ตอนที่1 ไอเลิฟเวมินทร์
“เวย์ เลิฟเหนื่อยแล้วนะที่ต้องวิ่งตามเวย์ทั้งที่เลิฟไม่เคยเห็นปลายทางเลยสักนิด” เสียงตัดพ้อของหญิงสาววัยยี่สิบห้าปีเอ่ยบอกชายหนุ่มร่างสูงราวร้อยแปดสิบปลายๆ ที่ยืนเท้าเอวมองเธอด้วยสายตาที่เย็นชาอยู่
“ฉันไม่ได้ขอให้เธอวิ่งตามฉัน”
“งั้นเลิฟขอขับรถตามได้มั้ย วิ่งมันเหนื่อยเกินไป” จากสีหน้าเศร้าหมองกลับกลายเป็นรอยยิ้มทะเล้นทันตาเห็น
“…”
“หยุดเดินหนีกันสักทีได้มั้ยอ่ะ”
“…”
“เสียใจนะ รู้จักกันมาตั้งนานแต่ไม่เคยเห็นสงสารกันบ้าง” ยังคงพูดไม่หยุด ดวงตากลมโตมองร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหน้า เขาหันมามองเธอด้วยสายตาเอือมระอาก่อนจะก้าวขากลับมาหาเธอ
“พร่ำอะไรนักหนา” แล้วเขาก็ดึงมือเล็กให้วิ่งไปตามทางลู่วิ่งของสนามกีฬาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่เขาชอบมาวิ่งออกกำลังกายกับเตะบอลที่นี่เป็นประจำ
ใช่! มาวิ่งออกกำลังกายและแม่เพื่อนสาวนั้นก็ขอตามมาด้วยแต่วิ่งยังไม่ทันถึงยี่สิบนาทีก็มายืนบ่นตัดพ้อชีวิตตัวเองอย่างเป็นเรื่องเป็นราวนั่นแหละ
“แฮ่กๆ มะ ไม่ไหวแล้วนะ”
“แล้วจะตามมาเพื่อ?”
“อยากอยู่ใกล้นายไง”
“อีกเดี๋ยวจะไปเตะบอลกับเพื่อน”
“ไม่เหนื่อยเหรอ วิ่งจะรอบที่สองแล้วนะ” ถามขณะที่ขายังวิ่งตามเขาไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็เหนื่อยแต่ว่าได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนรักใกล้ๆ แบบนี้เลยพอให้มีกำลังใจขึ้นมาบ้าง
“ไม่ เธอเหนื่อยก็ไปพัก” ปล่อยข้อมือเล็กออก แต่ไอเลิฟกลับจับมือเขาให้จับข้อมือเธอตามเดิม
“เหนื่อยแต่อยากมองหน้านาย”
“เลิกพูดจาไร้สาระสักที” ว่าพลางดึงมือเล็กพาเดินตรงไปยังสนามหญ้าที่กลุ่มเพื่อนๆ ของเขานั่งอยู่ “รออยู่นี่ วิ่งให้ครบรอบก่อน” พูดจบก็ตั้งท่าจะออกไปวิ่งแต่คนตัวเล็กกลับกระโดดกอดคอเขาไว้ก่อน
“ไม่เอา อุ้มไปวิ่งด้วย”
“เลิฟอย่าดื้อได้มั้ยวะ”
“ไม่อยากอยู่กับพวกนั้น” กระซิบบอกข้างใบหูเวมินทร์และพยายามที่จะกระโดดกอดใช้ขาเกี่ยวเอวและใช้ลำแขนคล้องคอเขาไว้
“เลิฟนี่ติดไอ้เวย์ตลอดเลยนะ คนอื่นไม่รู้คงคิดว่าเป็นแฟนกันไปแล้ว” โชกุนหนึ่งในเพื่อนของเวมินทร์เอ่ยขึ้นและคนอื่นๆ ต่างก็พากันพูดต่อตามๆ กัน
“ใช่ๆ ห่างกันบ้างก็ได้มั้ง”
“มานั่งอยู่กับพวกเราก็ได้นี่มา ไปเกาะมันแบบนั้นระวังมันจะโยนทิ้งเอานะ”
“ถ้าไอ้เวย์โยนทิ้งเดี๋ยวกูวิ่งไปรับเอง” ชาคริตพี่ชายของโชกุนเอ่ยด้วยรอยยิ้มมุมปาก และเพราะประโยคของชาคริตทำให้เวมินทร์กระเตงเพื่อนสาวกลับมาบริเวณกลุ่มเพื่อนๆ
“ยืน” บอกเธออย่างเป็นคำสั่ง
“ไม่เอา”
“ไม่วิ่งแล้ว จะนั่งพัก” เขาพูดน้ำเสียงราบเรียบ สายตาดุดันจ้องไปยังชาคริตที่พอเจอกับสายตาของเวมินทร์ก็รีบก้มหน้าหลบทันที
ไอเลิฟยอมลงจากการเกาะเวมินทร์แล้วนั่งลงบนพื้นสนามหญ้าข้างเขา มือเล็กยื่นไปรับขวดน้ำเปล่าจากนิวเดย์มาเปิดฝาแล้วยืนมันให้เพื่อนสนิทซึ่งเขาก็รับมันไปกระดกดื่ม
“ใกล้เตะยัง” หันไปกระซิบถามเพื่อนหนุ่มที่นั่งฟังคนอื่นๆ คุยกันอยู่ เขาหันมามองเธอก่อนจะดึงกางเกงวอร์มขาสั้นของเธอที่มันเลิ่กขึ้นจนเห็นขาอ่อนลง
“รออีกสามคน”
“แล้วเตะนานมั้ย?”
“ไม่ได้เรียกร้องให้มาด้วยเลยนะ”
“…แค่ถามเฉยๆ”
“ชั่วโมงหนึ่ง”
“ถ้านายลงไปเตะแล้วฉันต้องนั่งอยู่คนเดียวเหรอ?” ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนๆ ในกลุ่มนี้มีเธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว ถึงจะรู้จักคนในกลุ่มของเวมินทร์ทุกคนทว่าก็ไม่ได้สนิทกับใครเลยยกเว้นเขาคนเดียว
“เธอจะลงไปเตะกับฉันมั้ยล่ะ?”
“บ้าเหรอ ฉันเตะบอลไม่เป็น”
“เดี๋ยวไปนั่งรออยู่ตรงนู้น ห้ามเดินไปไหน” ชี้ไปยังที่นั่งข้างสนามบอล ไอ้เลิฟพยักหน้ารับก่อนจะช่วยเขาถือของไปวางไว้บริเวณนั้นแล้วนั่งลงข้างเขาส่วนคนอื่นๆ ยังคงนั่งคุยกันอยู่บนสนามหญ้าเพื่อรอให้คนมาครบก่อน
“ถ้ามีคนมานั่งด้วยบอกว่าฉันไม่ให้นั่ง”
“เป็นห่วงเหรอ?” ถามพลางยื่นหน้าไปหาเขา แต่ก็ถูกเวมินทร์ผลักให้ออกห่าง
“…”
“เป็นห่วงก็บอกมาเถอะ”
“แล้วแต่จะคิด”
“ฉันคิดว่านายเป็นห่วงฉันและหวงมากด้วย”
“อย่าสำคัญตัวผิด”
“ใจร้ายชะมัดเลย!” พูดไม่เคยถนอมน้ำใจคนฟังก็นายเวมินทร์นี่แหละ ไม่ติดว่าคบเป็นเพื่อนกันมานานนะแม่จะตบให้หน้าจุ่มดินไปเลยล่ะ!
เวมินทร์ไม่ได้พูดอะไรต่อ จนกระทั่งเพื่อนในทีมมาครบแล้วจึงลงไปเตะบอล ส่วนไอเลิฟเธอก็นั่งเชียร์อยู่ขอบสนามส่งเสียงกรี๊ดบ้างเป็นบางครั้งยามที่เขาได้รับบอลและยิงเข้าโก
“คนบ้าอะไรขนาดวิ่งเตะบอลยังหล่อเลย” เสียงหวานรำพึงกับตัวเอง มือเล็กยกโทรศัพท์ขึ้นมาเก็บภาพความหล่อของเวมินทร์ไว้
“ชอบมันเหรอ?” เสียงทุ้มดังขึ้น ร่างเล็กจึงหันไปมองก็เห็นชาคริตเดินมายืนข้างเธอ เขาจับขวดน้ำกับผ้าขนหนูของเวมินทร์ที่วางไว้ข้างกายไอเลิฟออกเพื่อที่ตัวเองจะนั่งลงไป
“…” คนตัวเล็กไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่ลุกขึ้นยืนแล้วหยิบขวดน้ำกับผ้าขนหนูของเพื่อหนุ่มมาจากมือเขาพร้อมส่งสายตาไม่พอใจไปให้
“จะหลบหน้ากันไปจนวันตายเลยรึไง”
“วันที่นายตายนะ”
“ปากดี”
“…” จ้องหน้าเขาตาแข็งกร้าว
“นั่งคุยกันก่อนสิ”
“ไม่คุยค่ะ” ตอบสั้นๆ แล้วขยับไปนั่งอีกที่หนึ่ง ทว่าชาคริตก็ขยับตามมาและไอเลิฟก็หนีเรื่อยๆ จนเริ่มทนไม่ไหวจึงลุกขึ้นยืนจ้องหน้าเขาด้วยสายตาที่ไม่พอใจอีกครั้ง
“พี่ใจดีกับเธอแบบนี้เธอไม่ชอบเหรอ?”
“…”
“หรือว่าอยากให้ใจร้ายเหมือนครั้งนั้น เรือนร่างเธอทุกส่วนพี่เห็นมาหมดแล้วเพียงแต่ยังลิ้มลองไม่หมดทุกส่วนเลย โดยเฉพาะ…” หยุดสายตาอยู่ที่กลางใจสาวของไอเลิฟที่ยืนกำมือตัวเองแน่น
“อย่าให้ฉันเกลียดนายมากกว่านี้”
“เธอเกลียดพี่เพราะอะไรเลิฟ?”
“หน้าด้าน!” ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจก็ยังที่จะหน้าด้านถาม ไอเลิฟตะโกนใส่หน้าเขาเสียงดังลั่นจนนักกีฬาที่วิ่งอยู่ในสนามฟุตบอลต่างหยุดเล่นแล้วหันไปมอง