“เฮ้ย! เราลืมเอาคีย์การ์ดคืนไนท์” อันนี้เราไม่ได้แกล้งลืมนะ เราลืมจริงๆ ต่างหาก
“ดีนะ ที่เรายังไม่ได้ไปไหนไกล” เราลงมาข้างล่างแล้ว แต่ยังดีที่ยังไม่ได้ขับรถออกไป
“ว่าแต่...ถ้าเราขึ้นไปจะไปเจอกับแม่ของไนท์หรือเปล่านะ” ในระหว่างที่เรารอลิฟ เราก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย พอลิฟเปิดปุ๊บ เราจึงรีบเดินเข้าไปทันที โดยไม่ทันได้ดูว่ามีคนเดินออกมาจากลิฟด้วย
ตุ๊บ!
“อุ๊ย! /อ๊ะ!” เราชนเข้ากับหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเข้า จนเกือบทำให้ผู้หญิงคนนั้นล้ม แต่ยังดีนะที่เรารับไว้ได้ทันพอดี
“คุณป้าครับเป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ!”
“แหม...พ่อทอมสุดหล่อ เรียกว่าน้าก็พอมั้งจ๊ะ” คุณป้าคนที่เราชน มองเราเหมือนอยากจะกินเราเข้าไปทั้งตัวแหนะ น่ากลัวชะมัดเลย
“อะ...เออ...คุณน้าเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
“น้าไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ ขอบคุณพ่อหนุ่มน้อยมากนะ”
“คะ...ครับ” โอ๊ย น่ากลัวเกินไปแล้วววว
“พี่นาครับ ทำอะไรอยู่ครับ เดี๋ยวก็ไปไม่ทันที่นัดซื้อรถกันพอดี...” นั่นมัน! ไอ้เวฟ ลูกน้องเก่าเรานี่นา ทำไมมันถึงมาอยู่กับน้าคนนี้ หรือว่า...มัน!
“พี่กำลังไปแล้ว ใจร้อนจังนะเรา ยังไงพี่ก็ซื้อให้เราอยู่แล้วน่า”
“ไอ้เว...”
“เรารีบไปกันเถอะพี่นา” ไอ้เวฟพยายามลากน้าคนนั้นออกไป ก่อนที่เราจะเรียกมัน
“งั้นเดี๋ยวไว้เจอกันใหม่นะจ๊ะ หนุ่มน้อย” คุณน้าคนที่เราเดินชน เข้ามาบีบแก้มเราเบาๆ พร้อมกับยิ้มให้
“เราได้เจอกันอีกแน่ครับ คุณน้า...” เราพูดกับคุณน้าแต่สายตาของเรามองไปที่ไอ้เวฟ อย่างหาเรื่อง
“ไปเถอะพี่!” เมื่อมันเห็นสายตาของเรา มันก็รีบลากคุณน้าออกไปทันที
“หึ! มึงกำลังหลอกเอาเงินคนอื่นอีกแล้วใช่ไหมไอ้เวฟ เจอกันครั้งหน้ากูจะแฉมึงให้หมดเปลือกเลย คอยดูเหอะ” ทุกคนคงจะสงสัยใช่ไหม ว่าทำไมเราถึงเกลียดไอ้เวฟขนาดนั้น ก็เพราะว่าเมื่อก่อนมันเคยเป็นโฮส์ตของเราน่ะสิ แต่มันเป็นโฮส์ตที่หลอกเอาเงินลูกค้า จนทำให้ร้านของเราเกือบเจ๊ง ดีนะที่เราแก้ไขปัญหาได้ แต่ก็ไม่คิดเลยว่ามันยังจะหลอกพวกสาวรุ่นเดียวแม่มันอยู่อีก
แอด...
“ไนท์ครับ นัทลืมเอาคีย์การ์ดคืน...”
“ฮึก ฮือออ ฮึกก นัท...ฮืออออออ” ไนท์ร้องไห้! ใครทำอะไรไนท์วะ!
“ไนท์! เกิดอะไรขึ้น!” เรารีบเข้าไปกอดไนท์ทันที เพราะตอนนี้ไนท์ร้องไห้เหมือนคนจะขาดใจเลย เรากลัว...กลัวว่าไนท์จะเป็นอะไรไป ใครกันนะ...ที่ทำให้ไนท์ร้องไห้ขนาดนี้
“ฮึก ฮือออออออ” ไนท์ไม่พูดอะไร นอกจากกอดตอบเราแน่น แถมยังร้องไห้หนักกว่าเดิม
“ไม่ร้องแล้วนะครับคนเก่ง...โอ๋ๆ น้า” เราไม่รู้จะปลอบไนท์ยังไงดี เราทำได้แค่กอดไนท์เอาไว้แน่นๆ และลูบหัวของไนท์เบาๆ
“ฮึก ฮือออออ”
“ไหน...ใครทำไนท์คนเก่งร้องไห้ บอกนัทสิ นัทจะจัดการให้เอง!”
“…” ไนท์หยุดร้อง และนิ่งไปนานพอสมควร ก่อนที่จะตอบคำถามของเรา
“ฮึก แม่ ฮึก ของไนท์...” อ้าว ซวยแล้วตู เกือบจัดการแม่คนที่ชอบแล้วไหมล่ะ
“ฮึก นัทจะ...อึก จะจัดการจริงๆ หรอ ฮึก”
“อะ...เออ...อันนี้นัทว่า...”
“ฮึก ถึงนัท...จะจัดการจริงๆ ฮึก นัทก็จัดการไม่ได้หรอก เพราะแม่ของไนท์น่ะ...ฮึก ฮืออออ ใจร้ายที่สุดเลย ฮือออออ” จากตอนแรกที่ไนท์หยุดร้องไปแล้ว แต่พอพูดถึงแม่ ไนท์ก็กลับมาร้องไห้อีกครั้ง แถมหนักกว่าเดิมอีก
“ไนท์ครับ ไม่เอานะ ไม่ร้องแล้ว ยิ่งไม่สบายอยู่นะ” เรารู้สึกว่าตัวของไนท์เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ อีกแล้ว
“ฮึก ไนท์...ฮึก ไม่สบาย ฮึก แม่...ฮือออ แม่...ไม่ห่วงไนท์ ฮึก เลย...ฮือออออ” ไนท์ร้องไห้จนตัวสั่นไปทั้งตัว ถ้ายังเป็นแบบนี้ ถ้าไนท์ไข้ขึ้นอีก ไนท์อาจจะก็ช็อกได้ เราควรทำยังไงดีวะ?
“ไนท์หยุดร้องเถอะนะ แม่เขาอาจจะมีงานที่ต้องรีบไปทำ เลย...เลยไม่ได้ดูแลไนท์ แต่เอาจริงๆ เขาก็เป็นห่วงไนท์นั่นแหละ รู้ไหม...”
“ไม่! แม่ไม่เคยห่วงไนท์! ไม่เคย! ฮือออออออ” ไนท์ยิ่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ เราไม่ควรพูดเรื่องแม่แล้ว เอาไงดี จะพูดเรื่องอะไรดี?
“ถึงแม่จะไม่ห่วงไนท์ แต่ไนท์ก็ยังมีเพื่อนของไนท์...ที่เป็นห่วงไนท์นะ แล้วอีกอย่าง...นัทก็เป็นอีกคนที่เป็นห่วงไนท์มากๆ” ไนท์คงอึ้งกับสิ่งที่เราพูดเมื่อกี้ เลยทำให้ไนท์หยุดร้องและเงยหน้าขึ้นมามองหน้าของเรา
“…” เรามองหน้าของไนท์ แล้วค่อยๆ เอานิ้วเช็ดน้ำตาที่แก้มของไนท์เบาๆ
“ไนท์ยังมีนัทนะ...” เมื่อเราพูดจบ เราก็จูบที่เปลือกตาของไนท์เบาๆ แล้วค้างไว้แบบนั้นแปปนึงก่อนจะถอนจูบออก
“O////O” ไนท์มองเราด้วยตาโตๆ แถมหน้าก็แดงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความเขิน
“วิธีนี้ได้ผลจริงๆ ด้วยแหะ เออ...นัทขอโทษนะไนท์ ที่นัทฉวยโอกาสแบบนี้ แต่ถ้า...แต่ถ้านัทไม่ทำแบบนี้ ไนท์ก็จะคิดแต่เรื่องที่ทำให้ตัวเองเครียด แล้วก็ไม่หยุดร้องไห้สักที”
“-////-” ตอนนี้ไนท์ได้แต่หลบตาของเรา โดยการเอาหน้าไปซุกอยู่ตรงไหล่ของเราแทน
“แต่สิ่งที่นัทพูดออกมาทั้งหมด...มันออกมาจากความรู้สึกของนัทจริงๆ นะ” เราจับหน้าของไนท์เบาๆ เพื่อให้เงยหน้าขึ้นมามองหน้าของเรา
“ไนท์ยังมีนัทนะ นัทจะอยู่ข้างๆ ไนท์เอง ไม่ว่าไนท์จะสุขหรือจะทุกข์ นัทก็จะอยู่ข้างๆ ไนท์เสมอนะ…” ตอนนี้สายตาของไนท์เป็นประกายมาก มากจนทำให้เราอยากจูบไนท์ และเราก็ทำลงไปแล้วด้วย
“O.O!!!” เราเอาปากของเราไปแตะที่ปากของไนท์เบาๆ ก่อนจะถอนริมฝีปากออกมาอย่างอ้อยอิ่ง
“นัท...นัทขอโทษ” โอ๊ยยยย มึงทำอะไรลงไปเนี่ย ไอ้นัท!
“อะ...อือ -////-” ไนท์ออกจากอ้อมแขนของเรา ก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น ว่าแต่...ทำไมเราถึงไม่โดนด่าวะ?
“ไนท์ไม่โกรธนัทหรอ?”
“กะ...ก็ถ้ายังถามอีกละก็ โดนดีแน่! -///-” ถึงแม้เราจะไม่เห็นหน้าของไนท์ แต่เราก็รู้ว่าตอนนี้ไนท์คงจะหน้าแดงมาก เพราะขนาดหูของไนท์ยังแดงเลย
“ครับๆ ไม่ถามแล้วครับ...แต่ถ้า...อยากจะกอดนัทอีกก็ได้นะ นัทไม่ถือ...คิดว่านัทเป็นพี่หมีก็ได้ อ้ะ!” เราทำท่าอ้าแขนกว้างๆ เป็นเหมือนการรอไนท์เข้ามากอดเรา
“บ้า! ใครจะไปกอดกันเล่า -///-”
“ทีเมื่อกี้ยังกอดนัทแน่นอยู่เลย นัทเสียใจนะเนี่ย”
“ไม่ต้องพูดมากเลย! ถ้ายังไม่หยุดพูด ไนท์จะโกรธจริงๆ แล้วนะ!”
“โอเคๆ นัทไม่พูดแล้วก็ได้ ว่าแต่...ไนท์กินยาหรือยังหือ?”
“ยะ...ยัง”
“หือ...เมื่อกี้ว่าอะไรนะ ยังไม่กินงั้นหรอ...”
“อะ...อื้อ!”
“ทำแบบนี้อยากให้นัทป้อนยา...แบบเดิมใช่ไหม หือ...” เราพูดพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ หน้าของไนท์เรื่อยๆ
[Special Talks : Night]
“มะ...ไม่ต้อง นะ...ไนท์จะกินแล้ว” เมื่อนัทเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ฉันเลยต้องรีบถอยหนี เพราะฉันไม่อยากเผลอใจไปเหมือนเมื่อกี้อีก แล้วฉัน...ก็ไม่รู้ว่าทำไมเมื่อกี้ที่นัทเข้ามาจูบฉัน ฉันถึงไม่ถอยหนีนัท แถมฉันยังไม่ด่านัทอีกด้วย นี่ฉัน...เป็นอะไรกันแน่เนี่ย ฉันชอ...ไม่! มันไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย ฉันแค่...ฉันแค่กำลังเสียใจ ก็เลยสับสนแค่นั้นแหละ ใช่! มันต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ
“แน่ใจนะ...ว่าจะกิน”
“อื้อ! ไนท์จะกิน กะ...กินเดี๋ยวนี้ด้วย!” ฉันรีบลุกขึ้น เพื่อจะไปหยิบยากับน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะอาหาร แต่ฉันคงจะรีบลุกมากไปหน่อย เลยทำให้ฉันหน้ามืดจนล้มลงไปที่ตักของนัทอย่างแรง
“ไนท์! เป็นอะไรหรือเปล่า!” ห่วงตัวเองก่อนไหมนัท ไนท์ล้มลงมาทับซะแรงขนาดนี้
“ไนท์ไม่ได้เป็นอะไรหรอก นัทต่างหาก ไนท์หล่นมาทับแบบนี้ เจ็บหรือเปล่า” ฉันหันไปมองหน้าของนัท เลยทำให้จมูกของเราสองคนชนกัน
“O.O” การที่จมูกของเราสองคนชนกัน มันทำให้นัทตกใจจนตาโต
“O///O” ฉันก็เช่นกัน
“อะ...เออ นัท...นัทไม่เจ็บหรอก ไนท์ตัวเบาจะตายไป” นัทพูดตะกุกตะกักนิดนึง นี่เพิ่งมาเขินอะไรตอนนี้ยะ ทีเมื่อกี้พูดคำหวานๆ กับคนอื่นเขากลับไม่เขิน แต่มาเขินเพราะแบบนี้เนี่ยนะ? เชื่อเขาเลย
“งะ...งั้นหรอ? งั้นปล่อยไนท์ได้แล้ว” ฉันพูดพร้อมกับชี้ไปที่มือของนัทที่กอดเอวของฉันเอาไว้แน่น
“ทะ โทษที...” นัทค่อยๆ เอามือออกจากเอวของฉันอย่างอ้อยอิ่ง
“อือ...-///-”
“ไนท์ขึ้นไปนั่งบนโซฟาดีกว่านะ เดี๋ยวนัทช่วย” นัทลุกขึ้นแล้วเข้ามาประคองฉันให้ไปนั่งที่โซฟา
“ขอบคุณค่ะ”
“นี่ครับยา กินซะนะเพราะตอนนี้ไนท์ตัวเริ่มร้อนขึ้นมาอีกแล้ว”
“ขอบคุณค่ะ” ฉันรับยาและแก้วน้ำจากนัทมากินทันที เพราะรู้สึกว่าตัวเองก็เริ่มร้อนๆ ที่ตาแล้ว
“ไปนอนเลยไหม เดี๋ยวนัทพาไป” นัทนั่งลงข้างๆ ฉัน ก่อนจะลูบหัวของฉันเบาๆ
“เดี๋ยวไนท์จะอาบน้ำก่อน แล้วค่อยนอน นี่ไม่ได้อาบน้ำมาทั้งวันแล้ว ไม่สบายตัวเลย”
“ยังอาบไม่ได้นะไนท์! ตัวเองไม่สบายอยู่ก็เช็ดตัวไปก่อน พอหายแล้วค่อยอาบ” นัทหยุดลูบหัวฉัน พร้อมกับทำหน้าโหดๆ ใส่
“แต่ไนท์เหนียวตัวนิ” มันเหนียวตัวจริงๆ นะ
“ยังไงก็ไม่ได้! ห้ามอาบเด็ดขาด เช็ดตัวเอา” ตอนนี้นัททำหน้าโหดใส่ฉันมากกว่าเดิม
“ไม่เอาอะ ไนท์เหนียวตัว ไนท์จะอาบน้ำ…”
“ถ้าไนท์ยังดื้อและอยากจะอาบอยู่แบบนี้...งั้น นัทจะเป็นคนอาบให้เอง แถมจะอาบ...ทุกซอก...ทุกมุม...ด้วย จะเอาแบบนี้ใช่ไหม หือ?” นัททำสายตาหื่นๆ มองมาที่ฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า
“มะ...ไม่นะ!”
“งั้นก็ห้ามอาบ ให้เช็ดตัวเท่านั้น เข้าใจไหมครับ!” นัททำหน้าตาจริงจัง และแฝงไปด้วยความน่ากลัวใส่ฉัน
“ขะ...เข้าใจแล้วค่ะ” แล้วทำไมเราต้องยอมด้วยเนี่ย ไอ้ไนท์เอ้ย…
“งั้นก็ไปสิครับ จะได้นอนพัก”
“งั้นนัทก็กลับไปสิ ไนท์จะได้เช็ดตัว”
“ไม่เอา นัทจะรอส่งไนท์เข้านอน”
“ไนท์ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ ที่ต้องให้นัทมาส่งเข้านอนเนี่ย”
“นัทรู้...แต่นัทอยากรอให้แน่ใจนิ ว่าถ้านัทกลับ...ไนท์จะไม่แอบร้องไห้อีก ฉะนั้น...นัทจะอยู่กับไนท์จนกว่าไนท์จะหลับ โอเคนะครับ” นัทพูดและจับหัวของฉันเบาๆ มันทำให้ฉันความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยมากเลย
“ละ...แล้วแต่นัทละกัน นะ...ไนท์ไปเช็ดตัวดีกว่า”
“งั้นเดี๋ยวนัทพาไปส่งที่ห้องนอนนะ” นัทคงจะกลัวว่าฉันจะหน้ามืดอีก เลยมาช่วยประคองแล้วพาเดินไปที่ห้องนอน
“ส่งแค่นี้แหละ เดี๋ยวไนท์เดินเข้าห้องน้ำเอง”
“ไหวหรอไนท์ ให้นัทพาไปดีกว่านะ”
“ไนท์ไหว...นัทไปนั่งรออยู่ข้างนอกเถอะนะ”
“ไหวจริงหรอ ให้นัทช่วยดีกว่านะ นัทเป็นห่วง”
“บะ บ้าหรอนัท! จะมาช่วยทำไม!”
“ก็นัทกลัวไนท์เป็นลมในห้องน้ำนิ ให้นัทช่วยเถอะนะ”
“นี่นัทรู้ตัวหรือเปล่าเนี่ย ว่าตัวเองกำลังพูดอะไรอยู่”
“รู้สิ...ก็นัทจะช่วย...อะ เออ...-///-” นัทน่าจะรู้ตัวแล้วว่าตัวเองพูดอะไรออกมา เลยทำให้ตอนนี้หน้าของนัทเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ
“ปะ...ไปรอข้างนอกเลยนะ ไนท์ไปล่ะ -///-” นัทบ้า!
“อะ อื้อ! -///-” นัทเดินออกไปจากห้องนอนของฉัน พร้อมหน้าแดงๆ
“ไนท์...แกเป็นอะไรของแกเนี่ย -///-” ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจมันจะออกมาเต้นข้างนอกเลย แล้วทำไมฉันต้องคิดว่านัทน่ารักด้วยเนี่ย โอ๊ยยยย!!! ไอ้ไนท์แกเป็นอะไรของแกกันแน่เนี่ยยยย!!!
20 นาทีผ่านไป
“ทำไมนานจัง...แอบอาบน้ำหรือเปล่าเนี่ย?” พอฉันเดินออกมาจากห้องนอน นัทก็ถามขึ้นมาทันที
“ไม่ได้อาบสักหน่อย...” ฉันไม่ใช่คนดื้อขนาดนั้นหรอกนะ ถ้ารับปากแล้วฉันก็ไม่ดื้อหรอก
“แล้วทำไมถึงนาน...” นัททำหน้าโหดใส่ฉันอีกแล้ว
“ไนท์เช็ดตัวนะ มันก็ต้องนานหน่อยสิ”
“แน่ใจนะ”
“แน่ใจค่ะ”
“งั้นถ้าสบายตัวแล้ว ก็ไปนอนเถอะ เดี๋ยวนัทจะกล่อมไนท์เอง” หือ? กล่อม?
“กล่อม? ไนท์ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะนัท ทำไมต้องมากล่อมกันด้วยเนี่ย”
“นัทรู้...แต่นัทไม่อยากให้ไนท์คิดมากนี่นา แล้วอีกอย่างการกล่อม มันจะทำให้หลับสบายแถมยังฝันดีอีกด้วยนะ”
“แต่ไนท์ไม่ใช่เด็กนะ ถึงไม่กล่อมไนท์ก็นอนหลับน่า”
“ไม่ลองก็ไม่รู้นะ ไปนอนดีกว่า เดี๋ยวนัทจะเล่านิทานกล่อมไนท์เอง”
“นิทาน?”
“ใช่! นิทาน...ไปนอนป่ะ” นี่ฉันไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะเนี่ย ทำไมต้องมาเล่านิทานกล่อมกันด้วย
“นอนซะนะ ห่มผ้าด้วย” นัทจัดแจงการนอนของฉันเป็นอย่างดี
“นี่นัท...ไม่ต้องเล่านิทานหรอก ไนท์ไม่ใช่เด็กนะ”
“ฟังไปเถอะนะ เพราะนัทอยากเล่า” ถึงฉันจะพูดยังไง นัทก็คงจะเล่านิทานให้ฉันฟังให้ได้อยู่ดี
“ตามใจ...”
“กาลครั้งหนึ่งไม่นานเท่าไร”
“นานมาแล้วไม่ใช่หรอนัท”
“ไนท์หลับตาฟังสิ แล้วห้ามขัดนัทด้วย”
“ก็ได้ๆ”
“กาลครั้งหนึ่งไม่นานเท่าไร มีสาวน้อยน่ารักคนหนึ่งที่อาศัยอยู่กับลูกหมู 3 ตัว เธอคอยดูแลลูกหมูทั้ง 3 ตัวเป็นอย่างดี แต่พอลูกหมู 3 ตัวโตขึ้น เธอจึงปล่อยให้ทั้ง 3 ไปสร้างบ้านของตัวเอง เลยทำให้ตอนนี้เธอต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว จนวันหนึ่งเธอได้เจอเข้ากับหมาป่าใจร้ายที่ต้องการจะกินเธอเป็นอาหาร แต่ทันใดนั้นเอง” นี่มันนิทานอะไรกันเนี่ย ผสมกันมั่วไปหมด ฮ่าฮ่าฮ่า
“นัทแน่ใจนะ ว่านี่มันคือนิทาน” ฉันถามนัทออกไปโดยที่ไม่ได้ลืมตา
“แน่ใจสิ แล้วนัทบอกแล้วไม่ใช่หรอว่าห้ามขัดนัท”
“โอเคๆ ไม่ขัดแล้วก็ได้” ฉันตั้งใจฟัง และไม่ได้พูดอะไรอีก
“แต่ทันใดนั้นเอง! ก็มีเจ้าหญิงรูปงามเข้ามาช่วยเธอเอาไว้ได้ทัน เจ้าหญิงหลงใหลในรูปโฉมของสาวน้อย แต่สาวน้อยกลับรังเกียจเจ้าหญิงรูปงามผู้นั้น จนเธอพยายามหนีเจ้าหญิงรูปงามไป แต่เมื่อเธอหนีเข้าไปในป่าลึกเรื่อยๆ ๆ เธอก็รู้สึกว่าตัวเองหลงซะแล้ว แต่ในขณะที่สาวน้อยกำลังสิ้นหวังอยู่นั้น เธอก็ได้พบกับบ้านขนมหวาน ที่มีแต่ขนมน่ากินไปหมด เธอเดินเข้าไปในบ้านหลังนั้น และหยิบเค้กช็อกโกแลตขึ้นมากิน แต่พอเธอกัดไปได้เพียงคำเดียว เธอก็รู้สึกหายใจไม่ออก แล้วก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย ฝ่ายเจ้าหญิงรูปงามออกตามหาสาวน้อย จนมาถึงบ้านขนมหวาน เธอก็ได้พบกับสาวน้อยที่นอนสลบอยู่ภายในบ้าน เธอก้มลงมองสาวน้อยที่อยู่ในอ้อมแขน ก่อนจะจูบเบาๆ ที่หน้าผากของสาวน้อย…” ฉันรู้สึกว่านัทกำลังทำตามที่ตัวเองพูดอยู่ เพราะว่านัทจูบมาที่หน้าผากของฉัน
“แต่เมื่อเห็นว่าสาวน้อยในอ้อมแขนยังไม่ตื่น เธอจึงเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จนริมฝีปากห่างกันแค่นิดเดียว จากนั้นเธอก็...” กะ...ใกล้...ใกล้ไปแล้วนัท
“จูบ...ตรงปากของสาวน้อยเบาๆ หลังจากนั้นสาวน้อยก็ตื่นขึ้นมา และได้อยู่กับเจ้าหญิงอย่างมีความสุขที่ปราสาทตลอดกาล...” ยังดีนะ ที่นัทไม่ได้ทำอย่างที่ตัวเองพูดเมื่อกี้
“ไนท์...หลับแล้วหรอ ไหนบอกไม่ใช่เด็กไง หือ...” ฉันไม่ใช่เด็กนะ แต่ฉันกำลังแกล้งหลับอยู่ต่างหาก
“ฝันดีนะครับ สาวน้อยของนัท จุ๊บ…” นัทจูบลงมาเบาๆ ที่หน้าผากของฉัน ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
“แล้วทำแบบนี้...ไนท์จะนอนหลับได้ยังไงเล่า...-////-”
[End : Special]
16.47 น.
ร้านคาเฟ่พิ้ง
“เฮ้ย ไอ้นิลกูรอมึงอยู่ร้านคาเฟ่แถวคอนโดมึงนะเว้ย รีบๆ ลงมาด้วย”
“เออๆ แค่นี้แหละ” พอออกมาจากห้องของไนท์ เราก็โทรหาไอ้นิลเพื่อจะมาคุยเรื่องงานคู่ทันที
“รับอะไรดีค่ะ คุณลูกค้า” มีพนักงานสาวสวยเดินเข้ามารับออร์เดอร์กับเรา และมองเราด้วยสายตาแบบเชื้อเชิญ
“เอาเป็นลาเต้เย็นละกันครับ”
“รับเป็นเค้กเพิ่มไหมคะ”
“ไม่ดีกว่าครับ”
“จะไม่รับเค้ก...กินเพิ่มจริงๆ หรอคะ” พนักงานสาวสวยคนนั้น ยื่นกระดาษแผ่นน้อยๆ มาให้เรา ก่อนจะยิ้มให้นิดนึง
[095-4581XXX เบอร์เค้กเองนะคะ ถ้าอยากได้ 3 ตัวหลัง ก็มาเอาเองที่ห้องของเค้กที่ XXX นะคะ]
“ไม่รับหรอกครับ ขอบคุณมาก” เรายื่นกระดาษคืนให้พนักงานที่ชื่อเค้ก ก่อนจะยิ้มให้น้อยๆ
“อะ...เออ งั้นรับแต่ลาเต้เย็น 1 แก้วนะคะ ระ...รอสักครู่นะคะ” พนักงานคนนั้นรีบเก็บกระดาษใส่กระเป๋า แล้วรีบเดินออกไปทันที
“เขาอ่อยขนาดนั้น ทำไมมึงไม่เอาวะ” ไอ้นิล? มันมาตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย
“มึงมาตอนไหน?”
“ก็มาตั้งแต่น้องเขาเอากระดาษให้มึงนั่นแหละ น้องเขาสวยจะตายทำไมมึงไม่เอาวะ” น้องคนเมื่อกี้ก็สวยจริงๆ นั่นแหละ แต่เราก็ไม่อยากจะรับอยู่ดี เพราะตอนนี้เราเอาแต่คิดถึงไนท์ตลอดเลย
“เรื่องของกู ไม่เสือกเนอะ”
“อ้าว...ไอ้นี่กูถามดีๆ”
“มึงไม่ต้องมาสนเรื่องของกู มึงมาคุยกับกูเรื่องงานก่อนดีไหม?”
“เออๆ มีอะไรว่ามา”
“เราจะทำรีวิวการท่องเที่ยวที่ไหนดี”
“จะไปยากอะไรวะ มึงทำผับนะ ลืมหรือเปล่า มึงก็ทำรีวิวผับมึงนั้นแหละ” จริงด้วย ทำไมเราคิดไม่ออกนะ
“ทำไมวันนี้มึงฉลาด...”
“นี่มึงชมกูใช่ไหมไอ้นัท - -*”
“ชมดิ งั้นเอาตามนี้ เดี๋ยวกูจะไปคิดก่อน ว่าจะทำรีวิวยังไงบ้าง”
“มึงดูกระตือรือร้นเนอะ”
“ก็มันได้คะแนน หรือมึงจะไม่เอา?”
“เอาดิวะ ถามได้!”
“ขออนุญาตเสริฟลาเต้เย็นค่ะ”
“เฮ้ย! ยัยเตี้ย!”
“!!!” อ้าว...นี่มันเพื่อนของไนท์นิ แล้วทำไมถึงมาทำงานที่นี่ได้ล่ะ
“คะ...คุณลูกค้าจะรับอะไรเพิ่มหรือเปล่าคะ” เพื่อนของไนท์ที่ชื่อเกด ทำเป็นจำเรากับไอ้นิลไม่ได้
“นี่...จำกันไม่ได้หรือไง”
“ถ้าคุณลูกค้าไม่ต้องการอะไรเพิ่ม งั้นขอตัวก่อนนะคะ” เกดทำท่าจะเดินออกไป แต่ไอ้นิลคว้าแขนเอาไว้ซะก่อน
“เดี๋ยว! เราเอาเป็น...ลาเต้เย็น 1 แก้ว ช็อกโกแลต 1 ชิ้น น้ำเปล่า 1 ขวด” ไอ้นิลยังคงจับแขนของเกดเอาไว้แน่น
“ต้องการอะไรเพิ่มอีกไหมคะ”
“ทำไมต้องทำเป็นไม่รู้จักพวกเราด้วย”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว...ฉันขอตัวนะคะ” เกดแกะมือของไอ้นิลที่จับแขนของเกดเอาไว้ออก ก่อนจะเดินกลับเข้าไปข้างในครัว
“หงุดหงิดเว้ย!!”
“มึงเป็นอะไรของมึงไอ้นิล”
“หงุดหงิดยัยเตี้ยอะดิ ทำไมต้องทำเป็นไม่รู้จักพวกเราด้วยวะ!”
“ก็เพราะเขาไม่อยากรู้จักมึงไง ยากตรงไหนวะ”
“ไม่รู้แหละ ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ!” อะไรของมันวะ
[Special Talks : Nin]
“ทำไมยัยเตี้ย ต้องทำเป็นไม่รู้จักเราด้วยวะ!” ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด
ตุ๊บ!
“ขอโทษค่ะ...” ยัยเตี้ยนี่เอง
“หึ! นึกว่าใคร ที่แท้ก็พนักงานที่นี่นี่เอง”
“ขอโทษด้วยค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
“ทำไมต้องทำเป็นไม่รู้จักเราด้วย!”
“นี่เป็นเวลางาน ขอตัวก่อนนะคะ” จะเดินหนีไปไหนวะ หงุดหงิดแล้วนะ!
“หึ! มีเพื่อนเป็นลูกคุณหนูแบบนี้ แต่ทำไมตัวเองถึงมาทำงานเป็นพนักงาน...กระจอกๆ แบบนี้ได้ล่ะ หรือว่าจน...งั้นแสดงว่าที่คบเพื่อนรวยๆ แบบนี้ เพราะหวังจะเกาะเพื่อน ใช่ไหมล่ะ”
“นี่! มันจะมากไปแล้วนะ มาดูถูกอาชีพของคนอื่นเขาแบบนี้ได้ยังไง แล้วฉันจะเป็นยังไง ทำงานอะไร หรือจะจนหรือรวย มันก็ไม่เกี่ยวกับเธอไม่ใช่หรือไง เลิกยุ่งกับเรื่องของฉันได้แล้ว!!” ยัยเตี้ยพูดด้วยความโกรธ แถมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ด้วย
“เรา...”
“ถอยไป!” ยัยเตี้ยเดินผ่านฉันเข้าไปในห้องน้ำทันที
“…” เมื่อกี้นี้...เหมือนยัยเตี้ยร้องไห้เลย
“ทำไมมึง...ถึงปากหมาแบบนี้วะไอ้นิล!”
“ไปขี้มาหรือไง ทำไมหายไปนานจัง”
“เปล่าเว้ย!”
“แล้วนี่เป็นไร ทำไมหงุดหงดกว่าเดิม”
“เปล่า! ...ไม่ได้เป็นอะไร”
“ขออนุญาตเสริฟค่ะ” ยัยเตี้ยเดินเข้ามาเสริฟน้ำกับขนมให้เรา ด้วยตาที่แดงๆ นี่...ร้องไห้จริงๆ ด้วย
“เธอ...” เธอเป็นอะไรหรือเปล่ายัยเตี้ย เราอยากจะพูดแบบนี้ออกไป แต่ปากมันก็แข็งเหลือเกิน
“ต้องการอะไรเพิ่มเติมหรอคะ”
“คือ...” เอาไงดีวะ จะบอกว่าขอโทษปากมันก็แข็งอีก ทำไงดีวะ?
“…”
“คือว่า...เราให้ถือว่าเป็นทิป” ให้เงินสักพันถือเป็นการขอโทษละกัน
“เก็บเงินของคุณไปเถอะค่ะ ฉันไม่ต้องการ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ” ยัยเตี้ยดูเสียใจและโกรธมากกว่าเดิมอีก นี่เราทำอะไรผิดวะเนี่ย
“โอ๊ย…นี่กูทำอะไรผิดวะเนี่ย!”
“มึงเป็นอะไรไอ้นิล”
“ก็เมื่อกี้กู...กูไปพูดไม่ดีใส่ยัยเตี้ยเข้า แล้วเหมือน...ยัยเตี้ยจะร้องไห้ กู...กูอยากขอโทษ แต่กูไม่กล้า กูเลยจะให้เป็นทิปแทน”
“มึงมันโง่!”
“อ้าว...มึงด่ากูทำไมเนี่ย!”
“แล้วมึงมันโง่จริงไหมล่ะ จะขอโทษเขา แต่เอาเงินฟาดหัวเขาเนี่ยนะ!”
“กูไม่ได้เอาเงินฟาดหัวเขา กูให้ทิปเฉยๆ เว้ย!!”
“แล้วใครเขาให้ทิปตั้งหนึ่งพันวะ? แถมมึงก็ยังไปปากหมาใส่เขาแบบนี้อีก มึงแม่ง! เกินจะเยียวยาแล้วว่ะ” นี่มึงเพื่อนกูจริงเปล่าเนี่ย ทำไมด่ากูขนาดนี้วะ
“มึงเป็นเพื่อนกูจริงหรือเปล่าเนี่ย! ไอ้นัท!”
“ก็เพราะมึงเป็นเพื่อนไง กูถึงต้องบอกมึง!”
“เฮ้อ...แล้วกูควรทำยังไงเนี่ย”
“เลิกปากหมาไงเพื่อน”
“มันยากกว่าให้เลิกเจ้าชู้อีกนะเว้ย!”
“เฮ้อ...เอาที่มึงสบายใจละกันเพื่อน”
“...” เราไม่ได้ต้องการให้เป็นแบบนี้นะ เราอยากขอโทษจริงๆ แต่ปากมันชอบทำตรงข้ามกับใจอยู่เรื่อยเลย เฮ้อ...
[End : Special]