.
.
“สวัสดีครับม๊า”
ชุนยกมือไหว้แม่ของต้นหยกที่เดินลงมาจากชั้นบนพร้อมลูกสาว ชุนปรายตามองต้นหยกเล็กน้อยก่อนจะหันไปยิ้มให้แม่ของเธอแทน แต่กลับทำหน้าบึ้งตึงใส่หญิงสาว
“มาไวเหมือนกันนะเรา”
“ครับ”
“ม๊าฝากดูแลน้องด้วยนะ น้องพึ่งกลับมาจากประเทศจีนจำที่จำทางไม่ค่อยได้หรอก”
“...ครับ”
“ไปๆ ไปกันได้แล้ว”
ชุนและต้นหยกพยักหน้าก่อนจะหันไปยกมือไหว้ลาผู้เป็นแม่แล้วเดินออกไปพร้อมกัน ที่ชุนเรียกแม่ของต้นหยกว่าม๊าก็เพราะว่าเขาเรียกแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ จึงเรียกติดปากมาจนโต ทั้งสองเดินไปที่รถของชุน แต่ชุนกลับเดินไปขึ้นรถทางคนขับทันทีไม่ได้เปิดประตูให้เธอแต่อย่างใด ต้นหยกมองตามชายหนุ่มก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูเองแล้วนั่งเงียบๆ เรียบร้อย
รถแล่นออกไปโดยไม่มีคำพูดใดเลย ต้นหยกก็เอาแต่มองไปนอกหน้าต่างเพราะเธอรู้ว่าเขาไม่ได้อยากคุยกับเธอเท่าไหร่นัก ไหนจะสีหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์ทุกครั้งที่เจอเธออีก บรรยากาศภายในรถอึดอัดไปน้อย แต่ต้นหยกเองก็เป็นคนไม่ค่อยพูดอยู่แล้วจึงไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไร แต่ที่ดูอึดอัดจนหงุดหงิดน่าจะเป็นคนที่ขับรถอยู่เสียมากกว่า
“พูดไม่เป็นหรือไง?”
“เฮียคงไม่อยากคุยกับหยกเท่าไหร่หรอกค่ะ”
“รู้ตัวก็ดี”
“........”
ต้นหยกตอบทั้งๆ ที่ไม่หันไปมองหน้าเขา เธอมองออกไปข้างนอกอย่างตื่นตาตื่นใจเพราะตั้งแต่เธอกลับมาเธอยังไม่เคยออกไปไหนเลย อยู่แต่บ้านเท่านั้น ชุนหันไปมองใบหน้าของหญิงสาวที่ดูตื่นเต้นดีใจครู่หนึ่งก่อนจะเผลอยิ้มออกมาและปรับสีหน้าให้เรียบนิ่งเหมือนเดิม
“ทำเหมือนไม่เคยมา”
“ไม่เคยออกบ้านเลยค่ะ ตั้งแต่กลับมาจากจีน”
“งั้นหรอ...ไปจีนตั้งหลายปีแล้วอยู่ๆ กลับมาไทย แฟนที่นู่นไม่คิดถึงแย่หรอ?”
“เอ่อ....”
ต้นหยกหันไปมองชุนครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับไปมองข้างนอกรถเช่นเดิม เพื่อซ่อนใบหน้าที่ร้อนผ่าวของตนไม่ให้คนข้างๆ ได้เห็น ภายในใจคิดว่าเขาหลอกถามหรือเปล่าว่าเธอมีแฟนไหม
“ฉัน...ไม่มีแฟนค่ะ”
“หืม? ... มิน่าล่ะ ถึงได้กลับมาแต่งงาน”
“........”
ต้นหยกเงียบไปไม่ตอบอะไรกับคำพูดที่ชายหนุ่มพูดขึ้น เธอทำหน้าสลดลงเล็กน้อยเพราะที่เขาถามไม่หมายความว่าเขาสนใจในเรื่องของเธอ แต่ถามเพื่อจะหาเรื่องเสียมากกว่า
“แล้วเฮียล่ะ...ทำไมถึงยอมแต่งงานด้วย”
“พูดได้สักที...มรดกไง”
“แค่นั้นหรอคะ? แล้วแฟนเฮียไม่ว่าหรอ?”
“ฉันคุยกับคนของฉันแล้ว ฉันจะแต่งงานเพื่อมรดกและหย่ากับเธอในหนึ่งปี แต่...ยกเว้นว่าเธอจะขอหย่ากับฉันก่อนครบหนึ่งปี”
“.......”
ต้นหยกมองใบหน้าของชุนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจจะหย่ากับเธอ แต่ที่สำคัญคือเขามีคนรักอยู่แล้ว นั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกเสียใจพร้อมกับรู้สึกผิดเพราะเธอไม่รู้มาก่อน หลังจากบทสนทนานั้นจบลงก็ไม่มีใครพูดอะไรต่ออีกเลย จนมาถึงร้านที่แม่ของชุนนัดช่างไว้ให้
ชุนเดินลงจากรถและเดินดุ่มๆ เข้าไปในร้านโดยไม่สนใจต้นหยกเลยแม้แต่น้อย ต้นหยกลงจากรถและมองตามหลังเขาที่เข้าไปคุยกับช่างและนั่งลงรอตรงโซฟา เธอถึงเดินเข้าไปทีหลัง
“คุณผู้ชายลองชุดเลยไหมคะ?”
หลังจากช่างวัดตัวเขาเรียบร้อยแล้วก็หันไปถาม แต่ชุนกลับทำหน้าไม่ได้สนใจก่อนจะนั่งลงโซฟาที่เดิม ช่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กเพราะไม่รู้ว่าจะเอายังไงต่อ
“ไม่ต้อง ชุดไหนก็ได้”
“เอ่อ...ค่ะๆ”
ต้นหยกที่ยืนวัดตัวอยู่ข้างๆ มองหน้าเขาอย่างเศร้าสร้อย ความเสียใจเพิ่มพูนเข้ามา งานแต่งงานนี้มีแค่เธอที่ตั้งตารอที่จะทำตามสัญญาตอนเด็ก แต่เขากลับลืมไปแล้วทุกสิ่ง แถมยังทำเหมือนงานนี้ไม่ได้สำคัญหรือมีความหมายกับเขาเลยแม้แต่น้อย งานแต่งงานที่สำคัญที่สุดในชีวิตและยังเป็นความฝันสูงสุดของผู้หญิงทุกคนรวมถึงเธอด้วยเช่นกัน แต่กลับต้องมาแต่งงานกับคนที่ไม่ได้เต็มใจจะแต่งกับเธอ
“คุณผู้หญิงเชิญทางนี้ค่ะ”
“....ค่ะ”
หลังจากวัดตัวเสร็จพนักงานก็เชิญเธอเข้าไปยังห้องลองชุด ต้นหยกตอบรับก่อนจะเดินตามพนักงานไป พนักงานหยิบชุดมาให้ก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปลองชุดในห้องลอง แต่ก็ยังไม่วายได้ยินเสียงซุบซิบนินทาของพนักงานหน้าห้องลอง คำพูดเหล่านั้นทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดไม่น้อย แต่มันก็จริงอย่างที่พนักงานว่า
“เธอ...เห็นผู้ชายคนนั้นไหม หล่อนะ แต่ไม่ให้เกียรติว่าที่ภรรยาเลย”
“เออนั่นสิ...งานแต่งนะคะ ไม่ใช่งานวัด ให้ความสำคัญหน่อยสิ”
“ถ้าเป็นฉันนะ ฉันยกเลิกงานแต่งไปแล้ว ไม่มาทนอยู่กับผู้ชายแบบนี้หรอก หล่อซะเปล่า”
“เป็นฉัน ฉันก็ไม่เอาทำพันธ์ุจ้า สงสารชีจริงๆ สวยมากเลยนะ ไม่น่าเลือกผิด”
ต้นหยกเปิดม่านออกมาพร้อมกับใส่ชุดแต่งงานรัดรูปเป็นเกาะอกกระโปรงยาวลากพื้นแต่แหวกถึงต้นขา พนักงานตกใจสะดุ้งโหยงก่อนจะยิ้มแห้งๆ ให้กับหญิงสาว ต้นหยกยิ้มหวานตอบแต่ไม่ได้พูดอะไร
“สวยมากเลยค่ะ ดูเข้ากับคุณผู้หญิงมากเลย ทรวดทรงองค์เอวเด่นชัด คุณผู้ชายต้องตะลึงแน่ๆ”
“ขอบคุณค่ะ”
“คุณผู้หญิงจะเดินไปให้คุณผู้ชายดูก่อนไหมคะ ดิฉันจะได้เลือกชุดที่คู่กันให้คุณผู้ชายด้วย”
“เอ่อ...ไม่ต้องก็ได้มั้งคะ”
“ไปเถอะค่ะ”
พนักงานสาวสองเดินเข้าๆ ไปจับมือประคองต้นหยกโดยที่มีพนักงานอีกคนเดินตามหลังจัดปลายกระโปรงที่ลากพื้น ต้นหยกเดินออกมาก็เห็นว่าชุนไม่ได้สนใจมองเลย เขาเอาแต่ก้มมองโทรศัพท์อยู่อย่างนั้น
“เอ่อ...คุณผู้ชาย ชุดเจ้าสาวชุดนี้เป็นยังไงคะ”
ก็เป็นพนักงานสาวสองอีกนั่นแหละที่เรียกชายหนุ่มที่นั่งดูโทรศัพท์อยู่ให้เงยหน้าขึ้นมอง ชุนละสายตาจากโทรศัพท์ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเรียกแต่ก็ทำเอาเขานิ่งค้าง ชุดที่เห็นเนื้อหนังมังสาที่ขาวเนียนพร้อมกับกระโปรงแหวกสูงเกือบถึงต้นขาสวย เขามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอ
“อืม...ก็ดี...”
“งั้นเอาชุดนี้เลยไหมคะ?”
“เปลี่ยน...มันโป๊ไป”
“คะ? แบบนี้ก็ปกตินะคะ ใครๆ เขาก็...”
“ฉันบอกว่าเปลี่ยน”
“ค่ะๆ ได้ค่ะ”
ชุนพูดเสียงเรียบก่อนจะกระแอมเบาๆ ต้นหยกยิ้มเล็กน้อยที่เขายังห่วงเธออยู่บ้าง ก่อนที่พนักงานคนเดิมจะพาเธอไปเปลี่ยนชุดใหม่อีกชุด คราวนี้เป็นชุดแขนยาวซีทรูรัดรูปกระโปรงยาวลากพื้นแหวกขึ้นเลยเข่านิดหน่อยพอเดินได้ พร้อมกับมงกุฎเล็กๆ ทรงเจ้าหญิง ชุนก็ยังมองค้างดังเดิมคราวนี้เธอดูสวยสง่าเรียบร้อยนิดๆ เหมาะกับบุคลิกของเธอจนดูมีเสน่ห์น่าหลงใหล
“ชุดนี้”
“ได้ค่ะ งานจัดวันที่9นะคะ ทางเราจะเตรียมไว้อย่างดี”
“เสร็จแล้วใช่ไหม?”
“ค่ะ คุณผู้ชาย”
พนักงานพูดตอบรับด้วยรอยยิ้มก่อนที่ชุนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปที่รถโดยไม่รอต้นหยกที่ต้องกลับไปเปลี่ยนชุดก่อน พอเปลี่ยนชุดเสร็จเธอก็รีบเดินออกมาจากร้าน แต่ก็เห็นว่ารถของชุนแล่นผ่านหน้าไปเสียแล้ว ต้นหยกมองค้างแต่ก็ไม่ได้โวยวายอะไร เธอทำหน้าเศร้าเล็กน้อยก่อนจะหันซ้ายหันขวาเพื่อหาวินมอเตอร์ไซค์หรือป้ายรถเมย์ ก่อนจะเดินไปตามทางที่เธอมองเห็นป้ายรถเมย์อยู่ไกลๆ
ชุนที่ตอนแรกตั้งใจจะทิ้งให้เธอกลับเองคนเดียว เพราะต้องการให้เธอรู้ว่าเขาไม่ได้ใจดี และเธออาจจะต้องการยกเลิกงานแต่งหรือหย่ากับเขาภายในเดือนสองเดือนหลังแต่งงาน แต่คำพูดของเตี่ยกลับดังก้องเข้ามาในหูเสียอย่างนั้น
“บ้าเอ๊ย!”
ชายหนุ่มหักพวงมาลัยเลี้ยวกลับไปที่ร้านอีกครั้งแต่ก็ไม่เห็นต้นหยกเสียแล้ว ก่อนจะขับไปตามทางที่คิดว่าเธอน่าจะเดินไปเพื่อหารถกลับ ก่อนจะเห็นต้นหยกยืนคอตกอยู่หน้าป้ายรถเมย์ เขาจึงเลี้ยวรถเข้าไปจอดตรงหน้าของเธอแล้วลดกระจกลง
“ขึ้นรถ”
“........”
ต้นหยกไม่ได้พูดตอบรับอะไร แต่ก็ยอมขึ้นรถแต่โดยดีพร้อมกับนั่งเงียบๆ ชุนหันไปมองต้นหยกที่นั่งนิ่งก่อนจะโน้มตัวเข้าไปหาเธอ ต้นหยกตกใจจนนั่งชิดติดกับเบาะพร้อมกับมองหน้าของชายหนุ่มที่อยู่ใกล้แค่ลมหายใจ กลิ่นหอมดอกไม้อ่อนๆ จากตัวของเธอทำให้เขาหันไปมองเธอค้างใบหน้าของเขาเลื่อนเข้าไปใกล้เธอเรื่อยห่างไว้แค่ปลายจมูก ก่อนมือจะดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้หญิงสาว แล้วขับรถออกไปทันที
ภายในรถไม่มีใครพูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียวในหัวของชุนยังคงติดตรึงใจกับกลิ่นหอมของเธอ ส่วนต้นหยกกลับใจเต้นรัวไม่หยุดเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ก่อนที่ชุนจะหันไปหาเธอแล้วพูดขึ้น
“โกรธหรอที่ทิ้งไว้”
“คะ? ไม่โกรธหรอกค่ะ เฮียอาจจะมีธุระสำคัญ...ม๊าเคยบอกว่าต้องใจเย็นให้มากๆ”
“..........”
ชุนเผลอมองหญิงสาวที่เชื่อฟังผู้เป็นแม่อย่างเอ็นดู เธอดูรักพ่อและแม่ของเธอมากจนเขาอดรู้สึกชื่นชมไม่ได้ เขาแอบรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ปล่อยเธอไว้แบบนั้นหรืออาจจะเป็นแค่มารยาของเธอกันแน่ เขาก็ไม่แน่ใจนัก
“เฮียจะไปไหนหรอคะ? ไม่ใช่ทางกลับบ้านนี่”
“ฉันหิว”
ต้นหยกมองดูทางรอบๆ ที่เปลี่ยนไปจึงถามขึ้นอย่างตื่นตระหนก ก่อนที่ชุนจะหันไปมองหน้าเธอแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง หญิงสาวหันไปมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ เพราะตอนแรกเหมือนว่าเขาจะรีบ แต่ตอนนี้กลับไม่รีบแล้วซะอย่างนั้น แต่ต้นหยกก็ไม่ได้คิดถามอะไรต่อ
.
.
.