.
.
ชุนและเส้นฟางที่แต่งตัวสวยเด่นดูแล้วเหมือนชุดคู่กันกับชุนราวกับคู่รักเดินควงแขนกันเข้าบ้านหลังใหญ่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเรือนหอก็เห็นต้นหยกนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ภรรยาสาวหันไปด้วยรอยยิ้มเมื่อรู้สึกว่าผู้เป็นสามีมารับเธอแล้ว ก่อนที่รอยยิ้มจะหุบลงทันทีที่เห็นชุนกับเส้นฟางเดินควงคู่กันมาอย่างไม่เกรงใจเธอสักน้อย
แววตาที่ดีใจในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่ง แม้สีหน้าของเธอจะดูเรียบนิ่งแต่ภายในใจกลับเหมือนมีดกรีดลงกลางใจ สามีที่เธอตั้งใจแต่งงานด้วยความรักกลับควงหญิงอื่นต่อหน้าต่อตาเธอ อาลี่ที่ยืนก้มหน้าอยู่ไม่ไกลจากต้นหยกนัก ลอบมองใบหน้าของผู้เป็นนายด้วยความเป็นห่วงอย่างสุดใจ
“เป็นง้อยหรือไง ถึงกับต้องฟ้องเตี่ยสั่งให้ฉันมารับ”
ชุนมาถึงก็พูดจาเหน็บแนม โดยไม่ให้เกียรติเธอเลย ทั้งที่อยู่ต่อหน้าคนอื่นที่ไม่ใช่คนในบ้านอย่างเส้นฟาง ถึงเส้นฟางจะเป็นคนรักของเขาแต่ก็ไม่ใช่คนที่เธอรู้จักหรือสนิทสนมด้วย และอีกอย่างเธอคือภรรยาของเขาอย่างถูกต้อง ต้นหยกเลือกที่จะเงียบและไม่โต้ตอบใดๆ
“อุ้ย...ไม่ยักกะรู้ว่าพอแต่งงานแล้วจะทำเป็นใบ้ได้ด้วยนะคะ พี่ชุนถามพี่ต้นหยกก็ตอบเสียหน่อยก็ได้นี่คะ เพื่อไม่ให้เสียหน้าคนรับใช้ เดี๋ยวเขาจะว่าพี่หยกเอาได้ว่าไม่เคารพพี่ชุน”
“ฉันก็ไม่รู้มาก่อนเหมือนกันว่าเรื่องของคนในบ้านฉัน จะเป็นเรื่องของคนอื่นด้วย”
“ต้นหยก! พูดอะไรให้เกียรติเส้นฟางด้วย”
“ในฐานะอะไรหรอคะ? แขกของเฮียหรือว่าฐานะอะไรที่ภรรยาของเฮียต้องให้เกียรติ”
“นี่เธอไม่รู้จริงๆหรอว่าฉันอยู่ในสถานะอะไร?”
ต้นหยกไม่ตอบที่เส้นฟางพูด แต่เธอกลับจ้องมองชุนด้วยแววตาที่เจ็บปวด ชุนเองก็ไม่ได้คิดจะปกป้องเธอเลยแม้แต่น้อย กลับปล่อยให้ชู้นอกบ้านมาเหยียดหยามเธอถึงในบ้าน เขาไม่ไว้หน้าเธอเลยสักนิด
“ไม่เป็นไรค่ะเฮีย เดี๋ยวหยกไปงานเอง”
ต้นหยกผ่อนหายใจเพื่อระงับอารมณ์ที่ตีกันวุ่น ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ และเสียเกียรติ ก่อนจะเอ่ยตัดปัญหากับเรื่องการไปงานเลี้ยง โดยการที่เธอจะไปเอง ชุนเองก็แปลกใจไม่น้อยที่เธอยอมง่ายๆ เพราะถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นคงจะโวยวายลั่นกว่านี้ แต่ในใจเขากลับรู้สึกไม่พอใจอีกด้วยที่เธอเลือกที่จะงานเองแบบนั้น
“เธออยากให้เตี่ยด่าฉันอีกหรือไง?”
“แค่คำด่า...คงไม่ทำให้เฮียเจ็บหรอกค่ะ...การกระทำมากกว่าที่ทำให้เจ็บ”
ต้นหยกพูดตัดพ้อผู้เป็นสามีก่อนจะก้าวเท้าฉับๆ ไปยังลานจอดรถเพื่อที่จะขับรถไปเอง ชุนเห็นต้นหยกที่ยืนกรานจะไปงานเองก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ไปกว่าเดิม จึงเดินตามเธอออกไปโดยทิ้งให้เส้นฟางยืนงงและทำหน้าไม่พอใจอยู่อย่างนั้น เส้นฟางเห็นว่าทั้งคู่เดินออกไปก็คิดจะเดินออกไปขัดขวางแต่อาลี่กลับเดินเข้ามาขวางทางเธอเสียก่อน
“หลบไปนะ!! นังคนใช้!”
“ไม่ค่ะ! ให้ผัวเมียเขาได้คุยกันก่อน อย่าพึ่งไปสาระแนเลยค่ะ!”
“นังบ้านี่! แกว่าฉันหรอ!”
“ก็คุยกันอยู่สองคน จะให้ลี่ไปว่าผีกงเต๊กที่ไหนคะ?”
“กรี๊ดดดด!! แกลามปามว่าฉันเป็นผีจีนหรอ! เดี๋ยวก็ตบให้หายลามปามซะหรอก!”
“เอาสิคะ อีลี่สู้ตายล่ะคราวนี้! ไม่ใช่คนให้ค่าจ้างเสียหน่อย”
อาลี่พูดพร้อมกับถกแขนเสื้อขึ้นอย่างเตรียมพร้อม ทำให้เส้นฟางหน้าเหวอไปไม่น้อย ถ้าเกิดตบกับเด็กรับใช้ตอนนี้ชุนอาจจะมองเธอเปลี่ยนไปก็ได้ เธอจึงเลือกที่จะยืนหงุดหงิดร้อนรนอยู่กับที่แทน
อีกด้านหนึ่ง
“ต้นหยก!”
“..........”
“นี่! ต้นหยก!! หยุดเดี๋ยวนี้!”
ชุนกึ่งเดินกึ่งวิ่งพร้อมเรียกภรรยาสาวที่ไม่สนใจนเขาจนเดินมาถึงรถ ต้นหยกเตรียมจะขึ้นรถแต่ก็ถูกชุนกระชากแขนของเธอเอาไว้เสียก่อน หญิงสาวหันมาหน้ามาประจันหน้ากับเขาตามแรงกระชาก เบ้าตาสวยอาบไปด้วยน้ำตาเต็มสองเบ้า ชุนมองนิ่งค้างจนลืมพูดสิ่งที่อยากจะพูดไปเสียหมด ตั้งแต่แต่งงานมาเขายังไม่เคยเห็นน้ำตาของเธอเลยสักครั้งไม่ว่าเขาจะต่อว่าเธอแรงแค่ไหน เธอก็ทำแค่พยายามใจเย็นและยอมมาตลอด
“เอ่อ....”
“ว่าไงคะ? มีอะไรจะพูดอีกไหม?”
“...แล้วทำไมต้องบีบน้ำตากับเรื่องแค่นี้?”
“เรื่องไหนหรอคะที่ว่าแค่นี้?”
“ก็เรื่องไปงานเลี้ยง....”
“เรื่องนั้นหยกไม่ติด เฮียไม่ได้มารับหยกก็ไปเองได้ แค่โทรมาบอก หยกไม่ได้เสียใจเลยถ้าต้องไปเอง เพราะมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”
“แล้วร้องไห้ทำไม?”
“ตั้งแต่แต่งงานมาหยกไม่เคยยุ่งเรื่องของเฮียหรือแม้แต่จะถามอะไรเฮียเลย...นั่นคือหยกเคารพเฮียที่เป็นสามี”
ต้นหยกพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพร้อมกับกลั้นลูกสะอื้น ดวงตาแดงก่ำเคล้าคลอไปด้วยน้ำตาอย่างห้ามไม่อยู่ แม้แต่เธอจะร้องไห้เธอยังกลัวว่าเขาจะมองว่าน่ารำคาญเลยด้วยซ้ำ ชุนขมวดคิ้วมองภรรยาสาวอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูด ต้นหยกจึงเลือกที่จะไม่อธิบายต่อ เพราะอธิบายไปก็เท่านั้น เธอจึงแกะมือชุนที่เกาะกุมเธอไว้ออกเบาๆ พร้อมกับเตรียมจะเนรเทศตัวเองออกจากสายตาของเขา
“ถ้าฉันมีคนอื่นแล้วรับไม่ได้ก็หย่าสิ”
ต้นหยกหันไปมองต้นเสียงที่อยู่ๆพูดขึ้นมาอย่างไม่สำนึก เธอเม้มปากแน่นพยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลรินลงมาอีกระลอก พร้อมกับพยักหน้าเบาๆ
“ค่ะ...แล้วหยกจะเอามันเก็บไปคิดและปรึกษาป๊าม๊า เพราะยังไงเราก็ไม่ได้มีสัมพันธ์อะไรกันมากกว่าทะเบียนสมรส”
ชุนชะงักไปเล็กน้อยที่การเจรจากับเธอมันช่างง่ายดายนัก แต่ก็ไม่ทันได้หายข้องใจต้นหยกก็ขึ้นรถและขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว ชุนมองตามรถคันหรูจนลับตา แม้จะได้ยินว่าเธอจะคิดเรื่องหย่าแต่เขากลับไม่หายหงุดหงิดเลยแม้แต่น้อย
“โธ่เว้ย! เป็นบ้าอะไรของกูวะ!”
ชุนสบถและก่นด่าตัวเองพร้อมกับเตะก้อนหินเล็กที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อระบายความหงุดหงิด เขาไม่ได้มีอะไรกับเธอเสียหน่อย และเขาไม่ใช่เจ้าของของเธออย่างแท้จริง ทำไมถึงต้องรู้สึกเหมือนไม่อยากหย่าทั้งที่เขาเองเป็นคนที่คัดค้านการแต่งงานและต้องการจะหย่าเอง ภายในหัวปวดจี๊ดขึ้นมาเหมือนเขาจะนึกอะไรขึ้นมาได้แต่นึกไม่ออก เขาเหมือนหลงลืมอะไรบางอย่างไป...
ชุนสะบัดศีรษะไปมาและบอกตัวเองว่าเลิกคิดก่อนจะจัดแจงเสื้อผ้าเพื่อระงับอารมณ์แล้วเดินกลับเข้าไปในบ้านเพื่อไปตามเส้นฟางให้ไปงานเลี้ยง เมื่อเขาเดินหน้านิ่วคิ้วขมวดเข้าไปในบ้านก็เห็นเส้นฟางนั่งไขว่ห้างรออยู่ตรงโซฟารับแขกก่อนที่เธอจะหันมามองเขา
“พี่ชุน ทำไมคุยกันนานจังคะ?”
“ไม่มีอะไรหรอก ไปกันเถอะ”
ชุนพูดด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเดินเข้าไปจับมือของเส้นฟางและพากันไปที่รถ การกระทำของชุนนั้นได้อยู่ในสายตาของอาลี่ที่ยืนเฝ้าเส้นฟางในตอนแรกเพื่อไม่ให้ไปกวนเจ้านายของตน ก่อนที่อาลี่จะส่ายหัวไปมาเมื่อมองคนทั้งคู่เดินลับตาไป
“คุณผู้ชายไม่น่าโง่นะ หรือโดนทำของใส่?”
อาลี่พูดพร้อมกับทำท่าครุ่นคิดก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเธอต้องโทรรายงานเตี่ยเฟยเกี่ยวกับเรื่องภายในบ้านให้รับรู้ตลอดเวลา อาลี่นึกขึ้นได้ดังนั้นจึงรีบเดินไปหยิบโทรศัพท์แล้วโทรหาเตี่ยเฟยทันที
งานเลี้ยงรวมบริษัท
งานเลี้ยงใหญ่จัดในโรงแรมระดับหกดาวอย่างหรูหรา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม หรืออาหารล้วนแต่เป็นอาหารชั้นเลิศและหน้าตาอาหารสวยงามสมระดับ ทุกอย่างทุกพิธีการจัดขึ้นมาอย่างสมเกียรติของตระกูลแม่งานทั้งสอง แขกเหรื่อในงานมากมายล้วนแต่คุณมีฐานะทั้งนั้น หรือไม่ก็เป็นผู้บริหารของบริษัทที่จะได้รับเชิญมา รวมถึงสื่อสำนักข่าวต่างๆ ก็มาร่วมสัมภาษณ์และถ่ายทอดบรรยากาศในงานอย่างล้นหลาม
ต้นหยกเดินเข้ามาในงานอย่างสง่าผ่าเผยในชุดราตรีรัดรูปทันสมัยไม่โป๊เปลือยแหวกเว้ามากจนเกินงาม ชุดเดรสซีทรูแขนยาวทรงยาวสวยของเธอแหวกสูงขึ้นมาถึงต้นขาไม่มากนักเวลาเดิน เครื่องประดับเพชรพลอยสมฐานะพร้อมกระเป๋าใบจิ๋วที่ถืออยู่ดีเข้ากันและดูดีมีสง่าราศีไปหมด
ไหนจะกิริยามารยาทท่าทางการเดินเหมือนอย่างนางพญาที่ทำให้ชายหนุ่ม ชายใดในงานต่างพากันมองจ้องเธอเป็นตาเดียว เธอเดินผ่านไปใกล้ใครกลิ่นกายหอมอ่อนๆ อวบอลเหมือนดอกไม้ที่อยากจะดอมดมอีกก็ลอยไปแตะจมูกทั้งชายและหญิงจนเผลอเคลิ้มมองตามเหลียวหลังกันเป็นแถบ ใบหน้าสวยที่แต่งแต้มเพียงเล็กน้อยกลับดูสวยเด่นกว่าใครในงาน
“นี่สินะ ที่เขาเรียกว่างามราวกับหยกจักรพรรดิ์”
หลายกลุ่มผู้บริหารและแขกเหรื่อคนมีฐานะต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน พร้อมกับมองต้นหยกอย่างชื่นชม ถ้าไม่ติดว่าต้นหยกแต่งงานแล้วพวกเขาคงไม่วายพาลูกชายไปสู่ขอเธอเป็นแน่ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมตระกูลเจริญกุลถึงส่งเธอไปเรียนต่อที่ประเทศจีนแล้วหายหน้าหายตาไปเสียนาน
ต้นหยกเดินเข้าไปหาครอบครัวของตนและสามีพร้อมกับยกมือไหว้อย่างสวยงามและสวมกอดผู้เป็นแม่อย่างคิดถึง ก่อนจะหันไปยิ้มให้กับครอบครัวของสามีอย่างตระกูลธนกุลที่ยืนรวมตัวกับครอบครัวของตนอยู่ไม่ไกลจากเวทีนัก
“วันนี้ต้นหยกก็สวยสง่าเหมือนเดิมเลยนะ”
“เฮียตงก็ชมเกินไป เดี๋ยวซินก็เขม่นเอาหรอกค่ะ”
“ไม่เลยๆ เพราะต้นหยกสวยจริงๆ”
“ซินก็สวยกว่าเดิมอีก สงสัยเฮียตงเลี้ยงดี”
ต้นหยกพูดแซวเพื่อนสาวที่เป็นภรรยาของเฮียตงลูกชายคนโตของตระกูลธนกุลด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่ทั้งสามคนคุยกันป๊าม๊าและเตี่ยเฟยม๊าเพ่ยแม่ของเฮียตงและชุนมองไปยังประตูทางเข้าเหมือนมองหาอะไรสักอย่างก่อนม๊าเพ่ยจะหันไปถามต้นหยกอย่างสงสัยเมื่อไม่เห็นลูกชายคนเล็กหรือสามีของต้นหยก
“อาหยกไม่ได้มาพร้อมอาชุนหรอลูก”
“เฮอะ...ลูกชายตัวดีของลื้อกำลังจะสร้างน่ะสิ”
เตี่ยเฟยพูดพร้อมชักสีหน้าแล้วหันไปทางม๊าเพ่ยแล้วส่ายหัว ก่อนที่ทุกคนจะได้ถามอะไรต่อ ชุนและเส้นฟางเดินควงแขนกันเข้ามางานมาท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อในงานที่ต่างพากันตกใจไม่น้อยกับภาพที่เห็น แต่เส้นฟางก็ไม่ได้แคร์สายตาใครเชิดหน้าเดินเคียงข้างชุนอย่างเปิดเผย แต่คนที่ทนดูไม่ได้น่าจะเป็นเตี่ยเฟยกับเฮียตงเสียมากกว่า
“อาชุน!!”
.
.