งานร่วมบริษัท(2/2)

2002 Words
. . ชุนและเส้นฟางที่แต่งตัวสวยเด่นดูแล้วเหมือนชุดคู่กันกับชุนราวกับคู่รักเดินควงแขนกันเข้าบ้านหลังใหญ่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเรือนหอก็เห็นต้นหยกนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ภรรยาสาวหันไปด้วยรอยยิ้มเมื่อรู้สึกว่าผู้เป็นสามีมารับเธอแล้ว ก่อนที่รอยยิ้มจะหุบลงทันทีที่เห็นชุนกับเส้นฟางเดินควงคู่กันมาอย่างไม่เกรงใจเธอสักน้อย แววตาที่ดีใจในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่ง แม้สีหน้าของเธอจะดูเรียบนิ่งแต่ภายในใจกลับเหมือนมีดกรีดลงกลางใจ สามีที่เธอตั้งใจแต่งงานด้วยความรักกลับควงหญิงอื่นต่อหน้าต่อตาเธอ อาลี่ที่ยืนก้มหน้าอยู่ไม่ไกลจากต้นหยกนัก ลอบมองใบหน้าของผู้เป็นนายด้วยความเป็นห่วงอย่างสุดใจ “เป็นง้อยหรือไง ถึงกับต้องฟ้องเตี่ยสั่งให้ฉันมารับ” ชุนมาถึงก็พูดจาเหน็บแนม โดยไม่ให้เกียรติเธอเลย ทั้งที่อยู่ต่อหน้าคนอื่นที่ไม่ใช่คนในบ้านอย่างเส้นฟาง ถึงเส้นฟางจะเป็นคนรักของเขาแต่ก็ไม่ใช่คนที่เธอรู้จักหรือสนิทสนมด้วย และอีกอย่างเธอคือภรรยาของเขาอย่างถูกต้อง ต้นหยกเลือกที่จะเงียบและไม่โต้ตอบใดๆ “อุ้ย...ไม่ยักกะรู้ว่าพอแต่งงานแล้วจะทำเป็นใบ้ได้ด้วยนะคะ พี่ชุนถามพี่ต้นหยกก็ตอบเสียหน่อยก็ได้นี่คะ เพื่อไม่ให้เสียหน้าคนรับใช้ เดี๋ยวเขาจะว่าพี่หยกเอาได้ว่าไม่เคารพพี่ชุน” “ฉันก็ไม่รู้มาก่อนเหมือนกันว่าเรื่องของคนในบ้านฉัน จะเป็นเรื่องของคนอื่นด้วย” “ต้นหยก! พูดอะไรให้เกียรติเส้นฟางด้วย” “ในฐานะอะไรหรอคะ? แขกของเฮียหรือว่าฐานะอะไรที่ภรรยาของเฮียต้องให้เกียรติ” “นี่เธอไม่รู้จริงๆหรอว่าฉันอยู่ในสถานะอะไร?” ต้นหยกไม่ตอบที่เส้นฟางพูด แต่เธอกลับจ้องมองชุนด้วยแววตาที่เจ็บปวด ชุนเองก็ไม่ได้คิดจะปกป้องเธอเลยแม้แต่น้อย กลับปล่อยให้ชู้นอกบ้านมาเหยียดหยามเธอถึงในบ้าน เขาไม่ไว้หน้าเธอเลยสักนิด “ไม่เป็นไรค่ะเฮีย เดี๋ยวหยกไปงานเอง” ต้นหยกผ่อนหายใจเพื่อระงับอารมณ์ที่ตีกันวุ่น ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ และเสียเกียรติ ก่อนจะเอ่ยตัดปัญหากับเรื่องการไปงานเลี้ยง โดยการที่เธอจะไปเอง ชุนเองก็แปลกใจไม่น้อยที่เธอยอมง่ายๆ เพราะถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นคงจะโวยวายลั่นกว่านี้ แต่ในใจเขากลับรู้สึกไม่พอใจอีกด้วยที่เธอเลือกที่จะงานเองแบบนั้น “เธออยากให้เตี่ยด่าฉันอีกหรือไง?” “แค่คำด่า...คงไม่ทำให้เฮียเจ็บหรอกค่ะ...การกระทำมากกว่าที่ทำให้เจ็บ” ต้นหยกพูดตัดพ้อผู้เป็นสามีก่อนจะก้าวเท้าฉับๆ ไปยังลานจอดรถเพื่อที่จะขับรถไปเอง ชุนเห็นต้นหยกที่ยืนกรานจะไปงานเองก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ไปกว่าเดิม จึงเดินตามเธอออกไปโดยทิ้งให้เส้นฟางยืนงงและทำหน้าไม่พอใจอยู่อย่างนั้น เส้นฟางเห็นว่าทั้งคู่เดินออกไปก็คิดจะเดินออกไปขัดขวางแต่อาลี่กลับเดินเข้ามาขวางทางเธอเสียก่อน “หลบไปนะ!! นังคนใช้!” “ไม่ค่ะ! ให้ผัวเมียเขาได้คุยกันก่อน อย่าพึ่งไปสาระแนเลยค่ะ!” “นังบ้านี่! แกว่าฉันหรอ!” “ก็คุยกันอยู่สองคน จะให้ลี่ไปว่าผีกงเต๊กที่ไหนคะ?” “กรี๊ดดดด!! แกลามปามว่าฉันเป็นผีจีนหรอ! เดี๋ยวก็ตบให้หายลามปามซะหรอก!” “เอาสิคะ อีลี่สู้ตายล่ะคราวนี้! ไม่ใช่คนให้ค่าจ้างเสียหน่อย” อาลี่พูดพร้อมกับถกแขนเสื้อขึ้นอย่างเตรียมพร้อม ทำให้เส้นฟางหน้าเหวอไปไม่น้อย ถ้าเกิดตบกับเด็กรับใช้ตอนนี้ชุนอาจจะมองเธอเปลี่ยนไปก็ได้ เธอจึงเลือกที่จะยืนหงุดหงิดร้อนรนอยู่กับที่แทน อีกด้านหนึ่ง “ต้นหยก!” “..........” “นี่! ต้นหยก!! หยุดเดี๋ยวนี้!” ชุนกึ่งเดินกึ่งวิ่งพร้อมเรียกภรรยาสาวที่ไม่สนใจนเขาจนเดินมาถึงรถ ต้นหยกเตรียมจะขึ้นรถแต่ก็ถูกชุนกระชากแขนของเธอเอาไว้เสียก่อน หญิงสาวหันมาหน้ามาประจันหน้ากับเขาตามแรงกระชาก เบ้าตาสวยอาบไปด้วยน้ำตาเต็มสองเบ้า ชุนมองนิ่งค้างจนลืมพูดสิ่งที่อยากจะพูดไปเสียหมด ตั้งแต่แต่งงานมาเขายังไม่เคยเห็นน้ำตาของเธอเลยสักครั้งไม่ว่าเขาจะต่อว่าเธอแรงแค่ไหน เธอก็ทำแค่พยายามใจเย็นและยอมมาตลอด “เอ่อ....” “ว่าไงคะ? มีอะไรจะพูดอีกไหม?” “...แล้วทำไมต้องบีบน้ำตากับเรื่องแค่นี้?” “เรื่องไหนหรอคะที่ว่าแค่นี้?” “ก็เรื่องไปงานเลี้ยง....” “เรื่องนั้นหยกไม่ติด เฮียไม่ได้มารับหยกก็ไปเองได้ แค่โทรมาบอก หยกไม่ได้เสียใจเลยถ้าต้องไปเอง เพราะมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร” “แล้วร้องไห้ทำไม?” “ตั้งแต่แต่งงานมาหยกไม่เคยยุ่งเรื่องของเฮียหรือแม้แต่จะถามอะไรเฮียเลย...นั่นคือหยกเคารพเฮียที่เป็นสามี” ต้นหยกพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพร้อมกับกลั้นลูกสะอื้น ดวงตาแดงก่ำเคล้าคลอไปด้วยน้ำตาอย่างห้ามไม่อยู่ แม้แต่เธอจะร้องไห้เธอยังกลัวว่าเขาจะมองว่าน่ารำคาญเลยด้วยซ้ำ ชุนขมวดคิ้วมองภรรยาสาวอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูด ต้นหยกจึงเลือกที่จะไม่อธิบายต่อ เพราะอธิบายไปก็เท่านั้น เธอจึงแกะมือชุนที่เกาะกุมเธอไว้ออกเบาๆ พร้อมกับเตรียมจะเนรเทศตัวเองออกจากสายตาของเขา “ถ้าฉันมีคนอื่นแล้วรับไม่ได้ก็หย่าสิ” ต้นหยกหันไปมองต้นเสียงที่อยู่ๆพูดขึ้นมาอย่างไม่สำนึก เธอเม้มปากแน่นพยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลรินลงมาอีกระลอก พร้อมกับพยักหน้าเบาๆ “ค่ะ...แล้วหยกจะเอามันเก็บไปคิดและปรึกษาป๊าม๊า เพราะยังไงเราก็ไม่ได้มีสัมพันธ์อะไรกันมากกว่าทะเบียนสมรส” ชุนชะงักไปเล็กน้อยที่การเจรจากับเธอมันช่างง่ายดายนัก แต่ก็ไม่ทันได้หายข้องใจต้นหยกก็ขึ้นรถและขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว ชุนมองตามรถคันหรูจนลับตา แม้จะได้ยินว่าเธอจะคิดเรื่องหย่าแต่เขากลับไม่หายหงุดหงิดเลยแม้แต่น้อย “โธ่เว้ย! เป็นบ้าอะไรของกูวะ!” ชุนสบถและก่นด่าตัวเองพร้อมกับเตะก้อนหินเล็กที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อระบายความหงุดหงิด เขาไม่ได้มีอะไรกับเธอเสียหน่อย และเขาไม่ใช่เจ้าของของเธออย่างแท้จริง ทำไมถึงต้องรู้สึกเหมือนไม่อยากหย่าทั้งที่เขาเองเป็นคนที่คัดค้านการแต่งงานและต้องการจะหย่าเอง ภายในหัวปวดจี๊ดขึ้นมาเหมือนเขาจะนึกอะไรขึ้นมาได้แต่นึกไม่ออก เขาเหมือนหลงลืมอะไรบางอย่างไป... ชุนสะบัดศีรษะไปมาและบอกตัวเองว่าเลิกคิดก่อนจะจัดแจงเสื้อผ้าเพื่อระงับอารมณ์แล้วเดินกลับเข้าไปในบ้านเพื่อไปตามเส้นฟางให้ไปงานเลี้ยง เมื่อเขาเดินหน้านิ่วคิ้วขมวดเข้าไปในบ้านก็เห็นเส้นฟางนั่งไขว่ห้างรออยู่ตรงโซฟารับแขกก่อนที่เธอจะหันมามองเขา “พี่ชุน ทำไมคุยกันนานจังคะ?” “ไม่มีอะไรหรอก ไปกันเถอะ” ชุนพูดด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเดินเข้าไปจับมือของเส้นฟางและพากันไปที่รถ การกระทำของชุนนั้นได้อยู่ในสายตาของอาลี่ที่ยืนเฝ้าเส้นฟางในตอนแรกเพื่อไม่ให้ไปกวนเจ้านายของตน ก่อนที่อาลี่จะส่ายหัวไปมาเมื่อมองคนทั้งคู่เดินลับตาไป “คุณผู้ชายไม่น่าโง่นะ หรือโดนทำของใส่?” อาลี่พูดพร้อมกับทำท่าครุ่นคิดก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเธอต้องโทรรายงานเตี่ยเฟยเกี่ยวกับเรื่องภายในบ้านให้รับรู้ตลอดเวลา อาลี่นึกขึ้นได้ดังนั้นจึงรีบเดินไปหยิบโทรศัพท์แล้วโทรหาเตี่ยเฟยทันที งานเลี้ยงรวมบริษัท งานเลี้ยงใหญ่จัดในโรงแรมระดับหกดาวอย่างหรูหรา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม หรืออาหารล้วนแต่เป็นอาหารชั้นเลิศและหน้าตาอาหารสวยงามสมระดับ ทุกอย่างทุกพิธีการจัดขึ้นมาอย่างสมเกียรติของตระกูลแม่งานทั้งสอง แขกเหรื่อในงานมากมายล้วนแต่คุณมีฐานะทั้งนั้น หรือไม่ก็เป็นผู้บริหารของบริษัทที่จะได้รับเชิญมา รวมถึงสื่อสำนักข่าวต่างๆ ก็มาร่วมสัมภาษณ์และถ่ายทอดบรรยากาศในงานอย่างล้นหลาม ต้นหยกเดินเข้ามาในงานอย่างสง่าผ่าเผยในชุดราตรีรัดรูปทันสมัยไม่โป๊เปลือยแหวกเว้ามากจนเกินงาม ชุดเดรสซีทรูแขนยาวทรงยาวสวยของเธอแหวกสูงขึ้นมาถึงต้นขาไม่มากนักเวลาเดิน เครื่องประดับเพชรพลอยสมฐานะพร้อมกระเป๋าใบจิ๋วที่ถืออยู่ดีเข้ากันและดูดีมีสง่าราศีไปหมด ไหนจะกิริยามารยาทท่าทางการเดินเหมือนอย่างนางพญาที่ทำให้ชายหนุ่ม ชายใดในงานต่างพากันมองจ้องเธอเป็นตาเดียว เธอเดินผ่านไปใกล้ใครกลิ่นกายหอมอ่อนๆ อวบอลเหมือนดอกไม้ที่อยากจะดอมดมอีกก็ลอยไปแตะจมูกทั้งชายและหญิงจนเผลอเคลิ้มมองตามเหลียวหลังกันเป็นแถบ ใบหน้าสวยที่แต่งแต้มเพียงเล็กน้อยกลับดูสวยเด่นกว่าใครในงาน “นี่สินะ ที่เขาเรียกว่างามราวกับหยกจักรพรรดิ์” หลายกลุ่มผู้บริหารและแขกเหรื่อคนมีฐานะต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน พร้อมกับมองต้นหยกอย่างชื่นชม ถ้าไม่ติดว่าต้นหยกแต่งงานแล้วพวกเขาคงไม่วายพาลูกชายไปสู่ขอเธอเป็นแน่ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมตระกูลเจริญกุลถึงส่งเธอไปเรียนต่อที่ประเทศจีนแล้วหายหน้าหายตาไปเสียนาน ต้นหยกเดินเข้าไปหาครอบครัวของตนและสามีพร้อมกับยกมือไหว้อย่างสวยงามและสวมกอดผู้เป็นแม่อย่างคิดถึง ก่อนจะหันไปยิ้มให้กับครอบครัวของสามีอย่างตระกูลธนกุลที่ยืนรวมตัวกับครอบครัวของตนอยู่ไม่ไกลจากเวทีนัก “วันนี้ต้นหยกก็สวยสง่าเหมือนเดิมเลยนะ” “เฮียตงก็ชมเกินไป เดี๋ยวซินก็เขม่นเอาหรอกค่ะ” “ไม่เลยๆ เพราะต้นหยกสวยจริงๆ” “ซินก็สวยกว่าเดิมอีก สงสัยเฮียตงเลี้ยงดี” ต้นหยกพูดแซวเพื่อนสาวที่เป็นภรรยาของเฮียตงลูกชายคนโตของตระกูลธนกุลด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่ทั้งสามคนคุยกันป๊าม๊าและเตี่ยเฟยม๊าเพ่ยแม่ของเฮียตงและชุนมองไปยังประตูทางเข้าเหมือนมองหาอะไรสักอย่างก่อนม๊าเพ่ยจะหันไปถามต้นหยกอย่างสงสัยเมื่อไม่เห็นลูกชายคนเล็กหรือสามีของต้นหยก “อาหยกไม่ได้มาพร้อมอาชุนหรอลูก” “เฮอะ...ลูกชายตัวดีของลื้อกำลังจะสร้างน่ะสิ” เตี่ยเฟยพูดพร้อมชักสีหน้าแล้วหันไปทางม๊าเพ่ยแล้วส่ายหัว ก่อนที่ทุกคนจะได้ถามอะไรต่อ ชุนและเส้นฟางเดินควงแขนกันเข้ามางานมาท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อในงานที่ต่างพากันตกใจไม่น้อยกับภาพที่เห็น แต่เส้นฟางก็ไม่ได้แคร์สายตาใครเชิดหน้าเดินเคียงข้างชุนอย่างเปิดเผย แต่คนที่ทนดูไม่ได้น่าจะเป็นเตี่ยเฟยกับเฮียตงเสียมากกว่า “อาชุน!!” . .
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD