แรกพบ
ชายหนุ่มแหงนมองโคมไฟระย้าที่ทำจากคริสตัลจนคอตั้ง มันสวยงามระยิบระยับล้อแสงไฟราวเพชรน้ำงาม ตลอดโถงทางเดินที่ทอดยาวไปสู่ห้องรับรองมีโคมไฟแบบนั้นห้อยเรียงรายหกโคมด้วยกัน ไม่อยากคิดว่าราคาของมันจะแพงระยับกี่หมื่นกี่แสนแต่ที่รู้ๆ พนักงานจนๆ แบบเขาไม่มีปัญญาซื้อแน่นอน
“อนุชา” คือเซลล์หรือพนักงานฝ่ายขายของบริษัทแห่งหนึ่ง เขามาพบเจ้าของคฤหาสน์เพื่อโน้มน้าวให้ช่วยเป็นสปอนเซอร์งานเลี้ยงการกุศลที่บริษัทเป็นโต้โผจัดขึ้นทุกปี กว่าจะนัดได้เสียเวลาไปหลายเดือนเพราะนักธุรกิจเงินล้านย่อมคิวแน่นเป็นธรรมดา
หากงานนี้ไม่สำเร็จ โบนัส การเลื่อนขั้นและทุกสิ่งที่วาดหวังไว้คงทลายหมดสิ้น เขาเป็นพนักงานต๊อกต๋อยตั้งแต่เข้ามาทำงานใหม่ๆ ตอนนี้ก็ยังย่ำอยู่ที่เดิมในขณะที่เพื่อนรุ่นเดียวกันเข้าทำงานพร้อมกันเลื่อนตำแหน่งนำไปแล้ว
ความซวยคงไม่มาตกที่อนุชาถ้าพนักงานคนก่อนไม่ทำเรื่องไว้เพราะไปมีเรื่องกับสปอนเซอร์เจ้าใหญ่ที่สนับสนุนมาหลายสิบปี หัวหน้าจึงโยนงานชิ้นนี้มาให้และย้ำกึ่งบังคับว่าต้องปิดการขายให้ได้เพียงอย่างเดียว
“เชิญนั่งค่ะ คุณปีเตอร์กำลังมา” แม่บ้านในชุดเครื่องแบบสีน้ำตาลอ่อนกล่าวต้อนรับแล้วผายมือไปที่โซฟาหลุยส์สีครีม ในห้องรับรองก็มีโคมไฟระย้าหรือที่เรียกกันว่าแชนเดอร์เรียอีกหนึ่งโคม เจ้าของคฤหาสน์คงชื่นชอบเป็นการส่วนตัวแน่ๆ ถึงได้มีอยู่ทั่วไปหมด
“สวัสดี ขอโทษที่ให้รอนะ” สิบโมงตรงเป๊ะ หนุ่มใหญ่ผมสีทองเงางามก็มาถึงห้องรับรอง
“ไม่เป็นไรครับท่าน ผมเองที่เสียมารยาทมาก่อนเวลา” อนุชารีบกล่าวขออภัยเป็นการด่วน
“เชิญนั่งเถอะ เรียกผมว่าปีเตอร์ก็พอไม่ต้องท่านอะไรหรอก” ปีเตอร์ ฮิลล์บอกกับชายหนุ่มที่มาเยือน ดูแล้วคงไม่เจนจัดเรื่องเจรจาค้าขายแน่นอน อย่างแรกหน้าตาอ่อนเยาว์นั่นหมายความว่าชั่วโมงการทำงานยังน้อย อย่างที่สองความประหม่าที่ปิดไม่มิด
แต่ปีเตอร์ไม่ถือสาใดๆ เขาก็เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด ทุกคนต้องเรียนรู้หาประสบการณ์กันทั้งนั้น
“ขอโทษอีกที สาวๆ มาแล้ว วันนี้จะให้อลิสมาฟังด้วย รบเร้าเหลือเกินอยากเห็นตอนแด๊ดดี้ทำงานแล้วอลิสก็อยากไปงานเลี้ยงของบริษัทคุณด้วยนะ ลูกสาวผมดูถ่ายทอดสดมาสองปีแล้ว”
ขณะที่อนุชากำลังจะหย่อนก้นลงโซฟา หญิงสาวสองคนก็มายืนข้างๆ ปีเตอร์ คนแรกแน่นอนว่าต้องเป็นภรรยา เพราะอนุชาทำการบ้านศึกษาประวัติของปีเตอร์มาอย่างละเอียดแต่สาวน้อยที่ยืนถัดจากมารดาของเธอนั้นช่างแตกต่างจากในรูปเหลือเกิน
ในประวัติบอกว่าอายุสิบสอง เด็กแถวบ้านตอนอายุเท่านี้ยังขี้เกรอะขี้กรังเล่นดินเล่นทรายอยู่เลยแต่เด็กหญิงอลิสากลับเหมือนสาวน้อยวัยแรกแย้ม พวงแก้มของเธอสีแดงระเรื่อ ริมฝีปากกระจับอวบอิ่มได้รูปอมชมพู ความสูงก็ได้จากบิดามาเต็มๆ คือระหงแต่ก็อ้อนแอ้นบอบบางตามแบบสตรีที่เติบโตเต็มวัย
ผมยาวสลวยของเธอสีเดียวกับบิดาคือสีทองสุกสว่างรวมถึงดวงตาสีฟ้าอ่อนที่ถอดแบบกันมา มีอย่างเดียวที่ได้จากมารดาก็คือจมูกโด่งเชิดรั้นที่ต่างจากคนเป็นพ่อโดยสิ้นเชิงเพราะจมูกของปีเตอร์โด่งแต่คดงอ
อนุชาจ้องเด็กสาวที่งดงามราวเทพธิดาเหมือนต้องมนต์ ประกายวิบวับจากแชนเดอร์เรียยังหมองหม่นเมื่อเธอส่งยิ้มให้ รอยยิ้มของเธอใสซื่อแต่หวานจับใจ
เธอเหมือนผลงานชิ้นเอกของจิตรกรเป็นผลงานระดับโลกเสียด้วย ไม่ว่าส่วนไหนก็สวยหมดจดสบายตา ทั้งรอยยิ้ม ริมฝีปาก ไม่เว้นกระทั่งจมูกที่โด่งรั้นได้รูปได้ทรงแต่ที่โดดเด่นที่สุดก็คือนัยน์ตาสีฟ้าอ่อนที่แสนหวานซึ้งตรึงจิต
ปีเตอร์อมยิ้มน้อยๆ กับแววตาเลื่อนลอยของเด็กหนุ่ม มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแทบจะทุกครั้งยามที่ใครได้พบเจออลิสา ลูกสาวคนโตเพราะเธอสวยสะดุดตาจริงๆ เป็นเรื่องจริงที่คนเป็นพ่อยืดอกยอมรับด้วยความภาคภูมิใจ
“นี่อาภา ภรรยาของผม อลิสาลูกสาวคนโตแล้วก็ไอรีนลูกหลง ดูจากอายุก็คงจะเดาได้ไม่ยาก” ปีเตอร์แนะนำภรรยากับลูกสาวให้ผู้มาเยือนรู้จัก
“สวัสดีครับคุณผู้หญิง สวัสดีครับคุณหนูทั้งสอง”
“คงไม่เป็นการรบกวนใช่ไหมคะ เราสามแม่ลูกจะนั่งฟังเฉยๆ ลิซ่าเขาอยากเห็นตอนพ่อทำงานแล้วก็ชอบมากๆ เวลาได้อยู่กับคนไทย”
อาภาอุ้มลูกน้อยวัยสองขวบไว้แนบอกแล้วถามเด็กหนุ่ม ถ้าสามีนัดให้ใครมาพบที่บ้านมันแปลว่าเป็นการพูดคุยแบบไม่เป็นทางการและโอกาสในการร่วมธุรกิจมีสูงมาก
“ไม่เลยครับคุณผู้หญิง”
“ปาป๊า หนูขอถามคำถามกับคุณผู้ชายได้ไหมคะ” อลิสาหันไปถามบิดาด้วยภาษาอังกฤษแต่เมื่อคุยกับมารดาเธอจะพูดภาษาไทย
ถึงเธอจะเป็นเด็กแต่ก็รู้ความและมีหัวคิดมากกว่าคนวัยเดียวกัน ด้วยการเรียนจากระบบดีเลิศและการอบรมสั่งสอนจากพ่อแม่ทำให้เธอได้เปรียบคนอื่นแต่ก็เฉพาะในโลกของเธอเท่านั้น อลิสายังไม่เคยออกไปเผชิญโลกภายนอกเลย
“ลิซ่า ไม่เอาลูก ไหนว่าจะนั่งเฉยๆ” อาภาติงลูกสาว
“ไม่เป็นไรคุณ เราจะไม่ปิดกั้นลูกไง ปล่อยให้แกถามเถอะ”
“อลิส หนูจะถามอะไรคุณอนุชาก็ถามได้เลย” ปีเตอร์บอกลูกสาวแล้วยิ้มให้ เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าสาวน้อยช่างพูดช่างคิดจะถามคนแปลกหน้าเรื่องอะไร
“ประเทศไทยมีรถเข็นผลไม้จริงไหมคะ วันก่อนหนูดูโทรทัศน์ มันน่ากินมากแถมราคาก็ถูกด้วย แถวบ้านหนูไม่มีเลยค่ะ” อนุชาเกือบจะหัวเราะออกมาแต่กลั้นไว้ได้
ก่อนอื่นเลย ด้วยสถานะที่สุดแสนร่ำรวยแบบคุณหนูอลิสาคงไม่มีวันได้ไปเดินริมถนนซื้อของข้างทางแน่ๆ และที่สำคัญบ้านที่คุณหนูว่ามันไม่ใช่บ้านแต่มันคือคฤหาสน์หลายสิบห้องนอน พร้อมสระว่ายน้ำ ห้องชมภาพยนตร์และอีกสารพัดห้องที่ตั้งอยู่บนเกาะฮ่องกงที่ซึ่งบิดาของเธอประกอบธุรกิจนำเข้าไวน์ชั้นเยี่ยม
“มีจริงๆ ครับคุณหนูแล้วก็ราคาไม่แพง”
“แด๊ดดี้ขา ถ้าไปเมืองไทยพาหนูไปซื้อได้ไหมคะ” สาวน้อยหันไปอ้อนบิดา
“ได้จ้ะแต่ตอนนี้อลิสต้องให้แด๊ดดี้ทำงานก่อน ตกลงไหม”
“ตกลงค่ะ” เมื่อรับคำกับบิดาเธอก็นั่งนิ่ง หลังตรง สองมือประสานไว้บนตักแล้วรับฟังการหารือเรื่องงานด้วยความตั้งใจ อนุชามั่นใจว่าอีกไม่กี่ปีเธอต้องเป็นนักธุรกิจที่เก่งกาจไม่แพ้บิดาของเธอแน่ๆ จากหน่วยก้าน หน้าตา ผิวพรรณมันชัดเจนอยู่แล้วว่าเด็กคนนี้เป็นเลิศในทุกๆ ด้าน
ถึงสมองจะสนทนาเรื่องงานแต่หัวใจและสายตาของอนุชากลับวนเวียนอยู่กับอลิสาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
เด็กคนนี้ต้องมีคาถาหรือร่ายมนตร์ได้แน่ๆ เขาไม่อาจมองใครได้เลย ต่อให้ในห้องนี้มีนางงามจักรวาลหรือสุดยอดนางแบบมานั่งข้างๆ อลิสา เขาก็มั่นใจว่าเด็กคนนี้จะดับรัศมีผู้หญิงพวกนั้นจนไม่เหลือแสงใดๆ
“คัพเค้ก ไม่ร้องนะคะ แด๊ดดี้ทำงานอยู่” เมื่อน้องสาวในอ้อมแขนมารดาเริ่มส่งเสียงโยเย อลิสาก็หันไปพูดกับน้องเบาๆ แล้วรับมาอุ้มไว้เอง มันน่าอัศจรรย์มากที่เด็กน้อยนิ่งงันทันทีเมื่อมาอยู่บนตักพี่
“ก็เป็นอันตกลงนะแล้วปีนี้ผมกับครอบครัวจะไปร่วมงานด้วย อลิสาควรหัดเข้าสังคมเรียนรู้มารยาทของงานเลี้ยงจริงๆ บ้าง”
ผ่านไปครึ่งชั่วโมงการหารือก็จบลงด้วยดี อนุชาไม่ใช่แค่หาสปอนเซอร์ได้แต่สามารถพาเจ้าของสปอนเซอร์ไปร่วมงานได้อีกต่างหาก มันเกินกว่าที่หวังไว้เสียอีก
เมื่อกลับมาถึงเมืองไทยอนุชาก็ได้เลื่อนขั้น ย้ายห้องทำงานและมีลูกน้องสองคน เขาไม่รู้จะขอบคุณครอบครัวฮิลล์ยังไงที่ทำให้เขาลืมตาอ้าปากได้สักทีแถมได้กอบกู้ศักดิ์ศรีไม่ต้องทนโดนหยามเหยียดจากเพื่อนรุ่นเดียวกันว่าทำงานไม่ได้เรื่อง
งานครั้งนี้ใครๆ ก็รู้ว่ามันสำเร็จเพราะฝีมือของเขาล้วนๆ ไม่ได้พึ่งพาเส้นสายจากใครซึ่งอนุชาภูมิใจมากๆ