บทนำ
บทนำ
เสียงคลื่นกระทบฝั่งอย่างไพเราะ และให้ความสดชื่นยามที่ได้กลิ่นอายน้ำทะเลที่โชยมาพร้อมกับลมพัดเบาๆ ให้คลายร้อนจากบรรยากาศที่อบอ้าวขึ้นเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนของปี หากทว่าลมพัดเย็นกลับไม่ได้ดับความร้อนภายในกายของปิ่นอนงค์ที่ก้าวเดินดุ่มๆ ไปตามทางเดินตรงไปยังห้องทำงานของเชอรีนด้วยสีหน้าเรียบตึง จนพนักงานที่หันมาสบสายตาต่างเบิกตาโตด้วยความตกใจแกมรู้สึกกลัว เมื่อผู้บริหารสูงสุดของที่นี่กำลังอยู่ในโหมดน้ำเดือดปุดๆ จนเย็นไม่ได้
ดวงตาหวานฉายแววความโกรธถึงที่สุด จนกลบความหวานของนัยน์ตาไปจนหมดสิ้น ก่อนจะทวีคูณขึ้นเมื่อสายตาเห็นประตูห้องทำงานของเชอรีน สองเท้าที่เคยเดินก็แปรเปลี่ยนเป็นวิ่งตรงเข้าไปภายในห้องทำงานแล้วกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะทำงานของเชอรีนยื่นมือไปสุดแขนแล้วกระชากผมอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว จนทำให้เจ้าของห้องที่กำลังตกใจนั่งนิ่งเบิกตาโตที่เห็นปิ่นอนงค์วิ่งเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ถูกกระชากผมจนตัวเอียงเข้าหาคนกระทำ ก่อนจะรีบยกมือของตัวเองขึ้นมาจับที่มือของปิ่นอนงค์และผมของตัวเอง เพื่อบรรเทาอาการเจ็บพลางลุกขึ้นยืนเมื่อถูกอีกฝ่ายออกแรงกระชากมากขึ้น
“กรี๊ด! ยายปิ่น! ยายบ้า! แกทำอะไรของแก ปล่อยผมฉันนะยายบ้า” เชอรีนกรีดร้องด้วยความตกใจเมื่อปิ่นอนงค์ปีนลงมาจากโต๊ะทำงานทั้งที่ยังกระชากผมของตนไม่ยอมปล่อย
“ทำอะไรน่ะเหรอ ฉันสิควรถามแกมากกว่าว่า แกทำอะไรลงไป!” ปิ่นอนงค์สวนกลับด้วยคำพูดแค่นหัวเราะ
“ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย กรี๊ด! ฉันเจ็บนะ ปล่อยนะยายผีบ้า!” เชอรีนปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่วายโวยวายกลับไปพลางพยายามแกะมือของปิ่นอนงค์ออกจากผมของตัวเองที่ทั้งถูกดึงถูกกระชากให้เดินตามอ้อมมายืนอีกฝั่งของโต๊ะทำงาน
“แกสิผีบ้า ไม่สิ ฉันเพิ่งนึกได้ว่า แกน่ะไม่ใช่ผีบ้าหรอก แต่เป็นชะนีหน้ามืดทำอะไรไม่คิด!” ปิ่นอนงค์สวนกลับก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างไม่เต็มใจ เพราะหงุดหงิดลูกพี่ลูกน้องอย่างเชอรีนที่สร้างเรื่องเอาไว้จนทำให้คุณปู่ต้องล้มป่วยเข้าโรงพยาบาลหลังได้ยินสิ่งที่เชอรีนทำลงไป
“ยายปิ่น! แกกล้าด่าฉันว่าเป็นชะนีเหรอ ฉันเป็นพี่แกนะ” เชอรีนปรี๊ดแตกทันทีรวบรวมแรงผลักปิ่นอนงค์ออกห่างจากตัวเองจนหลุดพ้น ก่อนจะยืนชี้หน้าหลานสาวคนโตของเจ้าสัวทั้งที่เธอต่างหากที่ควรจะเป็นหลานสาวคนโตของตระกูลนี้
“พี่งั้นเหรอ กลับไปดูใบเกิดนะเชอรีน เธอเกิดช้ากว่าฉันสิบนาที” ปิ่นอนงค์แทบจะเลือดขึ้นหน้าที่อีกฝ่ายยังพยายามให้ตัวเองเป็นพี่สาวของเธอทั้งเวลาเกิดตามความเป็นจริงแล้วเธอคือพี่
“แต่มันก็ไม่ใช่ว่าแกจะบุกมากระชากผมคนอื่นแบบนี้ได้นะ แกเป็นบ้าอะไร!” เชอรีนเลิ่กลั่กก่อนจะพูดพลางจัดผมตัวเองให้เรียบร้อย
“ไม่ใช่แค่กระชากหรอกนะ แต่ฉันจะตบแกด้วยเชอรีน” พูดจบปิ่นอนงค์ก็พุ่งเข้าไปหา หวังจะฟาดมือลงบนใบหน้าของเชอรีน
ทว่า…
ข้อมือของปิ่นอนงค์ถูกคว้าเอาไว้ด้วยมือหนาของเตโซที่รีบจ้ำอ้าวเข้ามาคว้าข้อมือพลางรวบเอวของภรรยาสาวให้ออกห่างจากเชอรีนที่ยืนตกใจยกมือขึ้นมาตั้งท่าป้องกันตัวเอง และแน่นอนว่าจะมีสวนกลับเช่นกันหากสามีของปิ่นอนงค์ไม่มาขวางเสียก่อน
เตโซเป็นผู้ชายที่เชอรีนหมายปองมาตั้งนานแล้ว แต่กลับกลายเป็นปิ่นอนงค์ที่ได้เขาไปเป็นสามีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แม้งานวิวาห์จะถูกจัดเรียบง่ายไม่ได้ออกสื่อ แต่ข่าววงในก็ถูกตีแผ่ออกไปอย่างรวดเร็วจนทุกคนรู้กันหมดว่า ทั้งสองคนแต่งงานจนทะเบียนเป็นสามีภรรยากันแล้ว
นึกแล้วเชอรีนก็หงุดหงิดใจที่ผู้ชายที่หมายปองตกไปเป็นของคนอื่น
“ปล่อยฉัน! ถ้าคิดจะมาขวางก็กลับไปซะ” ปิ่นอนงค์ยิ่งหงุดหงิดมากกว่าเดิมพลางพยายามดิ้นให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเตโซ
“ใจเย็นก่อนได้ไหมปิ่น” เตโซเอ่ยขึ้นเสียงทุ้มนุ่มอย่างใจเย็น
“ใจเย็นงั้นเหรอ เชิญคุณใจเย็นไปคนเดียวเถอะ คุณก็รู้ว่า น้องนายสำคัญแค่ไหนกับฉัน แต่มัน! มันมาทำน้องนายจนเกือบเป็นอันตราย” ปิ่นอนงค์พูดพลางสะบัดข้อมือจนหลุด แล้วชี้ไปที่เชอรีนด้วยสายตาและสีหน้ากรุ่นโกรธจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้
“นี่! แกเรียกฉันว่ามันเลยเหรอยายบ้า” เชอรีนวีนกลับ
“เออ!” ปิ่นอนงค์กระแทกเสียงสวนกลับ
“นัง…” เชอรีนกำลังจะด่ากลับ ทว่าถูกเตโซสวนกลับแทนปิ่นอนงค์
“คุณอย่าคิดที่จะพูดคำหยาบใส่ปิ่นนะคุณเชอรีน ผมเคยเตือนคุณแล้วว่า อย่ายุ่งกับปิ่น ไม่ใช่แค่ปิ่น แต่หมายถึงทุกอย่างที่อยู่ในความดูแลของปิ่น” เตโซหันขวับไปพูดเสียงแข็งด้วยสายตาราบเรียบจนดูน่ากลัวสำหรับเชอรีนที่สบสายตา
“อ๋อ แต่มันพูดหยาบใส่ฉันได้อย่างนั้นเหรอคะคุณโซ” เชอรีนไม่พอใจขึ้นเสียงใส่เตโซกลับไป
“เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว เพราะสิ่งที่คุณทำลงไปมันควรจะมากกว่าการพูดคำหยาบใส่” เตโซพูดพลางหันกลับมามองปิ่นอนงค์ที่กำลังหายใจหอบด้วยความโกรธมองไปที่เชอรีน
“คุณโซ!” เชอรีนตวาดลั่น
“ไม่ใช่แค่เรื่องน้องนาย แต่เรื่องของคุณโซด้วย อย่าคิดว่าฉันไม่เห็นนะว่า เธอไปอ่อยคุณโซถึงห้องตอนที่ฉันลงไปต้อนรับแขกของรีสอร์ตน่ะ คนอย่างเธอ…” ปิ่นอนงค์หยุดพูดเมื่อถูกเตโซเอ่ยแทรก
“เรื่องมันไม่มีอะไรเกินเลยนะปิ่น” เตโซพูดด้วยความตกใจเล็กน้อยที่ปิ่นอนงค์ทราบเรื่องทั้งที่เขาลังเลที่จะบอก
“ฉันไม่ได้มีเขาที่หัวนะคะ…คุณปู่รู้เรื่องที่เธอทำ และบอกกับคุณอาแล้ว เธอเตรียมตัวแก้ตัวดีๆ ก็แล้วกัน กลับค่ะ” ปิ่นอนงค์ตอบเตโซก่อนจะหันกลับไปพูดกับเชอรีนอีกครั้ง แล้วคว้ามือของชายหนุ่มให้เดินกลับออกมาจากห้องทำงานของเชอรีน
“คุณหึงหวงผมเหรอปิ่น” เตโซมองมือของหญิงสาวก่อนจะดึงสายตากลับมามองที่ด้านหลังของเธอแล้วถามออกไป
“หึง? ก็แค่เล่นละครตบตาเชอรีนเท่านั้นแหละคะ แค่เรื่องที่เกิดขึ้นก็ทำคุณปู่เข้าโรงพยาบาลแล้ว ฉันไม่อยากให้ปัญหาของเราไปกวนใจคุณปู่เพิ่ม เอาเป็นว่าฉันจะทำตัวดีๆ เป็นภรรยาของคุณอย่างเหมาะสมก็แล้วกันนะคะ” ปิ่นอนงค์ตอบเสียงเรียบตามปกติที่ใช้คุยกับเตโซ ก่อนจะปล่อยมือออกเมื่อเดินมาถึงบริเวณด้านหน้าสำนักงานของรีสอร์ตแล้วหยุดเดินหันหน้าไปมองเตโซ
“คุณก็ยังเป็นคุณสินะ” เตโซพูดพลางล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกง
“ทำไมคะ อยากให้ฉันหึงคุณเหรอ” ปิ่นอนงค์ลองเชิงอย่างนึกสนุก
“ใช่” เตโซตอบออกมาตามตรง
ทว่า คำตอบของเขาทำให้เธอชะงักมองหน้าชายหนุ่มอย่างทำตัวไม่ถูกเมื่อคำตอบที่ได้แสนจะตรงไปตรงมา และเป็นความจริง ใช่ หญิงสาวทราบดีว่า คำตอบของเขาถูกพูดออกมาด้วยความรู้สึกจริงๆ ของเขา ตั้งแต่ต้องย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันจนเหมือนเป็นสามีภรรยากันจริงๆ ก็ทำให้เธอได้เรียนรู้นิสัยใจคอของเตโซไม่ใช่น้อย จนพอที่จะรู้ว่าสิ่งไหนที่เขาพูดจริง สิ่งไหนที่เขาพูดเล่น และเมื่อครู่คือเขาพูดจริง เขากำลังอยากให้เธอหึงหวงเขากับเชอรีน
ฉับพลันที่สรุปได้ว่า เป็นคำพูดจริงจากเขา หัวใจที่เพิ่งสงบไปจากความโกรธและเหนื่อยกลับมาเต้นกระหน่ำด้วยอาการหวั่นไหวกับคนตรงหน้าเสียได้ จนปิ่นอนงค์รู้สึกได้ว่าสองแก้มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่แน่ใจว่า เป็นเพราะแสงแดดที่ร้อนอบอ้าว หรือกำลังเขินไปกับคำพูดของเขากันแน่
ตกลงแล้วใครกันที่ควรจะทำให้หวั่นไหวเพื่อให้ได้ใบหย่ากันล่ะเนี่ย!