๑๑. มาตามนัด แต่...

1617 Words
“กูหาอาหารให้มึง! แต่มึงหวนกลับมาด้วยสภาพนี้งั้นรึ!!” เสียงเล็กแหลมจากหญิงสาวในชุดไทยสวยสีน้ำตาลแดง ตามตัวเต็มไปด้วยเครื่องประดับและมุงกุฏห้าเศียร ใบหน้าสวยนั้นหันไปจ้องมองผีที่มีแต่หัวกับไส้เขม็งราวกับจะจับมันฆ่าทิ้งเสียให้ได้ “...ข้าทำแล้ว…แต่มันมีบางอย่างช่วยเหลืออยู่…” พูดเสียงเย็นแต่แฝงไปได้ความหวาดกลัวหญิงสาวตรงหน้า ก่อนสายตาจะพลันเปลี่ยนไปจ้องมองหญิงสาวอีกคนที่หลบหลังหญิงคนนั้นแล้วแลบลิ้นเลียปาก “...ข้าหิว…นางผู้นั้นมอบให้ข้าได้รึไม่…” คีภัทราปรายตามองมันตราที่อยู่ข้างหลังตนตามสายตาของผีตนนั้น ก่อนจะหันกลับไปจ้องมองมันด้วยสายตาดุ “มึงทำการมิสำเร็จ ยังจักกล้าขอกูรึ!! อีผีสกปรก!! ผีอย่างมึงอยู่ไปก็ไร้ประโยชน์ มอดไหม้ไปเสีย!!” ว่าแล้วก็ยกมือขึ้นปล่อยดวงไฟสีแดงแผดเผาร่างผีตนนั้น มันกรีดร้องออกมาอย่างทรมาณก่อนจะดับสิ้นเป็นเถ้าถ่านไปในที่สุด… ทำให้นิลลาพอจะใจเย็นลงบ้างก่อนจะคิดแผนต่อไปเพื่อให้เอาชีวิตของหญิงผู้เป็นศัตรูหัวใจแย่งความรักจากชายที่ตนรัก “เห็นทีคงจักต้องใช้งานผีที่มันมีฤทธิ์มากกว่านี้เสียแล้ว” คีภัทราเอ่ยขึ้น “ผีอีกแล้วรือเจ้าคะ? ทำไมเจ้าแม่ไม่ลงมือด้วยตนเองล่ะ แค่มนุษย์ผู้หญิงมิใช่รือเจ้าคะ?” มันตราเอ่ยถาม “ข้าก็อยากจักทำ แต่ยังมิใช่เพลานี้…จิตของเจ้าพี่แลนางผูกกันแล้ว เพราะมนตราของนางนาคีในร่างนั้น…นอกเสียจากว่า…นางจักเอาใจออกห่าง” คีภัทราหันมาพูดกับมันตราพร้อมมองใบหน้าสะสวยนั้นของเธอ คีภัทรายกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้านั้นของนาคีบริวารแล้วยกยิ้มขึ้น “ถึงเพลาที่เจ้าจักต้องทำการให้ข้าแล้วหนา มันตรา” คีภัทราเอ่ยขึ้นพร้อมแผนในหัว เมื่อมันตราทำให้นรินทร์เข้าใจผิดเอาใจออกห่างจากพญาเพชรแก้วในร่างกายหยาบได้ เมื่อนั้นเธอก็จะจัดการนางเสียให้หายไปจากโลกนี้ แล้วค่อยจัดการมันตราให้ตายตบตามไปจะได้ไม่เป็นก้างอีกคน เพราะคีภัทรารู้อยู่แล้วว่ายังไงมันตราก็จะต้องหลงรักพญาเพชรแก้วเป็นแน่หากอยู่ใกล้ชิดกัน มิอาจต้านทานความหลงใหลของพญาเพชรแก้วได้... คนในทีมต่างนั่งผมฟูตรงแคร่หน้าบ้าน ดวงตาเหม่อลอยตัวสั่นเทาไม่หาย..แม้จะสลบไปคู่หนึ่งเมื่อคืนแต่ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันเห็นดวงไฟสีแดงที่ค่อยๆลอยหนีไป ซ้ำยังเห็นนิลนนท์นั่งมองค้างอยู่ ม่านมุ้งฉีกขาดพร้อมกับรอยหยดเลือดจากเครื่องในหลังจากที่แสงตะวันเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าทุกคนก็ถึงกับวิ่งลงจากบ้านจึงเห็น ก่อนจะมายังแคร่หน้าบ้านนี้นรินทร์เองก็ไม่ต่างกันเลย เห็นทีจะมีเพียงนิลนนท์ที่นั่งเช็ดคราบเลือดนั้นหลังจากที่ทุกคนลงจากบ้านไป “เรากลับกันเลยไม่ได้เหรอหัวหน้า หาหมู่บ้านอื่นเถอะ” เทวินที่นั่งอยู่ข้างๆนรินทร์เอ่ยขึ้น นรินทร์หันหน้าที่ใต้ขอบตาดำจนมองเห็นได้รวมถึงผมฟูๆนั่นไปทางเทวินราวกับหุ่นยนต์ “นั่นสิหัวหน้า…แค่เมื่อคืนจะขนหัวลุกจนอย่างจะร้องไห้แล้วเนี่ย” มินตราเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วยพร้อมกับทำหน้าแบะปากจะร้องไห้อยู่รอมร่อ นรินทร์หันหน้ากลับไปมองตรงที่เดิมทั้งที่ยังเผยอปากค้างอยู่ราวกับว่ายังไม่ได้สติ “รอบนี้เห็นด้วยว่ะ โคตรน่ากลัวเลย…เดี๋ยวฉันจะบอกพ่อให้” ภากรณ์พูดพร้อมกับกอดตัวเองไว้แน่นสายตาพลันมองไปรอบๆตัวอย่างระแวงทั้งที่ตอนนี้ยังเช้าอยู่ ตั้งใจจะทำเท่เพื่อมาตามช่วยอดีตภรรยาแต่กลับต้องมาขอร้องเธอให้กลับ “นี่!! ทุกคน!!” “กรี๊ดดดดดดดด!!” “เฮ้ย!!!!” ทุกคนต่างกรีดร้องอย่างตกใจพร้อมกับสะดุ้งจนตัวโยนเมื่อนิลนนท์เดินเข้าไปหาพวกเขาแล้วเรียกขึ้น ใบหน้าของนิลนนท์เปื้อนรอยยิ้มพลางหัวเราะในลำคอ มองนรินทร์ที่ตอนนี้หัวฟูขอบตาดำอย่างนึกขำ ไม่คิดว่าผู้หญิงแบบเธอที่นิสัยต่างจากเจ้าแม่นางในอดีตอย่างสิ้นเชิงจะเป็นร่างกายหยาบมีดวงจิตของเจ้าแม่นางอยู่เลย แต่ไม่เชื่ออย่างไรก็ต้องเชื่อ “ไอ้บ้า!! กูตกใจหมด!! มึงนี่นะ!!” นรินทร์หันไปวีนใส่นิลนนท์พร้อมกับจับที่อกลูบมันเบาๆให้คลายความตกใจ นิลนนท์หลิ่วตาเล็กน้อยอย่างยิ้มๆก่อนจะส่ายหน้าไปมากับท่าทีของเธอ “ว่าแต่…เมื่อคืนพี่นิลนนท์ลุกนั่งทำไม? ท่องคาถาไล่ผีเหรอ?” เทวินหันไปถามทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ นิลนนท์หุบยิ้มลงครู่หนึ่งพลางทำหน้าครุ่นคิด พวกเขาคงไม่เห็นร่างโปร่งแสงของเจ้าแม่นางแน่ๆ “ใช่” นิลนนท์ตอบสั้นๆรับบทเป็นหมอผีเพื่อไม่ให้ใครสงสัย “คาถาอะไรวะ บอกหน่อยดิ” ภากรณ์หันไปถามด้วยความอยากรู้ ตอนนี้ไม่สนใจเรื่องอะไรทั้งสิ้นแล้วแค่เอาตัวรอดให้ได้ก่อน ถึงจะต้องยอมเป็นพรรคพวกกับคนที่เข้ามาจีบนรินทร์ก็ตาม “แค่พูดว่า…” “ว่า….” ทุกคนต่างจ้องมองนิลนนท์เป็นตาเดียวอย่างลุ้นๆว่าคาถาที่ว่านั้นจะเป็นอย่างไร นิลนนท์เงียบไปครู่หนึ่งมองหน้าทุกคนที่ดูมีความหวังก็ยกยิ้มขึ้น “ขอหวยหน่อยครับ ขอหวยหน่อย” “โธ่!! ไอ้นิล! ไอ้เพื่อนชั่ว!!” นรินทร์อดไม่ได้ที่ลุกขึ้นเตรียมง้างมือที่กำหมัดนั้นหวังจะประเคนที่กลางกะบาลของเพื่อนให้หายแค้นใจที่ล้อพวกเธอเล่น “มีเรื่องอะไรกันหรือครับ?” เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นเรียกทุกคนให้หันไปมองทางต้นเสียง นรินทร์อึ้งทุกคนก็อึ้งไม่ต่างกันเมื่อชายหนุ่มที่เจอกันเมื่อวานเดินมาหาถึงหน้าบ้านพร้อมกับชายหนุ่มทำหน้าดุดันเรียบนิ่งที่เหมือนว่าจะเป็นลูกน้องของเขา แต่ดูเหมือนว่าพชรจะอึ้งไม่ต่างจากนรินทร์เลยเมื่อเห็นสภาพของเธอตอนนี้ เขาอ้าปากค้างไปครู่หนึ่งมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อเห็นอย่างนั้นนรินทร์รีบวิ่งหน้าตั้งขึ้นบ้านไปทันที ในใจตอนนี้คิดว่าจะให้คนที่หมายตามาเห็นเธอสภาพนี้ไม่ได้! แม้ว่ามันจะไม่ทันแล้วก็ตาม เธอรีบคว้าเสื้อผ้าเครื่องอาบน้ำวิ่งลงบันไดเข้าห้องน้ำที่อยู่ชั้นล่างข้างบ้านไปทันที “ฮึๆ…” พชรยืนเอามือปิดใบหน้าปลายนิ้วนวดขมับก่อนจะหัวเราะออกมากับท่าทีของนรินทร์ หญิงสาวผู้เป็นที่รักเมื่อครั้งอดีตนั้นแสนจะงดงามแช่มช้อยเรียบร้อยดั่งนางในวัง แต่บัดนี้นั้นช่างแตกต่างจนน่าขัน แสงศรเอียงตัวกระซิบถามเจ้านายของตนด้วยสีหน้าจริงจังทันที “ใช่…ใช่ไหมขอรับนายท่าน…นางผู้นั้นจริงแท้แน่รือขอรับ? มิผิดแน่รือขอรับ?” แสงศรถามย้ำแล้วย้ำอีกด้วยความไม่มั่นใจ แต่ผู้เป็นเจ้านายกลับพยักหน้าแล้วหัวเราะในลำคออย่างหยุดไม่ได้ เมื่อคืนดวงจิตที่แรงกล้าของนางเปิดเผยให้เขาเห็นแน่ชัดแล้ว แม้ว่าเขาจะนั่งภาวนาอยู่ก็ตามแต่ยังคงคอยสอดส่องนางผู้เป็นที่รักอยู่ตลอด เพียงแต่เขาไม่ได้เข้ามาช่วยเพราะเห็นว่านิลนนท์ลูกน้องมือขวาของเขาอยู่ข้างๆ …แสงศร พูดปกติเหมือนมนุษย์เราพูดเถอะ… เสียงของนิลนนท์ในห้วงกระแสจิตดังขึ้นพอให้แสงศรและพชรได้ยิน มนุษย์นั้นไม่อาจได้ยินเพราะคลื่นความถี่ของจิตไม่ละเอียดพอ “ไม่ทราบว่าคุณเป็นใคร? มาทำอะไรที่นี่?” ภากรณ์หันไปเอ่ยถามพลางทำหน้าตาดุดัน จ้ององค์เพชรแก้วในร่างมนุษย์เขม็งอย่างไม่ไว้วางใจ พชร เพียงยิ้มแล้วมองหน้าเขา “นี่คือคุณ พชร หรือ คุณพัชร มาที่นี่เพื่อมาหาคุณนรินทร์” แสงศรแทรกกลางระหว่างพชรจะภากรณ์แล้วเอ่ยขึ้นทำหน้าขึงขังไม่ต่างจากภากรณ์เลย ใจของอดีตสามีเมื่อรู้ว่ามาหานรินทร์ก็ยิ่งทำสีหน้าไม่พอใจเสียเท่าไหร่ แสงศรปราดปรายสายตามองสภาพภากรณ์ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า…ช่างน่าเวทนา... “อ๋อ! นึกออกแล้ว…คุณคนที่เจอพี่นรินทร์ในเทวาลัยเมื่อวานใช่ไหมคะ?” มินตราเอ่ยก่อนจะสำรวจตัวเองตามสายตาของพชร ก่อนจะพึ่งนึกขึ้นได้ว่าสภาพผมที่ฟูห่องจากการขนหัวลุกเมื่อคืนยังคงอยู่ “ครับ” พชรตอบออกไปสั้นพลางส่งยิ้มให้ “เอ่อ…งั้นเดี๋ยวฉันขอตัวก่อนดีกว่าค่ะ” มินตราเอ่ยขึ้นอย่างเขินๆ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าบ้านไป ภากรณ์และเทวินที่ได้ยินอย่างนั้นก็สำรวจตัวเองก่อนจะรีบไปเช่นกัน สามคนที่เหลือมองตามครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมามองหน้ากัน พชรเดินเข้าไปใกล้นิลนนท์ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะไหล่เขาเบาๆ “เป็นอย่างไรบ้าง…นิลนนท์”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD