หลังจากเจ้าของห้องที่ท่าทางประหลาดฟุบเข้าที่นอนได้ไม่นานฉันก็เริ่มสำรวจห้องของเขา ดีที่ไม่ต้องเตรียมอะไรมาเลย มีแค่หน้าที่ทำความสะอาดอุปกรณ์ก็มีเตรียมให้ครบ ห้องก็ไม่ได้รกมากมาย แค่เสื้อผ้าเกลื่อนห้องไปหน่อย ส่วนที่เหลือก็เหมือนกับว่าจะไม่มีสิ่งไหนถูกใช้งานเลย รวมไปถึงทีวี.. ที่ดูท่าทางจะยังไม่เคยถูกใช้งานมาก่อน
ฉันเดินเข้าไปในห้องนอนของเขาอีกครั้ง พยายามเลี่ยงที่จะมองแผ่นหลังกว้างที่นอนฟุบหน้าอยู่บนเตียงแล้วหยิบตะกร้าผ้าในห้องแต่งตัวออกมา ฉันหยิบเสื้อผ้าที่เกลื่อนพื้นใส่ตะกร้าจนหมดแล้วนำไปใส่เครื่องซักผ้าซักทิ้งเอาไว้ ส่วนงานที่เหลือก็แค่เก็บกวาดเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นั้นแหละ
ฉันทำทุกอย่างประดุจดั่งแม่บ้านคนหนึ่งจริง ๆ ไม่ว่าจะทำความสะอาดห้องน้ำหรือเก็บกวาดตามซอกห้องก็ทำ โดยละห้องนอนของเขาเอาไว้เป็นที่สุดท้าย
"อึก.." ฉันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อเข้ามาภายในห้องอีกครั้งนึง กลิ่นตัวหอมอ่อน ๆ ของผู้ชายตีจมูกฉันทันทีที่เข้ามาในห้อง
บอกตามตรงว่าแอบรู้สึกใจสั่นอยู่ไม่น้อย แถมกลิ่นตัวของเขามันก็หอมเย้ายวนมากเหลือเกิน ราวกับว่าสูดดมทั้งชาติก็ไม่เบื่ออะไรทำนองนั้น ไม่รู้ใช่น้ำหอมอะไรแต่ดูท่าทางก็ลูกคุณหนูไม่น้อยเลย ฉันเริ่มลงมือทำความสะอาดโดยการเก็บกวาดของที่ตกตามพื้นก่อนเป็นอันดับแรกแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเจอสิ่งของบางอย่างที่ไม่คิดว่าจะเจอ..
"ถุง.. ยาง.." ซึ่งตัวฉันเองก็ไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขนาดที่จะไม่รู้จักมัน
มันคือถุงยางอนามัยที่ถูกใช้แล้ว! มันถูกทิ้งอยู่แถวปลายเตียง เอาตามตรงคืออึ้งไปเลยไม่ยักคิดว่าวันนึงจะต้องมาเก็บกวาดซากของใช้ของคนอื่นแบบนี้ แต่ทำยังไงได้ล่ะ..
ฉันใช้นิ้วของตัวเองหยิบมันขึ้นมาพร้อมกับรีบเควี้ยงมันเข้าไปในถุงดำที่เตรียมเอาไว้ ให้ตายเหอะ! เซอร์ไพร์ที่สุด
ฉันนั่งนิ่งมองผู้ชายที่นอนอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ท่าทางเขาคนนี้น่าจะเอาผู้หญิงเข้ามานอนด้วยไม่ซ้ำหน้าเลยล่ะสิท่า คิดแล้วก็ทำให้ขี้เกียจทำงานต่อยังไงไม่รู้ แต่ฉันจะมัวอู้มันก็กระไรอยู่ฉันจึงต้องทำงานของตัวเองต่อไป
ซักผ้าไปด้วยเก็บกวาดห้องเขาไปด้วย ไม่นานมันก็มาถึงขั้นตอนสุดท้ายที่ฉันวางแพลนเอาไว้ นั่นก็คือเข้าไปพับเสื้อผ้าให้เขาในห้องแต่งตัว เสื้อผ้าเขาเยอะมากและวางไว้เรี่ยราดไปหมด ฉันใช้เวลาอยู่หลายนาทีกว่าจะจัดการกับกองเสื้อผ้าของเขาเสร็จ พอทุกอย่างลงตัวแล้วยังไงพรุ่งนี้งานก็ไม่น่าจะหนักเท่าไหร่
พอเรียบร้อยฉันก็ออกมาจากห้องแต่งตัวของเขา มองนาฬิกาข้อมือตอนนี้ก็เกือบเก้าโมงเข้าแล้ว เรียกว่าฉันค่อนข้างจะใช้เวลาในการทำความสะอาดเยอะเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะ
"ซุปมิโซะ.." ฉันหยุดฝีเท้าลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงแหบ ๆ ของบุคคลที่นอนอยู่บนเตียงละเมอออกเสียงขึ้นมา ฉันหันหน้าไปทางเขาก่อนจะเดินออกจากห้องนอนของเขาไปแล้วถึงจะพบว่าเขาหยัดกายลุกขึ้นนั่งเรียบร้อยในสภาพที่เปลือยอยู่โชคดีที่ท่อนล่างมีผ้าห่มคลุมเอาไว้
ฉันมองผู้ชายที่ท่าทางยังกึ่งหลับกึ่งตื่นด้วยความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก มันรู้สึกเหมือนกับว่าเราเคยเจอกันมาก่อนอะไรทำนองนั้นก็ไม่ปาน ทรงผมเซ่อ ๆ ของเขาบวกกับใบหน้าคม ๆ มันเผลอทำให้ฉันคิดถึงเพื่อนสมัยเด็กของตัวเองคนนึงเลย
แต่ว่าตอนนี้ไม่ได้ข่าวคราวแล้วล่ะ เราแยกจากกันตั้งแต่สี่ขวบตอนนี้ฉันอายุยี่สิบ นั่นก็แปลว่าเราไม่ได้เจอกันมาสิบกว่าปีแล้ว
"ทำซุปมิโซะเป็นหรือเปล่าครับ? ผมอยากกินซุปมิโซะ" น้ำเสียงอ้อนวอนและนุ่มนวลเอ่ยถาม ก่อนที่สายตาของเขาจะตวัดขึ้นมามองฉันทำให้เราสองคนสบตากันในระยะช่วงเวลาหนึ่ง
ฉันจ้องหน้าของเขาค้างเอาไว้ราวกับถูกสะกด ยิ่งได้สบตายิ่งรู้สึกว่าคุ้นเคยกับเขามาก เหมือนเคยเจอกันมาก่อน แต่ก็นั่นแหละ.. เราจะไปเคยเจอกันตอนไหนเมื่อไหร่ล่ะ?
"เป็นค่ะ"
"ผมอยากกินซุปมิโซะ ทำให้หน่อยได้ไหมครับ?"
"อื้อออ ดะ ได้สิ" ฉันพยักหน้ารับแล้วรีบหันหลังเดินออกมาจากห้องนอนของเขาทันที ได้สบตาผู้ชายแบบจริงจังครั้งแรกในชีวิตเลย!
ฉันยกมือทาบอกด้วยความรู้สึกที่มันไม่รู้จะพูดยังไงแต่หัวใจฉันเต้นแรงโดยอัตโนมัติไม่รู้ว่าเพราะอะไร จะว่าชอบตั้งแต่แรกก็ไม่ใช่ หรือเพราะเขามีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้ก็ไม่รู้ ไม่เป็นตัวของตัวเองเลย!
ฉันเปิดตู้เย็นหยิบวัตถุดิบที่ต้องการใช้ในการทำซุปมิโซะออกมา โชคดีที่ฉันทำเป็นเพราะว่าเมื่อก่อนฉันมีเพื่อนสนิทวัยเด็กที่เป็นคนญี่ปุ่นมาอยู่ไทย ฉันก็เลยเรียนรู้วิธีการทำมาจากแม่บ้านของเขาบวกกับชอบรสชาติของมันเป็นการส่วนตัว เมื่อก่อนก็มักจะทำกินอยู่บ่อย ๆ ใช้เวลาไม่นานมากฉันก็ทำเสร็จ แต่จะทำแล้ววางทิ้งเอาไว้เลยมันก็รู้สึกยังไงอยู่ ฉันก็เลยเดินไปเรียกเข้าที่หน้าห้องนอน แง้มประตูเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
"ซุปมิโซะเสร็จแล้วค่ะ" ฉันว่าพร้อมกับยืนมองเขาจากด้านนอกห้อง เมื่อได้ยินเสียงของฉันเปล่งออกไปผู้ชายร่างหนาที่นอนอยู่บนเตียงก็ค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้นนั่ง สภาพงัวเงียแบบคนพึ่งตื่นนอนเหมือนเดิม
"อ่า.. ขอบคุณครับ" เขาอ้าปากหาวแล้วทำท่าจะลุกขึ้นจากเตียง แต่อย่าลืมนะว่าเขาน่ะไม่ได้ใส่อะไรเลยฉันก็เลยรีบปิดประตูห้องของเขาแล้วเดินห่างออกมา ฉันตักซุปมิโซะใส่ถ้วยซุปขนาดพอดีวางไว้ให้เขา ขณะที่ฉันกำลังจะเดินกลับเขาก็ออกมาจากห้องพอดี โดยใส่แค่กางเกงขายาวตัวเดียวเท่านั้น "จะกลับแล้วเหรอครับ?"
"อือ" ฉันพยักหน้าตอบกลับคำถามของเขา นี่ก็สายแล้วฉันอยากจะกลับหอไปอาบน้ำสักหน่อยแล้วค่อยเตรียมตัวไปเรียนตอนช่วงบ่าย
"ไม่อยู่ทานซุปมิโซะด้วยกันก่อนเหรอครับ"
"ไม่ดีกว่าค่ะ"
"แล้วพรุ่งนี้จะมาอีกหรือเปล่าครับ?"
"ถาม.. ทำไมคะ?"
"..." เขาเงียบ ฉันเองก็แปลกใจที่ถูกตั้งคำถามแบบนั้น ฉันค่อยเงยหน้า ๆ มองหน้าเขาที่ยืนอยู่ไม่ไกลก่อนจะพบว่าถูกเขาจ้องมองอยู่ก่อนแล้ว ด้วยความที่รู้สึกทำตัวไม่ถูกฉันก็เลยจับผมทัดหูไปทีแก้อาการเขินอาย
"มาค่ะ มาทุกวัน.."
"ดีจังเลยนะครับ พรุ่งนี้ผมจะรอกินซุปมิโซะอีก" พอฉันตอบเขาถึงจะยิ้มแย้มแล้วพูดต่อ เสน่ห์แพรวพราวเหลือเกิน หวังว่าจะไม่ได้มองฉันเป็นเหยื่อหรอกนะ
"..." ฉันไม่ตอบโต้ ทำได้เพียงยิ้มอ่อนหันหลังให้เขาเตรียมตัวที่จะเดินออกไปจากห้องนี้ ทว่าพอหันหลังให้เขาเขาก็เอ่ยขึ้นมาอีก
"แล้วก็อีกอย่าง.." แถมยังเว้นช่วงไว้ให้ฉันอีก จะไม่หยุดฟังก็ไม่ได้ "สร้อยข้อมือน่ารักจังเลยนะครับ"