bc

หวนคืนรัก (หัวใจดวงเดิม)

book_age18+
42
FOLLOW
1K
READ
contract marriage
family
HE
opposites attract
stepfather
heir/heiress
blue collar
drama
sweet
bxg
lighthearted
kicking
city
office/work place
childhood crush
disappearance
like
intro-logo
Blurb

อดีตคนรักที่หายกันไปกว่าสิบปี ในวันนี้ 'เขา' กลับมาเพื่อทวงทุกสิ่งทุกอย่างคืน 'ในวันที่เธอกำลังมีความสุข' และทุกอย่างของเขาก็คือ 'เธอ' เธอคนนี้ที่อยู่ในหัวใจและจะอยู่ต่อไป..ตลอดกาล

เรื่องย่อ:

'ณิชชยา' อดีตคนรักที่หายกันไปกว่าสิบปีด้วยเหตุผลบางอย่างที่เขาไม่เคยรู้และไม่เคยเข้าใจ เธอเป็นคนแรกในชีวิต เธอเป็นคนทำให้เขาจมปลักอยู่กับความรักที่เธอเคยมอบให้ เธอคือคนแรกที่ทำให้เขาได้เรียนรู้ เหตุผลมากมายที่ยังคงมากพอให้เขาจมปลักและไม่ยอมแต่งงานกับใครทั้งนั้นนอกจากณิชชยา จนถึงวันหนึ่งทั้งสองก็ได้ 'หวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง' และในวันนี้ 'ปฐวี' ก็กลับเข้าไปในชีวิตของเธออีกครั้งเพื่อทวงทุกสิ่งทุกอย่างคืน 'ในวันที่ณิชชยากำลังมีความสุข' เธอคิดว่าทุกสิ่งที่เขาทำ เขาทำเพียงเพราะอยากเล่นเกมและอยากแก้แค้นในสิ่งที่เธอทำกับเขาเท่านั้น แต่เธอหารู้ไม่ว่าทุกอย่างในความหมายของของเขา นั่นก็คือ 'เธอ' เธอคนนี้ที่อยู่ในหัวใจและจะอยู่ต่อไป..ตลอดกาล

chap-preview
Free preview
บทนำ
คำเตือน นิยายเรื่องนี้อาจมีเนื้อหาและคำพูดที่ไม่เหมาะสมในบางตอน พร้อมกับสารให้ความรู้จะมีอยู่ในบางช่วงเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นเป็นเพียงจินตนาการของนักเขียน และนักเขียนไม่ได้มีเจตนาอ้างอิงหรือพาดพิงถึงบุคคลที่มีอยู่จริงแต่อย่างใด นักเขียนยังคงย้ำประโยคเดิมตามข้างต้นว่า เป็นเพียงจินตนาการเท่านั้น ในส่วนของสถานที่ เช่นการอ้างถึงจังหวัดนั้น ๆ เป็นการอ้างถึงเพื่อเพิ่มอรรถรส เพื่อให้นักอ่านได้เห็นภาพในจินตนาการได้ชันเจนขึ้น ส่วนของสถานที่ที่เอ่ยเป็นลักษณะ เช่น ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า บริษัทต่าง ๆ ที่อยู่ในเนื้อเรื่อง หากเกิดเหตุบังเอิญว่าสถานที่นั้นมีอยู่จริง นักเขียนจึงขอแจ้งไว้ ณ ที่นี้ว่าเป็นเพียงจินตนาการของนักเขียน ไม่มีเจตนาพาดพิงหรือเจาะจงถึงสถานที่ใดที่มีอยู่จริงทุกสถานที่ เพื่อไม่ให้มีการเกิดข้อกังขา ความเสียหายหรือความวุ่นวายขึ้น จึงขอแจ้งให้ทราบมา ณ ที่นี้ ขอบคุณค่ะ ปทุมวดี บทนำ  “อรุณสวัสดิ์ครับพี่สาว” “อะไรกันเนี่ยเรา ขึ้นมหา’ ลัยแล้วยังทำตัวเป็นเด็ก ๆ ไปได้” ณิชชยาหันไปหาน้องชายที่กอดเธอจากด้านหลังในขณะที่เธอกำลังทำอาหารอยู่ “กอดหน่อยไม่ได้หรือไง วันนี้ต้องไปนอนที่คอนโดแล้ว” “อยู่กับหนูนิดมาตั้งนาน พอได้ห่างกันจริง ๆ ก็ใจแป้วเหมือนกันนะเนี่ย แล้วอีกอย่างวันนี้หนูนิดว่านนท์ไม่ได้แล้วนะ เพราะวันนี้นนท์ตื่นเช้าม๊ากมาก” ธนนท์ยิ้มแก่นเอ่ยบอกผู้เป็นพี่สาว ณิชชยายิ้มให้น้องชายก่อนจะใช้มือเขกกะโหลกธนนท์ไปหนึ่งที “ก็เป็นแค่ตอนแรกนั่นแหละเรา พอไปเจอเพื่อนเดี๋ยวก็อยู่ที่นู่นยาว ไม่กลับบ้าน แล้วอีกอย่างห้ามไปมีเรื่องกับใครเด็ดขาดเลยเข้าใจไหม” ณิชชยากำชับขึ้นอีกครั้งหลังจากที่กำชับแล้วกำชับอีกตั้งแต่ที่รู้ผลประกาศว่าธนนท์ติดมหาวิทยาลัยดังในกรุงเทพมหานคร แน่นอนว่าการไปอยู่คอนโดของธนนท์ก็เพราะว่าเด็กหนุ่มติดมหาวิทยาลัยที่อยู่อีกฝั่งกับบ้านของตน หากอยู่ใกล้กันณิชชยาคงไม่ยอมให้น้องชายไปอยู่ที่อื่นแน่เพราะตอนมัธยมปลาย ธนนท์มักมีเรื่องกับคนอื่นเสมอ หลายครั้งที่ณิชชยาต้องทิ้งงานไปพบอาจารย์ที่ห้องปกครอง “แฮะ ถ้าไม่มีใครมาหาเรื่องก็ไม่มีหรอกครับ” “เดี๋ยวเถอะ ถึงมาหาเรื่องก็ไม่ควรจะไปตอบโต้กลับ ต้องสู้ด้วยอย่างอื่นไม่ใช่กำลัง โตแล้วนะนนท์ ไม่ใช่เด็กแล้ว” ณิชชยาไม่รู้ว่าต้องพูดคำนี้ไปอีกนานแค่ไหน เธอพูดจนเบื่อธนนท์ก็ไม่เคยจะฟัง “ครับ ๆ เข้าใจแล้วครับ นนท์จะไม่ทำให้หนูนิดผิดหวังเลย” ว่าพร้อมกับยิ้มทะเล้นให้พี่สาว พูดคุยกันไม่นานนักก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง ณิชชยาเดินทางมาทำงานที่โรงเรียนอนุบาลอุ่นรักวิทยา โรงเรียนอนุบาลเอกชนเพราะสาวเจ้านั้นทำงานเป็นคุณครูอนุบาลอยู่ที่นี่ เป็นคุณครูหนูนิดของเด็ก ๆ ทุกคน “ครูหนูนิดครับ~ มะวานก่อนน้องรักไปฝรั่งเศสกับคุณน้ามา น้องรักเอาของมาฝากคุณครูฮะ” ในขณะที่ณิชชยากำลังยืนต้อนรับเด็ก ๆ ที่กำลังทยอยมาโรงเรียนด้วยใบหน้าแจ่มใสกันนั้นก็มีเด็กชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพร้อมกับหญิงสาวผู้ปกครองที่ลงจากรถคันหรูเพื่อมาส่งหลานชายที่หน้าประตู “ขอบใจมากเลยนะครับน้องรัก ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวก้มลงไปหา ‘เด็กชายรักชลิต เศรษฐาพิมรกุล’ ก่อนจะหันไปครอบคุณผู้ปกครองของเด็กชาย “หลานชายฉันเขาเป็นคนเลือกให้คุณครูเอง ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกค่ะ” แต่หญิงสาวตรงหน้าเพียงแค่ยิ้มมุมปาก แววตาที่บ่งบอกออกมาได้อย่างชัดเจนว่าดูจะไม่ชอบณิชชยาเสียเหลือเกินปรากฏออกมาให้เห็นจนหญิงสาวถึงกับไปต่อไม่ถูกและเธอก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร คนตรงหน้าถึงไม่ชอบเธอ “หนูนิด ฉันว่าเธอต้องไปทำอะไรให้คุณปาลิตา ผู้ปกครองของน้องรักเขาไม่พอใจแน่ ๆ เขาถึงได้มองเธอแบบนั้น” ฉัตรฉายเพื่อนร่วมงานขาเม้าท์ประจำโรงเรียนอนุบาลอุ่นรักวิทยาเอ่ยขึ้นมา พร้อมกับแอบหยิบขนมของพรลินีไปทานด้วย “นี่ ยายฉัตร อย่าแอบเอาขนมฉันไปนะ” “กินนิดเดียวเอง” “ไม่นะ หนูนิดไม่รู้จักคุณปาลิตาเป็นการส่วนตัว ฉัตรวางใจเถอะ” ณิชชยาบอกปัดพร้อมกับก้มลงตรวจดูเอกสารอีกรอบ “แน่เหรอ บางทีอาจจะมีเรื่องอะไรที่ทำโดยที่ไม่รู้ตัวก็ได้นี่น่า เอาเป็นว่าอยู่ห่าง ๆ คุณปาลิตาไว้จะดีกว่า ฉันกลัวเธอมีปัญหากับทางนั้น” “ไม่มีแน่นอนจ้ะฉัตร อะ เอกสาร ฝากต่อด้วยนะ” เธอว่าพร้อมกับเปลี่ยนเรื่องพูด ฉัตรฉายรับแฟ้มเอกสารมาอย่างเสียไม่ได้ก่อนจะเดินออกไป “ยายฉัตรพูดไปเพราะเป็นห่วงหนูนิดนั่นแหละ แต่ยายนั่นก็พูดไปเรื่อย หนูนิดไม่ต้องไปสนใจมากหรอก” พรลินีเอ่ยบอกก่อนจะเดินออกไปเพื่อที่จะไปสอนเด็ก ๆ ในคาบภาษาไทยต่อ ปล่อยให้หนูนิดนั่งอยู่ในห้องพักครูเพียงลำพัง “คุณปาลิตา..” หญิงสาวขมวดคิ้วเหม่อมองออกนอกหน้าต่างในห้องทำงานที่บ้านของตนเอง เธอยังคงนึกถึงเรื่องที่ฉัตรฉายพูดเมื่อตอนกลางวันจนทำงานไม่ได้ “แต่คุณปาลิตาหน้าคุ้นจัง เคยเห็นที่ไหนหรือเปล่านะ” พอคิดได้แบบนั้นก็ลองค้นหารายชื่อผู้ปกครองของเด็ก ๆ ดูก่อนพบว่าในข้อมูลของน้องรักนั้นไม่มีชื่อของปาลิตาอยู่ แต่เป็นชื่อของคนอื่นแทน เธอจึงลองค้นหาจากในอินเทอร์เน็ตดู แต่อยู่ ๆ ไฟก็เกิดดับขึ้นมากลางคันทำให้สัญญาณเชื่อมต่อขาดหายไปพร้อมกับแบตเตอรี่แล็ปท็อปของตนเองที่เหลือเพียงแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น “บ้าจริง ลืมเสียบปลั๊กชาร์จตอนทำงานเสร็จ” “แบตมือถือเหลืออีกไม่มากแล้วด้วย ไปหาไฟฉายก่อนแล้วกัน” ว่าจบก็รีบเดินลงมาที่ห้องเก็บอุปกรณ์การช่าง แต่พอลงมาแล้วกลับพบว่าประตูบ้านถูกแง้มไว้ “นี่เราไม่ได้ล็อคประตูเหรอ?” “แต่ตอนนั้นล็อคแล้วนี่” เธอจำได้ว่าก่อนที่เธอจะขึ้นไปด้านบน เธอได้ทำการล็อคประตูบ้านและล็อคหน้าต่างเรียบร้อยหมดแล้ว ไม่มีทางที่เธอจะลืมได้แน่ ๆ ณิชชยาหยิบเอาไม้เบสบอลที่วางหลบอยู่หลังตู้โชว์รางวัลของน้องชายออกมาและค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้บานประตูพร้อมกับแบตเตอรี่ของมือถือที่ค่อย ๆ หมดลง “หนูนิด” “เดี๋ยว ๆ !” “พี่พีท!” เสียงร้องอันเจ็บปวดของ ‘คุณหมอพาทิศ อรุณเวศ’ คนรักของหญิงสาวดังขึ้นหลังจากที่เกือบโดนไม้เบสบอลฟาดเข้าที่หัว “พี่พีทมาไม่ให้ซุ่มให้เสียง หนูนิดตกใจหมดเลยค่ะ แล้วทำไมมาไม่บอกแบบนี้ล่ะคะ” ณิชชยาบ่นอุบใหญ่ “ขอโทษค่ะหนูนิด ตอนแรกพี่ก็ว่าจะบอกหลังจากที่ถึงหน้าบ้านแล้ว แต่พอดีพี่เห็นว่าไฟมันดับเลยนึกว่าหนูนิดเป็นอะไร พี่เลยถือวิสาสะใช้กุญแจที่หนูนิดให้ไว้เข้ามา” พาทิศยิ้มแฮะ ๆ ก่อนจะรีบแก้ตัวโดยไว ณิชชยาจึงมองออกไปด้านนอกก็พบว่าไฟดับหมดทุกที่ ตอนนี้เห็นรถของทางการเข้ามาซ่อมแซมแล้วก็พออุ่นใจ “พี่พีทนั่งอยู่นี่ก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูนิดไปหาไฟฉายก่อน” “หนูนิดนั่นแหละ นั่งอยู่ที่นี่ดีกว่าค่ะ เดี๋ยวพี่ไปหามาให้นะ” ว่าจบก็เดินไปพร้อมกับแสงไฟจากมือถือของตนเอง สักพักก็ออกมาพร้อมกับไฟฉายแบบตั้งโต๊ะ “ฮืม! ดีนะเนี่ย ซื้อแบบตั้งโต๊ะมา จะได้ไม่ต้องถือให้หนักมือ” เขาวางไฟฉายลงที่โต๊ะรับแขกก่อนจะนั่งข้าง ๆ คนรัก ทั้งสองคนมองตากันก่อนจะโผเข้ากอดกันด้วยความคิดถึง เพราะถึงแม้ว่าทั้งคู่จะเป็นคนรักกัน แต่การที่พาทิศมีอาชีพเป็นแพทย์นั้นก็ทำให้เวลาไม่ตรงกับเวลาของณิชชยาที่เป็นคุณครูอนุบาล เวลาไม่ตรงกันแถมไม่ค่อยมีเวลาว่างจะมาเจอคนรักคนตนเองอีก “คิดถึงที่รักของพี่จังเลยค่ะ” “คิดถึงเหมือนกันค่ะ” ทั้งสองมองตากันในความมืดที่มีแสงรำไรก่อนที่พาทิศจะขยับตัวเข้าไปใกล้คนรักอีกครั้งและประทับจุมพิตที่ริมฝีปากก่อนที่มันจะกลายเป็นจูบที่แสนหวานที่ใฝ่หา จูบที่ทำให้หลงอยู่ในภวังค์ ทำให้ชายหนุ่มคืบคลานเข้ามาได้ง่าย ๆ เขาเลื่อนใบหน้าลงหอมที่ซอกคอขาวของหญิงสาว มือก็ค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมากอบกุมที่ฐานเต้าขาวอวบอิ่มของหญิงสาวเอาไว้ก่อนจะเลื่อนใบหน้าคมลงไปเชยชิมสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างชำนาญแต่จู่ ๆ ณิชชยาก็ผลักพาทิศออกจากตัวอย่างรวดเร็ว “เป็นอะไรไปคะหนูนิด? หนูนิดเจ็บเหรอ” “เอ่อ..เปล่าค่ะ ช่วงนี้หนูนิดเหนื่อย ๆ เลยไม่อยากทำ อีกอย่างเราก็ใกล้จะแต่งงานกันแล้วด้วย หนูนิดว่าเอาไว้ก่อนดีกว่าค่ะ” “ได้ไหมคะ” เมื่อเห็นคนรักเงียบไป เธอก็ส่งสายตาอ้อนเหมือนแมวน้อยให้แก่เขา ในที่สุดเขาก็ยิ้มออกมาเหมือนกับว่าไม่ได้รู้สึกอะไร ทั้ง ๆ ที่ในใจรู้สึกแย่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่แย่มาก แค่เล็กน้อยเท่านั้น “ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าหนูนิดเหนื่อย เราขึ้นไปพักผ่อนกันเถอะนะ” “ขอบคุณนะคะที่เข้าใจกัน” “ไม่เป็นไรค่ะ ก็พี่รักหนูนิดนี่น่า อะไรที่หนูนิดสบายใจจะทำ พี่ยอมทุกอย่างเลยค่ะ” พาทิศจุมพิศที่หน้าผากของณิชชยา เธอมองเขาและรู้สึกดีใจที่ตัดสินใจเลือกพาทิศในวันนั้น จากรุ่นพี่ที่เรียนห้องเรียนเดียวกันครั้งที่ยังอยู่มหาวิทยาลัย ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นเจ้าบ่าวของเธอในอนาคตแล้ว เพราะตั้งแต่มีเขาอยู่ พาทิศไม่เคยทำให้เธอเสียใจเลยสักครั้งแถมยังเป็นพลังบวกให้กับเธอมากกว่าพลังลบ..เธอโชคดีแล้วจริง ๆ ที่เลือกเขา “พวกคุณลองบอกผมมาหน่อยสิ ว่าแปลนบ้านในโครงการพวกนี้มันมีข้อบกพร่องยังไงบ้าง? แล้วพวกคุณประชุมกับทางผู้รับผิดชอบสร้างบ้านโครงการนี้หรือยัง?แล้วเขาว่ายังไงบ้าง?ไม่เห็นมีรายงานมาให้ผมเลย” “เอ่อ..คือ..” “ถ้ามองไม่เห็นว่าผิดพลาดยังไง ผมจะบอกพวกคุณให้ก็ได้นะ” “ผมบอกตรง ๆ ว่าแปลนที่พวกคุณนำมาเสนอผม มันแย่มาก” “พวกคุณจะสร้างบ้านที่ไม่ใช่บ้านหรือไงครับ? เอาเปรียบผู้บริโภคขนาดนี้ บริษัทเราเสียหายมากเลยนะครับ ราคาสูงแต่ลูกค้าได้รับผลประโยชน์น้อย เอาแต่ได้เกินไปหรือเปล่า? อยากกู้ชื่อเสียงบริษัทคืนหลังจากที่นักข่าวเล่นข่าวหรือไง?” “หรืออยากโดนติดแบล็คลิสต์ก่อนไล่ออก?” ในขณะเดียวกัน ณ บริษัทโครงการหมู่บ้านจัดสรรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศกำลังเกิดการประชุมการจัดตั้งโครงการหมู่บ้านจัดสรรโครงการใหม่ขึ้น แต่แปลนบ้านและแผนงานที่พนักงานนำมาเสนอกลับไม่ถูกใจ ‘ปฐวี’ เลยสักนิด เขาโยนแบบแปลนไปด้านหน้าก่อนจะพูดจบการประชุมและเดินออกมาโดยมีปาลิตาผู้เป็นน้องสาวแท้ ๆ เดินตามออกมาด้วย “พี่วียังจะให้โอกาสพวกเขาอีกเหรอคะ เห็นพูดอะไรไปก็ทำไม่ได้สักอย่าง แบบนี้จะทำให้บริษัทเราแย่เอานะคะ” เธอว่าเหมือนไม่ได้คิดอะไร หน้าตาเฉยชาเหมือนไม่มีความรู้สึก “ยังไม่ครบสามครั้งเลยตา นี่ครั้งที่สอง อีกอย่างพี่ยังไม่ได้อนุมัติให้สร้าง เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหาอะไรหรอก” ปฐวีบอกน้องสาวและก้มลงเซ็นเอกสารต่อ ไม่ได้สนใจอะไรอีก “พี่วีไปเอาความคิดผิดสามครั้ง ไม่ให้โอกาสมาจากไหนกันเนี่ย” “แล้วเรื่องโรงเรียนของน้องรัก พี่วีมั่นใจนะคะว่าจะเปลี่ยนโรงเรียนจริง ๆ” ปาลิตาเอ่ยถามพร้อมกับนั่งกอดอกมองพี่ชายเพราะสิ่งที่เธอกำลังจะพูดนั้นมัน ‘คงจะสำคัญ’ กับปฐวีมากกว่าสิ่งใดในโลกใบนี้ “ทำไม? ตาคิดว่าไงล่ะ โรงเรียนอุ่นรักก็ดีอยู่หรอก แต่ในความคิดพี่โรงเรียนนานาชาติยังไงก็ดีกว่า น้องรักจะได้ฝึกภาษาหลาย ๆ ภาษาไปด้วย ถ้าในอนาคตน้องรักอยากไปเรียนต่อด้านไหนก็จะได้ไม่ลำบากมาก” “พัฒนาการความรู้ของเด็กอายุเท่านี้สำคัญที่สุดนะ รู้ไหมเรา?” “ตารู้เรื่องนี้ดีค่ะ แต่เรื่องที่ตาจะบอกพี่วีไม่ใช่เรื่องของน้องรัก” “แล้วเรื่องอะไร?” “ก็เรื่อง..” ยังไม่ทันที่ปาลิตาพูดจบ เสียงเคาะประตูก็ดังเข้ามา เลขาของปฐวีเดินเข้ามาแจ้งว่าเลขาของคุณภูวดล ผู้เป็นพ่อของสองพี่น้องทัศนีรัตนากุลขอเข้าพบปฐวีเป็นการส่วนตัว ปาลิตาจึงขอตัวกลับไปทำงานต่อ “คุณโฉมมีอะไรจะคุยกับผมงั้นเหรอครับ” “ท่านประธานต้องการให้ท่านรองไปพบท่านที่บ้านหลังเลิกงานค่ะ ท่านบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับท่านรอง ซึ่งเรื่องนี้ดิฉันไม่สามารถรู้ได้ว่าเป็นเรื่องอะไรนะคะ” คุณโฉม เลขาสาววัยกลางคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับปฐวีแจ้งเรื่องพร้อมกับพูดดักไว้ก่อนที่ปฐวีจะถาม ทำให้ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเพราะรู้ว่าอย่างไรเสียก็ต้องเป็นเรื่องเดิม ๆ “แล้วครั้งนี้ขอให้ท่านรองไปด้วยนะคะ เพราะคุณผู้หญิงท่านคิดถึงท่านรองมากค่ะ” “พ่อเรียกผมมามีธุระอะไรครับ” มาถึงบ้านทัศนีรัตนากุล เขาก็ไปพบกับมารดาให้พอหายคิดถึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตรงเข้ามาถามบิดาที่กำลังนั่งเซ็นเอกสารอยู่ในห้องทำงานทันที ส่วนคนโดนถาม ท่านก็เงยหน้าขึ้นมองลูกชายเล็กน้อยก่อนจะยื่นเอกสารให้คุณโฉมและคุณโฉมเองเมื่อรับเอกสารมาแล้วก็รีบออกไปอย่างรู้ความ “ว่ายังไงครับพ่อ พ่อมีอะไร?” “แกนั่งก่อนสิ ให้ฉันจิบชง จิงชาสักนิดก่อนไม่ได้หรือไง” “ไม่เป็นไรครับ ผมยืนได้” “ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่แก เก่งทุกอย่างอยู่แล้วนี่” “ถ้าพ่อจะเรียกผมมาทะเลาะ ผมกลับนะครับ” “เดี๋ยว! ไอ้ลูกคนนี้นี่ เออ ๆ” “ตอนไหนแกจะแต่งงานสักที” “อันนี้คือธุระของพ่อหรือคำถามไถ่ปกติครับ” “ธุระ” “แกน่ะอายุไม่ใช่น้อย ๆ แล้วนะ สามสิบกว่าแล้ว แล้วแม่แกก็บ่นกับพ่อทุกวันจนพ่อหูชาไปหมดแล้ว แกก็มีหนูจีอยู่ด้วยนี่ หนูจีก็ออกจะเหมาะสมกับแกดีออก จะรออะไรอีก” “ผมกับจีเราเป็นแค่เพื่อนกันครับ” “เหรอ? แกไม่เห็นข่าวซุบซิบหรือไง ยิ่งหนูจีเป็นถึงดาราดัง ยังไงคนเขาก็ดูออกว่าไม่ใช่เพื่อนธรรมดา” “หรือว่าแกมีใครอยู่ในใจอีก?” คำถามของผู้เป็นบิดาแทงเข้าไปในใจดำของปฐวีเข้าจนเขานิ่งไปครู่หนึ่ง แน่นอนว่าการชะงักและแววตาที่สั่นไหวของปฐวีก็ทำให้คุณภูวดลสังเกตเห็นได้ คนที่ท่านคิดก็มีอยู่แค่คนเดียว คนที่ติดอยู่ในใจของปฐวีมีแค่คนเดียวเท่านั้น ไม่มีวันเป็นคนอื่นได้นอกจากคนนี้แน่ ๆ “ไม่มีครับ ผมไม่มีใครอยู่ในใจ” “พ่อไม่ต้องมาเกลี้ยกล่อมผมเพราะแม่หรอกนะครับ ยังไงผมก็ไม่แต่งและผมจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายว่าจีเป็นแค่เพื่อนของผม” “ก็ได้ ๆ ฉันยอมแกก็ได้ หลังจากที่แม่แกรู้คำตอบของแก ฉันคงจะโดนแม่แกบ่นจนหูชาจนแก่ตาย” ท่านว่าประชดก่อนจะหยิบเอาซองเอกสารในลิ้นชักโต๊ะทำงานออกมาและยื่นให้แก่ลูกชาย “แล้วนี่..นี่เป็นเอกสารทวงหนี้และใบสัญญากู้ของลูกหนี้คนหนึ่ง ฉันจะวานให้แกไปจัดการเรื่องนี้หน่อย” “พ่อใช้คนของพ่อไปก็ได้นะครับ ไม่จำเป็นต้องให้ผมจัดการหรอก” เขาดันเอกสารกลับไปที่เดิมแต่คุณภูวดลกลับหัวเราะออกมาแทนที่จะโกรธ “แกจัดการได้ดีกว่าคนของพ่อ” “พ่อจะไม่บังคับให้แกทำหรอก แต่เปิดดูก่อนก็ได้ เผื่อจะเปลี่ยนใจ” คำบอกเล่าปนคำเชิญชวนของผู้เป็นบิดาทำให้เขาขมวดคิ้วมองเพราะมันดูไม่น่าไว้ใจแต่ก็ทำให้เขาอยากเปิดมันขึ้นมาอ่านดู ปฐวีคิดอยู่ไม่นานก็ตัดสินใจเปิดเอกสารออกดู เป็นเอกสารสัญญากู้และข้อตกลงต่าง ๆ พร้อมกับสลิปเงินและหลักฐานส่วนตัวต่าง ๆ ของผู้กู้ ชายหนุ่มกวาดสายตาอ่านเอกสารทั้งหมดจนมาถึงสัญญาการกู้ แววตาของเขาก็เกิดสั่นไหวขึ้นอีกครั้งเพราะชื่อและนามสกุลที่เขาเห็นคือชื่อและนามสกุลของคนที่เขาคุ้นเคย คนที่เขาไม่เคยลืม นายภวัต อิ่มฤดี ผู้กู้ นางสาวณิชชยา คงวาที ผู้ค้ำประกัน “อ้าวพี่วี ไม่อยู่ทานข้าวก่อนหรือคะ” “พี่วี?” ปาลิตาที่เพิ่งกลับมา เธอพบกับปฐวีก็เอ่ยเรียกคนที่เดินดุ่ม ๆ ออกไปจากบ้านเหมือนกับว่ากำลังโกรธใครสักคนอยู่ “รีบไปไหนน่ะ” ปฐวีที่เดินออกมาโดยที่ไม่ฟังเสียงเรียกของน้องสาว เขาขึ้นรถและปิดประตูเสียงดังลั่นจนคนคิดว่าที่เขารีบเดินออกมาเป็นเพราะว่าทะเลาะกับบิดา ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วมันไม่ใช่ เสียงมือที่กระทบกับพวงมาลัยรถและเอกสารที่ถูกกำไว้แน่นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ ทั้งดีใจมันอัดอั้นรวมกันอยู่ในใจของเขาเต็มไปหมด ภาพทุกอย่างพร้อมกับใบหน้าของอีกคนที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำกลับเข้ามาอีกครั้ง จากที่เคยรักมากก็กลายเป็นเกลียดขึ้นมาทันที..เกลียดที่เธอทิ้งเขาไป..ทำให้เขาเป็นคนโง่เง่าคนหนึ่งที่ไม่ลืมเธอสักที หนูนิดไม่ได้รักวี รักมันกินไม่ได้หรอก เลิกโง่สักทีเถอะ ประโยคสุดท้ายที่เธอบอกเขายังติดอยู่ในใจ เสียงของเธอยังคงติดอยู่ในนี้จนฝังลงในส่วนที่ลึกที่สุดภายในจิตใจ “ฮโหลคุณธีร์ ผมมีเรื่องด่วนให้คุณจัดการหน่อย” ชายหนุ่มยกมือถือต่อสายตรงไปที่ผู้ช่วยของตนเองทันทีด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยแต่แววตายังคงมีความรู้สึกที่รุนแรงผสมกันจนแยกไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร “คุณไปตามสืบชีวิตของผู้หญิงคนนี้ให้ผมทีว่าตอนนี้เขาเป็นยังไง อยู่กับใครบ้าง อืม..ขอด่วนที่สุด เพราะผมมีเรื่องสำคัญที่เขาจำเป็นต้องรู้” สั่งจบ ปลายสายรับคำก็กดวางทันที ในขณะเดียวกันเขาก็หลับตาลงและพยายามทำให้ตนเองใจเย็นขึ้นและยิ้มอย่างชั่วร้ายออกมา “ถ้าวันนั้นผมเป็นคนเจ็บ วันนี้คุณก็ต้องเจ็บมากกว่าผมหลายเท่า..เตรียมตัวรับความเจ็บปวดที่คุณเคยทำไว้กับผมได้แล้ว” “ณิชชยา”

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

30 Days to Freedom: Abandoned Luna is Secret Shadow King

read
316.6K
bc

Too Late for Regret

read
337.5K
bc

Just One Kiss, before divorcing me

read
1.7M
bc

Alpha's Regret: the Luna is Secret Heiress!

read
1.3M
bc

The Warrior's Broken Mate

read
146.5K
bc

The Lost Pack

read
451.6K
bc

Revenge, served in a black dress

read
155.9K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook