่เป็นพันธมิตรกันมานานเลยแม้แต่น้อย ชุนและผู้เป็นพ่อยืนประจันหน้ากันโดยที่ลูกชายไม่ได้สะทกสะท้านหรือมีใบหน้าสลดแต่อย่างใด ชุนยิ้มร้ายก่อนทำท่าแนะนำหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ แต่เตี่ยเฟยยกมือห้ามเสียก่อน มีหรือที่ชุนจะยอมฟัง “นี่เส้นฟางเป็น.....” “........” สายตาของเตี่ยเฟยมองลูกชายตนเป็นเชิงดุ ชุนเห็นอย่างนั้นก็ยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อเกิดความกังวลแม้จะไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่เขาก็ดูออก ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างผู้ชนะ “หึ...เป็นเพื่อนผมครับเตี่ย” “........” เตี่ยเฟยยังคงเงียบไม่ตอบพร้อมกับมองเส้นฟางที่ทำสีหน้าไม่พอใจที่ชุนแนะนำเธอแบบนั้นเท่าไหร่นัก แต่ก็ยกมือไหว้เตี่ยเฟยอย่างเสียไม่ได้ แต่เตี่ยเฟยกลับหันหน้าหนีไม่ยอมรับไหว้จากหญิงสาวที่ชุนพามา ม๊าเพ่ยเห็นท่าบรรยากาศไม่ดีจึงรีบเดินเข้าไปหาลูกชายคนเล็กของตนทันที “อาชุนลูก...เอ่อ...ให้เฮียตงกับอาซินดูแลเพื่อนของลูกก่อน แล้วรีบเข้าไปหาหนูหยกเร็ว” “ไม่เป็นไรครับม๊า เพื่อนผม...ผมดูแลเองได้ไม่ต้องลำบากเฮียตงหรอกครับ” “อาชุน...ถือว่าม๊าขอเถอะนะ เดี๋ยวมันจะเป็นเรื่องใหญ่ไปกว่านี้” “เตี่ยกับม๊าขอผมหลายเรื่องแล้วนะครับ ต้นหยกก็โตแล้วดูแลตัวเองได้..จริงไหม?” ชุนพูดพลางหันไปมองต้นหยกที่ยืนทำหน้านิ่งอยู่ไม่ไกลนัก ป๊าม๊าของต้นหยกดูเป็นห่วงลูกสาวมากพอสมควรพร้อมกับจับมือลูกสาวของตนเบาๆ ต้นหยกหันไปมองป๊าม๊าพร้อมกับพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าเธอไม่เป็นไรก่อนจะหันไปมองชุนด้วยแววตาที่ว่างเปล่า “ใช่ค่ะ หยกดูแลตัวเองได้สบายมาก เฮียก็ดูแลเพื่อนที่ยังดูแลตัวเองไม่ได้ดีกว่าค่ะ” “นังหยก!! แกว่าใครฮะ?!” “คุณเป็น ‘เพื่อน’ เฮียหรอคะ?” “ฉันเป็นเมี.. ” “หยุด!! เก็บปากของลื้อไปอาฟาง! ที่นี่ไม่ใช่ตลาด!” เส้นฟางเงียบลงทันทีที่เตี่ยเฟยแผดเสียงขึ้นพร้อมกับหันไปทำหน้าหงอยออดอ้อนชุน ส่วนต้นหยกได้แต่มองทั้งคู่ที่ปลอบใจกันก่อนจะหันหน้าไปทางอื่นอย่างอดทน “อาหยก มากับเตี่ยดีกว่ามา” เตี่ยเฟยเองก็หันไปพูดกับต้นหยกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ต้นหยกพยักหน้ารับก่อนจะเข้าไปพยุงเตี่ยเฟยแล้วพาไปนั่งยังที่นั่งหน้าเวทีพร้อมกับคนอื่นๆ ยกเว้นเฮียตงเพราะใกล้จะเริ่มงานแล้ว เฮียตงยืนมองหน้าน้องชายของตนอย่างไม่เข้าใจแต่ชุนกลับไม่ได้สะทกสะท้าน เสียงซุบซิบรอบข้างทำให้เส้นฟางยิ้มอย่างดีใจออกมาไม่น้อยเมื่อได้ยิน เพียงแค่นี้คนที่ดูเป็นภรรยาลูกชายเจ้าของหลักทรัพย์หมื่นล้านก็ไม่พ้นเธออยู่ดี แต่เสียงซุบซิบของบางคนนั้นกลับทำให้ชุนรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นักที่ได้ยิน “นั่นเมียจริงๆของคุณชุนหรอ?” “ดูเหมือนจะใช่นะ ควงกันเข้างานเหมือนเปิดตัวเลย” “เมียแต่งอย่างต้นหยกนี่แต่งเพื่อธุรกิจจริงๆหรอ สงสารเมียจริงเลย” “ถ้าคุณหยกโดนทิ้งเมื่อไหร่จะรีบไปขอ สวยเด็ดขนาดนั้น ผ่านการแต่งงานมาแล้วก็ไม่ถือ” “นั่นสิ นิ่งสงบเรียบร้อย ถ้าได้เป็นเมียคงอยู่บ้านทั้งวัน” “สวยระดับคุณต้นหยก ต่อคิวยาวก็ยอมล่ะวะ รอเสียบเลย” ชุนขมวดคิ้วแน่นเมื่อได้ยินเสียงซุบซิบแบบนั้นใกล้ๆ เหมือนตั้งใจให้ได้ยิน เขามองไปยังร่างอรชรที่นั่งโซฟาข้างๆ เตี่ยของตนอย่างนึกเคือง พร้อมกับความคิดที่ว่าเข้างานมาอ่อยท่าไหน คนระดับไฮโซถึงได้ติดตรึมขนาดนี้และเขายังมองว่าต้นหยกเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจร้อยเล่มเกวียนไม่เบา ไม่ได้ใสซื่อเหมือนที่เขาเห็นแน่ๆ “เป็นไงล่ะมึง สร้างปัญหาดีนัก” “ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ แค่พาฟางมาเปิดหูเปิดตา” “มันใช่ที่ไหม? นี่ไม่ใช่ห้างนะเว้ย นี่มันงานครอบครัวเสือกเอาคนนอกมา” “เฮียตงก็อย่างตั้งแง่กับฟางสิคะ ยังไงฟางก็เมียพี่ชุน” “ฉันไม่ได้คุยกับเธอ” เฮียตงพูดตัดบทพร้อมกับมองเส้นฟางด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร ก่อนจะเดินหนีไปเพราะไม่อยากคุย ชุนหันไปจับมือของเส้นฟางเบาๆ เป็นเชิงปลอบใจก่อนจะหันมาพูดกับเธอ “ฟางรอพี่ตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวงานหน้าเวทีจบพี่จะรีบออกมา” “ฟางไปนั่งกับเฮียชุนไม่ได้หรอคะ? นะคะๆ อยู่ตรงนี้ฟางไม่รู้จักใครเลย” “โธ่ ฟาง...เชื่อพี่นะคะ” “พี่ชุนจะทิ้งฟางไว้คนเดียวจริงๆหรอคะ?” เส้นฟางทำหน้าออดอ้อนงอแงเหมือนจะร้องไห้ ก่อนจะซบไปยังแขนแกร่งของชุนโดยไม่สนสายตารอบข้างเลย ชุนเห็นอย่างนั้นก็พยักหน้ารับ แล้วพาเธอเดินไปยังหน้าเวทีเพื่อหาที่นั่ง แต่สายตาของเตี่ยเฟยที่มองชุนและเส้นฟางดูไม่พอใจมากนัก ชุนนั่งลงข้างๆต้นหยก แต่เพราะที่มันเต็มหมดแล้ว เส้นฟางจึงเดินไปหยุดยืนด้านหน้าของต้นหยกพร้อมกับกอดอกมองเธอ “ลุกออกไปสิ นี่มันที่ของเมียตัวจริง” “ลื้อมีสิทธิ์อะไรมาไล่อาหยก อยากนั่งก็ไปนั่งข้างหลังสิ แค่ให้เข้างานมาได้ก็บุญหัวลื้อแล้วยังจะกล้ามาสร้างปัญหา” “พี่ชุนคะ” “ฟางเป็นเมียผมนะครับ โดยพฤติกรรม เตี่ยควรยอมรับบ้าง” “ไอ้ลูกเวร! ลื้อกล้าเถียงกับอั๊วหรอ!!” เสียงของเตี่ยเฟยแผดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับลุกขึ้นชี้หน้าชุนอย่างเหลืออด แต่ม๊าเพ่ยกับต้นหยกจับไว้ เพราะสายตาของแขกในงานเริ่มจับจ้องมาที่พวกเขาแต่ดูท่าเตี่ยเฟยจะไม่ยอมแน่ๆ คราวนี้ ต้นหยกถอนหายใจก่อนจะยอมลุกขึ้น “ไม่เป็นไรค่ะเตี่ย เดี๋ยวหยกไปนั่งข้างหลังเอง งานจะเริ่มแล้วอย่าให้เสียงานเลยค่ะ” “โธ่...อาหยก...” “นั่งตรงไหนก็เหมือนกันค่ะเตี่ย หยกไม่ถือ” พูดจบต้นหยกก็เดินออกไปนั่งข้างหลังชุนข้างๆ เลขาของเตี่ยเฟย ทุกคนมองต้นหยกก่อนจะหันไปมองขวางเส้นฟางแต่เธอกลับยิ้มหน้าระรื่นไม่สนใจสายตาใดๆ นั่งเฉิดฉายคู่กับชุนอย่างเชิดๆ งานได้เริ่มขึ้นอย่างราบรื่นโดยไม่มีอะไรติดขัดพร้อมกับสองตระกูลที่จับมือร่วมเซ็นสัญญารวมบริษัทอัญมณีและบริษัทนำเข้าวัตถุโบราณและของมีค่าโบราณ ทุกคนต่างร่วมแสดงควมมยินดีและปรบมือ หลังจากงานอย่างเป็นทางการได้จบลงไปแล้วก็เป็นการกินเลี้ยงสังสรรค์พบปะกับทีมบริหารและผู้ที่จะอยากร่วมลงทุนกับบริษัท ทุกคนลุกขึ้นเพื่อจะไปพบแขกเหรื่อข้างหลังต้นหยกเองก็ลุกขึ้นพร้อมๆกับเลขาของเตี่ยเฟย แต่ยังไม่ทันเดินออกพ้นเก้าที่ตัวเองนั่งก็สะดุดชายกระโปรงตัวเองเสียอย่างนั้น ยังดีที่เลขาหนุ่มแว่นรูปงามคว้าตัวเธอไว้ทัน ทั้งสองสบตากันโดยไม่ได้ตั้งใจ ต้นหยกหลบสายตาของเลขาหนุ่มเล็กน้อย และเขาเองก็ยิ้มตอบเธออย่างเขินๆเท่านั้น ทุกเหตุการณ์ก็ไม่พ้นสายตาของคนที่นั่งโซฟาข้างหน้าอยู่ดี “เอ่อ...ขอบคุณค่ะ คุณ...” “ฮ่องเต้ครับ เรียกเต้ก็ได้” “ค่ะ คุณเต้” ต้นหยกพูดจบก็รีบแยกตัวเองออกจากอ้อมแขนแกร่งของชายหนุ่มอย่างเขินๆ ชุนที่มองดูอยู่ก็ถึงกับเอาลิ้นดุนแก้มตัวเองด้วยความหงุดหงิดไม่สบอารมณ์ แต่ต้นหยกกลับไม่ได้สนใจเขาแต่อย่างใด ฮ่องเต้เอื้อมมือไปทางต้นหยกพร้อมกับรอยยิ้ม “ไปกันเถอะครับ เถ้าแก่เฟยรออยู่ด้านนู้นแล้ว” “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหยกเดินเองได้” “สะดุดเมื่อครู่ข้อเท้าคงจะเจ็บน่าดู รองเท้าส้นสูงขนาดนั้น” “ก็นิดหน่อยค่ะ แต่ไม่เป็นไร” แม้ต้นหยกจะพูดแบบนั้นแต่ฮ่องเต้กับยื่นมือค้างไว้พร้อมกับมองเธอด้วยรอยยิ้ม จึงทำให้ต้นหยกยอมให้เขาพยุงอย่างช่วยไม่ได้ ชุนที่เห็นอย่างนั้นก็ยกยิ้มแต่กลับเป็นรอยยิ้มที่แสดงความไม่พอใจมากนัก เขาทำท่าจะเดินเข้าไปหาคนทั้งคู่แต่เส้นฟางก็ดึงแขนของเขาไว้ก่อน “ฟางอยากดื่มค่ะ พี่ชุนพาฟางไปหน่อยได้ไหมคะ?” “...ได้สิคะ” ในขณะที่เดินไปเสียงซุบซิบก็ไม่จางลงเลย แต่เส้นฟางกลับเชิดหน้าชูคออย่างนางพญาไม่สนไม่แคร์คำพูดใดๆ ซ้ำยังควงแขนชุนไม่ปล่อย แม้ตอนนี้ชุนจะเพ่งสายตาไปยังต้นหยกและฮ่องเต้เลขาของเตี่ยเฟยก็ตาม ต้นหยกและฮ่องเต้เดินมายังที่ที่เตี่ยเฟยและครอบครัวยืนอยู่ แต่สายตาของเตี่ยเฟยชำเลืองมองลูกชายตัวดีที่กำลังเดินเข้ามาทางตนด้วยสีหน้าท่าทางที่ไม่สบอารมณ์นัก แถมสายตาของชุนยังมองต้นหยกและฮ่องเต้ไม่วางตา ว่าด้วยเรื่องผู้ชายต่อให้ไม่ได้รักแต่ถ้าได้แต่งงานแล้วผู้หญิงที่แต่งงานด้วยเขาย่อมถือว่าเป็นของของตน ถึงไม่รักก็ห้ามให้ใครมาแตะ นั่นคือนิสัยของผู้ชาย เตี่ยเฟยคิดก็หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนที่จะหันไปทางต้นหยกและฮ่องเต้เลขาของตน “อาเต้พาอาหยกอีไปพูดคุยกับแขกแทนอั๊วหน่อย อั๊วเดินไปด้วยคงช้า” “ครับเถ้าแก่” “เอ่อ...หยกไปเองก็ได้นะคะเตี่ย” “ลื้อเป็นผู้หญิงนะอาหยก แขกเหรื่อก็ดื่มไปเยอะ มันอันตรายเตี่ยเป็นห่วง ให้อาเต้ไปด้วยนี่แหละ” ต้นหยกหันไปมองฮ่องเต้ก่อนจะหันกลับไปพยักหน้ารับความหวังดีของเตี่ยเฟยอย่างเลี่ยงไม่ได้ ฮ่องเต้เบี่ยงตัวออกเล็กน้อยพร้อมกับผายมือให้ต้นหยกเดินนำอย่างสุภาพ พวกเขาเดินออกไปโดยที่ชุนยังเดินมาไม่ถึงด้วยซ้ำ ชุนเห็นอย่างนั้นจึงรีบเดินตรงปรี่เข้าไปหาผู้เป็นพ่อพร้อมสายตาตั้งคำถามแต่เตี่ยเฟยกลับทำท่าทีเมินเฉยต่อเขา “เตี่ย” “อะไร” “ทำไมให้พวกเขาไปคู่กันมันไม่งามนะ” “ที่ลื้อทำงามหน้ามากมั้ง ดูอาเต้อีก็ให้เกียรติอาหยกดีไม่ได้ทำอะไรไม่งามหน้าเหมือนลื้อหรอก” “แต่หยกเป็นผู้หญิง” “เป็นผู้หญิงแล้วยังไง? อาหยกอีไม่ได้วางตัวไม่ดีเสียหน่อย ไม่เหมือนคนบางคนแถมนี้” “โธ่ เตี่ย...แต่หยกเป็นภรรยาผม จะให้ไปเดินควงกับคนอื่นได้ยังไง” “ฟังไม่ขึ้น ลื้อต้องการอะไร? ลื้อก็ควงเพื่อนลื้อไปสิ ทีลื้อยังทำได้ทำไมอาหยกอีจะทำไม่ได้” “เตี่ย” “ถ้าอาหยกอีหย่ากับลื้ออั๊วก็ดีใจกับอีด้วย เพราะลื้อทำตัวเอง” เตี่ยเฟยพูดเหมือนจงใจให้ชุนหงุดหงิดกว่าเดิม และพูดเหมือนจะรู้ว่าต้นหยกอาจจะขอหย่ากับลูกชายตัวดีของตนอย่างไงอย่างนั้น แต่ไม่ว่าทางไหนใครจะหย่าถ้าเกิดการหย่าร้างระหว่างสองคนนี้ขึ้น เตี่ยเฟยก็พร้อมที่จะตัดลูกชายคนเล็กออกจากกองมรดกอยู่ดี เพราะเขารู้ว่าลูกชายของตนทำกับต้นหยกได้ไม่ดีนัก เพียงแค่ชุนคิดว่าถ้าต้นหยกขอหย่าเตี่ยก็จะไม่ตัดเขาออกจากมรดกหรือยึดทุกอย่างที่เขาสร้างมาด้วยตัวเอง มันคือการคิดไปเองของชุนเท่านั้น ชุนเถียงผู้เป็นพ่อไม่ออก เพราะที่พ่อของตนพูดนั้นเป็นความจริง แต่ถึงยังไงเขาก็ไม่พอใจอยู่ดี ยิ่งมองทั้งคู่เข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยยิ่งไม่สบอารมณ์อารมณ์เลย เส้นฟางที่เห็นว่าชุนเอาแต่มองต้นหยกและเลขาของเตี่ยเฟยก็ชักสีหน้าไม่พอใจนัก ก่อนจะสะกิดแขนของชุนพร้อมกับทำหน้ามุ่ย “หืม?...เป็นอะไรคะ?” “เส้นฟางยืนอยู่ตรงนี้ พี่ชุนมองไปทางไหนกันคะ?” “อย่าคิดมากเลย พี่แค่มองว่าสองคนนั้น...เหมาะสมกันดี” คำพูดที่ออกมาจากปากของชุนที่มันขัดใจที่จะพูดออกมา แต่มันทำให้คนฟังกลับยิ้มอย่างพอใจที่ได้ยินอย่างนั้นออกจากปากของชายหนุ่ม เส้นฟางเอียงตัวเข้าใกล้ชุนก่อนจะกระซิบเบาๆ พอให้ได้ยินกันแค่สองคน “งั้นทำไมเราไม่ทำให้เป็นคู่จริงเลยล่ะค่ะ...ถ้าเป็นอย่างนั้นพี่ชุนก็ขอหย่าได้โดยไม่ผิด” “ฮะ?...” . . .
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD