bc

ลิขิตสัญญานาคา

book_age18+
304
FOLLOW
4.5K
READ
forbidden
reincarnation/transmigration
time-travel
fated
curse
powerful
king
tragedy
bxg
campus
superpower
like
intro-logo
Blurb

เมื่อจิตพญานาคีกลับมาจุติใหม่ที่โลกมนุษย์ในยุคปัจจุบันหลังจากที่สลายหายไปเพราะถูกกระทำในอดีต...เขาผู้เป็นกษัตริย์นาคาเฝ้ารอคอยการกลับมาของนางผู้เป็นที่รัก...แต่ทว่า..นางนั้นเปลี่ยนไปจนเขาต้องกุมขมับ!

นวลเนื้อนวลนวลอนงค์อร แนบเนื้อ

แนมเกล็ดแก้วเลื้อยเฝือ แช่มช้า

เชยชมแรมชมเจ้า รวยรื่น ใจนา

ทวิเผ่าอภิรมย์ร่า สมพาส เริงใจ

หญิงสาวตกอยู่ในห้วงความฝันที่เกินความเป็นจริง หยาดเหงื่อผุดเต็มเรือนร่างจนเสื้อผ้าชุ่ม แม้ว่าดวงตาจะปิดแน่นสนิทแต่ก็ยังคงเม้มริมฝีปากแน่น อารมณ์แปลกเปลี่ยนแปรปรวนมวลท้องไปหมด ก่อนจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยท่าทีตกใจกับความฝันที่เกิดขึ้น มือเล็กจับลูบตัวเองที่ตอนนี้อุณหภูมิในร่างยังร้อนดั่งเปลวไฟ อารมณ์มัวเมาอยู่ในห้วงกามาอย่างห้ามไม่อยู่ ทว่าในฝันกลับมิใช่ชายหนุ่มรูปงามแต่อย่างใด แต่เป็นงูใหญ่มีหงอน...

“อือ...” เสียงแผ่วครางเบาออกมาจากปากของหญิงสาวที่มีอายุเพียง 18 ปี เสพเรื่องอย่างว่ามาก็เยอะด้วยความดื้อรั้นตามประสา มือเล็กที่เลื่อนเคลื่อนไปยังจุดอ่อนไหวกลางลำตัวใต้กางเกงผ้าขาสั้นโดยไม่รู้ตัวนั้นกำลังขจัดความต้องการของตัวเองอย่างช่วยไม่ได้

“อื้อ!” ขาเรียวสองข้างยกชันขึ้นหนีบกันแน่น สาวไสปลายนิ้วเร่วรัวเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ปลายเท้าสองข้างจิกเกร็งก่อนจะกระตุกปลดปล่อยอารมณ์วาบหวามออกมาด้วยใจที่สั่นรัว ช่างน่าขันที่เธอดันมีอารมณ์เมื่อฝันถึงงูรัด หยัดตัวลุกขึ้นมาถอนหายใจใบหน้าแดงเรื่อ ไม่ทันได้สังเกตเห็นขาตัวเองที่เกิดรอยแดงรอบขาราวกับโดนบางอย่างรัดเอาไว้เป็นเวลานาน เธอถูกตีตราไว้ตั้งแต่ยังคงความบริสุทธิ์

chap-preview
Free preview
๑. นิมิตเพื่อพานพบ
หาดทรายละเอียดสีขาว... รอบข้างเต็มไปด้วยหมอกควัน...ตรงหน้ามีเพียงทะเลน้ำสีฟ้าใสไล่สีครามลงกว้างใหญ่ไพศาลสุดตา...สถานที่แห่งนี้เหมือนไม่มีจริงในโลก... "เอ๊ะ?" หญิงสาวร่างอรชรอุทานขึ้นถ้าเป็นสมัยที่เธอดูคงจะถูกเรียกว่าสาวอวบอึ๋ม มองเห็นชายหนุ่มท่อนบนเปลือยเปล่าไร้เครื่องประดับประดาในตัวยกเว้นเข็มขัดทองที่รั้งผ้านุ่งโสร่งสีขาวเดินขึ้นมาจากผืนน้ำ ทำให้เห็นมัดกล้ามกำยำชัดเจน รูปร่างชายชาตรีสมบูรณ์แบบมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ผิวพรรณผ่องใส เรียบเนียน มีแสงระยิบระยับตามร่างกายนั้น ผมของเขายาวประบ่าแต่ถูกรวบมัดมวยไว้เพียงครึ่ง พอเผยให้เห็นกรอบหน้าชัดเจน จมูกโด่งเป็นสัน ปลายรั้งเชิด ปลายจมูกโค้งมนเป็นหยดน้ำ ปากเรียวได้รูปรับกับใบหน้า ทำให้ดูหน้าหวานปานหยาดน้ำผึ้ง คิ้วเข้มตรงสวย แต่ไม่หนาจนเกินพอดีรับกรอบหน้าทำให้ดูสมเป็นชายขึ้นมาเสียหน่อย กับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเปลือกตาสองชั้น มองมาที่เธอด้วยสายตาอ่อนโยนระคนเศร้า ไม่ว่ายุคสมัยไหนถ้าได้เห็นชายผู้นี้คงไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่หลงรักเป็นแน่ แต่น่าแปลกที่เขาเหมือนไม่มีอยู่ในโลกที่เธอรู้จัก เพราะไม่มีใครจะหล่อเหลาปานเทพบุตรเช่นเขาแน่ ไม่ทันที่เธอจะได้เอะใจอะไรชายหนุ่มคนดังกล่าวได้เดินขึ้นมาจูงมือเธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะพาเดินลงไปในน้ำ เพียงชั่วพริบตาร่างของเธอก็อยู่ใต้น้ำเสียแล้ว ....ฉ... ฉันหายใจไม่ออก... หญิงสาวได้แต่คิดในใจตะเกียกตะกายดิ้นรนอยู่ใต้น้ำพร้อมกับกลั้นหายใจตามสัญชาตญาณของมนุษย์จนรู้สึกอึดอัดด้วยความไม่ทันตั้งตัว ชายหนุ่มข้างๆหันมายิ้มให้เธอบางๆโดยไม่เปิดปากพูดสักคำแต่กลับได้ยินเสียงทุ้มอ่อนนุ่มรื่นหูและดูน่าเชื่อน่าไว้ใจของเขา ...หายใจเถิด...น้องหายใจในนี้ได้...นรินธรา... ด้วยความใกล้จะหมดลมหายใจและความเชื่อใจชายหนุ่มข้างๆ อย่างน่าแปลกประหลาดทำให้เธอสูดลมหายใจเฮือกใหญ่แต่กลับไม่สำลักน้ำ มันน่าอัศจรรย์ที่เธอยังคงหายใจได้ปกติ หญิงสาวหันหน้าไปมองคนข้างๆ ที่จับมือเธอไว้ไม่ปล่อยแล้วยิ้มให้เขาเป็นเชิงขอบคุณ หญิงสาวหันไปมองรอบๆตัวที่มีฟองอากาศเต็มผืนน้ำข้างใต้ที่ร่างของเธอลอยอยู่คู่กับชายหนุ่มผู้นั้น แม้จะพยายามมองรอบๆ ตัวเท่าไหร่กลับมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากสีฟ้าคราม ชายหนุ่มข้างๆ จับมือเธอแล้วแหวกว่ายดำดิ่งลงไปลึกสุด ในสติของสมองนึกกลัว..แต่ใจกลับรู้สึกว่าเชื่อใจคนข้างกาย ว่าเขาไม่พาเธอไปเจออันตรายแน่นอน .... ระหว่างที่กำลังแหวกว่ายก็หยอกเย้ากันเหมือนคู่รัก ชายหญิงต่างหันมายิ้มให้กันขณะแหวกว่ายคล้ายคุ้นเคยกับที่แห่งนี้...ไม่นานนักหญิงสาวต้องตกตะลึงเมื่อทั้งซ้ายและขวามีบางอย่างเคลื่อนตัวลงไปพร้อมกับพวกเขา แต่ใบหน้าชายหนุ่มกลับไม่ได้ตกใจแต่อย่างใด...เกล็ดสีขาวเหมือนเพชร...ลำตัวยาวและใหญ่...ตรงป้องพระนาภีกลับมีสร้อยสังวาลทองคาดอยู่... ทั้งสองสิ่งมีชีวิตเลื้อยนำดิ่งลงไปจนลับตา... หญิงสาวหันกลับมามองชายหนุ่มที่จ้องมองเธออยู่ก่อนแล้วอย่างรักใคร่เอ็นดู พร้อมกับพาเธอดำดิ่งลงไปตามสิ่งมีชีวิตก่อนหน้าจนสุดทาง... ในที่สุดเธอก็ได้มาหยุดใต้มหาสมุทรและเท้าของเธอแตะลงพื้นทรายสีขาวประดุจแก้ว ด้านหน้าช่างเลือนรางพยายามเพ่งสายตามองเท่าไหร่ก็มองเห็นไม่ชัดถนัดนัก เนื่องด้วยหมอกควันโดยรอบที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน ภาพเลือนรางที่คล้ายปราสาทราชวังศิลปะโบราณที่เธอเองก็ไม่รู้แน่ชัดว่ายุคไหน แต่คล้ายกับศิลปะสมัยสุโขทัยและเป็นสีขาวทั้งหลังระยิบระยับเหมือนเพชร ก่อนที่เธอจะได้ตะลึงงันไปมากกว่านั้น ก็เห็นชายหนุ่มผิวขาวกำยำรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาร่างกายนั้นเต็มไปด้วยเครื่องประดับทองเกล้ามวยผมขึ้นสูง พวกเขาแบกหีบสมบัติสามหีบเดินออกมา แม้ใบหน้ายิ้มบางๆ แต่กลับไม่มีใครพูดหรือเอื้อนเอ่ยคำใดมาสักคำ ก่อนจะเดินผ่านเธอไปพร้อมกับยกหีบไว้บนหัว ....ไม่นานชายทั้งสองก็หายไปกลับกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่เธอเห็นก่อนหน้า...เลื้อยทะยานขึ้นไปสู่ผิวน้ำ "นี่มันอะไรกันล่ะเนี่ย..." ชายหนุ่มผู้นำพาเธอมายังคงอยู่ข้างกายและมองเธอพร้อมรอยยิ้มแต่ใบหน้ากลับดูเศร้านัก เขาจับมือเธอก่อนจะเดินออกไปจากจุดที่ยืนอยู่ พาเธอแหวกว่ายตามสิ่งมีชีวิตสองสิ่งนั้นกลับขึ้นไปดังเดิม .... หีบสมบัติสามหีบวางอยู่ตรงหน้าของเธอหลังจากทะยานขึ้นมายังจุดเริ่มต้นที่พบเจอเขา ชายหนุ่มเหล้ามวยผมทั้งสองเมื่อวางหีบให้เธอก็หันหลังกลับลงไปเช่นเดิม เหลือไว้เพียงแต่ชายที่อยู่เคียงข้างเธอมาตลอดการเดินทางที่แสนจะลึกลับนั้น ยืนจ้องมองเธอด้วยใบหน้าเศร้าจนใจของหญิงสาวรู้สึกเจ็บปวด ทั้งสายตาและความรู้สึกของเขาที่ส่งมาถึงเธอโดยไม่พูดเอ่ยคำใด ทำให้เธอทรุดตัวลงร้องไห้อย่างหนักบนผืนทรายแห่งนั้น เขาไม่ได้หันหลังให้เธอแม้แต่วินาทีเดียว...แต่ตัวเขากลับห่างออกไปเรื่อยๆ จนเลือนราง... . . "มาถึงละ เมื่อไหร่จะมา เสียเวลาจริง!" ปากเรียวบางอมชมพูพูดขึ้นกับปลายสายด้วยเสียงหงุดหงิด หญิงสาวใบหน้าหวานจิ้มลิ้มร่างอรชรพอเหมาะพอดีไม่ผอมไม่อ้วนเกินไปยืนนิ่งหลังจากวางสายสนทนาเมื่อครู่ เธอสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ดวงตาสวยที่แข็งกร้าวเริ่มเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาแต่ต้องกลั้นมันไว้ไม่ให้ไหลออกมา .... ยัยนรินทร์...เธอต้องเข้มแข็ง.... หลังจากปลอบใจตัวเองได้ไม่นานนักร่างสูงในชุดหนังและกางเกงยีนส์ขาดๆ ก็เดินเข้ามาหาเธอพร้อมสาวสวยในชุดคล้ายๆกันเหมือนชุดคู่รัก ภากรณ์เดินเข้ามาพร้อมกับหญิงสาวหน้าตาสะสวยเดินตรงมาทางเธอ ก่อนจะโอบเอวบางของหญิงสาวข้างกายด้วยใบหน้ายิ้มระรื่น นรินทร์มองดูพวกเขาเหมือนไม่ใส่ใจแต่กลับเม้มปากแน่น "อะไรกัน...จะร้องไห้เหรอ?" "ร้องไห้ดีใจน่ะสิ จะได้หลุดพ้นวังวนอุบาทว์นี้เสียที" "พูดอะไรอย่างนั้นล่ะ เพื่อน" หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกายภากรณ์ได้เอ่ยขึ้น ใบหน้าสะสวยที่คุ้นเคยสำหรับนรินทร์ พวกเธอเป็นเพื่อนรักกันมาก่อนตลอดสี่ห้าปี ด้วยความเชื่อใจ เวลาไปไหนมาไหนมักจะไปด้วยกันตลอด แต่สุดท้ายก็ไม่คิดว่าจะโดนหักหลังแบบไม่น่าให้อภัยโดยการเป็นชู้รักกับสามีของเธอมาตลอดสองปีหลัง นรินทร์มองใบหน้าสวยนั้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง "ใครเพื่อนเธอ...พนิตา" "เรียกซะเต็มยศเลยนะ" "ไปเซ็นใบหย่ากันเถอะ จะได้หลุดพ้นจากคนอย่างเธอสักที รำคาญจะแย่" ภากรณ์พูดขึ้นอย่างหงุดหงิด ก่อนจะควงแขนพนิตาขึ้นไปยังภายในตึกของที่ว่าการอำเภอ นรินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพ่นมันออกแล้วเดินตามพวกเขาไป การเซ็นใบหย่าไม่ใช่เรื่องยุ่งยากหรือยาวนานมากนัก เพียงไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย ทั้งสามคนเดินออกมาก่อนจะเตรียมแยกย้ายกลับ แต่ภากรณ์กลับเรียกรั้งอดีตภรรยาของเขาไว้ "เดี๋ยวสินรินทร์ นี่ไม่คิดจะร่ำลากันเป็นครั้งสุดท้ายเลยเหรอ?" "ไม่จำเป็น!" นรินทร์หันกลับไปตอบอดีตสามีชายอันเป็นที่รักที่สุดตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยคิดหรือแม้แต่ทำผิดกับเขาเลยสักครั้ง อาจจะมีเบื่อบ้างตามประสาคู่รักที่คบกันมานาน แต่ก็ยังคงทำหน้าที่ภรรยาอย่างเต็มที่ และไม่คิดเลยว่าคนที่พร่ำบอกรักและกลัวว่าเธอจะทิ้งเขา กลับกลายเป็นคนที่หักหลังและทิ้งเธอไปเสียเอง ภากรณ์ยื่นมือไปให้นรินทร์หวังว่าจะจบกันตรงนี้ด้วยดี แต่เธอกลับมองมือนั้นด้วยสายตารังเกียจ นรินทร์หันหลังกลับไปยังรถของตัวเองโดยไม่สนใจคนที่ยื่นมือรอเก้อและขับรถออกไปทันที แต่ถึงอย่างนั้นสายตาดวงสวยก็เหลือบมองผ่านกระจกหน้ารถที่สะท้อนร่างสูงของคนที่ยืนมองรถของเธออยู่เหมือนกับคิดว่าเธอจะใจอ่อนกลับไปเช่นทุกครั้ง แต่เธอไม่มีคิดที่จะวกกลับไป ให้มันจบสิ้นกันวันนี้... "จบสักที...ฮึก..." บนถนนเส้นเดิมที่ระยะทางยาวกว่าเดิมเพราะหัวใจที่บอบช้ำ คนในรถเริ่มพรั่งพรูน้ำตาออกมาอย่างไม่ขาดสาย เธอตัดสินใจจะย้ายไปอยู่แถบชนบท ที่ที่ไม่มีใครหาเธอเจอและหางานทำที่นั่น แต่กว่าจะได้ไปอย่างใจคิดก็คงต้องทำงานเก็บเงินสักพัก เพราะเธอไม่ใช่คนรวยหรือมหาเศรษฐีอะไร เธอเป็นแค่คนธรรมดาเท่านั้นมีกินบ้างอดบ้างเหมือนคนปกติ หลังแต่งงานชีวิตของเธอก็ไม่ได้ปูพรมแดงอย่างที่คนรอบข้างคิด ไม่ได้สุขสบายเพราะผู้เป็นสามีไม่ได้ช่วยเหลือดูแลเธอเท่าไหร่นัก แต่เมื่อตกลงปลงใจเป็นคู่ชีวิตไม่ว่าจะมีเรื่องหนักหนาแค่ไหนเธอก็คิดว่าจะจับมือกันฝ่าฟันทุกอย่างไปได้หากยังมีกันและกัน แต่สิ่งที่เธอได้รับจากความรักครั้งนี้มันเกินกว่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะรับไหว ตลอดทางที่ขับรถกลับบ้านเสียงสะอื้นก็ยังคงดังอยู่ภายในรถ แม้จะบอกตัวเองให้เลิกร้องแค่ไหนก็ทำไม่ได้ แต่นรินทร์กลับไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอ กำลังมองดูความเสียใจของเธอด้วยดวงใจที่ปวดร้าว กายละเอียดแทบจะกลืนไปกับธาตุอากาศของชายหนุ่มทำได้แค่เช็ดน้ำตาให้หญิงสาวโดยที่เธอไม่รู้สึกถึง เขาพยายามปลอบประโลมเธอแต่ก็ไม่อาจส่งไปถึงหญิงสาวได้เลย .... พี่อยู่ตรงนี้นรินธรา...อยู่ข้างๆ น้อง...คนที่รักน้องมากว่าพันปีที่ล่วงเลย...

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

เก็บขยะจนรวย ด้วยระบบรักษ์โลก

read
1K
bc

สร้างเนื้อสร้างตัวในยุคจีนโบราณ

read
19.4K
bc

เกิดใหม่มีสามีตาบอด

read
2.4K
bc

สงครามรักในเงามืด

read
1K
bc

ข้าก็แค่ภูตน้อยจอมเกียจคร้านคนหนึ่ง

read
1.5K
bc

เซียนสาวเกิดใหม่ขอไลฟ์สดทำนายดวง

read
1K
bc

เสมือนหนึ่งใจเคยรัก

read
2.0K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook