17.59 น.
“จะเกลียดอะไรขนาดนั้นวะ ไม่เข้าใจเลย” ในระหว่างที่เรากำลังขับรถไปหาน้องมิ้นที่คอนโด เราก็เอาแต่คิดเรื่องของยัยขี้วีนตลอดเวลาที่ขับรถอยู่ เราไม่เข้าใจ ทำไมยัยขี้วีนต้องเกลียดทอมอย่างเราขนาดนั้น มันต้องมีอะไรที่ฝังใจแน่ๆ เลย เพราะดูจากท่าทาง ไม่ใช่การเกลียดแบบคนทั่วไปแน่ๆ มันมีอะไรกันแน่นะ
Rrrrrrrrrrrrrrr
น้องมิ้น : “พี่นัทคะ ถึงหรือยังเอ่ย มิ้นหิวแล้วน้า”
“หิวอะไรครับ หิวพี่หรือหิวข้าว”
น้องมิ้น : “ก็หิวทั้งสองอย่างนั่นแหละค่ะ รีบๆ มานะคะ เพราะมิ้น...อาบน้ำรอพี่นัทมาดม...มากิน...มิ้นอยู่นะ”
“ครับ เดี๋ยวพี่จะรีบไปกิน...ทั้งตัวเลย”
บอกเลยว่าเราเป็นคนไม่เคยขาดโปรตีน เพราะอะไรน่ะหรอ...เพราะเราได้กินเนื้อ นม แทบทุกวันเลยยังไงล่ะ
ออดดดดดดดด
“กำลังรอ...อยู่เลยค่ะ” น้องมิ้นอยู่ในชุดสายเดี่ยวสีแดงสด ที่มีเนื้อผ้าบางจนเห็นสัดส่วนและทรวงทรงชัดเจน
“รอกินอาหารหรอครับ หือ...” เราค่อยๆ เดินเข้าไปข้างในอย่างช้าๆ พร้อมกับปิดประตูลง และก็มองสำรวจร่างกายของน้องมิ้นตั้งแต่หัวจรดเท้า
“เปล่าค่ะ เพราะมิ้น...รอเป็นอาหารให้พี่นัทต่างหาก” น้องมิ้นค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้เราเรื่อยๆ จนตอนนี้หลังของเราติดกับประตูห้อง
“ทำแบบนี้...ถ้ากินข้าวต่อไม่ไหว...จะมาโทษพี่ไม่ได้นะครับ” เราพูดแล้วก็ใช้นิ้วเกลี่ยไปที่ใบหน้าของน้องมิ้นอย่างช้าๆ ไล้ลงไปเรื่อยๆ จนถึงบริเวณสายเดี่ยวของน้องมิ้น
“ข้าวไม่ได้กินมิ้นไม่กลัวหรอกค่ะ กลัวก็แต่...พี่นัทจะไม่กินมิ้นนี่สิ” ยั่วขนาดนี้ ไม่กินก็โง่แล้วครับบบ
“แล้วใครบอกว่าพี่จะไม่กินล่ะ เพราะอาหารตรงหน้าน่ากินขนาดนี้ ไม่กินก็บ้าแล้ว”
“งั้นจะรออะไรล่ะค่ะ รีบกินเลยสิ” มือที่ค้างอยู่ที่สายเดี่ยวของน้องมิ้น ค่อยๆ เลื่อนลงตามมือของน้องมิ้นที่จับมือของเราเลื่อนลง จนสายเดี่ยวหลุดลงไปกองอยู่ที่แขน จนเผยให้เห็นเนินอกขาวๆ ที่ไร้บราเซีย
“พี่เพิ่งสังเกตนะเนี่ย...ว่าน้องมิ้น โนบรา”
“ก็มิ้นกลัวพี่นัทเหนื่อยถอดนี่ค่ะ เลยไม่ใส่อะไรเลย จะได้ไม่ยุ่งยาก”
“อย่างนี้นี่เอง...งั้นแสดงว่า...เตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้วใช่ไหม หือ...”
“เตรียมทั้งตัว เตรียมทั้งเสียงเป็นอย่างดีเลยค่ะ”
“ถ้างั้นพี่...คงต้องรีบสนองแล้วล่ะสิ” พอจบคำพูด เราก็เลื่อนสายเดี่ยวอีกข้างของน้องมิ้นลงจนทั้งชุดล่วงลงไปกองอยู่ที่พื้น เผยให้เห็นเนื้อเนียนขาวทั้งตัว ถึงแม้จะเป็นผิวที่ไปฉีดมาก็ตามที
“จะกินแล้วนะครับ” เราเข้าไปจูบอย่างหนักหน่วงที่ปากของน้องมิ้น ซึ่งน้องมิ้นก็จูบตอบมาอย่างหนักหน่วงเช่นกัน แต่เราไม่ยอมให้น้องมิ้นเป็นคนนำหรอกนะ เพราะเราชอบนำคนอื่นมากกว่า เราใช้เวลาแค่แปปเดียวก็สามารถครอบครองริมฝีปากของน้องมิ้นและเป็นคนนำได้อย่างง่ายดาย พร้อมทั้งใช้ปลายลิ้นตวัดเข้าไปในปากเพื่อครอบครองริมฝีปากของน้องมิ้นได้อย่างสมบูรณ์อีกด้วย
“อื้อ...” น้องมิ้นครางออกมาด้วยเสียงที่ดัง เพราะเราเร้าอารมณ์ให้ด้วยการบีบคลึงยอดอกสีชมพูนั่น
“อื้ม...” เรายังคงบีบและลูบไล้ไปทั่วเนื้อตัวของน้องมิ้น เหมือนเด็กที่ซุกซน
“พะ...พี่นัทค่ะ มะ...มิ้นยืนไม่ไหวแล้วค่ะ”
“งั้นเดี๋ยวเรา...ไปต่อที่ห้องนอนกันเถอะ” เราอุ้มน้องมิ้นตรงไปที่ห้องนอนอย่างรวดเร็ว พอถึงที่นอนก็จัดการกินคนตรงหน้าต่อทันทีอย่างไม่รอช้า
“อ๊ะ! อ๊ะ อ๊ะ พี่...พี่นัทค่ะ เร็วอีก อ๊ะ เร็วอีกค่ะ อื้อ!” น้องมิ้นตัวบิดเกร็งเพราะความเสียวแบบสุดๆ
“อ๊ะ! อ๊ะ อ๊ะ เร็ว...เร็วอีกค่ะ อื้ออออออ” เราละเลงบทเพลงแห่งความลุ่มหลงให้น้องมิ้น ด้วยความเร็วเต็มอัตรา
“พี่นัท...ใกล้...อ๊ะ ใกล้ อื้อออ เสร็จ อ๊ะ แล้ว อ๊ะ!”
“งั้นพี่จะจัดชุดสุดท้ายแบบจัดหนักให้เลย” พอเราพูดจบ ก็จัดชุดใหญ่ให้น้องมิ้น จนแทบหายใจไม่ทันเลยทีเดียว
“อ๊ะ! อ๊ะ อ๊ะ จะ...อ๊ะ อ๊ะ เสร็จ อ๊ะ แล้ว อ๊าาาาาาา” เมื่อน้องมิ้นเสร็จ เราก็ค่อยๆ ถอนนิ้วออกจากหว่างขาของน้องมิ้น และมองน้องมิ้นที่ตอนนี้หายใจถี่ด้วยความเหนื่อย
“ถ้าหายเหนื่อยแล้ว ก็อย่าลืมกินข้าวด้วยนะ เดี๋ยวพี่ต้องไปดูร้านต่อแล้วล่ะ”
“อย่าเพิ่งรีบไปสิค่ะพี่นัท...อยู่กับมิ้นนะคืนนี้”
“ไม่ได้หรอกครับ พี่ต้องไปดูร้านจริงๆ”
“แต่มิ้นอยาก...ให้พี่นัทอยู่ด้วยนี่ค่ะ นะ นะคะ” น้องมิ้นออดอ้อนด้วยการเอาน่าอกน่าใจมาถูๆ ที่แขนของเรา
“เอาไว้วันหลังนะครับ วันนี้พี่อยู่ไม่ได้จริงๆ”
“ก็ได้ค่ะ แต่ครั้งหน้าพี่นัทต้องอยู่กับมิ้นนะคะ”
“ครับๆ งั้นพี่ไปก่อนนะ อย่าลืมกินข้าวที่พี่ซื้อมาให้ด้วยล่ะ”
“ค่ะ มิ้นรักพี่นัทนะคะ” มิ้นเข้ามาหอมแก้มเราดังฟอด พร้อมกับบอกรักเรา แต่บอกเลยว่า...ไอ้คำว่ารักของน้องมิ้น มันไม่ได้เข้าหูเราเลยแม้สักนิดเดียว
“งั้นพี่ไปนะ” เราไม่ได้ตอบอะไรกลับไป นอกจากยิ้มให้น้องมิ้นก็เท่านั้น
ปึง
“ครับ น้องจีจี้ พี่กำลังไปครับ โอเคครับ แล้วเจอกัน”
คงจะคิดว่าเราเลวมากใช่ไหม ที่พอออกจากห้องอีกคน ก็โทรหาอีกคนทันที แต่ก็นะ...เรายอมรับ เพราะในเมื่อเป็นคนดี แล้วมันได้รับความรักเลวๆ กลับมา เราก็ขอเลือกเป็นคนเลวที่มีความสุขกับทุกคนดีกว่า
10.06 น.
มหาลัย Bearvo
“ขอบคุณนะคะพี่นัท ที่ให้หมวยติดรถมาด้วย”
“ไม่เป็นไรครับ ก็น้องหมวยหน้ามืดนี่นา จะให้พี่มองดูเฉยๆ ได้ยังไงล่ะ”
“แต่ยังไง หมวยก็ต้องขอบคุณพี่นัทมากเลยนะคะ ที่ช่วยหมวย แถมยังมาส่งหมวยที่คณะแบบนี้อีก” น้องหมวยพูด พร้อมกับขยับขาไปมา ทำให้กระโปรงทรงเอค่อยๆ เลิกสูงขึ้นจนเผยให้เห็นขาอ่อน
“ไม่เป็นไรครับ พี่เต็มใจ” เรามองหน้าน้องหมวย พร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานๆ ให้
“ให้หมวยได้ตอบแทนพี่นัทนะคะ ไม่งั้นหมวยคงไม่สบายใจแน่ๆ”
“ตอบแทน...ตอบแทนยังไงครับ”
“หมวยตอบแทนได้ทุกอย่าง ที่พี่นัท...ต้องการ ไม่ว่าจะเลี้ยงข้าว เลี้ยงหนัง หรือว่า...ด้วยร่างกาย” น้องหมวยเอามือมาลูบเบาๆ บริเวณขาของเรา
“งั้น...พี่ขอเบอร์หมวยหน่อยนะ เพราะเวลาที่พี่อยาก...ให้น้องหมวยมาตอบแทน พี่จะได้ติดต่อไป” น้องหมวยมองเราด้วยสายตาหยาดเยิ้มก่อนที่จะหยิบมือถือเราไปกดเบอร์โทรให้
“นี่ค่ะ แล้วอย่าลืมโทรมานะคะพี่นัท”
“ครับ” น้องหมวยยิ้มหวานให้เรา ก่อนที่จะลงจากรถไป
“มีเหยื่อมาให้กินอีกแล้วแหะ” เรายิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะออกรถมุ่งหน้าไปที่คณะของตัวเองทันที
“ไง”
“ได้เหยื่ออีกแล้วสิมึง ยิ้มจนหน้าบานขนาดนี้”
“บานบ้านมึงสิ”
“ก็หน้ามึงบานจริงๆ นี่หว่า ว่าแต่...ได้เหยื่อใหม่อีกแล้วใช่ไหมวะ”
“เออ!”
“เสนียดเยอะจริงนะมึง”
“เสน่ห์เว้ย ไม่ใช่เสนียด!” นี่ถ้าไม่ใช่เพื่อน มึงเจอกูกระทืบไปแล้วนะเว้ย ไอ้นิล กวนตีนกูจริง
“เออๆ นั่นแหละ คล้ายๆ กัน”
“คล้ายกันบ้านมึงสิ!”
“โหหหห แหย่นิดแหย่หน่อยก็ไม่ได้”
“นี่ถ้ามึงไปแหย่ใครแบบนี้ มึงคงโดนแทงตายไปแล้วล่ะ ไอ้นิล”
“นั่นปากคนหรือปากหมาวะ นี่กูเพื่อนมึงนะ มาแช่งกันเฉย”
“ก็ปากมึงน่าโดนแทงจริงๆ นิ”
“หึ! ไอ้ทอมปากหมา”
“พอๆ กับปากมึงนั่นแหละ”
“พอๆ เข้าห้องได้แล้ว”
“แล้วไอ้ปุยฝ้ายล่ะ” ทะเลาะกับนิลจนลืมไอ้ปุยฝ้ายเลย
“มันบอกว่าถึงแล้ว กำลังจะขึ้นมา”
“อือๆ”
พอเราเดินเข้ามาในห้อง ก็มีสาวๆ หลายคนมองมาด้วยสายตาที่หยาดเยิ้ม เราจึงส่งยิ้มหวานให้ เหมือนเป็นการเช็คเรทติ้ง
“กรี๊ดดดดด/อ๊ายยยยย” สาวๆ ในห้องต่างส่งเสียงวี๊ดว๊ายด้วยอาการเขินอายสุดๆ
“หึ! ไอ้เสนียดแรง” ยังๆ ยังไม่หยุดปากหมา
“กูบอกว่าเสน่ห์! ไม่ใช่เสนียด!”
“ก็หมั่นไส้นี่หว่า” แหมมมม ไอ้นิล มาหมั่นไส้กู มึงก็ใช่ย่อยเหมือนกันนั่นแหละ ผู้หญิงโบกไม้โบกมือให้เยอะพอๆ กับกูนั่นแหละ
“มึงหมั่นไส้กู ไม่ดูตัวเองเลยเนอะ”
“โทษทีว่ะ ก็คนมันเท่” ไอ้นิลมันเป็นเลสเบี้ยนสายรุก ที่ท่าทางและหน้าตาของมันก็เท่ใช่ย่อย แล้วไหนจะรอยยิ้มหวานจนตาหยี่ที่กระชากใจสาวของมันอีก สาวๆ นี่ อ่อนระทวยกันเป็นแถวๆ เลยแหละ
“ยิ่งชม ยิ่งหลงเนอะ เอาแผนที่ไหมมึง จะได้ไม่หลงตัวเอง”
“ไม่ว่ะ เพราะกูมี GPS”
“งั้นมึงยิ่งต้องเอาแผนที่เลย เพราะ GPS มันช่วยมึงไม่ได้หรอก มันยิ่งจะพามึงหลงมากกว่าเดิมอีก”
“หึๆ สรุปกูไม่ต้องใช้อะไรทั้งนั้นแหละ เพราะกูเท่จริง ไม่ได้หลงตัวเอง จบเนอะ”
“แล้วแต่คุณมึงเลยครับ”
“นัทขา...”
“ครับผม”
“เย็นนี้ไปกินข้าวที่ห้องของเหมยไหมคะ”
“เย็นนี้หรอ? เดี๋ยวนัทขอดูก่อนนะครับว่าว่างไหม”
“ขอให้ว่างนะคะ เพราะเหมยว่า...จะให้นัทไปช่วยตรวจร่างกายให้ซะหน่อย”
“งั้นนัทจะรีบเคลียร์ทุกอย่างเลย...”
“รำคาญ!”
เฮ้ย! นั่นมันยัยขี้วีนนี่นา แล้วมาอยู่ที่นี่ได้ไง อย่าบอกนะ! ว่าเรียนคลาสเดียวกับเรา
“ยัยคนสวยเมื่อกี้ พูดใส่แกหรือเปล่าวะ”
“ไม่รู้วะ คงไม่หรอกมั้ง” พูดใส่เต็มๆ เลยแหละ แถมไอ้หน้าตาหงุดหงิดนั่นด้วย คงจะหัวเสียสุดๆ เลยล่ะสิ ที่เจอกับเราอีก
“งั้นหรอ...ไปนั่งกันเถอะ”
“อือ” เราหันไปมองทางยัยขี้วีนนิดนึง ซึ่งตอนนี้ยัยขี้วีนก็มองเราด้วยสายตาหงุดหงิดเช่นกัน
และในระหว่างที่เรากำลังแข่งจ้องตากับยัยขี้วีนอยู่ ก็ได้ยินเสียงโวยวายของไอ้นิลดังขึ้น
“เฮ้ย! ไอ้ปุยฝ้าย แกไปโดนอะไรมาวะ แล้วใครมันเป็นคนทำ แกบอกมา ฉันจะไปจัดการมันเอง!” เมื่อเราหันไปดูก็พบว่าไอ้ปุยฝ้ายมีผ้าพันอยู่ที่ข้อเท้า
“อุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกแก” เมื่อไอ้ปุยฝ้ายเดินมาถึง ก็บอกกับไอ้นิลจอมโวยวายทันที แล้วคนสวยที่ประคองไอ้ปุยฝ้ายมา เป็นใครกัน?
“แล้วใครเป็นคนทำ! บอกมาเลยนะ” ไอ้นิลยังโวยวายไม่เลิก
“ระ เราเอง เราต้องขอโทษด้วย เป็นเพราะเราขับรถไม่ระวังเองแหละ” คนสวยที่ยืนอยู่ข้างๆ ไอ้ปุยฝ้ายพูดขึ้นด้วยหน้าตาสำนึกผิดสุดๆ
“เธอเป็นคนทำงั้นหรอ” ไอ้นิลพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งและหน้าตาที่นิ่งเช่นกัน
“เฮ้ย! ไอ้นิล อย่าทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นดิวะ” เมื่อเห็นท่าไม่ค่อยดี เราก็เลยต้องเตือนสติไอ้นิลมันสักหน่อย เพราะดูจากสถานการณ์แล้ว ยัยคนสวยคงไม่ได้ตั้งใจจริงๆ
“นั่นดิไอ้นิล แกใจเย็นๆ ดิว่ะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย แถมใยไหมก็พาฉันไปโรงพยาบาล พาไปรักษาอย่างดีเลยด้วย” มันยังไงๆ อยู่นะ ทำไมไอ้ปุยฝ้ายมันต้องปกป้องยัยคนสวยขนาดนั้นด้วยวะ
“แกแน่ใจนะ ปุยฝ้าย ว่าไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ” ไอ้นิลก็ยังคงถามไอ้ปุยฝ้ายด้วยความเป็นห่วงเหมือนเดิม
“ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้วจริงๆ”
“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ว่าแต่...เธอสวยดีเนอะ ชื่ออะไรนะ? ใยไหมใช่ไหม?” เราถามยัยคนสวย แล้วก็คอยสังเกตอาการของไอ้ปุยฝ้ายไปด้วย
“ใช่ แกจะถามทำไม” ไอ้ปุยฝ้ายตอบแทนขึ้นมาทันที
“เราถามเขา ไม่ได้ถามแกนะ ไอ้ปุยฝ้าย” มันต้องมีอะไรแน่ๆ เลย
“แต่ฉันอยากตอบ คนนี้ฉันขอพวกแกห้ามยุ่ง” ไอ้ปุยฝ้ายเข้าพูดใกล้ๆ เพื่อให้พวกเราได้ยินกันแค่สามคน เป็นแบบนี้ มีชัวร์
“แสดงว่าคนนี้ต้องพิเศษสำหรับแกใช่ไหม แกไม่เคยขออะไรแบบนี้กับพวกฉันเลย” ไอ้นิลถามไอ้ปุยฝ้ายขึ้นมาทันที
“ฉันแค่ไม่อยากให้พวกแกไปหักอกใครอีก โดยเฉพาะคนนี้ ที่ถือว่าเป็นเพื่อนอีกคนของฉัน” ไอ้ปุยฝ้ายยังคงแถไปเรื่อย
“แกแน่ใจหรอวะ ว่าคิดกับคนสวยคนนี้แค่เพื่อน” ไอ้ปุยฝ้ายมันต้องคิดกับยัยคนสวยเกินเพื่อนแน่นอนแบบนี้ ไอ้นัทเอาหัวเป็นประกันเลย
“เออดิ ฉันไม่ใช่พวกแกนะ ถึงฉันจะมองคนสวย แต่ไม่ได้ชอบแบบนั้นนะเว้ย” หึ! ไอ้ปากแข็งเอ้ย!
“เออ! พวกฉันจะคอยดู” เรากับไอ้นิลพูดขึ้นมาพร้อมกันทันที
“คนนี้พวกฉันจะไม่เข้าไปยุ่ง เพราะแกขอ แต่ถ้าคนอื่นมันจะยุ่ง แกก็ห้ามเขาไม่ได้หรอกนะเว้ย ถ้าชอบก็กล้าๆ หน่อย อย่ามั่วแต่ปอดแหก” พอไอ้นิลพูดขึ้น สีหน้าของไอ้ปุยฝ้ายก็ดูสับสนนิดนึง แต่สักพักก็กลับไปทำสีหน้าปกติเหมือนเดิม
“บ้าละ บอกว่าคิดแค่เพื่อน ก็เพื่อนดิวะ” ปากกับหน้าตานี่ ไม่ตรงกันเลยนะ ไอ้ปุยฝ้าย
“เออๆ แต่ถ้าคิดเป็นอย่างอื่นแล้ว ก็มาปรึกษาพวกเราละกัน พร้อมฟังเสมอ” แกต้องได้มาปรึกษาพวกเราแน่ ไอ้ปุยฝ้าย
“ใยไหม มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” เสียงคุ้นๆ แหะ
“ไม่มีอะไรหรอกไนท์” ไนท์งั้นหรอ ชื่อคุ้นๆ แหะ? เราหันไปมองตามเสียง ก็พบว่ายัยขี้วีนเดินมาพร้อมกับผู้หญิงตัวเล็กๆ น่ารักอีกคน
“เธอแน่ใจนะใยไหม” ในขณะที่ผู้หญิงน่ารักๆ พูด ยัยขี้วีนก็ยังคงจ้องมองเราด้วยสายตาเหมือนเราเป็นกิ้งกือ ไส้เดือนอย่างนั้นแหละ แต่เดี๋ยวนะ! นี่เรายังไม่ได้ทำอะไรให้เลยนะเนี่ย!
“เราแน่ใจ เกดไม่ต้องห่วง ไม่มีอะไรหรอก” นี่เราไม่ได้ทำอะไรเพื่อนยัยขี้วีนเลยสักนิดเดียวนะ จ้องอยู่ได้ จ้องเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อกันเลย
“งั้นไปนั่งที่เถอะ อาจารย์มาแล้ว” ยัยขี้วีนมองจิกเราอีกรอบนึง ก่อนจะชวนยัยคนสวยไปนั่งที่
“อือ” ยัยคนสวยมองมาที่ไอ้ปุยฝ้ายด้วยสายตาที่เป็นห่วงนิดนึง ก่อนจะเข้าไปกระซิบที่หูของไอ้ปุยฝ้ายเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน แล้วสักพักก็เดินตามเพื่อนไป
แต่ไอ้ที่อาการหนักก็คงเป็นไอ้ปุยฝ้ายนี่แหละ ที่เอาแต่มองยัยคนสวยแล้วก็ยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว หึ! อาการมันฟ้องขนาดนี้ แล้วยังบอกว่าไม่ได้คิดอะไรอีกนะ ไอ้เพื่อนคนนี้นิ! จะด่าว่าโง่หรือโง่ดีวะ!
“เล่ามาเดี๋ยวนี้” ไอ้นิลเป็นคนเริ่มพูด
“จะกินกันแต่เช้าเลยหรือไงวะ ไม่เห็นหรอ อาจารย์มาแล้วเนี่ย” ยังๆ ยังจะกวนตีนอีก
“ไม่ตลก เล่ามาเลย” ถ้าไม่เล่านะ โดนแน่ไอ้ปุยฝ้าย!
“อาจารย์มาแล้วนะเว้ย เรียนก่อนดิวะ ค่อยคุยกัน” จะมาขยันอะไรวันนี้วะ ไอ้นี่นิ! ได้ๆ งั้นต้องเจอไม้ตาย
“จะมาตั้งใจเรียนอะไรวันนี้วะ บอกมาเลย ไม่งั้นจะเอาหุ้น 1 เปอร์เซ็นคืนนะเว้ย”
“เออๆ เล่าให้ฟังก็ได้วะ แต่ที่เล่าเนี่ย ไม่ได้กลัวหรอกนะเว้ย” ไม่กลัวเลยเนอะ = =
ไอ้ปุยฝ้ายเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง และในระหว่างที่เล่าก็ยิ้มไป หัวเราะไป หึๆ อาการมันฟ้องมาก ไอ้ปุยฝ้ายต้องชอบยัยคนสวยชัวร์! แต่ก็นะ เพื่อนเรามันโง่เรื่องนี้สุดๆ คงอีกนานกว่าจะยอมรับว่าชอบยัยคนสวย เพราะขนาดนั้นเรากับไอ้นิลแซวขนาดนี้ มันก็ยังปฏิเสธเสียงแข็งอยู่เลย
“ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแหละ แล้วพวกแกก็เลิกถามฉันได้แล้ว เข้าใจ๋” เห็นไหม! ปากแข็งสุดๆ
“เออๆ ก็ได้วะ ว่าแต่...ถ้าเสร็จแล้วไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันเถอะ เดี๋ยวเลี้ยงเอง” วันนี้เราอยากไปกินข้าวกับเพื่อนก่อน จะไปกินสาวๆ ต่อ
“ฉันก็...อยากไปนะ ตะ แต่ว่า…” นี่จะพาไปเลี้ยงนะเนี่ย ทำไมมันต้องทำหน้าลำบากใจแบบนั้นด้วยวะ หรือมันมีธุระต้องไปไหน
“ทำไม หรือแกมีธุระ”
“ก็เปล่า…” ไม่มีธุระ? แล้วทำไมต้องทำหน้าลำบากใจด้วยวะ
“แล้วแกจะแต่อะไร?”
“เออ...คือว่า” แหนะ! ทำหน้าลำบากใจอีกแหละ
“ว่า?”
“พอดีใยไหมจะไปส่งฉันที่หอน่ะ” โอ๊ย! ที่แท้...ยัยคนสวยจะไปส่งนี่เอง
“โห...ไอ้เราก็นึกว่าอะไร ที่แท้ก็เห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อน”
“พวกแกไม่ต้องมาพูดเลยนะ เวลาแกเจอผู้หญิงสวยๆ หุ่นดีๆ พวกแกก็ทิ้งฉันเหมือนกันนั่นแหละ”
“ก็คติของพวกเราผู้หญิงสวยต้องมาก่อนเสมอ จำไม่ได้หรือไงวะ” คตินี้ เราเป็นคนคิดเองนี่แหละ แต่มันจริงนี่นา เพราะถ้าผู้หญิงสวยๆ เดินเข้ามาชวนไปเที่ยว กับเพื่อนมาชวนไปเที่ยว เราก็คงต้องไปเที่ยวกับผู้หญิงอะนะ เพราะอะไรน่ะหรอ? ก็เพราะว่า...เราชอบไปเที่ยวสวนสนุกน่ะสิ (ทุกคนคงจะรู้นะ ว่าสวนสนุกอะไร)
“เห็นไหม แล้วก็มาว่าฉัน” แกก็เห็นยัยคนสวยดีกว่าพวกเราเหมือนกันนั่นแหละไอ้ปุยฝ้าย ทำมาเป็นบ่น!
หึ! แต่ยังไงเราก็ไม่ยอมแพ้หรอก เพราะครั้งนี้ไอ้ปุยฝ้ายต้องไปกับเรา แต่จะว่าไปก็เห็นใจมันอะนะ ที่อยากไปกับคนที่ชอบ (ถึงแม้มันจะไม่รู้ใจตัวเองก็ตาม) เอาไงดี? เออใช่! ก็ให้ไปด้วยซะเลยสิ
“แล้วทำไมแกไม่ชวนเขาไปด้วยกันเลยละ”
“เอางั้นหรอ งะ งั้นฉันจะลองชวนดูนะ” แล้วไอ้หน้าตาดีใจนี่มันคืออะไร? หึ ไอ้ปากแข็งเอ้ย!
“งั้นก็ชวนเลยสิ กำลังเดินมาหาแกพอดีเลย” เมื่อไอ้ปุยฝ้ายหันไปเจอกับยัยคนสวยก็ยิ้มออกมาทันที แถมยังรีบเดินไปหายัยคนสวยด้วย
และในระหว่างที่ไอ้ปุยฝ้ายคุยกับยัยคนสวยอยู่ เราก็รู้สึกเหมือนมีคนจ้องมองมาที่เรา เราจึงหันไปมองตามสัญชาตญาณของตัวเอง แล้วก็เจอกับยัยขี้วีนคนเดิม โอ๊ย! นี่เราไปทำอะไรให้ตอนชาติที่แล้วหรือเปล่าเนี่ย! ทำไมถึงดูเกลียดเราขนาดนี่นะ
[Special Talk : Night]
“โอ๊ย! ยิ่งเกลียดยิ่งเจอ หงุดหงิดจริง!”
“ไนท์ เป็นอะไรหรือเปล่า หงุดหงิดใครหรอ?” เกดเข้ามาถามฉัน ด้วยความเป็นห่วง
“ไนท์หงุดหงิดไอ้ทอมนั่น อุส่าคิดว่าจะไม่ได้เจอะไม่เจอกันอยู่แล้วนะ แต่ไหงเป็นงี้ก็ไม่รู้!”
“แสดงว่าไนท์เคยเจอแล้วงั้นหรอ”
“อือ”
“ไปเจอกันที่ไหนน่ะ”
“เอาเป็นว่า...เราอย่าไปพูดถึงเลย เพราะถึงแม้ไอ้ทอมนั่นจะไม่ได้ทำอะไรให้ไนท์ แต่ไนท์ก็ยังเกลียดอยู่ดี” ถึงทอมนั่นจะช่วยฉัน แต่มันก็ไม่สามารถทำให้ฉันเลิกเกลียดทอมได้หรอกนะ
“อือ เกดเข้าใจ” เกดกับฉัน เราเข้าใจกันดีในเรื่องนี้ เพราะเรามีเรื่องฝังใจในเรื่องพวก เพศที่สามเหมือนกัน
“แต่เอาจริงๆ นะเกด ไนท์ยิ่งเห็นหน้าไอ้ทอมบ้านั่น ไนท์ยิ่งหงุดหงิด ทำไมไนท์ถึงรู้สึกหงุดหงิดขนาดนี้ ก็ไม่รู้” ในระหว่างที่ฉันพูดกับเกด ฉันก็เอาแต่มองไปที่ไอ้ทอมบ้าด้วยสายตาที่หงุดหงิดสุดๆ
“ไนท์ใจเย็นๆ นะ ใจร่มๆ เข้าไว้” เกดพยายามพูดให้ฉันใจเย็นลง
ฉันก็เลยพยายามหลับตาลงและก็หายใจเข้าลึกๆ เพื่อให้ตัวเองหายหงุดหงิด แต่เมื่อพอลืมตาขึ้นมา ฉันก็พบกับสายตาของไอ้ทอมบ้าที่จ้องมาที่ฉันด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ก่อนที่จะขยิบตาให้ฉันนิดนึง
“โอ๊ย! ทำไมต้องมาเจอไอ้ทอมบ้าที่นี่ด้วยเนี่ย!” ไอ้ที่ฉันพยายามทำใจให้เย็นลง กลับหายไปในพริบตาเพราะไอ้ทอมบ้านั่นคนเดียวเลย หึย!
[End : Special]