๑๒. นิลนนท์

1974 Words
นิลนนท์นั้นคือนาคาบริวารของเขาที่ถูกสั่งให้มาเกิดเพื่อคอยตามดูแลหญิงผู้เป็นที่รักหลังจากที่รู้เห็นนิมิตว่าเธอจะกลับมาจุติที่โลกมนุษย์ในยุคนี้ ความทรงจำทุกอย่างครั้งเมื่อยังคงเป็นนาคาบริวารไม่ได้ถูกลบเลือนไป นิลนนท์ยังคงจดจำได้ตั้งแต่เด็กและพยายามทำจิตใจให้มีสมาธิและสติเพื่อที่ร่างกายมนุษย์นี้รับมือไหวกับการรับรู้ในอดีต มนุษย์ใดที่รับรู้เรื่องราวในอดีตของตนแล้วนั้นส่วนใหญ่จะสติไม่ปกติและเกิดความงมงานลุ่มหลงง่ายจนอยู่ร่วมกับผู้อื่นไม่ได้ การที่เขายังเป็นคนปกติได้นั้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้เป็นเจ้านายคอยสั่งสอนวิธีการภาวนาศีลคงสติอยู่ตลอด “หมายถึงเจ้าแม่นางหรือครับ?” “ทั้งเธอและนาย” “ผมสบายดีครับท่าน…เอ่อ คุณพชร แต่นรินทร์นั้น…อาจจะไม่เหมือนครั้งอดีตเสียเท่าไหร่ ผมไม่แน่ใจว่าคุณพชรจะ...” “คุยอะไรกันอยู่เหรอ? พูดถึงฉันหรือเปล่า?” นรินทร์ในสภาพแต่งหน้าผมเผ้าตรงเรียบผิดกับหญิงสาวที่วิ่งหนีไปเมื่อครู่เดินเข้าไปท่ามกลางวงสนทนาของทั้งสาม ทุกคนหันไปมองทางต้นเสียงก่อนที่แสงศรจะโค้งศีรษะให้เธอเบาๆ นรินทร์เห็นอย่างนั้นก็รีบโค้งศีรษะตอบ เพราะดูแล้วแสงศรน่าจะอายุอานามมากกว่าเธอ “แค่ถามนิดหน่อยเกี่ยวกับคุณน่ะครับ” พชรตอบ “อยากรู้ทำไมไม่มาถามฉันล่ะคะ ไปถามไอ้หมอนี่เดี๋ยวฉันก็โดนเผาพอดีสิ” นรินทร์เอ่ยพร้อมกับปราดสายตามองนิลนนท์อย่างสนิทสนม พชรเองก็ไม่วายปรายสายตามองนิลนนท์เช่นกัน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะสนิทกันมากพอดูถึงได้พูดหยอกล้อกันเล่นขนาดนี้ นิลนนท์ลอบมองนรินทร์ก่อนจะดึงสายตามองไปทางเจ้านายตนแล้วยิ้มแห้งออกมาราวกับทำตัวไม่ถูก...ที่ทำตัวไม่ถูกเพราะว่านรินทร์นั้นนิสัยไม่เหมือนในอดีตเลยแม้แต่คำพูดคำจาที่ดูห้าวหาญไม่ยอมคนเขาจึงแอบหวั่นใจว่าเจ้านายจะช็อกหรือเปล่า “มาแล้วค่ะ มาแล้ว” มินตรารีบวิ่งกระวีกระวาดมาหาพวกเขาที่ยืนรออยู่หน้าบ้าน ภากรณ์เองก็เดินตามมินตราพร้อมกับเทวิน เพียงแต่สีหน้าอดีตสามีของนรินทร์นั้นดูจะเพ่งพินิจมองพชรอย่างไม่เป็นมิตรเท่าไหร่นัก “ถ้ามากันครบแล้ว เราไปกันเลยไหมครับ?” พชรมองทุกคนก่อนจะก้มเอียงหน้าถามนรินทร์ใกล้ ๆ พร้อมรอยยิ้มหวาน นรินทร์ตกใจเล็กน้อยก่อนจะมองใบหน้านั้นค้างแล้วยิ้มออกมาอย่างเขิน แต่กลับไม่ได้หลบเลี่ยงสายตาคมของเขาเลยแม้แต่น้อย “ตาคุณ...สีสวยจัง” เธอเผลอพูดออกมาเสียงแผ่ว ทำเอาพชรถึงกับโยกตัวกลับเอากระแอมเบาๆแก้เขิน สายตาคมของเขามองไปทางอื่นก่อนจะดึงสายตากลับไปมองเธอราวกับกำลังลุ่มหลง ราวกับโลกรอบข้างนั้นหายไปในพริบตาเสียอย่างนั้น “เฮ้ย! คนรอเยอะแยะจะจีบกันอีกนานไหม?” ภากรณ์เอ่ยขึ้นขัดด้วยสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะหันไปจ้องมองพชรเขม็ง บรรยายกาศเมื่อครู่ถูกทำลายไปจนทั้งสองต้องละสายตาจากกันและกัน นรินทร์หันไปมองอดีตสามีตาขวาง “หุบปากบ้างก็ได้นะ ไม่ต้องปล่อยออกมามากนักหรอกหมาในปากน่ะ” นรินทร์พูดขึ้นอย่างหัวเสีย ทำเอาภากรณ์ถึงกับอ้าปากเตรียมจะเถียงแต่ก็คิดคำเถียงเธอไม่ออก พชรเองถึงกับยืนทำตาปริบๆมองเธออย่างไม่อยากเชื่อว่าเธอจะพูดออกมาแบบนั้นต่อหน้าเขา ถึงเขาจะตามดูเธอตั้งแต่เด็กจนรู้นิสัยใจคอ แต่ทว่าตอนที่เธอยังแต่งงานอยู่นั้นเขาไม่อาจเข้าไปใกล้เธอได้ตามพันธะของโลกมนุษย์ “ไปกันเถอะค่ะ” นรินทร์หันมายิ้มร่าให้กับพชรแทบจะทันทีหลังจากที่ต่อว่าภากรณ์ไป ไหนจะน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเหมือนคนละคนนั่นอีก พชรได้แต่พยักหน้าแล้วยิ้มตอบ นรินทร์และพชรเดินเคียงคู่กันไปพลางมองหน้าและยิ้มให้กันไปมา นิลนนท์มองทั้งสองอย่างยิ้มๆ ก่อนจะเดินถอนหายใจตลอดทาง ที่พชรเจอมันยังน้อยไปกับนรินธราเวอร์ชั่นใหม่ นิลนนท์เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าพชรจะรับได้หรือไม่ มินตราเดินข้างเทวินและภากรณ์ตามหลังนิลนนท์และแสงศรที่เดินอยู่ไม่ห่างจากนรินทร์กับพชรมากนัก “นี่คือเจ้าแม่นางจริงหรือนิลนนท์” แสงศรอดเอ่ยปากถามนิลนนท์สหายเก่าของตนไม่ได้พร้อมกับก้าวเท้าช้าลงเพื่อไม่ให้นรินทร์ได้ยิน “จริงสิ ฉันเห็นกับตา” นิลนนท์เอ่ย “โลกมนุษย์เสี้ยมสอนให้เจ้าแม่นางเป็นเช่นนี้หรือ” แสงศรเอ่ยพลางทำหน้าราวกับผิดหวังไม่น้อย “นี่ยังน้อยไป คอยดูต่อไปเถอะ” นิลนนท์ตอบพลางหัวเราะเบาๆในลำคอ สายตามองไปทางนรินทร์และเจ้านายตนก่อนจะส่ายหน้า เขาล่ะหนักใจแทนเจ้าจอมนาคาเสียจริงที่ต้องมาเจอหญิงผู้เป็นที่รักในเวอร์ชั่นสาวยุคใหม่แบบนี้ “พี่นิลนนท์กับคุณแสงศรรู้จักกันเหรอคะ คุยเหมือนสนิทกันมานานเลย?” มินตราที่เดินอยู่ข้างหลังเอ่ยถามขึ้นด้วยแววตาใส มองดูเหมือนว่าทั้งคู่เป็นเพื่อนกันมานานทั้งที่พึ่งรู้จักกันวันนี้เพียงวันแรก “อ๋อ...คือ...คุยกันแล้วถูกคอน่ะ” นิลนนท์ตอบด้วยรอยยิ้มก่อนจะลอบมองแสงศร สองหนุ่มมองหน้ากันไปมาก่อนจะหันไปยิ้มให้มินตราที่พยักหน้ารับรู้ อย่างไรเขาก็จะให้ทุกคนรู้ไม่ได้ว่าเขาเคยเป็นพญานาคมาก่อนและมาตีสนิทกับนรินทร์เพราะภารกิจที่องค์เพชรแก้วให้มา เนื่องจากว่าต่อไปในภายภาคหน้านั้น นรินทร์จะต้องตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต...จากแรงอาฆาตพยาบาทของนางนาคีมากบารมีองค์หนึ่ง ที่ถึงแม้จะมีบารมีมากแต่ก็ไม่สามารถตัดความรักหลุ่มหลงในองค์เพชรแก้วได้จนเกิดเป็นความอิจฉาริษยา พญานาค...ก็เหมือนมนุษย์ มีทั้งนาคดีและนาคที่มีมิจฉาทิฐิ ไม่มีอะไรดีพร้อมทั้งหมดบนโลกแม้แต่เทวดาเองก็เช่นกัน ผีก็ใช่ว่าจะไม่ดีไปเสียหมดมีทั้งผีดีผีชั่ว ทุกภพทุกภูมิล้วนเป็นเหมือนกันหมดเพราะยังไม่รู้แจ้งเห็นธรรมตามที่ศาสนาได้สั่งสอนไว้ จะตัดสินว่าดีหรือชั่วเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกเห็นทีจะไม่ได้ นิลนนท์นั้นเคยเป็นพญานาคที่อยู่เคียงข้างพญาเพชรแก้วมาก่อน นาคนักรบหนุ่มที่มีเรือนกายสีดำสนิทดวงตาสีแดงฉานน่าเกรงขาม เขาเองก็เคยเป็นผู้จับมเหสีของพญาเพชรแก้วเข้าคุกนาคาเองกับมือตามคำสั่ง ถึงนรินธราในตอนนั้นจะไม่ผูกใจเจ็บและอโหสิกรรมให้ แต่เขาก็ยังรู้สึกผิดและรู้สึกว่าต้องชดใช้กรรมกับนาง จึงได้ขออาสามาจุติในโลกมนุษย์ในยุคที่นางเกิดทุกยุค “สนิทกับคนง่ายสมกับเป็นนายเลยนะ มิน่าล่ะถึงเข้าหานรินทร์ได้อย่างแนบเนียน” ภากรณ์พูดขึ้นราวกับพูดลอย ๆ เพราะไม่ได้หันไปมองใคร แต่จากบทพูดนั้นก็คงจะไม่พ้นว่านิลนนท์เป็นแน่ นิลนนท์ชะงักฝีเท้าก่อนจะหันไปทางภากรณ์ “จำเป็นต้องทำแบบนั้นด้วยเหรอครับ ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย...ถ้าผมจะจีบผมคงจะจีบตรงๆไปเลยจะมีกว่า ไม่จำเป็นต้องมาเล่นเล่ห์อะไร” นิลนนท์ตอบพลางมองหน้าภากรณ์ด้วยสีหน้าสบายๆ “จะบอกว่าตั้งใจเป็นเพื่อนจริงอย่างจริงใจว่างั้น? หึ” ภากรณ์พูดหยอกล้อด้วยสีหน้าที่ไม่เชื่อ นิลนนท์จึงทำแค่หยักไหล่อย่างไม่สนใจตั้งท่าจะหันกลับ แต่ภากรณ์ก้าวไปหานิลนนท์ใกล้ๆ พร้อมกับจ้องมองเขาด้วยสายตาจริงจัง “อย่าเสือกเลื่อนสถานะจากเพื่อนก็แล้วกัน” “ถ้าเลื่อนแล้วจะทำไม? แค่สามีเก่ามีสิทธิ์อะไรมาหวงเหรอครับ?” นิลนนท์เอ่ยขึ้นตั้งใจจะบอกให้คนตรงหน้ารับรู้และเข้าใจได้เสียทีว่าเรื่องมันจบไปแล้วควรจะเลิกแล้วต่อกัน ไม่ใช่มานั่งหวงก้างกับทุกคนแบบนี้ “นรินทร์...ยังคงเป็นเมียกู” “มึงหย่าแล้ว...และมึงเป็นคนขอหย่าเอง มันคืออดีตจำใส่หัวมึงไว้ ว่านรินทร์ไม่ได้รักมึงแล้ว ไอ้ภากรณ์” “มึง!!!” “หยุดดดดดด หยุดๆ ...พวกพี่จะทะเลาะกันทำไมเนี่ย ดูโน่น...ทะเลาะกันไปพี่นรินทร์สนใจพวกพี่ไหม” มินตราเดินเข้ามาขวางพร้อมกับขมวดคิ้วก่อนจะชี้ไปทางนรินทร์ที่เดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่กับพชรโดยไม่รับรู้หรือสนใจรอบข้างเลย ภากรณ์เห็นอย่างนั้นก็ละสายตาจากนิลนนท์ก่อนจะตั้งท่าเดินไปทางนรินทร์ แต่ก้าวท้าวได้เพียงสองก้าวแสงศรและนิลนนท์ก็คว้าแขนเขาเอาไว้เอาตัวบังกันท่าอย่างพร้อมเพรียงกันไม่ให้เขาเข้าไปขัด “นี่คุณ...อย่าบอกนะที่เพื่อนคุณมาที่นี่เพราะตั้งใจจะมานรินทร์” ภากรณ์หันไปถามแสงศรด้วยสีหน้าหงุดหงิด “ใช่ครับ เจ้านายผมมาที่นี่เพราะชอบคุณนรินทร์และจะจีบ” แสงศรเอ่ยขึ้นเสียงเรียบเชิดหน้ามองภากรณ์อย่างไม่ยอม มินตรามองทั้งสามคนไปมาด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลกลัวว่าจะมีเรื่องจึงเอ่ยห้ามขึ้นอีกครั้ง “พวกพี่หยุดเถอะค่ะ เรามาทำงานนะ...เอ่อ โน่น! พี่นรินทร์ไปโน่นแล้ว” มินตราพูดก่อนจะรีบเดินตามนรินทร์ไป เทวินมองทั้งสามคนก่อนจะส่ายหน้าแล้วรีบเดินตามมินตราไป ที่เทวินไม่พูดอะไรเลยเพราะเขาเองก็ยังเอาตัวไม่รอด ขนาดบอกนรินทร์ไปตรงๆเธอยังไม่ตอบรับเลย แล้วมีสิทธิ์อะไรไปออกสิทธิ์ออกเสียงเถียงกันกับพวกเขา เทวินคิดว่าตัวเองเป็นแค่รุ่นน้องในที่ทำงาน ไม่ใช่เพื่อน ไม่ใช่อดีตสามี จะไปพูดอะไรได้ สุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่ที่นรินทร์จะเลือกอยู่ดี วิธีใครวิธีมันเถียงไปเปลืองน้ำลายเปล่าๆ “รีบวิ่งมามีอะไรเหรอมินตรา?” นรินทร์หันไปถามมินตราหลังจากที่รุ่นน้องสาววิ่งกระหืดกระหอบมาเดินข้างๆเธอ มินตรากลืนน้ำลายลงคอก่อนจะพูดขึ้น “ก็รำคาญน่ะสิพี่ เถียงแย่งพี่กันอยู่นั่น” พชรหันมองมินตราหลังจากที่เธอพูดจบก่อนจะยิ้มบางๆ นรินทร์ได้ยินอย่างนั้นจึงรีบหันไปมองพชรที่ยังคงทำหน้าไม่รู้เรื่องอยู่ “มินตรา พูดอะไรเนี่ย” นรินทร์รีบปรามรุ่นน้องของตัวเอง “ก็จริงนี่พี่ ฉันเหนื่อยจะห้ามแล้วเนี่ย” “ไม่แปลกใจหรอกครับที่คุณนรินทร์จะเป็นที่หมายตาของหนุ่มๆ” พชรพูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปมองเทวินที่วิ่งตามมาติดๆ เรียกสายตาของพชรและนรินทร์ให้หันไปมองแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรได้แต่มองอีกสามคนที่กำลังเดินตามมา....
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD