บทที่ 2 ข้อตกลงที่ไม่มีทางเลือก

1424 Words
พิมพ์ดาวจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้า ราวกับว่าเธอได้ยินอะไรผิดไป “คุณพูดว่าอะไรนะคะ?” เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงตกตะลึง ธีรภัทรยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจและเจ้าเล่ห์ “คุณได้ยินไม่ผิดหรอกครับ ผมเสนอที่จะช่วยเหลือครอบครัวของคุณ แลกกับการที่คุณต้องแต่งงานกับผมเป็นเวลา 1 ปี” “มันไร้สาระ!” พิมพ์ดาวโพล่งขึ้น น้ำเสียงเธอสั่นเครือด้วยความโกรธ “ฉันไม่มีวันแต่งงานกับคุณ!” “ใจเย็นก่อนลูก” เจ้าสัวพิชิตแตะมือเธอเบา ๆ เพื่อให้เธอสงบลง เขาหันไปมองธีรภัทรด้วยสายตาครุ่นคิด “คุณธีรภัทร นี่เป็นข้อเสนอที่ค่อนข้าง…สุดโต่งไปหน่อย” “สุดโต่ง?” ธีรภัทรหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอนตัวไปด้านหน้า วางข้อศอกลงบนโต๊ะ “เจ้าสัวครับ ผมคิดว่าคุณเองก็คงรู้ดี ว่าตอนนี้คุณไม่มีทางเลือกมากนัก” พิมพ์ดาวกัดริมฝีปากแน่น เธออยากเถียงแต่ก็รู้ว่าคำพูดของธีรภัทรไม่ผิดนัก ครอบครัวของเธอกำลังจะล้มละลาย หนี้สินพอกพูน และถ้าไม่มีใครช่วยเหลือ พ่อของเธออาจถูกฟ้องล้มละลาย และน้องชายของเธอคงต้องออกจากโรงเรียนแน่ ๆ เธอสูดลมหายใจลึก พยายามสะกดอารมณ์ที่ตีตื้นขึ้นมา “ฉันจะหาทางออกเอง” “ฉันไม่จำเป็นต้องแต่งงานกับคุณเพื่อแก้ปัญหาของครอบครัว” ธีรภัทรยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบจับจ้องเธอราวกับกำลังประเมิน “งั้นหรือ?” ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ท่าทางผ่อนคลายแต่แฝงไปด้วยความเหนือกว่า “ถ้าอย่างนั้น พวกคุณลองดูหนทางอื่นก่อนก็ได้ หากคุณอยากเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ก็ค่อยติดต่อผมกลับมา” คำพูดนั้นเหมือนคมมีดที่กรีดลงกลางใจของพิมพ์ดาว แต่เธอทำได้เพียงจ้องมองเขาด้วยความขุ่นเคือง ในขณะที่เจ้าสัวพิชิตได้แต่มองไปทางชายหนุ่มพลางคิดอะไรบางอย่าง เมื่อไม่เห็นมีใครพูดอะไรแล้ว ธีรภัทรจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ “ถ้ายังไงผมขอตัวกลับก่อนแล้วกัน” พูดจบก็เดินออกจากห้องอาหารไปอย่างอารมณ์ดี คฤหาสน์วรากร บรรยากาศในห้องนั่งเล่นตึงเครียดราวกับมีพายุพัดผ่าน เจ้าสัวพิชิตวางเอกสารหนาปึกลงบนโต๊ะรับแขก สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเครียด “นี่คือรายละเอียดเกี่ยวกับหนี้สินของตระกูลเรา และคาดว่าจะมีหมายศาลมาที่บ้านเราในอีกสามวัน” พิมพ์ดาวตัวแข็งทื่อ เธอหยิบเอกสารขึ้นมาอ่านด้วยมือสั่น ๆ และสิ่งที่เธอเห็นทำให้หัวใจของเธอร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม “ไม่จริง…” เธอพึมพำออกมาเบา ๆ “พ่อก็อยากให้มันไม่เป็นความจริง” เจ้าสัวพูดออกมาด้วยเสียงอ่อยพร้อมกับมองไปที่ทุกคน และกลับมาหยุดที่หน้าของพิมพ์ดาว “เราจะแก้วิกฤตนี้ได้ยังไงค่ะ” เสียงหญิงสาวราวกับกระซิบออกมา เธอรู้คำตอบอยู่แล้ว แต่แค่ยังไม่อยากยอมรับมัน “และถ้าหากไม่มีเงินก้อนใหญ่มาช่วยเหลือ ตระกูลวรากรจะต้องประกาศล้มละลายในเวลาไม่กี่เดือน” เสียงทุ้มต่ำของเจ้าสัวตอบคำถามของลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนด้วยความปวดใจ เธอหันไปมองเจ้าสัวพิชิต ดวงตาของพ่อเธอเต็มไปด้วยความทุกข์ใจและความเหนื่อยล้า เธอรู้ว่าเขาพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ทุกอย่างมันยากเกินไป “และตอนนี้คนที่พร้อมจะยื่นมือเข้ามาช่วยเรามีแค่คุณธีรภัทรเท่านั้น” เจ้าสัวพูดต่อเมื่อลูกสาวไม่ได้พูดอะไรอีก พิมพ์ดาวเม้มริมฝีปากแน่น “เขาไม่มีเหตุผลอะไรต้องช่วยเราถ้าไม่มีแผนอะไรอยู่ในใจ” เจ้าสัวถอนหายใจ “เขาอาจจะสนใจในตัวลูกก็ได้ พ่อได้ข่าวว่าเขายังไม่มีแฟน และไม่สนใจผู้หญิงคนไหน ค่อนข้างจะเย็นชา เราไม่เคยไปมาหาสู่กัน แต่เมื่อเรามีปัญหาเขากลับยื่นมือเข้ามาช่วย ถ้าไม่ใช่ว่าสนใจในตัวลูกจะเป็นอะไรได้อีก” เจ้าสัวพยายามพูดจาหว่านล้อมลูกสาว เขาก็ไม่มีทางเลือกจริง ๆ “ถ้าเขาสนใจหนูจริง คงไม่ยื่นข้อเสนอการแต่งงานแค่ปีเดียวหรอกค่ะ” หญิงสาวยังไม่ละความพยายาม เธอรู้สึกไม่ไว้วางใจผู้ชายคนนี้เลย ลางสังหรณ์บอกว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น “หา แต่งแค่ปีเดียว จากนั้นลูกสาวแม่ต้องเป็นหม้ายอย่างนั้นเหรอ แม่ไม่ยอมหรอก” คุณหญิงจินดาโวยวายออกมาพร้อมกับเอื้อมมือไปกอดลูกสาวไว้ พร้อมน้ำตาที่ไหลออกมา “คุณหญิง สัญญาหนึ่งปีนั้น ผมว่าน่าจะเป็นการดูใจกันว่าไปด้วยกันได้หรือเปล่า ถ้าหากลูกเรากับเขาไปด้วยกันได้ ตระกูลเราก็สามารถรอดพ้นวิกฤตนี้ได้ และได้เกี่ยวดองกับนักธุรกิจยักษ์ใหญ่ไม่ดีหรือยังไง” เจ้าสัวพยายามปลอบภรรยาของตัวเองให้มองไปอีกมุม “ไม่มีทางออกอื่นอีกแล้วเหรอค่ะ คุณ” น้ำเสียงของคุณหญิงเริ่มอ่อนลง “ไม่มีจริง ๆ หนูดาว พ่อขอโทษจริง ๆ นะ” เจ้าสัวขอโทษลูกสาวอย่างจนใจ หากเป็นเมื่อก่อนแค่มีใครมาจีบลูกสาว เขายังจะกำจัดทิ้งไป ไม่ต้องพูดถึงเงื่อนไขบ้าบอเหล่านี้ แต่ตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ พิมพ์ดาวหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะลืมตาขึ้นใหม่อย่างแน่วแน่ “โอเคค่ะ เพื่อครอบครัว หนูจะยอมแต่งงานกับเขา หนูจะทำตัวให้ดีที่สุด” “พี่ดาว...ผมดรอปเรียนไว้ก่อนก็ได้นะฮะ พี่ไม่ต้องเสียสละตัวเองอย่างนี้หรอกนะฮะ” ภัทรพล หรือ ภัทร น้องชายของพิมพ์ดาว ในวัย 20 ปี กำลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัย ปี 2 พิมพ์ดาวหันไปหาน้องชายแล้วยิ้มบาง ๆ ให้ “ไม่ได้นะภัทร เราอยู่ปีสองแล้ว ทนหน่อยอีกแค่สองปี เราก็จบแล้ว ใครจะไปรู้พี่อาจจะได้เลิกกับหมอนั่นก่อนก็ได้” ร่างบางพยายามฝืนยิ้มออกมาไม่ให้น้องชายต้องกังวล “ผมจะรีบเรียนให้จบเพื่อมาช่วยพี่ กับพ่อนะฮะ” “ดีมากเลยจ๊ะ” ดาวเอื้อมมือไปลูบหัวน้องชายอย่างเอ็นดู “งั้นพรุ่งนี้พ่อจะรีบติดต่อไปที่คุณธีรภัทรเพื่อยืนยันข้อตกลงนะ” เจ้าสัวหันมายืนยันกับพิมพ์ดาวอีกครั้ง “รบกวนคุณพ่อแจ้งเขาด้วยค่ะ ว่าดาวจะเข้าไปหาเขาที่บริษัทเอง” เจ้าสัวพิชิตพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “จะให้พ่อไปด้วยมั้ย” “ไม่เป็นไรค่ะ ดาวไปคนเดียวดีกว่า มีเรื่องถามเขาด้วยเช่นกันค่ะ” พิมพ์ดาวตอบพร้อมกับมองออกไปข้างหน้าอย่างคนใช้ความคิด ห้องทำงานของประธานบริษัท อัครเดชากุล กรุ๊ป ก๊อก ก๊อก ก๊อก “เชิญครับ” “คุณธีร์ค่ะ คุณพิมพ์ดาว วรากรขอเข้าพบค่ะ” ธีรภัทรเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร มุมปากกระตุกยิ้ม “ให้เธอเข้ามา” เมื่อเลขาเดินออกไป ชายหนุ่มเดินไปนั่งไขว่ห้างที่โซฟารับแขกแทน มือแกร่งยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์ พิมพ์ดาวเดินเข้ามาในห้องทำงานของธีรภัทรด้วยความประหม่า หญิงสาวเดินมายืนอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มอย่างเงียบ ๆ “สวัสดีครับ คุณดาว เชิญนั่งครับ” ร่างสูงผายมือเชื้อเชิญออกไป “ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ เธอนั่งลงอย่างสง่างาม แม้ภายในใจจะวุ่นวาย “วันนี้มาหาผมถึงที่นี่ คุณน่าจะมีคำตอบให้ผมแล้วใช่มั้ยครับ” ชายหนุ่มพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี “ก่อนที่ฉันจะให้คำตอบคุณ ฉันขอถามคำถามข้อหนึ่งได้มั้ยค่ะ” พิมพ์ดาวรู้สึกประหม่าอย่างมาก แต่เธออยากรู้เหลือเกินว่าชายตรงหน้ากำลังคิดอะไรอยู่ถึงยื่นข้อเสนอนี่ออกมา “คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่” ธีรภัทรยิ้มบาง ๆ “ผมต้องการเพียงสิ่งเดียว…คุณ” หัวใจของพิมพ์ดาวกระตุกวูบ คำพูดของเขาชัดเจน แต่เธอรู้ว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น เธอหลับตา สูดหายใจลึก แล้วเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาแน่วแน่ “ตกลง…ฉันจะแต่งงานกับคุณ” ธีรภัทรพยักหน้าอย่างพอใจ “ดี เราจะจัดงานแต่งภายในหนึ่งเดือน” พิมพ์ดาวไม่ตอบ เธอรู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล แต่เพื่อครอบครัวของเธอ เธอไม่มีทางเลือกอื่น…
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD