ปาร์ตี้สละโสด
ในงานปาร์ตี้สละโสดของพี่สาวคนเดียวของเขา นักศึกษาแพทย์หนุ่มหล่อที่วันนี้ไม่ต้องสวมบทบาทเด็กเรียน เขามีหน้าที่ตามมาดูแลแม้ว่าเหมยจะมีเคน ว่าที่สามีของเธออยู่แล้วก็ตาม
"ม่อน ลุกขึ้นไปเต้นกัน" อัธชาเพื่อนสนิทของเหมยเอ่ยชวนขณะโยกไปมาท่ามกลางเพลงที่กำลังดังกระหึ่ม
"เอาเลยพี่ ผมอยู่นี่ดีกว่า" เพราะความไม่ชอบปาร์ตี้ แต่พอนั่งดื่มได้เพราะเขานั้นคอแข็งอย่างไม่ทราบสาเหตุ เพื่อนๆเคยชวนมาสังสรรค์ขณะที่หลายชั่วโมงผ่านไปแต่ละคนก็เมาหัวราน้ำ เหลือเพียงแค่เขาที่ยังนั่งจิบสบายๆโดยไม่เป็นอะไร ราวกับจิบน้ำเปล่าแทนของมึนเมาเข้าไป วันนี้ก็เช่นเดียวกัน วันแห่งความสุขของพี่สาวคนเดียว เขายอมมาร่วมงานเป็นเจ้าภาพ และคอยดูแลเธอ ก่อนที่พวกเรานั้นจะแยกย้ายกันไปเพราะอีกหน่อยเหมยก็คงจะมีคนดูแลแทนเขาแล้ว
"ม่อน ไม่สนุกหรอ จะกลับบ้านก่อนมั้ย"
"สนุกสิ แล้วนี่ดื่มไปเยอะแค่ไหนเนี่ยว่าที่เจ้าสาว" เขาถามขณะที่เหมยกำลังเซไปเซมาเพราะกำลังเมาได้ที่
"พี่โอเคอยู่ แต่ปวดเท้ามากเลย เห็นรองเท้าแตะพี่มั้ย" หญิงสาวถามหารองเท้าสบายๆกับน้องชาย เพราะเธอยืนบนส้นสูงไม่ไหวแล้ว
"อยู่ที่รถมั้ย เดี๋ยวม่อนไปหยิบมาให้" เขาอาสาไปหยิบรองเท้าให้เธอ เพราะอยากให้เธอไปสนุกกับเพื่อนๆต่อ
"อือ ได้ งั้นเหมยไปนั่งรอกับเคนจินะ" ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะเดินออกไป วันนี้เขาอยากเทคแคร์พี่สาวของเขาให้ดีที่สุด ม่อนหรือตฤณกฤษ นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่5 น้องชายคนเดียวของเหมย ว่าที่เจ้าสาวที่กำลังจะสละโสดในอีก1เดือนข้างหน้า หลังจากที่เธอนั้นกลับมาคบหากับอดีตแฟนหนุ่มอย่างเคน ลูกครึ่งญี่ปุ่นที่เคยเลิกรากันไป กว่าทั้งคู่จะฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆมาได้ เล่นเอาตามลุ้นจนเหนื่อย เขาเอาใจช่วยความรักของพี่สาวมาตั้งแต่ที่รู้ว่าทั้งคู่คบกันสมัยเรียนมหาลัย แต่พอเป็นเรื่องของเขาเอง ชายหนุ่มกลับส่ายหน้าเอือมระอา เพราะคิดอยู่เสมอว่าการมีความรักมีแต่จะทำให้เจ็บปวดและเสียเวลาเปล่าๆ เขาไม่เชื่อว่าคนเราจะรักใครได้มากกว่าตัวเอง ก็คงจะยกเว้นความรักของพี่สาวกับว่าที่พี่เขยของเขาละมั้ง เขาจะยอมเว้นไว้ให้ ส่วนเขานั้นยังไม่พร้อมจะหาเรื่องให้ตัวเองปวดหัวตอนนี้ แค่อีกปีเดียวก็จะเรียนจบแล้ว หน้าที่ของเขาคือประสบความสำเร็จให้เร็วที่สุด
"อยู่ตรงไหนนะ" ม่อนมองหารองเท้าแตะของเหมยภายในหลังรถยนต์ของเธอ หญิงสาวถอดทิ้งไว้ตรงไหน ทำไมเขาหาไม่เจอ
"หรือว่าจะพาเข้าไป แต่ลืมว่าตั้งไว้ตรงไหน" ไม่อยากจะคิดแบบนั้นแต่พี่สาวของเขาขี้ลืมแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ชอบพกของไปมาเยอะๆ แล้วลืมว่าตัวเองพกอะไรไปไหนบ้าง
"เห้อ..." เพราะว่าหาไม่เจอเลยถอดใจปิดท้ายรถลงเหมือนเดิม ทว่าสายตาดันเหลือบไปเห็นพนักงานเสิร์ฟกำลังทำท่าทางมีพิรุธอยู่บริเวณรถยนต์คันหนึ่งใกล้จุดที่เขายืนพอดี
"เอานี่ไปก่อน คืนนี้พี่คงจะกลับไปไม่ทัน" หญิงสาวสวมหมวกปิดบังใบหน้าตัวเอง แต่เพราะเธอสวมชุดยูนิฟอร์มของร้านอาหาร เขาจึงมองออกตั้งแต่ครั้งแรก
"ข้าวหรอ พี่เห็นพวกเราเป็นขอทานหรือไง" คนที่นั่งอยู่ภายในรถยนต์เก่าๆแผดเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ ไม่เห็นว่ากำลังมีคนยืนมองบทสนทนาของทั้งคู่อยู่ใกล้ๆ
"พี่ยังไม่ได้เงินของคืนนี้เลย เอาของกินกลับไปก่อน มีแต่ของดีๆทั้งนั้นเลย คืนนี้เค้ามีปาร์ตี้สละโสด เจ้าของงานใจดี"สาวเสิร์ฟพูดออกมาอย่างร้อนรนพลางมองนาฬิกาเพราะเธอรู้สึกว่าออกมาตั้งนานแล้ว
"ปาร์ตี้สละโสดงั้นหรอ งานเหมยนะสิ" ชายหนุ่มแอบฟังพลางขมวดคิ้ว งานยังไม่เลิก แต่พนักงานเอาอาหารกลับบ้านเยอะขนาดนั้น ไม่เท่ากับขโมยของหรอ
"พี่ต้องกลับไปทำงานแล้ว รีบกลับบ้านไป อย่าขับรถเร็วละ" หญิงสาวบอกกับน้องชายต่างมารดา ก่อนจะทำท่าจะวิ่งกลับเข้าไปทำงานต่อ ทว่าโดนเรียกเสียก่อน
"พี่มะลิ รีบกลับบ้านละ แม่รอเงินอยู่" ถึงตอนนี้ชายหนุ่มรู้แล้วว่ายัยพนักงานที่ขโมยของกินในงานมีชื่อว่ามะลิ เขาส่ายหน้าไม่พอใจ ก่อนจะขยับออกมาเพื่อดูหน้าเธอชัดๆ แต่ก็ยังไม่เห็นอยู่ดี
"อือ รู้แล้ว พี่ไปก่อนนะ"ทว่ายังไม่ทันได้เห็นใบหน้านั้นเธอก็หันกลับไปแล้วเร่งฝีเท้าเข้าไปในร้านทันที ชายหนุ่มแม้ไม่เห็นหน้าของเธอ แต่เขานั้นจะจำชื่อของคนขี้ขโมยคนนี้ไว้ให้ดีเชียวละ
"มะลิ..."