เดียวดาย
เช้าตรู่ที่ห้องเพนส์เฮ้าส์ของตึกระฟ้าแห่งหนึ่งเงียบสงบและเย็นยะเยือก หญิงสาวเรือนร่างบอบบางแต่สัดส่วนยวนตาเอื้อมไปปิดนาฬิกาปลุกเพื่อให้มันเงียบเสียง เมื่อลืมตาขึ้นก็เจอกับเพดานสีเหลืองนวลๆ ที่เห็นมาหลายปี เธอพลิกตัวนอนตะแคงแล้วมองไปรอบๆ ก็พบเพียงความว่างเปล่า ห้องนอนหรูหราใหญ่โตแต่ช่างเดียวดายเหลือเกิน
หมอนอีกใบยังมีกลิ่นจางๆ ของผู้ชายคนหนึ่งที่เคยนอนข้างกัน เธอหลับตาลงอีกครั้งแล้วนึกทบทวนว่าครั้งสุดท้ายที่เขามาค้างคืนกับเธอมันเมื่อไหร่กัน
“เกือบเดือนแล้วสินะ อีกสองวันก็ครบเดือนพอดี” ริมฝีปากรูปกระจับสีแดงเรื่อรำพึงกับตัวเอง เธอเข้าใจว่าเขางานยุ่งและเธอไม่ใช่ตัวเลือกลำดับหนึ่งในชีวิตเขา
พิกุล มหาวรจักรเดโช อายุยี่สิบแปดปีมีชื่อเล่นกับชื่อจริงเป็นชื่อเดียวกัน เธออาศัยอยู่ที่เกาะฟ้าครามช่วงฤดูร้อนท้องฟ้าที่นี่จะมีสีสันสดใสเหมือนชื่อเกาะไม่มีผิด เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย ถึงจะเป็นเกาะเล็กๆ แต่ก็เป็นเกาะที่นำเม็ดเงินด้านการท่องเที่ยวเข้าประเทศได้เป็นกอบเป็นกำ ด้วยสภาพความสมบูรณ์ทางธรรมชาติที่ยังไม่โดนทำลายแต่ความสะดวกสบายต่างๆ ก็ครบครัน
สนามบินนานาชาติของเกาะฟ้าครามตั้งอยู่ในวงล้อมของต้นไม้เขียวขจีเนื่องจากผู้ออกแบบต้องการลดปัญหามลพิษทางเสียงและทางอากาศให้มากที่สุด นอกจากจะได้รางวัลเรื่องการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมก็ยังได้รางวัลการจัดการและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าจนนับครั้งไม่ถ้วน
“เดินทางปลอดภัยนะจ๊ะ” พิกุลหยิบรีโมทอันเล็กชี้ไปที่ผ้าม่านแล้วมันก็แยกจากกันช้าๆ เผยให้เห็นวิวด้านนอกที่เป็นท้องฟ้าเทาๆ บนนั้นมีเครื่องบินลำหนึ่งเพิ่งทะยานขึ้นไปซึ่งมันคือไฟลท์แรกของวัน
“วันนี้หมอกเยอะจัง” เธอหยิบเสื้อคลุมสีขาวที่ทำจากผ้าแพรเนื้อนิ่มมาสวมทับชุดนอนสายเดี่ยวแล้วเดินไปหยุดตรงหน้าต่าง ท้องฟ้ายังคงเป็นสีเทาอยู่ภายใต้ม่านหมอกของฤดูหนาว ทุกอย่างรอบตัวอึมครึมหม่นหมองเหลือเกิน เธอไม่ชอบอากาศแบบนี้เลยมันทำให้เธอเศร้า
เธอมองสะพานเหล็กที่มีไฟประดับอยู่พักใหญ่ แสงไฟเหล่านั้นจะไม่ดับลงถ้าท้องฟ้ายังไม่สว่างมากพอคาดว่าหลอดไฟบนเสาจะสว่างไปอีกเป็นชั่วโมง
สะพานแห่งนั้นคือถนนเส้นเดียวที่เชื่อมตัวเมืองกับชนบทเข้าด้วยกัน อีกฝั่งหนึ่งยังเป็นภูเขาเขียวขจี ใครๆ จึงเรียกคนอีกฟากว่าชาวเขาเขียว ที่นั่นมีน้ำตกสวยๆ ซุกซ่อนอยู่มากมายแล้วก็มีบึงน้ำจืดด้วย สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ยังคงรักษาความงดงามตามธรรมชาติไว้ทุกประการเพราะนายทุนที่ครอบครองเกาะฟ้าครามเคร่งครัดเรื่องนี้ที่สุด
ถ้าเป็นที่อื่นบริเวณน้ำตกคงรายล้อมไปด้วยรีสอร์ท ร้านอาหาร ร้านนวดหรือสถานเริงรมย์เสียงอึกทึกแต่ไม่มีวันที่มันจะเกิดขึ้นที่เกาะฟ้าคราม นายทุนประกาศชัดเจนว่าฝั่งเขาเขียวจะต้องคงความงดงามและบริสุทธิ์ไว้ จะมีแค่ฝั่งเมืองเท่านั้นที่มีตึกรามบ้านช่องและความเจริญแต่ใช่ว่าคนฝั่งเขาเขียวจะล้าหลังไร้การศึกษา
นายทุนให้สวัสดิการแก่ชาวเขาเขียวมากมาย ตัวอย่างเช่น รถโดยสารทั้งขาเข้าและขาออกประชาชนบนเกาะฟ้าครามสามารถใช้บริการโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เมื่อเข้าเมืองและมาซื้อของจากร้านต่างๆ ไม่ว่าจะร้านใดเพียงแค่โชว์บัตรประชาชนว่ามีถิ่นฐานอยู่ที่นี่ก็จะได้รับส่วนลดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ส่วนคนฝั่งเขาเขียวที่เข้ามาทำงานในเมืองก็จะมีรถรับส่งฟรีจากบริษัทของตนเองและจะได้รับอาหารกับน้ำดื่มหนึ่งชุดต่อวันด้วย เป็นต้น
“เราตักตวงประโยชน์จากธรรมชาติเราก็ต้องรักษาธรรมชาติ” พิกุลจำได้ขึ้นใจ
มันคือประโยคของนายทุนคนหนึ่งที่เสมือนเป็นเจ้าของเกาะฟ้าครามกล่าวกับผู้ที่มาร่วมพิธีเปิดสนามบิน แค่เพียงประโยคสั้นๆ แต่กลับได้รับเสียงปรบมือกึกก้องและซื้อใจคนเก่าแก่บนเกาะอย่างล้นหลาม ปีหน้าสนามบินก็จะครบรอบสิบปี เธอทราบถึงแผนการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่และแน่นอนว่าคนจากฝั่งเขาเขียวได้รับเชิญให้มาร่วมด้วย
“กิ๊ง” เธอกดกระดิ่งบนโต๊ะข้างๆ หัวเตียงแล้วรวบผมขึ้นเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำ
เธอต้องกดทุกวันเมื่อตื่นนอนเพื่อบอกให้คนด้านนอกรับรู้ว่ายังมีชีวิตอยู่ดี หลายปีก่อนเธอมีไข้สูงมากแต่กว่าจะมีใครมาพบก็สายโด่งเธอเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ตั้งแต่นั้นกริ่งนี้จึงเข้ามาติดตั้งในห้องของเธอถ้าเกินเจ็ดโมงแล้วเสียงกริ่งไม่ดังแม่บ้านก็จะเคาะประตู
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณหนู” แม่นมที่เลี้ยงพิกุลมาตั้งแต่เกิดเอ่ยทักทาย
“อรุณสวัสดิ์จ้ะแม่นม วันนี้มีอะไรกินบ้างจ๊ะ” หญิงสาววัยใกล้สามสิบออเซาะผู้หญิงอีกคนที่ผมบนศีรษะขาวโพลน
“มีอกไก่ตุ๋นยาจีนค่ะคุณหนู”
“แล้วมีน่อง…”
“มีค่ะคุณหนู แม่นมแบ่งใส่ถ้วยแก้วไว้ให้แล้วรับรองว่าจนเที่ยงก็ยังร้อนพร้อมรับประทาน” แม่นมผู้รู้ใจคุณหนูของเธอเป็นอย่างดีกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“ขอบคุณนะคะ หนูจะได้แวะเอาไปฝากคุณกร” พิกุลรับประทานมื้อเช้าส่วนในหัวก็ครุ่นคิดว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้าง แน่นอนว่าต้องไปดูแลกิจการต่างๆ แต่ไม่มั่นใจนักว่ามีนัดที่เป็นทางการกับใครรึเปล่าเท่าที่จำได้ก็ไม่น่าจะมีและเธอก็เป็นคนความจำดีด้วยแต่ก็เป็นพวกชอบย้ำคิดย้ำทำ
“อร่อยที่สุดเลยค่ะแม่นม” ผ่านไปครึ่งชั่วโมงมื้อเช้าของคุณหนูพิกุลก็หมดเกลี้ยงแม้อายุใกล้หลักสามเต็มทีแต่แม่นมก็ยังเห็นเธอเป็นเด็กตัวเล็กๆ เสมอ ในสายตาของแม่นมเธอเป็นเพียงคุณหนูพิกุลตัวน้อยที่แสนบอบบางและต้องได้รับความเอาใจใส่ตั้งแต่หัวจรดเท้า
ถ้าไม่มีแม่นมพิกุลก็คงเคว้งคว้างเหมือนกันเพราะชีวิตก็มีแต่ผู้หญิงคนนี้ที่อยู่เคียงข้าง พ่อกับแม่เสียชีวิตไปตั้งแต่เธออายุสิบสองปีและตอนที่ท่านทั้งสองยังอยู่ก็ไม่ได้ใกล้ชิดกันเท่าที่ควรเพราะท่านทำแต่งานจนไม่มีเวลาสนใจลูกสาวตัวเล็กๆ ที่แสนอ้างว้าง
แม่นมจึงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเพียงหนึ่งเดียวของพิกุล ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์หญิงชราคนนี้รับรู้เสมอโดยที่เด็กสาวไม่ต้องเอ่ยปากพูดคำใด อ้อมกอดของแม่นมคือสิ่งเดียวที่มีค่าและอบอุ่นที่สุดในชีวิตของพิกุล
หมายเหตุ: นิยายเรื่องนี้อยู่ในหมวดดราม่า มีความเศร้า หดหู่ และการ "ทำร้ายตัวเอง"