บทนำ เขาอยู่ที่ไหน
เพียงแค่สวมแหวนเข้าที่นิ้วนางข้างซ้าย...เขาก็จะเป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉัน...
ทว่าความจริงที่เป็น คือฉันได้แต่ยืนมองสามีของตัวเองที่ควรจะยืนอยู่ตรงแท่นพิธี กลับกลายเป็นว่าเขากำลังอุ้มหญิงสาวอีกคนออกจากงานไปโดยไม่สนใจฉันที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้เลยแม้แต่นิดเดียว
ฉันควรจะรู้สึกยังไงดี...
“ติญ่า ไปเถอะ บอสบอกว่าให้พาคุณกลับบ้านถ้าหากว่าเกิดอะไรขึ้น”
ฝ่ามืออุ่นของคุณน้ำหวานจับข้อมือของฉัน เธอไม่ได้บังคับออกแรงดึงให้ฉันออกไปจากตรงนี้แต่อย่างใด ในทางกลับกันเธอกลับยืนจับมือฉันอยู่อย่างนั้นไม่ยอมพูดอะไรออกมาอีก ปล่อยให้ความอบอุ่นจากฝ่ามือแทรกซึมเข้ามาในใจฉันอย่างช้าๆ ท่ามกลางผู้คนที่เดินออกจากที่นี่ไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ไม่ต้องคิดมากนะคะ นี่ไม่ใช่งานแต่งจริงๆ หลังเสร็จเรื่อง บอสจะต้องจัดงานแต่งที่ใหญ่กว่านี้ให้คุณแน่”
นั่นเป็นคำปลอบใจจากคนที่ฉันไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับเธอด้วยซ้ำ เราเคยเจอกันไม่กี่ครั้ง แต่กลับเป็นเธอที่ยืนข้างฉันและเข้าใจฉันมากที่สุดในสถานการณ์อย่างนี้
“ฉันไม่ต้องการหรอกค่ะ ไม่เป็นไร” ฉันหันไปยิ้มให้คนข้างกาย แต่ทั้งที่ปากบอกว่าไม่เป็นไร น้ำตามันกลับไหลออกมาเสียอย่างนั้น...
“ไม่ต้องร้องนะคะ อยากร้องไปกับฉัน ฉันจะพาคุณกลับบ้าน”
“ฮึก...ฉันไม่ได้...อยากร้อง”
น้ำตาของฉันมันหยุดเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ฉันร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตรงนั้นเหมือนคนบ้า ในขณะที่คุณน้ำหวานเดินไปอยู่ข้างหน้าเอาตัวบังฉันจากสายตาของคนอื่นๆ คล้ายจะบอกว่าให้ฉันร้องไห้ได้เลย
ยิ่งเธอทำอย่างนั้น น้ำตาของฉันมันก็ยิ่งไหลลงมามากกว่าเดิม
ทั้งที่ฉันเป็นคนบอกเขาเองว่าให้จัดงานแต่งงานหลอกๆ นี่ขึ้นมา ทั้งที่บอกว่าตัวเองไม่คิดอะไรเลย แต่ทำไม...ทำไมมันเจ็บอย่างนี้ ในอกของฉันมันบีบเหมือนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ช่องท้องวูบโหวงเหมือนจะหายใจไม่ออก...
ฉัน...กำลังอกหักใช่ไหม...
“พอหรือยังคะ”
คนที่ยืนหันหลังให้ฉันพูดขึ้น เธอยังคงไม่ปล่อยมือที่ปลอบใจฉันอยู่แม้ว่าจะผ่านไปหลายนาทีแล้วก็ตาม
“ฮึก...” มีเพียงเสียงสะอึกสะอื้นตอบกลับไปเท่านั้น ส่วนเธอ...ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาอีก
คุณน้ำหวานพาฉันออกมาจากตรงนั้นเงียบๆ เธอขับรถพาฉันกลับบ้านโดยไม่ถามหรือพูดอะไรมากให้ฉันต้องลำบากใจ แม้แต่เดินมาเจอคุณย่าที่รออยู่หน้าบ้าน เธอก็เป็นคนเล่าทุกอย่างให้ท่านฟังแล้วพยักพเยิดให้ฉันขึ้นมาสงบสติอารมณ์บนห้อง
ฉันในชุดเจ้าสาวทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่มที่ฉันนอนมาแล้วหลายคืน บรรยากาศภายในห้องก็เหมือนเดิม ทุกอย่างล้วนทำด้วยของหรูราคาแพงที่ฉันคงไม่มีวันเอื้อมถึง แต่สภาพจิตใจของฉันมันกลับไม่มีอารมณ์จะชื่นชมความเลอค่าของมันเลยสักนิด
คุณคามินทร์...เขาอยู่ที่ไหน ทำไมเขาไม่บอกอะไรกับฉันบ้างเลย เขาอุ้มแฟนเก่าหายออกไปจากงานแต่งงาน แม้แต่หน้าฉันยังไม่มองด้วยซ้ำ
ถึงฉันจะไม่อยากคิดอย่างนั้น แต่ทุกอย่างมันทำให้ฉันรู้แล้วว่าความจริงได้มาถึงแล้ว
ฉันควรจะยอมรับเสียที ว่าตัวเองไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
แหวนเงินประดับเพชรจากแบรนด์หรูที่ฉันควรสวมเข้ากับนิ้วนางข้างซ้ายของเขายังคงอยู่ในมือฉัน ส่วนอีกวงนั้นสวมอยู่ที่ฉัน มันควรเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตแต่งงานที่กำลังเริ่มต้น แต่พอฉันจ้องมองมัน ก็ไม่ต่างจากการตอกย้ำว่าจริงๆ แล้ว...มีแค่ฉันที่คิดไปเองแค่ฝ่ายเดียว
เขาไปอยู่ที่ไหนกันนะ